Toyota Yaris ATIV HEV 2025: นิยามใหม่แห่ง B-Segment Sedan พร้อมช่วงล่างเหนือชั้นที่สุดในคลาส
ในโลกของยานยนต์ปี 2025 ที่ความคาดหวังของผู้บริโภคไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของดีไซน์หรือสมรรถนะเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความประหยัดน้ำมัน การรักษาสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป การมาถึงของ Toyota Yaris ATIV HEV (ไฮบริด) จึงไม่ใช่แค่การเติมเต็มช่องว่างในตลาด แต่เป็นการปฏิวัติมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (B-Segment) อย่างแท้จริง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการรถยนต์มากว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่านี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่โตโยต้าได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์ที่ “เหนือกว่า” ในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “ช่วงล่าง” ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถันจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอย่างไม่เคยมีมาก่อน
การเปิดตัวที่สร้างปรากฏการณ์: Toyota Yaris ATIV HEV 2025
หลังจากที่ Toyota Yaris ATIV รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายด้วยยอดขายที่แซงหน้าคู่แข่งมาโดยตลอด โตโยต้าก็ไม่รอช้าที่จะต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวรุ่น HEV (Hybrid Electric Vehicle) สู่ตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2024 และพร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยได้สัมผัสอย่างเต็มตัวในปี 2025 นี้ ซึ่งมาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อยหลัก ได้แก่ HEV Premium และ HEV GR SPORT ซึ่งหลายท่านอาจมีคำถามว่า การมาของขุมพลังไฮบริดใน Yaris ATIV จะแตกต่างจากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรเดิมมากน้อยแค่ไหน และอะไรคือ “จุดเด่นที่แท้จริง” ที่ทำให้ Yaris ATIV HEV ไม่ใช่แค่รถไฮบริดทั่วไป? บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียดในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่ได้ทดสอบและสัมผัสรถคันนี้มาแล้วอย่างถ่องแท้
ราคาและการรับประกัน: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่าในตลาดรถยนต์ไฮบริดปี 2025
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คือ “ความคุ้มค่า” และ Toyota Yaris ATIV HEV ก็ตอบโจทย์ในจุดนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยราคาเปิดตัวที่ดึงดูดใจพร้อมข้อเสนอพิเศษในช่วงแนะนำ:
รุ่น HEV Premium: ราคาพิเศษ 719,000 บาท
รุ่น HEV GR SPORT: ราคาพิเศษ 769,000 บาท
โปรโมชั่นราคานี้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2025 หลังจากนั้นราคาจะปรับขึ้นรุ่นละ 10,000 บาท เป็น 729,000 – 779,000 บาท
การประกาศราคานี้ถือเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งมาก ทำให้ Toyota Yaris ATIV HEV เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดน้ำมันในปี 2025 นอกจากราคาที่เข้าถึงง่ายแล้ว สิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์ไฮบริดคือ “การรับประกัน” ซึ่งโตโยต้าได้มอบแพ็คเกจที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด: นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ยาวนานถึง 10 ปีโดยไม่จำกัดระยะทางนี้เองที่เป็น “กุญแจสำคัญ” ในการปลดล็อคความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริด ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีและคุณภาพของระบบไฮบริดจากโตโยต้าที่ได้รับการพิสูจน์แล้วทั่วโลก
มิติตัวถังและการออกแบบ: ผสานความลงตัวเพื่อการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง
Toyota Yaris ATIV HEV ยังคงรักษาเสน่ห์ของรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวไว้ได้อย่างครบถ้วน พร้อมกับมิติตัวถังที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมือง และยังมอบความมั่นคงเมื่อต้องเดินทางไกล:
ยาว: 4,425 – 4,440 มิลลิเมตร
กว้าง: 1,740 มิลลิเมตร
สูง: 1,480 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,620 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 160 มิลลิเมตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 4.8 – 5.2 เมตร
ความจุถังน้ำมัน: 36 ลิตร
ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวกำลังดี ผสานกับรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ ทำให้ Yaris ATIV HEV สามารถตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ที่คล่องตัวในเมืองใหญ่ที่ต้องซอกแซกหาที่จอด หรือการกลับรถในพื้นที่จำกัด ไปจนถึงการให้ความมั่นคงในการเดินทางด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง ส่วนความจุถังน้ำมัน 36 ลิตร เมื่อผนวกกับอัตราประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลเป็นพิเศษต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับ “รถประหยัดน้ำมัน 2025” อย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญแห่งการเปลี่ยนแปลง: วิศวกรรมที่ซับซ้อนแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ
หลายคนอาจมองว่าการนำเครื่องยนต์ไฮบริดมาใส่ใน Yaris ATIV เป็นเพียงการเปลี่ยนขุมพลังเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โตโยต้าได้ทำการปรับแต่งและพัฒนาในรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่สั่งสมมายาวนาน
ขุมพลังไฮบริดอันทรงประสิทธิภาพ:
Yaris ATIV HEV ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์และระบบไฮบริดที่ใกล้เคียงกับ Toyota Yaris Cross ทำให้มีพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่จุดที่น่าสนใจคือ การปรับแต่งเชิงลึกที่ทำให้ได้ “อัตราสิ้นเปลือง Yaris ATIV HEV” ที่โดดเด่น:
การปรับแต่งการไหลเวียนของอากาศใหม่: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้
ปั๊มน้ำรุ่นใหม่: ช่วยเพิ่มการกักเก็บความร้อน ซึ่งส่งผลให้การจุดระเบิดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การจูนกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ใหม่ทั้งหมด: เพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด และดึงศักยภาพด้านความประหยัดออกมาได้สูงสุด แม้ไม่ได้เพิ่มแรงม้า แต่ประสิทธิภาพโดยรวมและอัตราประหยัดน้ำมันคือสิ่งที่ได้รับการยกระดับอย่างเห็นได้ชัด
โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น:
ด้วยน้ำหนักของระบบไฮบริดที่เพิ่มขึ้น โตโยต้าจึงไม่ได้ละเลยเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้าง ตัวถังในส่วนด้านหลังของ Yaris ATIV HEV ได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงและปรับปรุงจาก Yaris Cross ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง และยังมีการเสริมความแข็งแรงให้กับตัวถังในจุดต่างๆ เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น พร้อมมอบความปลอดภัยและเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งกว่าเดิม
การปรับจูนช่วงล่างที่เป็น “หัวใจหลัก” ของความแตกต่าง:
นี่คือจุดที่ผมเชื่อว่าเป็น “ไม้ตาย” และเป็นข้อพิสูจน์ว่าทำไม Toyota Yaris ATIV HEV โดยเฉพาะรุ่น GR SPORT จึงถูกยกให้เป็นรถที่มี “ช่วงล่างดีที่สุดในคลาส” อย่างแท้จริง น้ำหนักของรถที่เพิ่มขึ้นประมาณ 100 กิโลกรัมในรุ่น Premium และ 120 กิโลกรัมในรุ่น GR SPORT เป็นความท้าทายที่วิศวกรของโตโยต้าได้นำมาออกแบบและปรับจูนช่วงล่างใหม่ทั้งหมด ทั้งโช้คอัพและสปริง โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองรุ่นย่อย:
HEV Premium: เน้นความนุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ให้การขับขี่ที่สบาย เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางที่เน้นความผ่อนคลาย
HEV GR SPORT: ปรับจูนให้มีความกระชับและสปอร์ตยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมปรับจูนน้ำหนักพวงมาลัยให้ตอบสนองได้เฉียบคมและแม่นยำ มอบความมั่นใจในการเข้าโค้งและการควบคุมที่ความเร็วสูง นี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สนุกสนานและมั่นใจจะหลงรักในทันที
ประสบการณ์หลังพวงมาลัย: กรุงเทพฯ – ระยอง – พัทยา กับ Yaris ATIV HEV 2025
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะที่เปลี่ยนแปลงไป โตโยต้าได้จัดให้มีการทดสอบ Yaris ATIV HEV บนเส้นทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ความแออัดของกรุงเทพฯ ไปจนถึงถนนที่โล่งสบายของระยองและพัทยา ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสถึงความแตกต่างของทั้งสองรุ่นย่อยอย่างเต็มที่
สัมผัสแรกกับ GR SPORT: ความสปอร์ตที่มาพร้อมความมั่นใจ
การเริ่มต้นทดสอบด้วยรุ่น HEV GR SPORT ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากรุ่น 1.2 ลิตรตั้งแต่ยังไม่ทันสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อได้นั่งในตำแหน่งผู้โดยสาร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ “การเก็บอาการ” ของช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นหลุมบ่อเล็กๆ น้อยๆ หรือรอยต่อถนนที่ไม่เรียบ Yaris ATIV HEV GR SPORT ก็สามารถจัดการได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคง จนแทบไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนที่ส่งเข้ามาในห้องโดยสารเลยทีเดียว แม้โตโยต้าจะแจ้งว่ารุ่นนี้มีการปรับจูนให้มีความแข็งกระด้างมากที่สุด แต่ในฐานะผู้โดยสารกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย กลับกันคือรู้สึกถึงความแน่น กระชับ และความมั่นคงที่น่าประทับใจ
เมื่อสลับมาเป็นผู้ขับขี่ที่ระยอง ความรู้สึกยิ่งชัดเจนขึ้น ผมสัมผัสได้ทันทีถึง “ช่วงล่างรถยนต์ที่ดีที่สุด” ในคลาสของ Yaris ATIV HEV GR SPORT มันให้ความรู้สึกที่กระชับ หนึบ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยที่ได้รับการปรับจูนมาใหม่มีน้ำหนักกำลังดี ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและให้ความมั่นใจอย่างมากเมื่อใช้ความเร็วสูง การเปลี่ยนเลนกะทันหันหรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น Yaris ATIV HEV GR SPORT สามารถทำได้อย่างนิ่งและมั่นคง ราวกับกำลังขับรถที่อยู่ในเซกเมนต์ที่สูงกว่า
ชุดแต่ง GR SPORT: ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่เพิ่มสมรรถนะจริง
หนึ่งในสิ่งที่น่าประทับใจและเหนือความคาดหมายสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กคือ “ชุดแต่ง GR SPORT” ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่กลับมี “ฟังก์ชัน” ในการช่วยเรื่องการขับขี่อีกด้วย ในความเร็วที่เกิน 100 กม./ชม. ชุดแต่งรอบคันจะช่วยเพิ่มแรงกดอากาศ (Downforce) ได้ประมาณ 30% ทำให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองจินตนาการว่า เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. Yaris ATIV HEV GR SPORT จะให้ความรู้สึกที่ “นิ่ง” และ “มั่นคง” อย่างมาก แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรุ่น 1.2 ลิตร ที่ความเร็วเดียวกัน อาจจะรู้สึกถึงความไม่มั่นคงและต้องกำพวงมาลัยแน่นกว่า เพื่อประคองรถ นี่คือความแตกต่างที่ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเองและเป็นเครื่องยืนยันว่าการออกแบบของ GR SPORT ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับสมรรถนะการขับขี่โดยรวม
อัตราเร่งและอัตราประหยัดน้ำมัน: ความสมดุลที่ลงตัว
ในส่วนของอัตราเร่ง แม้ Yaris ATIV HEV จะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องความจัดจ้านแบบรถสปอร์ต แต่ก็ให้พละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์ ทั้งการเร่งแซงในเมืองหรือบนทางหลวง ซึ่งการออกแบบเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นนี้ เน้นไปที่ “รถประหยัดน้ำมัน 2025” อย่างแท้จริง ทำให้ตัวเลขความประหยัดคือจุดเด่นที่แท้จริง:
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในการใช้งานจริง: ทำได้ประมาณ 24-25 กิโลเมตร/ลิตร
หากขับขี่อย่างระมัดระวังและเน้นทำตัวเลข: สามารถทำได้สูงสุดถึง 32 กิโลเมตร/ลิตรเลยทีเดียว!
ตัวเลขเหล่านี้ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่งและเหนือกว่าที่โรงงานเคลมไว้ที่ 29.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งตอกย้ำว่า “เทคโนโลยีไฮบริด โตโยต้า” มีความก้าวหน้าและมอบประโยชน์ที่จับต้องได้จริงให้กับผู้บริโภคที่มองหา “รถยนต์ eco car hybrid” ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
HEV Premium: ความนุ่มนวลเพื่อทุกการเดินทาง
หลังจากสัมผัสความสปอร์ตของ GR SPORT แล้ว การเปลี่ยนมาขับขี่รุ่น HEV Premium ก็ทำให้เห็นถึงความแตกต่างที่โตโยต้าตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในเรื่องของเครื่องยนต์และระบบไฮบริดนั้น ไม่มีความแตกต่างจาก GR SPORT เลย ให้พละกำลังและอัตราประหยัดน้ำมันที่ใกล้เคียงกัน (อาจดีกว่าเล็กน้อยในรุ่น Premium เนื่องจากมีขนาดล้อที่เล็กกว่า)
แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ “ช่วงล่าง” รุ่น Premium ได้รับการปรับแต่งให้เน้นความนุ่มนวลเป็นพิเศษ สอดรับกับปรัชญาการขับขี่ที่เน้นความสบาย ผ่อนคลาย และไม่ต้องการความเร็วหรือความกระชับแบบสปอร์ต น้ำหนักพวงมาลัยที่เบากว่า ทำให้การบังคับควบคุมในเมืองเป็นไปอย่างง่ายดายและสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถเก๋งประหยัดน้ำมัน” ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางกับครอบครัว หรือผู้ที่ชื่นชอบความนุ่มนวลเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเน้นความนุ่มนวล แต่ช่วงล่างของ HEV Premium ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่ “ดีกว่า” และ “มั่นคงกว่า” รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร อย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยการปรับปรุงทั้งโช้คอัพและสปริงให้มีความหนืดและรองรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ทำให้การขับขี่มีคุณภาพที่เหนือกว่าเดิมมาก และในเรื่องของพละกำลัง ขุมพลังไฮบริดย่อมมอบการตอบสนองที่ดีกว่าอย่างแน่นอน ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย
สรุป: Toyota Yaris ATIV HEV 2025 – ทางเลือกที่หลากหลายและเหนือระดับ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เฝ้าติดตามเทคโนโลยีและการพัฒนามาโดยตลอด ผมมองว่า Toyota Yaris ATIV HEV 2025 คือรถยนต์ที่ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัวที่สุด ด้วยการปรับเซ็ตที่ละเอียดและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างสองรุ่นย่อย ทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือก “Yaris ATIV HEV ที่ใช่” สำหรับตัวเองได้:
ถ้าคุณเป็นสายสปอร์ต รักความกระชับ และต้องการความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ที่ความเร็วสูง พร้อมชุดแต่งที่เสริมสมรรถนะจริง: HEV GR SPORT คือคำตอบของคุณ
ถ้าคุณเน้นความนุ่มนวล ขับขี่สบาย ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และต้องการความคล่องตัวในเมือง: HEV Premium จะเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด สิ่งที่คุณจะได้รับคือ “อัตราประหยัดน้ำมัน” ที่เป็นจุดแข็งของ “รถยนต์โตโยต้า รุ่นใหม่” ในกลุ่มไฮบริด ซึ่งได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ความทนทานของ “Toyota Hybrid Technology” และ “อะไหล่” ที่หาได้ง่าย ไม่ต้องรอนาน ยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญที่สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานทุกคน
ในส่วนของข้อสังเกต แม้ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) จะมีมาให้ใช้งานในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องย้ำเตือนว่าผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและไม่ควรพึ่งพาระบบเหล่านี้ 100% ส่วนเรื่องของเครื่องเสียงในรุ่นท็อปที่มาจาก Pioneer นั้น ผมให้คะแนนว่า “พอฟังได้” อย่าคาดหวังคุณภาพระดับ Audiophile แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
การก้าวข้ามทุกข้อจำกัด สู่ความเป็นผู้นำใน B-Segment
Toyota Yaris ATIV HEV 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอัพเกรดเครื่องยนต์ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยรวมให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน ด้วยช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถันจนเป็น “ช่วงล่างดีสุดในคลาส” ผสานกับขุมพลังไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทำให้รถคันนี้เป็นมากกว่ายานพาหนะ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคต และเป็น “นิยามใหม่ของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก” ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้งานในยุค 2025 อย่างแท้จริง
ถึงเวลาที่คุณจะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยตัวคุณเอง!
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกยานยนต์ เข้าไปทดลองขับ Toyota Yaris ATIV HEV 2025 ทั้งรุ่น Premium และ GR SPORT ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ เพื่อค้นพบว่าทำไมรถคันนี้ถึงถูกยกให้เป็นผู้นำด้านสมรรถนะและช่วงล่างในกลุ่ม B-Segment พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด! การตัดสินใจของคุณในวันนี้ คือการลงทุนในอนาคตแห่งการขับขี่ที่ประหยัด ปลอดภัย และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า “เหนือกว่า” นั้นหมายถึงอะไร.
![[ตอนที่ 2] 133T1020 AB119 จริงเหรอเรามีแฟน เป็นคนเดียวกัน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1471.png)
![[ตอนที่ 2] 134T1020 AB120 มองแค่ภายนอก สุดท้ายพลาดอย่างแรง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1472.png)