ZEEKR 7X: นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าหรูที่พร้อมลุยทุกเส้นทางในยุค 2025
ในโลกยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เต็มตัวในปี 2025 ZEEKR ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว ZEEKR 7X (ซีคเกอร์ 7X) ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันหรูหราและเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่ยังพลิกโฉมความเชื่อเดิมๆ ด้วยสมรรถนะที่พร้อมพาทุกท่านออกไปผจญภัยในเส้นทางออฟโรดได้อย่างน่าประทับใจ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไฟฟ้าที่คลุกคลีกับเทคโนโลยีนี้มากว่า 10 ปี ผมกล้ากล่าวได้ว่า ZEEKR 7X คือหนึ่งในดาวเด่นที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแรง ความสบาย และความอเนกประสงค์ที่ไม่มีใครเหมือน
นับเป็นการมาถึงของ ZEEKR ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่นำเข้าแบบ CBU จากจีน โดย ZEEKR 7X เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าหรู SUV ขนาดกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยสองทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Long Range RWD ที่เน้นระยะทางวิ่งที่ยาวไกล หรือรุ่น Performance AWD ที่มุ่งเน้นความแรงและประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับราคาที่แข่งขันได้และแพ็กเกจการรับประกันที่มอบความอุ่นใจอย่างเหนือระดับ
ราคาและแพ็กเกจสุดคุ้มค่าเพื่ออนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า
ZEEKR 7X เปิดตัวด้วยราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย โดยรุ่น Long Range RWD มีช่วงราคาประมาณ 1,700,000 บาท ขณะที่รุ่น Performance AWD ซึ่งเป็นรุ่นท็อป มีช่วงราคาไม่เกิน 1,900,000 บาท การกำหนดราคาในลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ ZEEKR ที่จะมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ ยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนใน ZEEKR 7X ยังมาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยม ด้วยแพ็กเกจการรับประกันที่แข็งแกร่งซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการผลิต มอบความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว
รับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ (Battery & Motor Warranty): นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้า การรับประกันที่ยาวนานนี้ยืนยันถึงความทนทานและประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance): นาน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางจะราบรื่นไร้กังวล
แพ็กเกจการรับประกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ ZEEKR ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคที่อาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความทนทานของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค 2025 ที่การแข่งขันในตลาด EV กำลังทวีความเข้มข้น
มิติตัวถังที่สมดุล: หรูหรา กว้างขวาง และพร้อมลุย
ZEEKR 7X ถูกออกแบบให้มีมิติที่ลงตัวสำหรับ SUV ขนาดกลาง ด้วยความยาว 4,787 มิลลิเมตร กว้าง 1,930 มิลลิเมตร และสูง 1,650 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,900 มิลลิเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ ZEEKR 7X มีรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐานบนท้องถนน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร 5 คน
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ ZEEKR 7X แตกต่างจาก SUV ไฟฟ้าทั่วไปคือ ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) ที่ 173 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ ตัวเลขนี้บ่งบอกถึงความสามารถในการผ่านอุปสรรคเล็กน้อยบนเส้นทางที่ไม่เรียบได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายก็กว้างขวางถึง 539 ลิตร และสามารถขยายได้มากถึง 1,978 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง ทำให้รองรับสัมภาระได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไกลหรือการขนของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 66 ลิตร ยังเป็นอีกหนึ่งช่องเก็บของอัจฉริยะที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับเจ้าของรถ
ขุมพลังไฟฟ้า 800V: แรงจัด ชาร์จไว ไร้กังวล
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ZEEKR 7X เป็น SUV ไฟฟ้าที่โดดเด่นอย่างแท้จริงคือเทคโนโลยีขุมพลังขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ทันสมัย ด้วยสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ 800V Technology Lithium-ion (NMC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดในปัจจุบัน มอบประโยชน์มหาศาลทั้งในด้านสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพการชาร์จไฟ
รุ่น Long Range RWD:
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว: มอบพละกำลังสูงสุด 422 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive)
แบตเตอรี่: ขนาดความจุ 100 kWh
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 6.0 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับ SUV ขนาดใหญ่
ความเร็วสูงสุด: 210 กม./ชม.
ระยะทางวิ่ง (มาตรฐาน NEDC): มากกว่า 700 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่ยาวไกลเพียงพอสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดหลายครั้งโดยไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยครั้ง
รุ่น Performance AWD:
มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว: มอบพละกำลังสูงสุดถึง 646 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ (All-Wheel Drive)
แบตเตอรี่: ขนาดความจุ 100 kWh เท่ากัน
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 3.8 วินาที ความแรงระดับรถสปอร์ตที่พร้อมจะพาคุณทะยานไปข้างหน้าในพริบตา
ความเร็วสูงสุด: 210 กม./ชม.
ระยะทางวิ่ง (มาตรฐาน NEDC): มากกว่า 600 กิโลเมตร แม้จะลดลงเล็กน้อยจากรุ่น RWD แต่ก็ยังถือว่ายาวไกลมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือระบบชาร์จไฟที่รองรับทั้ง Type 2 / CCS Combo สำหรับการใช้งานในประเทศไทย:
กระแสสลับ AC (สูงสุด 22 kW): ช่วยให้การชาร์จไฟที่บ้านหรือสถานีชาร์จ AC ทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
กระแสตรง DC Fast Charging (สูงสุด 420 kW): นี่คือจุดเด่นที่แท้จริงของสถาปัตยกรรม 800V ด้วยความสามารถในการชาร์จไฟจาก 10-80% ภายในเวลาเพียง 13-16 นาที เมื่อใช้หัวชาร์จ DC ที่รองรับ 360 kW ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถแวะพักจิบกาแฟสั้นๆ และรถก็พร้อมเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็ว ลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จได้อย่างสิ้นเชิง
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (สูงสุด 3.3 kW): ฟังก์ชันนี้ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ให้ ZEEKR 7X กลายเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกทริปตั้งแคมป์ หรือใช้เป็นไฟสำรองยามฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ZEEKR 7X ยังมาพร้อมกับช่วงล่างด้านหน้าอิสระแบบ Double Wishbone และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบ Multi-Link ซึ่งเป็นชุดช่วงล่างที่ให้ทั้งความนุ่มนวลและเกาะถนนได้ดีเยี่ยม เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ และสำหรับรุ่นมาตรฐาน มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 255/50 R19 ที่ให้ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการขับขี่และความสบาย
ประสบการณ์การขับขี่: เหนือความคาดหมายทั้งบนทางเรียบและทางลุย
ในฐานะผู้ที่มีโอกาสได้สัมผัส ZEEKR 7X ในการทดสอบจริง ผมต้องยอมรับว่ารถคันนี้สร้างความประหลาดใจได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้โดดเด่นมากนัก
การขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือความคาดหมาย:
การทดสอบเริ่มต้นด้วยการปรับโหมดขับขี่ไปที่ออฟโรด ซึ่งทันทีที่เลือกโหมดนี้ ช่วงล่างถุงลม Active Air Suspension with CCD ก็ทำงานโดยอัตโนมัติ ยกรถให้สูงขึ้นอีก 230 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้น ทำให้พร้อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ สถานีแรกคือเนินสลับที่ทดสอบการกระจายแรงขับเคลื่อน ล้อที่ลอยขึ้นจากพื้นจะถูกควบคุมให้ส่งกำลังไปยังล้อที่ยังคงยึดเกาะพื้นได้ดี ทำให้รถเคลื่อนผ่านไปได้อย่างง่ายดาย โดยสิ่งที่น่าประทับใจคือการให้ตัวของช่วงล่างที่นุ่มนวลและมั่นคง รถมีการโคลงตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับ SUV ทั่วไป บ่งบอกถึงการออกแบบที่ยอดเยี่ยม
เมื่อเข้าสู่เส้นทางเนินชัน ZEEKR 7X ก็แสดงให้เห็นถึงพละกำลังมหาศาลของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งแรงบิดได้ทันที ทำให้การปีนป่ายเป็นเรื่องง่ายดดาย แม้กระทั่งการหยุดรถกลางเนินชันแล้วออกตัวใหม่ ระบบก็สามารถจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด ไม่ส่งกำลังที่รุนแรงจนเกินไปจนล้อฟรีทิ้ง ทำให้รถเคลื่อนที่ได้อย่างนุ่มนวลและควบคุมได้ง่าย ส่วนการลงเนินสูงก็เป็นไปอย่างราบรื่นด้วย ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันอัตโนมัติ (HDC) ที่ทำงานได้อย่างแม่นยำและนุ่มนวล ให้ความรู้สึกปลอดภัยเหมือนขับรถยุโรปพรีเมียม ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้ ZEEKR 7X ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าในแบบที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน
สำหรับการขับขี่ผ่านเส้นทางขรุขระ ด้วยช่วงล่างถุงลมทำให้ห้องโดยสารยังคงความนุ่มนวลและสบาย แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือพวงมาลัยที่ยังคงความนิ่งและไม่มีอาการสั่นสะเทือนหรือสะท้อนกลับมาที่มือคนขับเลยแม้แต่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการออกแบบระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ZEEKR 7X สอบผ่านการทดสอบออฟโรดได้อย่างไร้ข้อกังขา
สมรรถนะบนทางเรียบที่น่าประทับใจ:
เมื่อกลับมาสู่เส้นทางเรียบ ZEEKR 7X ก็ยังคงรักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น Performance AWD ที่ให้แรงดึงมหาศาล กดคันเร่งเมื่อไหร่ก็พร้อมทะยานไปข้างหน้าทันที ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่รถสปอร์ตหลายคันยังต้องอิจฉา แต่สิ่งที่ทำให้การขับขี่น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือความนุ่มนวลและการควบคุมที่มั่นคงในทุกย่านความเร็ว
สำหรับรุ่น Long Range RWD แม้จะไม่ได้แรงจัดเท่ารุ่น Performance แต่พละกำลัง 422 แรงม้าก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างสบายๆ แรงดึงที่มีให้ใช้งานนั้นตอบสนองได้ทันท่วงทีและให้ความมั่นใจในการเร่งแซง ช่วงล่างของทั้งสองรุ่นให้ความนุ่มนวลในระดับที่น่าพอใจ แต่รุ่น Performance จะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่าเล็กน้อย เนื่องจากการปรับแต่งที่เน้นความสบายสูงสุด
ห้องโดยสารพรีเมียมสมบูรณ์แบบ: พื้นที่แห่งการผ่อนคลายและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารของ ZEEKR 7X คือนิยามของความหรูหราและเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ด้วยวัสดุชั้นเลิศและการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด:
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa Leather: ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและสัมผัสที่หรูหรา ไม่เพียงแต่ให้ความสบายสูงสุดในการนั่ง แต่ยังบ่งบอกถึงรสนิยมระดับพรีเมียมของผู้เป็นเจ้าของ
ระบบนวดและเป่าลมในเบาะคู่หน้า: ช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการขับขี่ระยะไกลหรือหลังจากวันทำงานที่หนักหน่วง เปลี่ยนการเดินทางให้เป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงาน
เบาะหลังปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า: ผู้โดยสารด้านหลังสามารถปรับองศาการนั่งให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน พักผ่อน หรือรับชมความบันเทิง ทำให้ห้องโดยสารด้านหลังกลายเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกอิริยาบถของผู้โดยสาร
ระบบสารสนเทศและความบันเทิงที่ล้ำสมัย:
ZEEKR 7X มาพร้อมกับชุดหน้าจอและระบบสารสนเทศที่ทันสมัยที่สุดในปี 2025:
หน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 3.5K: มอบภาพที่คมชัด สีสันสดใส และรายละเอียดที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นการนำทาง รับชมสื่อบันเทิง หรือใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ
หน้าจอ AR HUD (Augmented Reality Head-Up Display) ขนาด 36.21 นิ้ว: ฉายข้อมูลสำคัญขึ้นบนกระจกหน้ารถ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลการขับขี่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่สวยงามและเข้าใจง่าย
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor (เทคโนโลยี 5nm Process Technology): หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบทั้งหมด ให้การประมวลผลที่รวดเร็วและราบรื่น ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าจอเป็นไปอย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ตอบสนองคำสั่งได้ทันทีทันใด
ระบบเสียง ZEEKR Sound Pro พร้อมลำโพง 21 จุด: สร้างมิติเสียงรอบทิศทางคุณภาพระดับสตูดิโอ เสมือนโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ มอบประสบการณ์สุนทรียภาพแห่งเสียงที่ดื่มด่ำในทุกการเดินทาง
ความปลอดภัยคือหัวใจหลัก: วิศวกรรมขั้นสูงเพื่อทุกคนในครอบครัว
ZEEKR 7X ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดโดยเฉพาะ ความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยนี้ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและการปกป้องที่ยอดเยี่ยม:
คะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่
คะแนน 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของ ZEEKR ในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมี:
โครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped: เพิ่มความแข็งแรงและช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม
โครงสร้างตัวถังหลังแบบ Single Piece Die-Cast แบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ: นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัยในการชนเท่านั้น แต่ยังช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดียิ่งขึ้น
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ZEEKR AD ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips: ระบบนี้มอบความแม่นยำและปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยฟังก์ชันการช่วยเหลือที่หลากหลาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้นและลดภาระของผู้ขับขี่
นอกจากนี้ ในรุ่น Performance ZEEKR 7X ยังมาพร้อมกับล้อ Forged ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/40 R21 ที่เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน รวมถึงระบบเบรกดิสก์เบรก 4pot พร้อมคาลิปเปอร์เบรก Akebono สีส้ม ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถ แต่ยังเสริมลุคสปอร์ตให้กับตัวรถอีกด้วย ประตูทั้ง 4 บานเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และม่านบังแดดประตูคู่หลังที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งความหรูหราที่ ZEEKR มอบให้เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
สรุป: ZEEKR 7X นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าที่ “พอลุยได้” จริงๆ
ZEEKR 7X คือรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจอย่างยิ่งและเข้ามาเขย่าวงการ SUV ไฟฟ้าในตลาดประเทศไทยประจำปี 2025 ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์หรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนทางเรียบและที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดเบาๆ ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังทำได้ไม่ดีนัก ทำให้ ZEEKR 7X มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ไม่ว่าคุณจะมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความแรงและเทคโนโลยีจัดเต็ม พร้อมการขับขี่ที่สนุกสนานในทุกเส้นทาง หรือต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยระยะทางวิ่งที่ยาวไกลและการชาร์จที่รวดเร็ว ZEEKR 7X มีรุ่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมแพ็กเกจการรับประกันและบริการหลังการขายที่มอบความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของ
ในยุคที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ZEEKR 7X ได้พิสูจน์แล้วว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้งานบนทางเรียบเท่านั้น แต่ยังสามารถมอบประสบการณ์การผจญภัยที่ท้าทายได้อย่างเหนือความคาดหมาย นี่คือ SUV ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่พร้อมจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และนิยามคำว่า “รถยนต์ไฟฟ้าหรู” ที่แท้จริง
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ากับ ZEEKR 7X ได้แล้ววันนี้!
หากคุณกำลังมองหา SUV ไฟฟ้าคันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ ความปลอดภัย และความอเนกประสงค์ ZEEKR 7X คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสและทดลองขับ ZEEKR 7X ได้ที่โชว์รูม ZEEKR ใกล้บ้านคุณ เพื่อเปิดประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่า “นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าที่พอลุยได้” นั้นเป็นจริงได้อย่างไร!
![[ตอนที่ 2] 227T1020 AB213 ที่ดินของพ่อ หรือของใคร](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1562.png)
![[ตอนที่ 2] 228T1020 AB214 น้ำใจเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1563.png)