• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 065T1020 AB051 หัวหน้าสั่งกลบความผิด แต่คนงานไม่ยอม

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ปี 2025: กระบะตัวจริงในยุคสมัยที่พลิกผัน ความคุ้มค่าที่ยังคงโดดเด่น?

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถกระบะมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่กระแสของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และความผันผวนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรใหม่ ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตา และเป็นตัวเลือกที่หลายคนยังคงให้ความสนใจ ด้วยความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และการปรับปรุงที่มุ่งเน้นตอบโจทย์การใช้งานจริง บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ในเวอร์ชันปี 2025 ว่ามีดีจริงหรือไม่ คุ้มค่ากับการลงทุนในยุคปัจจุบันเพียงใด และจะยังคงยืนหนึ่งในใจผู้ใช้งานได้อย่างไร

ตลาดรถกระบะปี 2025: โจทย์ที่ไม่ง่ายสำหรับทุกคน

ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงสมรรถนะหรือราคา แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยี, ระบบความปลอดภัย, การประหยัดพลังงาน, และที่สำคัญคือ “ภาพลักษณ์” ในสายตาผู้บริโภค ตลาดกระบะเองก็ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของกระบะไฟฟ้าในบางเซกเมนต์ ความต้องการที่หลากหลายขึ้น และการให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถ (Total Cost of Ownership) มากขึ้นกว่าเดิม Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE จึงต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่ายังคงเป็น “ตัวเลือกอันดับต้นๆ” สำหรับผู้ที่มองหารถกระบะที่ใช้งานได้จริง บำรุงรักษาง่าย และมีความคุ้มค่าสูงสุด

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE: ตำแหน่งแห่งความคุ้มค่า

D-Max Hi-Lander รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นกระบะยกสูง 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่เน้นความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานส่วนตัวและเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก กลุ่มเป้าหมายยังคงเป็นผู้ประกอบการ เกษตรกร หรือครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการรถที่แข็งแกร่ง ทนทาน และเชื่อถือได้ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด ทำให้ Isuzu ยังคงรักษาฐานลูกค้าเก่าได้อย่างเหนียวแน่น และดึงดูดลูกค้าใหม่ที่มองหา “ความคุ้มค่าระยะยาว”

สำหรับรุ่นที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้คือ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ในรุ่นย่อย ZP ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว ด้วยค่าตัว ณ ปัจจุบัน (อ้างอิงราคาเปิดตัว) อยู่ที่ประมาณ 1,064,000 บาท ซึ่งต้องถือว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ได้รับ

มิติตัวถัง: ใหญ่กำลังดี พร้อมลุยทุกเส้นทาง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถกระบะได้รับความนิยมคือขนาดและมิติที่สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE มีมิติตัวถังที่สมดุลและใช้งานได้จริงในสภาพถนนของประเทศไทย:

ยาว: 5,265 มิลลิเมตร
กว้าง: 1,870 มิลลิเมตร
สูง: 1,790 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,125 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 240 มิลลิเมตร

ด้วยระยะฐานล้อที่ยาว ช่วยให้การทรงตัวบนความเร็วสูงทำได้ดีขึ้น ขณะที่ความกว้างและความสูงกำลังดี ทำให้ภายในห้องโดยสารโปร่งโล่งไม่อึดอัด ระยะต่ำสุดถึงพื้นที่ 240 มิลลิเมตร ถือเป็นจุดเด่นของกระบะยกสูง ทำให้การขับขี่ผ่านอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ หรือการลุยน้ำท่วมขังในบางโอกาสเป็นไปได้อย่างไร้กังวล เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในต่างจังหวัด หรือแม้แต่ในเมืองที่มีการก่อสร้างถนนเป็นประจำ มิติเหล่านี้ยังเอื้อต่อการบรรทุกสัมภาระ หรือการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ทำให้รถดูเทอะทะจนเกินไปเมื่อขับขี่ในเมืองใหญ่

หัวใจใหม่แห่งพลัง: เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 MAXFORCE E-VGS ที่พิสูจน์แล้ว

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ใหม่ รหัส RZ4F-TC ดีเซล 2.2 MAXFORCE E-VGS ที่มาแทนที่เครื่องยนต์ 1.9 ลิตรในบางรุ่นย่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนตั้งคำถามและรอคอยการพิสูจน์ เครื่องยนต์บล็อกนี้มีความน่าสนใจดังนี้:

ขนาด: 2.2 ลิตร (2,164 ซีซี)
รูปแบบ: 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection
ระบบอัดอากาศ: เทอร์โบแปรผันแบบครีบ E-VGS และ Intercooler / Electronic Wastegates
พละกำลังสูงสุด: 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,400 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Sequential Shift พร้อม Manual Mode (+ -)
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อ
เชื้อเพลิง: รองรับน้ำมันดีเซล B20
ระบบบำบัดไอเสีย: DPF (Diesel Particulate Filter Regeneration) ทำความสะอาดคราบเขม่า

จากประสบการณ์การใช้งานจริงและติดตามผลมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเปิดตัว เครื่องยนต์ 2.2 MAXFORCE E-VGS ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ปัญหาจุกจิกที่มักพบในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็อยู่ในระดับที่จัดการได้และได้รับการดูแลจากศูนย์บริการอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีนี้

สมรรถนะและการขับขี่: ตอบสนองฉับไว ประหยัดอย่างลงตัว

สำหรับการทดสอบขับขี่ในสภาพการใช้งานจริง ตั้งแต่การเดินทางไกลข้ามจังหวัด ไปจนถึงการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร MAXFORCE แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นที่ชัดเจน คือ อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม หากเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรเดิม จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องของความกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะเร่งแซง ทั้งในเมืองและนอกเมือง การตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้อย่างทันใจ ไม่ต้องรอรอบนาน ทำให้การขับขี่มีความมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะใหม่ ถือเป็นการอัปเกรดที่สำคัญ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลและต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวง การไต่ระดับความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งความสบายในการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบใช้งานในเมืองที่มีการจราจรติดขัด และต้องใช้ความเร็วต่ำบ่อยครั้ง ผมพบว่ามีบางจังหวะที่การเปลี่ยนเกียร์ในความเร็วต่ำอาจมีอาการกระตุกเล็กน้อย ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่สามารถปรับปรุงได้ แต่โดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานหลัก

หนึ่งในจุดที่ Isuzu มุ่งเน้นคือ ความประหยัดน้ำมัน ซึ่งเครื่องยนต์ 2.2 MAXFORCE E-VGS ก็ทำได้ดีไม่แพ้เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร จากการทดสอบในสภาวะการใช้งานจริง โดยมีการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง ตัวเลขที่ได้คือประมาณ 14.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นอัตราสิ้นเปลืองที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถกระบะขนาดนี้ และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Isuzu D-Max ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวน ตัวเลขนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

ช่วงล่าง: นุ่มนวลตามสไตล์ Isuzu พร้อมความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา

เมื่อพูดถึงช่วงล่างของ Isuzu หลายท่านอาจมีความเห็นที่หลากหลาย และหากเทียบกับคู่แข่งบางรายในตลาด Isuzu อาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีช่วงล่างค่อนข้างนุ่มนวลกว่า ซึ่งเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ ในความเร็วต่ำ ช่วงล่างของ D-Max Hi-Lander จะให้ความรู้สึกเด้งนุ่ม ให้ความสบายในการโดยสาร ส่วนในความเร็วสูงมากๆ อาจจะมีความรู้สึก “ลอยๆ” เล็กน้อย ซึ่งผู้ขับขี่ต้องใช้การควบคุมที่แม่นยำขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผมในฐานะผู้มีประสบการณ์ยาวนาน มองว่าการออกแบบช่วงล่างของ Isuzu นั้นมีปรัชญาที่ชัดเจน คือเน้นไปที่ ความนุ่มนวล ความสบายในการใช้งาน และความทนทานสำหรับการบรรทุก ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลักได้อย่างดีเยี่ยม หากคุณเป็นผู้ที่ขับขี่รถกระบะมาโดยตลอด หรือเน้นการใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เน้นการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากนัก คุณจะรู้สึกว่าช่วงล่างของ Isuzu นั้น “รับได้” และให้ความสบายในการเดินทางที่ดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น จุดแข็งที่หลายคนอาจมองข้ามไปและเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรถคือ อะไหล่ช่วงล่างของ Isuzu นั้นมีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่ง การบำรุงรักษาในระยะยาวจึงไม่ได้เป็นภาระหนักสำหรับเจ้าของรถ ยกตัวอย่างเช่น โช้คอัพทั้ง 4 ต้น อาจมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นอย่างยิ่งในเรื่อง Total Cost of Ownership และทำให้ Isuzu D-Max เป็นรถที่ “เลี้ยงดูง่าย” ในระยะยาว หากคุณต้องการช่วงล่างที่เฟิร์มขึ้นสำหรับสมรรถนะที่สปอร์ตขึ้น การปรับแต่งเพิ่มเติมในตลาด aftermarket ก็มีตัวเลือกให้เลือกมากมายและทำได้ง่าย

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS: ก้าวแรกสู่ความปลอดภัยที่ต้องปรับจูน

Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่ใช้กล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับ Isuzu และเป็นความพยายามที่จะยกระดับความปลอดภัยให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง เทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึงระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autobrake)

จากการใช้งานจริง ผมพบว่าในบางสถานการณ์ ระบบแจ้งเตือนและการเบรกอัตโนมัติอาจยังไม่สมบูรณ์แบบนักในสภาพการจราจรของประเทศไทย ตัวอย่างเช่น ในบางครั้งรถอาจมีการเบรกเองอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่สถานการณ์ด้านหน้ายังไม่ได้เสี่ยงต่อการชนโดยตรง หรือมีระยะห่างที่เพียงพอ ซึ่งอาจสร้างความตกใจให้ผู้ขับขี่และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากรถคันหลังได้ นอกจากนี้ ด้วยลักษณะการขับขี่ของคนไทยที่มีการเปลี่ยนเลนตัดหน้าบ่อยครั้ง ระบบเหล่านี้บางครั้งอาจมีการแจ้งเตือนหรือทำงานผิดพลาด ทำให้ผู้ขับขี่บางรายเลือกที่จะปิดระบบดังกล่าวเพื่อความสะดวกและความสบายใจในการขับขี่

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อด้อยของเทคโนโลยีโดยรวม แต่เป็นความท้าทายในการปรับจูนระบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ผมเชื่อว่า Isuzu จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาและปรับปรุงระบบ ADAS ให้มีความแม่นยำและเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์รถยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

ห้องโดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวก: เน้นใช้งานได้จริง ไม่ซับซ้อน

ภายในห้องโดยสารของ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ยังคงเน้นความเรียบง่าย ใช้งานง่าย และทนทาน เบาะนั่งออกแบบมาให้รองรับสรีระได้ดีสำหรับการเดินทางระยะไกล วัสดุภายในเลือกใช้พลาสติกคุณภาพดีที่ทนทานต่อการใช้งานหนักและทำความสะอาดง่าย ซึ่งตอบโจทย์การเป็นรถกระบะได้อย่างแท้จริง ระบบอินโฟเทนเมนต์มาพร้อมหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน ปุ่มควบคุมต่างๆ จัดวางในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน แอร์อัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร

สำหรับ CAB4 ซึ่งเป็นแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง เบาะหลังมีพื้นที่จำกัด แต่ก็ยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้ในระยะทางสั้นๆ หรือใช้เป็นพื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมจากกระบะท้าย ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับครอบครัวขนาดเล็กหรือผู้ที่ต้องการพื้นที่เก็บของภายในรถ

ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ: ความคุ้มค่าที่ Isuzu ให้มาเสมอ

นอกเหนือจากตัวรถแล้ว ประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ Isuzu คืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้ยังคงครองใจผู้ใช้งานชาวไทยมาอย่างยาวนาน

ความน่าเชื่อถือและความทนทาน: Isuzu มีชื่อเสียงโดดเด่นเรื่องความทนทาน ใช้งานหนักได้หายห่วง ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกร
ค่าบำรุงรักษาที่จับต้องได้: อย่างที่กล่าวไปแล้วเรื่องอะไหล่ที่ราคาไม่แพง รวมถึงค่าบริการที่สมเหตุสมผล ทำให้ Isuzu D-Max เป็นรถที่ “ประหยัดค่าใช้จ่าย” ในระยะยาว ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งยากจะตามทัน
ราคาขายต่อที่ดี: Isuzu D-Max ยังคงเป็นรถกระบะที่มีราคาขายต่อค่อนข้างแข็งแกร่งในตลาดรถมือสอง ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมและความเชื่อมั่นในคุณภาพของตัวรถ
เครือข่ายศูนย์บริการ: Isuzu มีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้การเข้ารับบริการหลังการขายเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน

บทสรุปจากประสบการณ์กว่าสิบปี: Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ปี 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ที่ติดตามตลาดมาอย่างยาวนาน ผมสามารถสรุปได้ว่า Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ปี 2025 ยังคงเป็นรถกระบะที่ “มีดีจริง” และเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนี้

แม้ว่าตลาดรถกระบะในปี 2025 จะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ก็ยังคงยืนหยัดด้วยปรัชญาที่แข็งแกร่ง นั่นคือ การมอบความคุ้มค่าสูงสุด การใช้งานที่ง่ายดาย และความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์แล้ว เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร MAXFORCE E-VGS ตอบสนองการขับขี่ได้ดี ให้ทั้งพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน และความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะในปัจจุบัน ช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลอาจไม่ใช่สไตล์ที่ทุกคนชื่นชอบ แต่ก็มอบความสบายในการเดินทาง และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ Isuzu D-Max ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่าในระยะยาวสำหรับผู้ที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายโดยรวม ระบบ ADAS ที่มีมาให้ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ดี แม้จะต้องมีการปรับจูนเพิ่มเติมในอนาคต แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Isuzu ในการยกระดับความปลอดภัย

หากคุณกำลังมองหารถกระบะคู่ใจในปี 2025 ที่เน้นการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวัน, การขนส่งสินค้า, หรือการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับความทนทาน, ความประหยัดน้ำมัน, ค่าบำรุงรักษาที่สมเหตุสมผล และราคาขายต่อที่ดีเยี่ยม Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยประสบการณ์จริงที่ผมได้สั่งสมมา ผมมั่นใจว่ารถคันนี้จะยังคงเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ที่จะพาคุณก้าวผ่านทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง

อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันยอดเยี่ยม!

เพื่อพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองว่า Isuzu D-Max Hi-Lander CAB4 MAXFORCE ปี 2025 ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้อย่างไร เราขอเชิญชวนให้คุณติดต่อผู้จำหน่าย Isuzu ใกล้บ้าน เพื่อขอทดลองขับและปรึกษาเงื่อนไขการเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นพิเศษ, การจัดไฟแนนซ์รถกระบะที่ยืดหยุ่น หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์กระบะ ที่เหมาะสมกับคุณ การตัดสินใจซื้อรถกระบะคุณภาพเยี่ยมในวันนี้ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของคุณอย่างแน่นอน!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 064T1020 AB050 เมื่อเจ้าของร้าน ไม่เห็นค่าพนักงาน

Next Post

[ตอนที่ 2] 066T1020 AB052 ทำไมรับพนักงานที่เดินไม่ได้เข้าทำงาน

Next Post

[ตอนที่ 2] 066T1020 AB052 ทำไมรับพนักงานที่เดินไม่ได้เข้าทำงาน

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.