• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 056T1020 AB042 พี่น้องตอนลำบาก อย่าหวังพึ่งใคร

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ในปี 2025: กระบะตัวเลือกที่ยังคงน่าจับตาสำหรับผู้ใช้งานจริง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ที่คลุกคลีกับรถกระบะมานานกว่าทศวรรษ ผมสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถกระบะไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ ที่ความต้องการของผู้บริโภคมีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความแกร่ง หรือการบรรทุกหนักอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงสมรรถนะที่ตอบสนองการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ความประหยัดน้ำมัน เทคโนโลยีความปลอดภัย และความสะดวกสบายที่เทียบเท่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล ท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้าและรถกระบะไฮบริดที่เริ่มเข้ามามีบทบาท “รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และค่าบำรุงรักษาที่คุ้มค่า และหนึ่งในผู้เล่นตัวฉกาจที่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำมาอย่างยาวนานอย่าง Isuzu D-Max ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ใหม่นี้ พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 MAXFORCE E-VGS ที่เปิดตัวออกมา ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดปัจจุบัน และนี่คือการวิเคราะห์เจาะลึกจากประสบการณ์ตรงของผมหลังจากการใช้งานจริงเกือบ 20,000 กิโลเมตร

มิติและดีไซน์: ความลงตัวของรูปทรงที่ใช้งานได้จริงในยุค 2025

เมื่อพูดถึง Isuzu D-Max สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง บึกบึน แต่ก็ยังคงความทันสมัย ซึ่งในรุ่น Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 นี้ ก็ยังคง DNA ดังกล่าวไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยมิติตัวถังที่ลงตัวที่ความยาว 5,265 มิลลิเมตร กว้าง 1,870 มิลลิเมตร และสูง 1,790 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,125 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) ที่ 240 มิลลิเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลทางเทคนิค แต่สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นการใช้งานจริงได้อย่างยอดเยี่ยม การดีไซน์ภายนอกยังคงความเฉียบคม ดุดัน ด้วยกระจังหน้าและชุดไฟหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ Isuzu Hi-Lander ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัยไปพร้อมกัน ไฟหน้า Bi-LED Projector พร้อม Daytime Running Light แบบ Light Guiding ให้ความสว่างที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความปลอดภัยในการขับขี่ระยะไกลในยามค่ำคืน

ภายในห้องโดยสารของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ยังคงเน้นความกว้างขวางและความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า ช่วยให้หาตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมได้ง่าย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่จับถนัดมือช่วยให้ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปี 2025 ต้องมี ทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด แม้ว่าวัสดุภายในบางส่วนอาจจะยังไม่เทียบเท่ารถยนต์นั่งพรีเมียม แต่ด้วยความทนทานและความง่ายในการทำความสะอาด ก็ถือว่าเหมาะสมกับการใช้งานของรถกระบะในตลาดไทย ที่สำคัญคือห้องโดยสารด้านหลังของ CAB4 ที่ยังคงกว้างขวาง นั่งสบายสำหรับผู้โดยสาร 2-3 คนในระยะทางไกล ไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งตอบโจทย์การเป็น “รถกระบะครอบครัว” ได้เป็นอย่างดี

หัวใจสำคัญ: เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 MAXFORCE E-VGS ที่พิสูจน์แล้ว

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 น่าจับตามองอย่างมากคือการนำเสนอเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ รหัส RZ4F-TC ขนาด 2.2 ลิตร (2,164 ซีซี.) แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบครีบ E-VGS และ Intercooler/Electronic Wastegates ที่ให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,600 – 2,400 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วงรอบที่ใช้งานบ่อยที่สุดในการขับขี่จริง การจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Sequential Shift พร้อม Manual Mode +/- และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ถือเป็นการยกระดับสมรรถนะของ D-Max อย่างเห็นได้ชัด

จากการทดสอบใช้งานจริงบนระยะทางเกือบ 20,000 กิโลเมตร ทั้งในเมือง นอกเมือง และการเดินทางไกล ผมต้องยอมรับว่า “สมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล” 2.2 ลิตรใหม่นี้ สร้างความประทับใจได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือ “อัตราเร่ง Isuzu” ที่ตอบสนองได้ทันใจกว่าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง หรือการเร่งแซงบนถนนสองเลนที่ต้องการพละกำลังและความรวดเร็ว เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรก็สามารถพาตัวรถทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่มาในรอบต่ำทำให้รู้สึกถึงพละกำลังที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ไม่ต้องเค้นเครื่องยนต์มากนัก ช่วยลดความเครียดในการขับขี่ได้มาก

นอกจากเรื่องพละกำลังแล้ว “เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด” ลูกใหม่นี้ก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ให้นุ่มนวลและราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว ไม่รู้สึกถึงอาการกระตุกหรือรอรอบเหมือนเกียร์รุ่นเก่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ทางไกลที่ความเร็วสูง การเปลี่ยนเกียร์มีความต่อเนื่อง ทำให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วงที่เหมาะสมอยู่เสมอ ส่งผลให้ “อัตราสิ้นเปลือง Isuzu D-Max 2025” ทำได้ดีเกินคาด แม้ว่าจะมีบางจังหวะในการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำ อาจจะยังพอรู้สึกถึงอาการกระตุกเพียงเล็กน้อยบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก และแทบไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในด้านความประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ “รถกระบะประหยัดน้ำมัน” ในยุคนี้ จากการทดสอบใช้งานจริงบนเส้นทางผสมผสาน ผมสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้ถึง 14.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถกระบะที่มีขนาดและสมรรถนะระดับนี้ นี่แสดงให้เห็นว่า Isuzu สามารถผสานพละกำลังเข้ากับประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การรองรับน้ำมันดีเซล B20 และระบบ DPF (Diesel Particulate Filter) Regeneration ที่ช่วยทำความสะอาดคราบเขม่า ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Isuzu ในการตอบรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ “บำรุงรักษาเครื่องยนต์” มีความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ช่วงล่าง: จุดยืนที่แตกต่างและความคุ้มค่าในการดูแล

เรื่องของช่วงล่าง เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มักจะถูกหยิบยกมาพูดถึงสำหรับรถกระบะ Isuzu มาโดยตลอด และในรุ่น Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 นี้ ก็ยังคงมีบุคลิกที่ชัดเจนในแบบฉบับของ Isuzu นั่นคือ “ช่วงล่าง Isuzu D-Max” ที่เน้นความนุ่มนวลและซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคู่แข่งบางรายที่เน้นความสปอร์ตและความหนึบในการเข้าโค้งมากกว่า

จากการทดสอบขับขี่จริง ผมเห็นด้วยว่าในย่านความเร็วต่ำและปานกลาง ช่วงล่างของ D-Max ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและสบาย ถือเป็น “รถกระบะนุ่มนวล” ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและถนนที่มีสภาพไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้โดยสารจะรู้สึกสบาย ไม่กระด้าง เหมาะสำหรับการเป็น “รถกระบะครอบครัว” ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากบนทางหลวง หรือเมื่อต้องเปลี่ยนเลนกระทันหัน อาจจะรู้สึกได้ว่าตัวรถมีอาการโยนตัวเล็กน้อย และต้องใช้การควบคุมพวงมาลัยที่ประณีตขึ้น ซึ่งสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการขับขี่รถกระบะมาโดยตลอด อาจจะรู้สึกว่าสามารถรับได้ เพราะการออกแบบช่วงล่างของ Isuzu มุ่งเน้นไปที่การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการบรรทุกสัมภาระและการขับขี่ที่เน้นความสบายเป็นหลัก

แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปและเป็นจุดแข็งที่สำคัญของ Isuzu คือ “ค่าบำรุงรักษา Isuzu D-Max” ที่คุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ อะไหล่ช่วงล่างของ Isuzu มีราคาที่สมเหตุสมผลและหาได้ง่าย ตัวอย่างเช่น โช้คอัพทั้ง 4 ต้น มีราคาไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับรถกระบะแบรนด์อื่นๆ ในตลาด ทำให้การ “บำรุงรักษารถ Isuzu ราคาถูก” และไม่เป็นภาระกับเจ้าของรถในระยะยาว นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถกระบะใช้งานหนัก” หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ระบบเบรกยังให้ความมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าและดรัมเบรกหลัง พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS และ EBD ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีและความปลอดภัย: ก้าวสำคัญและโจทย์ท้าทาย

ในยุค 2025 “ระบบความปลอดภัย Isuzu D-Max” ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก และ Isuzu ก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Isuzu ในการนำเทคโนโลยีความปลอดภัยมาสู่รถกระบะ

ระบบ ADAS ที่ติดตั้งมาประกอบด้วย:
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Forward Collision Warning with Autobrake): ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการชนท้ายรถคันหน้า โดยจะส่งสัญญาณเตือนและเบรกอัตโนมัติหากตรวจพบความเสี่ยง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control): ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning): เตือนผู้ขับขี่เมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ: เช่น ช่วยเบรกเมื่อมีรถตัดหน้า หรือคนเดินเท้า
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบเตือนขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert): เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและการถอยจอด

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การใช้งานจริงในสภาพการจราจรของประเทศไทย ผมต้องยอมรับว่าระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้าพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (FCW with Autobrake) ยังมี “โจทย์ท้าทาย” ที่ต้องปรับปรุงในเรื่องของการปรับตั้งความไวและการทำงานในบางสถานการณ์ มีบางครั้งที่ระบบทำการเบรกอัตโนมัติอย่างรุนแรง ทั้งที่รถคันหน้ายังไม่หยุดนิ่ง หรือมีรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดตามสภาพการจราจรในเมืองไทย ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ตกใจและอาจเกิดความเสี่ยงต่อการถูกชนท้ายได้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ผมได้พูดคุยด้วยมักเลือกที่จะปิดระบบนี้เมื่อขับขี่ในเมือง หรือปรับตั้งค่าให้มีความไวน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Isuzu อาจจะต้องนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงการทำงานของ “กล้องสเตอริโอ 3D” และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่และสภาพถนนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

แต่กระนั้น Isuzu D-Max ก็ยังมี “เทคโนโลยี Isuzu D-Max” และระบบความปลอดภัยพื้นฐานอื่นๆ ที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (BA), ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) รวมถึงถุงลมนิรภัยหลายตำแหน่ง ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่และการเชื่อมต่อที่ครบครัน ก็ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบายและเพลิดเพลิน

ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ: มากกว่าแค่รถกระบะ

การเลือกซื้อรถกระบะในยุค 2025 ไม่ได้มองแค่สมรรถนะในวันแรกที่ขับออกจากโชว์รูมเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ” ตลอดอายุการใช้งาน และนี่คือสิ่งที่ Isuzu D-Max ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานและโดดเด่นในตลาด
ความทนทาน Isuzu: แบรนด์ Isuzu มีชื่อเสียงในเรื่องของความทนทานและเชื่อถือได้มาโดยตลอด รถกระบะ Isuzu ถูกออกแบบมาให้ใช้งานหนัก และสามารถลุยไปได้ในทุกสภาพถนน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ใช้งานจริงในประเทศไทย
ศูนย์บริการ Isuzu: เครือข่ายศูนย์บริการของ Isuzu นั้นครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้การเข้ารับบริการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมด้วยอะไหล่ที่หาง่ายและราคาไม่แพง
ราคาขายต่อ Isuzu D-Max: หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญคือ “ราคาขายต่อ Isuzu D-Max” ที่ยังคงรักษามูลค่าได้ดีกว่าคู่แข่งหลายรายในตลาด ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในแบรนด์ ความทนทาน และค่าบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล ทำให้เจ้าของมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนรถ จะไม่ขาดทุนมากนัก
ค่าใช้จ่ายรถกระบะ: โดยรวมแล้ว Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ถือเป็นรถกระบะที่ให้ความคุ้มค่าด้าน “ค่าใช้จ่ายรถกระบะ” ตลอดอายุการใช้งาน ทั้งจากความประหยัดน้ำมัน “อะไหล่ Isuzu ราคาถูก” และค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง ทำให้เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มองหารถกระบะที่ใช้งานได้ยาวนานและประหยัดงบประมาณ

สรุป: Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 ตัวเลือกที่ยังคงแข็งแกร่ง

หลังจากได้สัมผัสและทดสอบ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 อย่างใกล้ชิดบนระยะทางเกือบ 20,000 กิโลเมตร ผมสามารถสรุปได้ว่านี่คือรถกระบะที่ยังคงรักษาจุดแข็งเดิมๆ ของ Isuzu ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกับยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วย “เครื่องยนต์ Isuzu D-Max 2.2” ที่ให้ทั้งพละกำลังที่ตอบสนองได้ทันใจและ “อัตราสิ้นเปลือง Isuzu D-Max 2025” ที่น่าประทับใจ รวมถึง “ค่าบำรุงรักษา Isuzu D-Max” ที่ยังคงเป็นมิตรกับกระเป๋าของเจ้าของ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถกระบะยอดนิยม” ในปี 2025 ที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ต้องการความทนทาน ดูแลรักษาง่าย และให้ความคุ้มค่าในระยะยาว Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 คันนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน แม้ว่าระบบ ADAS อาจจะยังต้องมีการปรับปรุงในเรื่องความแม่นยำและการตั้งค่าให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรในบ้านเรา และช่วงล่างอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความหนึบแน่นสไตล์สปอร์ต แต่ภาพรวมแล้ว นี่คือรถกระบะที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเป็น “รถกระบะอเนกประสงค์” สำหรับครอบครัว การใช้งานเชิงพาณิชย์ หรือแม้แต่การเดินทางท่องเที่ยว

หากคุณกำลังพิจารณา “รีวิว Isuzu D-Max 2025” เพื่อประกอบการตัดสินใจ และกำลังมองหารถกระบะที่ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความประหยัด ความสบาย และความคุ้มค่า Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

หากคุณกำลังมองหารถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในยุค 2025 ด้วยสมรรถนะที่ไว้วางใจได้ ค่าบำรุงรักษาที่คุ้มค่า และเทคโนโลยีที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE 2.2 คันนี้สมควรอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ ของคุณอย่างแน่นอน อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันยอดเยี่ยมด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมอีซูซุใกล้บ้านวันนี้!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 055T1020 AB041 ผู้หญิงคนนี้เหรอ เจ้านายอยากให้ไปทำงานด้วย

Next Post

[ตอนที่ 2] 057T1020 AB043 ตกงานเพราะเฟรนช์ฟรายส์จานเดียว

Next Post

[ตอนที่ 2] 057T1020 AB043 ตกงานเพราะเฟรนช์ฟรายส์จานเดียว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.