


รถยนต์ข่าวรถรีวิวรถใหม่รถมือสองเคล็ดลับยานยนต์เนื้อหาทั้งหมด
เปรียบเทียบราคาน้ำมันราคาน้ำมันย้อนหลัง
รีวิว Mazda CX-5 2025 ไมเนอร์เชนจ์ ปรับราคาคุ้มค่า เหนือกว่าที่สมรรถนะ
20 ม.ค. 68 (13:59 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
รีวิวลองขับ Mazda CX-5 2025 โฉมไมเนอร์เชนจ์ ยังคงเป็นจ่าฝูงด้านสมรรถนะ เพิ่มเติมความสดใหม่ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป กับราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามกับ Sanook Auto ได้เลย
Mazda CX-5 2025 ใหม่ มีการปรับลดรุ่นย่อยจาก 4 รุ่น เหลือ 3 รุ่น พร้อมราคาจำหน่ายทางการ ดังนี้
- รุ่น 2.0 S ราคา 1,219,000 บาท
- รุ่น 2.0 SP ราคา 1,299,000 บาท
- รุ่น XDL ราคาประมาณ 1,669,000 บาท
จะเห็นว่ามาสด้าได้มีการตัดรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 TURBO ออก แล้วเหลือไว้เฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และดีเซล 2.2 ลิตรเท่านั้น
ภายนอก
รูปลักษณ์ภายนอกของ Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับรายละเอียดด้านหน้าและด้านท้าย ส่วนดีไซน์ตัวถังยังคงเดิมทั้งหมด ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED Signature ที่ออกแบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันเป็นรูปตัว L ซ้อนกัน มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติตามน้ำหนักบรรทุก
กระจังหน้ามีการปรับรายละเอียดกรอบโครเมียม พร้อมกันชนหน้าที่เน้นความมินิมอลคล้ายกับ Mazda3 และ CX-30 รุ่นปัจจุบัน โดยที่รุ่น XDL จะมีการตกแต่งส่วนล่างของกันชนและซุ้มล้อด้วยสีเดียวกับตัวรถ ทำให้ภาพรวมดูมีความพรีเมียมแตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
ส่วนด้านท้ายมีการปรับดีไซน์ไฟท้ายให้ดูกลมกลืนกับไฟหน้า พร้อมกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ ทุกรุ่นย่อยได้ประตูท้ายแบบไฟฟ้าที่เพิ่มเติมด้วยฟังก์ชัน Hand Free Power Lift Gate สามารถสอดเท้าบริเวณใต้กันชนเพื่อเปิดและปิดประตูท้ายได้
ส่วนล้ออัลลอยของรุ่น 2.0 S เป็นขนาด 17 นิ้ว รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้ล้อขนาด 19 นิ้วลายใหม่ทั้งหมด
สีภายนอกมีให้เลือก 7 สี โดยมี 2 สีใหม่ ได้แก่ สีเทา Polymetal Gray และสีบรอนซ์ Platinum Quartz จำหน่ายควบคู่ไปกับ 5 สีเดิม ได้แก่
- สีขาว Snowflake White Pearl
- สีดำ Jet Black
- สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue
- สีเทา Machine Gray
- สีแดง Soul Red Crystal
ภายใน
การตกแต่งภายในห้องโดยสารยกดีไซน์มาจากรุ่นเดิมทั้งหมดเช่นกัน แต่ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความพรีเมียมตามฉบับมาสด้า โดยเฉพาะรุ่น XDL ที่ถูกตกแต่งด้วยวัสดุหนัง Nappa สี Deep Red ผิวสัมผัสเนียนละเอียดแบบรถยุโรป ซึ่งสีของหนังจะออกไปทางสีแดงเข้มจัดจนเกือบจะเป็นสีดำ โดยรวมแล้วดูมีความภูมิฐานดี
จุดเปลี่ยนภายในห้องโดยสารก็คือเรือนไมล์ที่มีการปรับดีไซน์แตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงรูปแบบ Analogue ควบคู่ไปกับจอสี TFT ที่ออกแบบได้อย่างกลมกลืน มีความสวยงามและดูพรีเมียม ถือเป็นรายละเอียดที่มาสด้าทำได้ค่อนข้างดี
พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ดีไซน์ยกมาจากรุ่นก่อนหน้า (อีกแล้ว) สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง เพิ่มเติมด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ Sports Paddle Shift ทุกรุ่นย่อย โดยที่รุ่น XDL จะถูกเพิ่มเติมด้วยปุ่ม Mi-Drive เพื่อเปิดใช้งานโหมด Off Road เนื่องจากเป็นรุ่นเดียวที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ส่วนหน้าจอกลางเป็นแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่ยกชุดมาจากรุ่นเดิม น่าเสียดายที่รูปแบบการแสดงผล หรือ User Interface ยังคงเหมือนเดิมเช่นกัน มาพร้อมกับปุ่ม Center Commander บริเวณคอนโซลกลางที่ช่วยให้สามารถควบคุมสั่งการได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องพึ่งหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว
ถึงกระนั้น Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ก็ได้มีการเพิ่มระบบ Wireless Apple CarPlay มาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนฝั่ง Android Auto ยังคงต้องเสียบผ่าน USB เหมือนเดิม โดยที่รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้แท่นชาร์จ Wireless Charger เพิ่มขึ้นมา
สำหรับเบาะนั่งแถวหลังสามารถปรับเอนพนักพิงได้ แต่ต้องยอมรับว่าบรรยากาศห้องโดยสารตอนหลังของ CX-5 ไม่ได้โปร่งโล่งเท่ากับคู่แข่ง เน้นไปที่ความกระชับในการโดยสารเสียมากกว่า
ระบบเสียง Bose พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ที่ติดตั้งลงใน Mazda CX-5 ถือว่ามีคุณภาพเสียงใช้ได้ทีเดียว ส่วนตัวผู้เขียนเองเป็นคนชอบฟังเพลงที่มีเบสหนักๆ แน่นๆ ซึ่งเครื่องเสียงชุดนี้ก็ตอบสนองโสตประสาทได้เป็นอย่างดี เนื้อเสียงมีน้ำมีนวล จะเปิดเพลงหรือพอดคาสต์ก็รื่นหูเป็นอย่างยิ่ง
อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกบังลมหน้า (Windshied Active Driving Display), ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold, กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์หลัง, ระบบปรับไฟหน้าตามองศาการเลี้ยว AFS, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 รอบทิศทาง
ขณะที่ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ของ Mazda CX-5 2025 ไมเนอร์เชนจ์ ประกอบด้วย
- LAS – Lane-Keep Assist System
- DAA – Driver Attention Alert
- LDWS – Lane Departure Warning System
- MRCC w. Stop & Go – Mazda Radar Cruise Control with Stop & Go
- RCTA – Rear Cross Traffic Alert
- ABSM – Advanced Blind Spot Monitoring
- SBS – Smart Brake Support
- Advance SCBS – Advanced Smart City Brake Support
- SCBS-R Smart City Brake Support – Reverse
- ALH – Adaptive LED Headlamps
โดยที่รุ่น 2.0 SP และ XDL จะได้ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS – Cruising Traffic Support) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC แบบ Stop & Go เพิ่มขึ้นมา หรือพูดง่ายๆ ก็คือแบบ All-speed ที่สามารถลดความเร็วอัตโนมัติได้จนถึง 0 กม./ชม. นั่นเอง
อุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มขึ้นแต่ละรุ่นย่อย (เทียบกับรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์)
รุ่น 2.0 S เพิ่มเติมด้วย
- ไฟหน้าและไฟท้าย LED Signature ใหม่
- กระจังหน้าและ Signature Wing ใหม่
- ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
- เบาะหนังสีดำ
- Wireless Apple CarPlay
- Sport Paddle Shift
- Hand Free Power Lift Gate
รุ่น 2.0 SP เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 S
- ล้ออัลลอย 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่
- Wireless Charger
- Cruising Traffic Support
- MRCC with Stop & Go
รุ่น XDL เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 SP
- ชุดตกแต่งภายนอกสีเดียวกับตัวรถ
- ท่อไอเสียขนาดใหญ่
- เบาะหนัง Nappa สี Deep Red
- ระบบขับขี่ Off Road พร้อมสวิตช์ Mi-Drive
เครื่องยนต์และช่วงล่าง
รุ่น 2.0 S และ 2.0 SP ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.9 กม./ลิตร รองรับน้ำมัน E85
รุ่น XDL ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-ACTIV AWD อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.9 กม./ลิตร ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5
ขณะเดียวกันช่วงล่างของรุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีการเสริมคานด้านล่างของห้องโดยสารตอนหลัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวถัง และมีการเปลี่ยนสปริงและโช้กที่ช่วยลดแรงสะเทือนเข้ามายังห้องโดยสาร เพิ่มความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น
การขับขี่
การทดลองขับครั้งนี้ เราได้มีโอกาสจับรุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ลิตร ค่าตัว 1.669 ล้านบาท ซึ่งแอบน่าเสียดายที่ไม่ได้ลองขับตัวเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร เพราะเชื่อว่าน่าจะขายดีกว่ารุ่นดีเซลเป็นแน่แท้
โดยที่รุ่น XDL ยังคงมอบอัตราเร่งที่ฉับไว อันเป็นผลมาจากแรงบิดกว่า 450 นิวตัน-เมตร พ่วงเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ช่วยสร้างความเร้าใจในการขับขี่ได้ดีกว่าเกียร์ CVT อย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง
ขณะที่รุ่นเบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร แม้ว่าจะไม่มีโอกาสทดลองขับ แต่ด้วยตัวเลขแรงม้าและแรงบิดที่ไม่ต่างไปจากรุ่นก่อนหน้า ก็พอจะบอกได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งทำได้ดี แต่การเร่งแซงในย่านความเร็วกลางถึงสูงอาจเหี่ยวแห้งไปบ้าง หากเน้นใช้งานในเมืองเป็นหลักก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
Mazda CX-5 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ถือได้ว่าเป็น C-SUV ที่มีช่วงล่างดีที่สุดในตลาด ด้วยการเซ็ตช่วงล่างให้มีลักษณะหนึบแน่น ช่วยลดอาการโคลงที่ความเร็วสูง ขณะเดียวกันก็สามารถเก็บอาการขณะผ่านทางขรุขระได้ดี ไม่ตึงตังจนน่ารำคาญ เหมาะสำหรับพ่อบ้านหรือแม่บ้านที่ต้องการรถใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป วันไหนอยากจะบู๊สักหน่อย ช่วงล่างของ CX-5 ใหม่ ก็พร้อมจะตอบสนองฝีเท้าในทันที
จบทริป กทม. – สัตหีบ รวมระยะทางทั้งสิ้น 175.2 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนหน้าจออยู่ที่ 16.5 กม./ลิตร เทียบกับผู้โดยสาร 3 คน (รวมคนขับ) ความเร็วเดินทางประมาณ 110 – 120 กม./ชม. เกือบตลอดทั้งเส้นทาง ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย
สรุป
Mazda CX-5 2025 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน เพิ่มเติมด้วยรูปลักษณะที่สดใหม่ และออปชันเพิ่มความคุ้มค่า ซึ่งการปรับราคาจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทั้ง 2 รุ่นย่อย อยู่ในระดับราคาไม่ถึง 1.3 ล้านบาท พอจะช่วยให้ CX-5 กลับมาเป็นที่น่าจับตามองได้บ้าง ส่วนรุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร แม้ราคาจะเฉียด 1.7 ล้านบาท แต่หากงบถึงก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลที่ทั้งแรงและประหยัด ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วจากค่ายคู่แข่ง
อัลบั้มภาพ 19 ภาพ
อัลบั้มภาพ 19 ภาพ ของ รีวิว Mazda CX-5 2025 ไมเนอร์เชนจ์ ปรับราคาคุ้มค่า เหนือกว่าที่สมรรถนะ



แชร์เรื่องนี้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปิดข้อดี-ข้อเสียของการล้างรถตอนฝนตก จริงๆ แล้ว วันฝนตกอาจเหมาะกับการล้างรถ?เปิดราคา Tesla Model 3 (MY2025) เพิ่มรุ่นวิ่งไกล เริ่ม 1.439 ล้านบาทAll-New Subaru Forester เปิดตัวในไทยในราคา 2,590,000 บาท Made in Japan
ข่าวรถสกู๊ปเด็ดรีวิวรถmazdacx-5

อายุแค่ 17 ไอเป็นเลือด-ปอดขาวโพลน-ไตวาย หมอชี้สาเหตุ “นิสัยการนอน” ที่หลายคนก็ทำ!Discover
หมอเตือนเอง “กดเล็บ” แล้วเจอสัญญาณนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที เสี่ยงโรคหัวใจร้ายแรง!Discover
Washing Machines | Search Ads5 thương hiệu máy giặt bền nhất được người Việt tin dùngRead MoreSkip
เผยตัวตน “หญิงสูงวัย” ในคลิปถูกถีบบนรถไฟฟ้า แท้จริงคือบุคคลระดับ “ตำนาน” ของไต้หวันDiscover
ช็อกวงการแพทย์! หมอผ่าตัดผิดพลาด ตัดไตปกติทิ้ง เหลือข้างที่เป็นมะเร็งเอาไว้Discover
Lợi ích khi giao dịch CFD BitcoinKhám phá những lợi ích chính của CFD BTC/USD và ETH/USD: giao dịch 7 ngày một tuần, không phí hoa hồng, tuân thủ quy định của FSA — và tận hưởng mức chênh lệch thấp từ 8,7 USD trên nền tảng hiệu suất cao.IC Markets|
Những yếu tố chính khi chọn trung tâm chăm sóc người cao tuổiKnowledge Knower|
นางเอกในตำนาน “ซูสีไทเฮา” ภาพล่าสุดอึ้ง กลายเป็นทวดแก่หง่อม ทั้งที่อายุจริงแค่ 65นางเอกในตำนาน “ซูสีไทเฮา” เจ้าแม่หนึ่งวินาทีหลั่งน้ำตา ภาพล่าสุดคนอึ้ง กลายเป็นคุณทวดแก่หง่อม ทั้งที่อายุจริงแค่ 65Sanook
Nhà tiền chế 2025: Lựa chọn nhà ở giá rẻ (Tìm hiểu thêm)Prefabricated Homes|
ซีรีส์ฮิตจาก
![[หนังเต็มเรื่อง] 114H1006 B เศรษฐีแกล้งจน ปลอมตัวเป็นคนเก็บขยะ พิสูจน์เพื่อนแท้](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-442.png)
![[หนังเต็มเรื่อง] 579H1006 G เป็นได้เพียงแค่ คุณแม่ตัวปลอม](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-441.png)