MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025): เมื่อ “มินิ” ไม่ได้เล็กอีกต่อไป แต่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการขับขี่
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตวิวัฒนาการของแบรนด์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และน้อยครั้งนักที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่กล้าหาญเท่ากับสิ่งที่ MINI ได้นำเสนอในรุ่น Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) หากคุณคือผู้ที่จดจำภาพของ MINI ว่าเป็นรถคันเล็กน่ารัก ทรงกะทัดรัด ขับขี่สนุกสนานในเมืองใหญ่ เตรียมพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองเหล่านั้นเสียใหม่ เพราะ Countryman เจเนอเรชันที่ 3 นี้ ไม่ใช่แค่การขยายขนาด แต่คือการนิยามตัวตนใหม่ของแบรนด์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความล้ำสมัยและการใช้งานที่รอบด้านยิ่งขึ้น
MINI ในมิติใหม่: จากไอคอนขนาดเล็ก สู่ครอสโอเวอร์พรีเมียมตัวเลือกที่น่าจับตา
MINI มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในฐานะรถยนต์ประหยัดพลังงาน ไปจนถึงสถานะไอคอนแห่งวัฒนธรรมยุค 60 และการกลับมาอีกครั้งภายใต้การบริหารของ BMW ในปี 1999 แบรนด์นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว แต่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นการถือกำเนิดของ Countryman ซึ่งเป็นครอสโอเวอร์รุ่นแรกของแบรนด์ที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์มากขึ้น
สำหรับปี 2025, MINI Countryman S ALL4 Hightrim รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านขนาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ภาพจำของ “มินิ” ที่เคยเป็นรถคันเล็กนั้นเริ่มเลือนหายไป สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวเข้าสู่ตลาดพรีเมียมครอสโอเวอร์อย่างเต็มตัว การออกแบบที่ดูบึกบึน ล้ำสมัย และมีกลิ่นอายของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ Countryman ใหม่นี้มีบุคลิกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และนี่คือสิ่งที่ทั้งนักวิจารณ์และแฟนพันธุ์แท้ต่างต้องตั้งคำถาม: นี่คือ MINI ที่เราเคยรู้จักหรือไม่? และมันดีพอที่จะชนะใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้จริงหรือ? ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ ผมจะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คันนี้
มิติตัวถังและดีไซน์: การเติบโตที่สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่
สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อได้เห็น Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือขนาดที่ใหญ่โตขึ้นอย่างมาก ซึ่งเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ BMW X3 ในเจเนอเรชันที่ผ่านมาเลยทีเดียว มิติตัวถังใหม่ที่ยาวขึ้น 130 มิลลิเมตร, กว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 80 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ไม่เพียงแต่ทำให้รถดูมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมให้ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ดีไซน์ทรงกล่องที่ถูกนำมาใช้ ทำให้ Countryman คันนี้ดูใหญ่กว่าความเป็นจริง และสอดรับกับแนวคิดการออกแบบของรถยนต์ไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความล้ำสมัย
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Countryman S ALL4 Hightrim แตกต่างจาก “MINI” แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยเส้นสายที่คมชัดขึ้น ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และสัดส่วนตัวถังที่ดูสมมาตรมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนสื่อถึงความตั้งใจของ MINI ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่มองหารถครอสโอเวอร์พรีเมียมที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยี แม้ว่าบางคนอาจจะคิดว่าความน่ารักแบบฉบับ MINI ลดลงไป แต่สำหรับผมแล้ว นี่คือการปรับตัวที่จำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สุนทรียะในการออกแบบที่กล้าหาญนี้ อาจจะไม่ถูกใจแฟนพันธุ์แท้บางกลุ่มที่ยึดติดกับภาพลักษณ์เดิมๆ แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะเปิดรับความทันสมัย
ราคาและตำแหน่งทางการตลาด:
ด้วยราคาอัปเดตที่ 2,499,000 บาท (MY2025) ทำให้ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) วางตำแหน่งตัวเองอยู่ในเซกเมนต์ของครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดคอมแพ็กต์ที่มีการแข่งขันสูง การกำหนดราคานี้สะท้อนถึงการอัปเกรดทั้งในด้านขนาด, เทคโนโลยี, อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่จัดเต็มมาให้ หากมองในแง่ของแบรนด์พรีเมียมที่มีประวัติศาสตร์และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ Countryman S ALL4 Hightrim นำเสนอคุณค่าที่แตกต่างจากคู่แข่งในระดับเดียวกัน การที่ MINI กล้าที่จะปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจนในรุ่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งความคุ้มค่าจะไม่ได้ถูกวัดจากเพียงแค่ราคา แต่รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ ความรู้สึกพรีเมียม และเทคโนโลยีที่ได้รับ
สมรรถนะที่ตอบโจทย์: เครื่องยนต์ TwinPower Turbo และระบบขับเคลื่อน ALL4
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทันสมัยของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือขุมพลังที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นหัวใจสำคัญของสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,998 ซีซี) พร้อมระบบอัดอากาศ TwinPower Turbo, ระบบ Direct Injection, Double VANOS และ Valvetronic ทำให้รถคันนี้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 204 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 4,500 รอบ/นาที พลังงานที่ถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องและหนักแน่นนี้ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7DCT (Dual-Clutch Transmission) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวล มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัวทั้งในเมืองและนอกเมือง
สิ่งสำคัญที่ทำให้ Countryman S ALL4 Hightrim แตกต่างอย่างชัดเจนคือระบบขับเคลื่อน ALL4 ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะของ MINI ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถนนเปียกลื่น หรือเส้นทางออฟโรดเบาๆ ระบบ ALL4 จะกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างเหมาะสม ทำให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม และเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือเข้าโค้ง ตัวเลขสมรรถนะจากโรงงานยืนยันถึงความสามารถของรถคันนี้ ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 228 กม./ชม. ซึ่งถือว่าน่าประทับใจสำหรับรถครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่นี้
ประสบการณ์การขับขี่: ยังคงความเป็น MINI หรือไม่?
คำถามที่ค้างคาใจหลายคนคือ “MINI คันใหญ่ขนาดนี้ ยังขับสนุกแบบ MINI อยู่ไหม?” จากการทดสอบและประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่า MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) ยังคงรักษาเอกลักษณ์บางอย่างเอาไว้ได้ แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น
ระบบช่วงล่างของ MINI ยังคงให้ความรู้สึกที่ “แน่น” และ “กระชับ” ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของแบรนด์นี้ แม้ว่าตัวรถจะใหญ่ขึ้น แต่การตอบสนองต่อพื้นผิวถนนยังคงเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงกับถนนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่คาดหวังความนุ่มนวลแบบรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ทั่วไป อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย แต่ความแน่นนี้ก็แลกมาด้วยความมั่นคงในการเข้าโค้งและการควบคุมรถที่ดีเยี่ยม
ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ Countryman มีความรู้สึกถึงแรงต้านลมมากขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง และอาจมีอาการโยนตัวเล็กน้อยเมื่อเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นธรรมชาติของรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่โดยรวมแล้ว ระบบควบคุมเสถียรภาพและระบบขับเคลื่อน ALL4 ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย พละกำลัง 204 แรงม้า ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ “แรงจัด” แต่ก็ไม่รู้สึกว่าอืดอาด สามารถเร่งแซงได้อย่างมั่นใจและขับขี่ได้อย่างคล่องตัว
โหมดการขับขี่ MINI Experience Modes ที่มีให้เลือกหลากหลาย (Core Mode, Go-Kart Mode, Green Mode, Balance Mode, Timeless Mode, Vivid Mode, Personal Mode) ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งบุคลิกของรถให้เข้ากับอารมณ์และสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกันได้ โหมด Go-Kart จะเน้นการตอบสนองที่ฉับไวและพวงมาลัยที่กระชับขึ้น มอบความรู้สึกใกล้เคียงกับการขับขี่ MINI แบบดั้งเดิมมากที่สุด ส่วน Green Mode จะช่วยเรื่องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจากการทดสอบจริง พบว่า Countryman S ALL4 Hightrim สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีเยี่ยมสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดนี้ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13-14 กิโลเมตร/ลิตร ในการใช้งานจริง ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
ภายในที่หรูหราและล้ำสมัย: ผสมผสานความคลาสสิกและอนาคต
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คุณจะพบกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหรา ความล้ำสมัย และกลิ่นอายของ MINI ที่ยังหลงเหลืออยู่ หัวใจหลักของภายในคือหน้าจอกลางทรงกลม MINI Round Center Display OLED ขนาดใหญ่ถึง 240 มิลลิเมตร (9.44 นิ้ว) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและเป็นสิ่งที่ยังคงเชื่อมโยง Countryman เข้ากับดีไซน์ภายในแบบฉบับของ MINI หน้าจอ OLED นี้ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส และควบคุมการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ MINI Operation System 9 ใหม่ล่าสุด ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hey MINI” ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
วัสดุภายในได้รับการยกระดับให้มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vascin สีน้ำตาล Vintage Brown ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีสไตล์ เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะ Memory Seats และระบบ Active Seats สำหรับเบาะนั่งคนขับ ซึ่งช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทางไกล หลังคากระจก Panoramic Glass-roof ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด แม้ตัวรถจะให้ความรู้สึกบึกบึนจากภายนอก
ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบคุณภาพเสียงที่คมชัดและทรงพลัง สร้างบรรยากาศการเดินทางที่สุนทรีย์ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า MINI Head-up Display, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, และเบาะนั่งด้านหลังแบบปรับเอนและพับได้ 60:40 พร้อมพนักวางแขนตำแหน่งกลาง ทำให้ Countryman S ALL4 Hightrim สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้เข้ากับความต้องการได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกับครอบครัว หรือการขนสัมภาระชิ้นใหญ่ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 450 ลิตร และขยายได้ถึง 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง ก็เพียงพอต่อการใช้งานในทุกรูปแบบ
ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่: มั่นใจในทุกเส้นทาง
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันตามมาตรฐานรถยนต์พรีเมียม เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน และระบบเบรกพื้นฐาน เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (DBC), ระบบช่วยเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) ที่ช่วยให้รถมีความมั่นคงในการขับขี่ในทุกสภาวะ
นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ทันสมัย เช่น ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Post-Crash Collision Warning – PC iBrake) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชน และระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant ซึ่งรวบรวมฟังก์ชันสำคัญต่างๆ มาไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกล และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่น จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX ก็ถูกติดตั้งมาให้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสมาชิกตัวน้อยในครอบครัว
บทสรุป: MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) สำหรับใคร?
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของ MINI ในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ หากคุณคือผู้ที่ชื่นชอบความล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร และมองหารถครอสโอเวอร์พรีเมียมที่มาพร้อมเทคโนโลยีครบครัน พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจได้ Countryman คันนี้คือคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่ได้ “มินิ” เหมือนในอดีต แต่ภายในยังคงรักษาแก่นแท้ของ MINI เอาไว้ด้วยจอกลางทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยังคงให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง แม้จะมาในขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็ตาม หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล พร้อมด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดีและฟังก์ชันที่ครบครัน MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
มันอาจไม่ใช่ MINI ที่แฟนพันธุ์แท้บางคนเคยรู้จัก แต่เป็น MINI ที่เติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายในโลกยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร กับ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) ใหม่คันนี้? เราขอเชิญชวนให้คุณมาเปิดประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย MINI อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
![[ตอนที่ 2] 285T1020 AB273 ความดีคือคุณสมบัติ ที่เปลี่ยนชีวิตได้](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1598.png)
![[ตอนที่ 2] 286T1020 AB274 ทำไมคนที่เรารัก ถึงเป็นคนที่ทำร้ายเราที่สุด](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1599.png)