• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 037T1020 AB023 ความจริงจะปกป้อง คนที่ซื่อสัตย์เสมอ

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ในปี 2025: กระบะคู่ใจที่ยังคงยืนหนึ่งในตลาดที่เปลี่ยนแปลง

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถกระบะในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคทองของรถกระบะเพื่อการพาณิชย์เต็มตัว สู่การเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ความท้าทายต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวและพัฒนารถยนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2025 นี้ แม้ตลาดรถกระบะอาจจะดูเงียบเหงาไปบ้างเมื่อเทียบกับช่วงที่เฟื่องฟูที่สุด แต่ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจไทย Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรใหม่ล่าสุด ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวฉกาจที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด คำถามคือ ในสภาพตลาดปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ รถกระบะรุ่นนี้ยังมีดีจริงตามคำร่ำลือหรือไม่ และจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่กำลังมองหา “รถกระบะใช้งาน” ที่แท้จริงได้อย่างไร? วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกแง่มุมด้วยประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญ

การวางตำแหน่งและราคา: ความคุ้มค่าที่ไม่เคยลดเลือน

Isuzu D-Max Hi-Lander ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นรถกระบะยกสูงที่ผสานการใช้งานแบบสมบุกสมบันเข้ากับความสะดวกสบายที่ใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มีรุ่นย่อยให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นท็อปที่มาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันครบครัน สำหรับบทความนี้ เราจะเน้นไปที่รุ่นยอดนิยมอย่าง Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ZP 8AT ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,064,000 บาท (ราคา ณ ปี 2025) ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับรถกระบะ 4 ประตูยกสูงที่มีเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับนี้ และยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา “รถกระบะราคาดี” ที่มาพร้อมความคุ้มค่าระยะยาว

การกำหนดราคาของ Isuzu มักจะสะท้อนถึงปรัชญาการสร้างรถที่เน้นความทนทาน การใช้งานจริง และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Isuzu D-Max ยังคงเป็น “รถกระบะยอดนิยม” ในใจของคนไทยมาโดยตลอด

มิติตัวถัง: ใหญ่กำลังดี ใช้งานได้อเนกประสงค์

เมื่อพิจารณาในส่วนของมิติตัวถัง Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE มีขนาดที่ลงตัวสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง:
ยาว: 5,265 มิลลิเมตร
กว้าง: 1,870 มิลลิเมตร
สูง: 1,790 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,125 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 240 มิลลิเมตร

ด้วยความยาวที่เหมาะสม ทำให้มีพื้นที่กระบะท้ายที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการบรรทุกสัมภาระหรืออุปกรณ์ต่างๆ ในขณะที่ความกว้าง 1,870 มิลลิเมตร ช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งสบาย สามารถนั่งโดยสาร 4-5 คนได้อย่างไม่อึดอัด ระยะฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร มีส่วนช่วยให้รถมีความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยเฉพาะบนทางหลวง และด้วยระยะห่างจากพื้นถึง 240 มิลลิเมตร ทำให้ Isuzu D-Max Hi-Lander สามารถลุยทางขรุขระ หรือผ่านอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างสบายใจ ตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการความอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว หรือ “รถกระบะสำหรับครอบครัว” ในวันหยุด

การออกแบบโดยรวมของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ยังคงเน้นความบึกบึน แข็งแกร่ง แต่แฝงด้วยความทันสมัยและเส้นสายที่ปราดเปรียว ทำให้รถมีภาพลักษณ์ที่ดูดีทั้งในบทบาทของ “รถกระบะทำงาน” และ “รถกระบะไลฟ์สไตล์”

หัวใจใหม่: เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 MAXFORCE E-VGS ที่พิสูจน์แล้ว

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE คือการมาของเครื่องยนต์ดีเซลรหัส RZ4F-TC ขนาด 2.2 ลิตร (2,164 ซีซี) แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบครีบ E-VGS (Electronic Variable Geometry System) และ Intercooler ผสานกับระบบ Electronic Wastegates นี่คือขุมพลังที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ทั้ง “สมรรถนะรถกระบะ” และ “ประหยัดน้ำมัน” ในยุคปัจจุบันและอนาคต

เครื่องยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,600 – 2,400 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วงรอบที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การที่มีแรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Isuzu D-Max 2.2 MAXFORCE มีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และตอบสนองได้อย่างทันใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง การเร่งแซงบนถนนสองเลน หรือการไต่ทางลาดชัน

จุดเด่นของเครื่องยนต์ MAXFORCE 2.2 คือการทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sequential Shift พร้อม Manual Mode (+/-) ซึ่งเป็นชุดส่งกำลังที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดี การที่มีอัตราทดเกียร์ถึง 8 จังหวะ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความต่อเนื่อง นุ่มนวล และสามารถรักษาความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ “รถกระบะประหยัดน้ำมัน” รุ่นนี้มีอัตราสิ้นเปลืองที่น่าประทับใจ การรองรับน้ำมันดีเซล B20 ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในระยะยาว และระบบ DPF (Diesel Particulate Filter) พร้อม Regeneration ทำความสะอาดคราบเขม่าอัตโนมัติ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างสะอาด ลดมลภาวะ และยืดอายุการใช้งาน

จากการทดสอบใช้งานจริงหลายพันกิโลเมตร ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ผมได้มีโอกาสขับ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE คันเดิมที่มีเลขไมล์เกือบสองหมื่นกิโลเมตรแล้ว และยืนยันได้ว่า “สมรรถนะเครื่องยนต์ 2.2 Isuzu” ยังคงยอดเยี่ยมไม่เสื่อมคลาย นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีจาก Isuzu

ประสบการณ์การขับขี่: จากถนนสู่ใจผู้ใช้งานจริง

อัตราเร่งที่ตอบสนองฉับไว และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ลงตัว:
สิ่งที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้สัมผัส Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ลิตร คือ “อัตราเร่ง Isuzu D-Max” ที่ยอดเยี่ยมและทันใจกว่ารุ่น 1.9 ลิตร อย่างเห็นได้ชัดเจน แรงบิด 400 นิวตันเมตร ในช่วงรอบเครื่องยนต์ที่ใช้งานบ่อย ทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะในเมืองที่ต้องเร่งสลับเบรก หรือนอกเมืองที่ต้องใช้กำลังในการเร่งแซงรถคันหน้า พละกำลังที่ส่งออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกการขับขี่รู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากขึ้น

ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและชาญฉลาดในสภาพการขับขี่ทั่วไป การเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงทำได้อย่างราบรื่นแทบไม่รู้สึกถึงแรงกระตุก ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ทั้งในระยะทางใกล้และไกล อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา ก็ยังพอมีจังหวะที่รู้สึกได้ถึงอาการกระตุกเล็กน้อยในการเปลี่ยนเกียร์ที่ความเร็วต่ำมากๆ ในสภาพจราจรติดขัด แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม และเมื่อต้องใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง เกียร์ 8 จังหวะก็ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ ทำให้การเดินทางทางไกลเป็นไปอย่างเงียบสงบและประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม

ช่วงล่าง: จุดที่ต้องเข้าใจปรัชญาของ Isuzu:
เรื่องช่วงล่างเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาโดยตลอดในวงการรถกระบะ “ช่วงล่าง Isuzu” มักจะถูกวิจารณ์ว่ามีความนุ่มนวลกว่าคู่แข่งในตลาด ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกว่ารถมีอาการ “เด้ง” เล็กน้อยเมื่อขับที่ความเร็วต่ำบนทางขรุขระ หรือมีอาการ “ลอยๆ” ที่ความเร็วสูงมากๆ จนต้องใช้ความระมัดระวังในการควบคุม อย่างไรก็ตาม นี่คือปรัชญาการออกแบบที่ Isuzu เลือกเดิน นั่นคือการเน้น “ความนุ่มนวล” และ “ความสบาย” ในการใช้งานทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยจำนวนมากให้ความสำคัญ เพราะรถกระบะมักถูกใช้งานในชีวิตประจำวัน บรรทุกของ หรือเดินทางกับครอบครัว

สำหรับผู้ที่ขับขี่รถกระบะมาโดยตลอด จะเข้าใจและยอมรับในคาแรคเตอร์ของช่วงล่าง Isuzu ได้ไม่ยาก เพราะมันให้ความสบายในการขับขี่ที่ต่อเนื่องยาวนาน ลดอาการเมื่อยล้าได้ดี หากคุณเป็นผู้ที่ขับขี่แบบเรื่อยๆ ไม่เน้นความเร็วสูง หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วจัด ช่วงล่างเดิมๆ ของ Isuzu D-Max Hi-Lander ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่หากคุณเป็นสายซิ่งที่ต้องการฟีลลิ่งสปอร์ต การปรับแต่งช่วงล่างให้แข็งขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ต้องพิจารณา

แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามและเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ Isuzu คือ “ค่าบำรุงรักษารถกระบะ” ที่ต่ำมาก และ “อะไหล่ Isuzu” ที่มีราคาถูกและหาได้ง่ายแทบทุกที่ ตัวอย่างเช่น โช้คอัพทั้ง 4 ต้น มีราคาไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด นี่คือความได้เปรียบที่ทำให้ Isuzu D-Max เป็น “รถกระบะค่าบำรุงรักษาต่ำ” และเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินของเจ้าของรถในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่หลายคนเลือก Isuzu เพราะเมื่อถึงเวลาต้องซ่อมบำรุง พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์จากค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: ประหยัดจริงตามสไตล์ Isuzu:
ในส่วนของ “อัตราสิ้นเปลือง Isuzu D-Max” จากการทดสอบใช้งานจริงบนเส้นทางผสมผสานทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยการขับขี่แบบใช้งานปกติ สามารถทำได้ที่ 14.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถกระบะขนาด 2.2 ลิตร และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE เป็น “รถกระบะประหยัดน้ำมัน” ที่คุ้มค่าในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ MAXFORCE และการทำงานของเกียร์ 8 สปีดที่ผสานกันอย่างลงตัว

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS: ความก้าวหน้ากับการปรับตัวในไทย

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่ใช้กล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ซึ่งถือเป็น “เทคโนโลยีรถยนต์ 2025” ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อยกระดับ “ระบบความปลอดภัย Isuzu” ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งในตลาด ฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking – AEB) ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ ผมต้องยอมรับว่าระบบ ADAS ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ยังคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพการจราจรที่ซับซ้อนและคาดเดาได้ยากของประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ อาจมีการทำงานที่รุนแรงเกินไปในบางสถานการณ์ที่เรายังสามารถควบคุมรถได้ เช่น เมื่อมีรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์คันอื่นตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด แต่เรายังไม่ต้องการให้รถเบรกอย่างรุนแรง การเบรกที่กะทันหันเช่นนี้อาจสร้างความตกใจให้กับผู้ขับขี่และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากรถคันหลังที่ตามมาได้

ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่หลายท่านจึงเลือกที่จะปิดระบบบางอย่างเมื่ออยู่ในสภาพจราจรที่คับคั่งหรือในเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ นี่ไม่ได้หมายความว่าระบบ ADAS ไม่ดี แต่เป็นเพราะการจราจรในประเทศไทยมีความเฉพาะตัวสูง ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบและพัฒนาบนพื้นฐานของสภาพการจราจรในต่างประเทศที่อาจแตกต่างกันไป Isuzu เองก็ตระหนักถึงประเด็นนี้ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีการปรับปรุงและพัฒนาให้ระบบ ADAS มีความฉลาดและแม่นยำยิ่งขึ้น เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ใช้งาน Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ผมแนะนำให้ทำความเข้าใจการทำงานของระบบ ADAS อย่างละเอียด และทดลองใช้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อเรียนรู้ลักษณะการทำงานและปรับตัวให้เข้ากับมัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก “ระบบความปลอดภัยรถยนต์” เหล่านี้ได้อย่างเต็มที่และมั่นใจ

สรุป: กระบะคู่ใจสำหรับทุกคนในปี 2025

จากการพิจารณาทั้งหมด Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 MAXFORCE ในปี 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งและน่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถกระบะที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน หากคุณกำลังมองหา “รถกระบะใช้งาน” ที่เน้นความอเนกประสงค์ ดูแลรักษาง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีสมรรถนะที่ดีเยี่ยม เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรใหม่นี้ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว

ด้วยอัตราเร่งที่น่าพอใจ การส่งกำลังที่นุ่มนวล และ “อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน Isuzu” ที่ทำได้จริงถึง 14.4 กม./ลิตร ทำให้ D-Max Hi-Lander ไม่เป็นเพียงแค่ “รถกระบะสำหรับครอบครัว” หรือ “รถกระบะทำงาน” เท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะลุยไปกับคุณในทุกๆ สถานการณ์ ความทนทานที่เป็นเอกลักษณ์ของ Isuzu พร้อมกับ “ค่าบำรุงรักษา Isuzu” ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถกระบะรุ่นนี้ยังคงครองใจผู้ใช้งานมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

แม้จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยในเรื่องของช่วงล่างสำหรับผู้ที่เน้นการขับขี่แบบสปอร์ตจัด หรือระบบ ADAS ที่ต้องอาศัยการปรับตัวในสภาพจราจรไทย แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE คือ “รถยนต์ใหม่ 2025” ที่ยังคงคุณค่าดั้งเดิมของรถกระบะ Isuzu ไว้ได้อย่างครบถ้วน นั่นคือความคุ้มค่า ความทนทาน และความเชื่อมั่นที่ผู้ใช้งานมอบให้มาโดยตลอด

ก้าวสู่ประสบการณ์จริงกับ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE

หลังจากที่เราได้เจาะลึกทุกแง่มุมของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 MAXFORCE, สมรรถนะการขับขี่, ช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์, ไปจนถึงระบบความปลอดภัยอันทันสมัย หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังพิจารณา “ซื้อรถกระบะ” ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมความประหยัดและค่าบำรุงรักษาที่สบายกระเป๋า “Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE” คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม

อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างและพิสูจน์ความคุ้มค่าด้วยตัวคุณเอง เราขอเชิญชวนคุณเยี่ยมชมโชว์รูม Isuzu ทั่วประเทศ เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “โปรโมชั่น Isuzu D-Max” พิเศษ และทดลองขับ “รถกระบะ Isuzu D-Max Hi-Lander” รุ่นนี้ เพื่อให้คุณมั่นใจว่านี่คือ “รถกระบะตัวท็อป” ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทุกเส้นทางชีวิตของคุณได้อย่างลงตัว

Previous Post

[ตอนที่ 2] 036T1020 AB022 ผลของการ เอาเปรียบลูกน้อง

Next Post

[ตอนที่ 2] 038T1020 AB024 รักไม่มีข้อแม้ ขอแค่เป็นเธอ

Next Post

[ตอนที่ 2] 038T1020 AB024 รักไม่มีข้อแม้ ขอแค่เป็นเธอ

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.