MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025): เมื่อไอคอนแห่งความซุกซนก้าวสู่บทบาทใหม่ที่เติบโตเต็มตัว
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง การปรับตัวและวิวัฒนาการคือหัวใจสำคัญของการอยู่รอด และน้อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ฉีกขาดจากภาพจำเดิมอย่างสิ้นเชิงเฉกเช่น MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) รถยนต์ครอสโอเวอร์พรีเมียมรุ่นล่าสุดจากค่าย MINI ที่ไม่ได้เพียงแค่ปรับโฉม แต่เป็นการนิยามตัวเองขึ้นมาใหม่ เพื่อตอบรับยุคสมัยที่ความอเนกประสงค์และความทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ MINI หรือเป็นผู้ที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์หรูขนาดกลาง บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของ Countryman โฉมใหม่ ที่จะทำให้คุณได้เห็นว่า “มินิ” ในวันนี้ไม่ได้เล็กเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่คือยนตรกรรมที่พร้อมทะยานสู่ปี 2025 ด้วยความมั่นใจและเปี่ยมล้นด้วยเทคโนโลยี
สำหรับผู้ที่ติดตามแบรนด์ MINI มาโดยตลอด ย่อมมีภาพจำที่ชัดเจนถึงรถยนต์ขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซน์น่ารักเป็นเอกลักษณ์ ขับสนุกคล่องตัว และมีกลิ่นอายของความขบถอยู่เสมอ แต่หลังจากที่ BMW เข้ามาบริหารกิจการในปี 1999 แบรนด์ MINI ก็ได้เริ่มปรับทิศทางเพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ด้วยการนำเสนอรถยนต์ในสไตล์ที่เน้นการใช้งานจริงมากขึ้น และ Countryman คือหนึ่งในผลผลิตที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะรถครอสโอเวอร์ที่ผสมผสานเสน่ห์ของ MINI เข้ากับพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว
มาถึง MY2025 การเปลี่ยนแปลงของ Countryman รุ่นที่ 3 นี้เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญที่ทำให้หลายคนถึงกับต้องประหลาดใจ ด้วยมิติตัวถังที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนแทบจะเทียบเคียงได้กับรถยนต์ตระกูล X-Series ของ BMW อย่าง X3 ในเจนเนอเรชั่นที่ผ่านมา ไม่เพียงเท่านั้น ดีไซน์ภายนอกยังถูกปรับให้มีความล้ำสมัยและดูแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่ดูเป็นทรงกล่องมากขึ้น ทำให้รถดูใหญ่โตกว่าความเป็นจริง และกลิ่นอายของความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้แทรกซึมเข้ามาในทุกรายละเอียด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า MINI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มุ่งเน้นความล้ำสมัย ประโยชน์ใช้สอย และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
มิติใหม่แห่งดีไซน์และความใหญ่โตที่พลิกโฉม
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) มาพร้อมราคาจำหน่ายที่ 2,499,000 บาท ซึ่งถือเป็นการวางตำแหน่งที่น่าสนใจในตลาดรถครอสโอเวอร์พรีเมียม มิติตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้นคือสิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อแรกเห็น ด้วยความยาว 4,433 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้นถึง 130 มิลลิเมตรจากรุ่นก่อนหน้า ความกว้าง 1,843 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 22 มิลลิเมตร และความสูง 1,656 มิลลิเมตร ที่เพิ่มขึ้น 80 มิลลิเมตร รวมถึงความยาวฐานล้อที่ 2,692 มิลลิเมตร และระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถที่ 165 มิลลิเมตร การขยายมิติในทุกด้านนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร และความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ๆ มักจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
การออกแบบภายนอกของ Countryman โฉมใหม่นี้ได้ทลายกรอบเดิมๆ ของ MINI ที่เราคุ้นเคย ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความล้ำสมัย ผสมผสานกลิ่นอายของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED Matrix ดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว กระจังหน้าที่ปรับรูปทรงให้ดูแข็งแกร่งและดุดันยิ่งขึ้น เส้นสายตัวถังที่ดูคมชัดและบึกบึน ให้ความรู้สึกถึงความมั่นคงและพร้อมลุย สะท้อนถึง DNA ของรถยนต์ออฟโรดเบาๆ ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าภาพรวมอาจทำให้แฟน MINI บางท่านรู้สึกว่า “ความเป็นมินิ” ในแบบฉบับดั้งเดิมนั้นลดน้อยลงไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกแบบนี้คือทิศทางที่ทันสมัยและตอบโจทย์เทรนด์ยานยนต์โลกปี 2025 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบที่ลดทอนความโค้งมนลง และเน้นความกล่องมากขึ้น ทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารดูกว้างขวางกว่าที่เคยเป็นมา และยังให้ความรู้สึกถึงความพรีเมียมและมั่นคงในการขับขี่อีกด้วย
ขุมพลังและสมรรถนะ: ผสมผสานความแรงเข้ากับความประหยัด
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูใหญ่โตและทันสมัย MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะที่น่าประทับใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,998 ซีซี) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo และระบบหัวฉีดอีเล็กโทรนิคส์ตรงสู่ห้องเผาไหม้ (Direct Injection) ช่วยให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพสูงสุด เสริมด้วยระบบ Double VANOS และ Valvetronic ที่ควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีและไอเสียได้อย่างแม่นยำ ทำให้เครื่องยนต์สามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ถึง 204 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 4,500 รอบ/นาที ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันถึงพละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7DCT (Dual-Clutch Transmission) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและนุ่มนวล มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ALL4 ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเปียก ลาดชัน หรือแม้แต่การขับขี่แบบสปอร์ต ตัวเลขสมรรถนะที่เคลมจากโรงงานแสดงให้เห็นถึงความปราดเปรียวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 7.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 228 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับรถครอสโอเวอร์ในพิกัดนี้
ในส่วนของอัตราการประหยัดน้ำมัน ถือเป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์อันล้ำสมัยและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Countryman S ALL4 สามารถทำอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยในการใช้งานจริงได้ประมาณ 13-14 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าสนใจและแข่งขันได้ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์หรู เทียบเท่ากับรถยนต์ขนาดเล็กบางรุ่นที่ไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเสียด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ MINI ในการพัฒนารถยนต์ที่ไม่เพียงแต่แรง แต่ยังคำนึงถึงประสิทธิภาพด้านเชื้อเพลิงอีกด้วย
ห้องโดยสารที่หรูหรา ล้ำสมัย และสะดวกสบายกว่าที่เคย
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายในถูกออกแบบให้มีความทันสมัย หรูหรา และเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ทำให้ห้องโดยสารดูโล่ง โปร่ง และมีกลิ่นอายของความมินิมอล แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ MINI เอาไว้ได้อย่างชาญฉลาด จุดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นจอกลางทรงกลม OLED ขนาด 240 มิลลิเมตร (9.44 นิ้ว) ที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมทุกฟังก์ชันการทำงานของรถยนต์ จอแสดงผลแบบ OLED ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส และมีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็ว
ระบบปฏิบัติการ MINI Operation System 9 ที่ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน รองรับการสั่งงานด้วยเสียง “Hey MINI” ที่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบนำทาง MINI Navigation ที่แม่นยำและช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างไร้กังวล หรือกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายดายและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย เพื่อความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อและใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ
วัสดุภายในห้องโดยสารถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ด้วยผ้าบุหลังคาสีดำ Anthracite Headliners ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา และเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vascin สีน้ำตาล Vintage Brown ที่ทั้งสวยงามและสัมผัสสบาย เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะ (Memory Seats) และระบบเบาะนั่ง Active Seats สำหรับเบาะนั่งคนขับ มอบความสบายและการรองรับสรีระที่ยอดเยี่ยม เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนและพับได้แบบ 60:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังได้ตั้งแต่ 450 ลิตร ไปจนถึง 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางกับครอบครัวหรือขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ หลังคากระจก Panoramic Glass-roof ช่วยเพิ่มความสว่างและความรู้สึกโปร่งสบายภายในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Harman Kardon พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัดและทรงพลัง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยความบันเทิงไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า MINI Head-up Display ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่
MINI Experience Modes คืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ได้ตามอารมณ์และสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น Core Mode สำหรับการขับขี่ทั่วไป, Go-Kart Mode ที่เพิ่มความเร้าใจสไตล์สปอร์ต, Green Mode สำหรับการขับขี่ที่เน้นการประหยัดพลังงาน, Balance Mode ที่ผสมผสานความสบายและประสิทธิภาพ, Timeless Mode, Vivid Mode และ Personal Mode ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ได้ตามความต้องการ ซึ่งแต่ละโหมดจะมีการปรับเปลี่ยนการแสดงผลบนจอกลาง แสงไฟ Ambient Light และการตอบสนองของรถยนต์ เพื่อให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน
ประสบการณ์การขับขี่ที่แปลกใหม่: ใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังคงความสนุกในแบบฉบับ MINI?
หลังจากที่ได้สัมผัสและทดสอบ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) อย่างใกล้ชิด สิ่งแรกที่ต้องยอมรับคือ ภาพลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปอย่างมากนั้น อาจทำให้แฟน MINI ดั้งเดิมบางท่านรู้สึกแปลกใจและผิดหวังเล็กน้อย เพราะมันไม่ได้เป็น “มินิ” คันเล็กน่ารักที่เคยรู้จักอีกต่อไป แต่เป็นครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่ที่มีดีไซน์ทันสมัยและแข็งแกร่งอย่างชัดเจน
พละกำลังจากเครื่องยนต์ 204 แรงม้า อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกดุดันเหมือนรถสปอร์ตขนาดเล็กที่เคยคาดหวังจาก MINI แต่ต้องยอมรับว่ามัน “พอเพียง” และ “เหลือเฟือ” สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเร่งแซงในเมืองหรือขับขี่ทางไกล ตัวรถสามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีและมั่นใจได้ในทุกสถานการณ์
สิ่งที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์และไม่เคยจางหายไปจาก MINI เลยคือ “ความแข็งแกร่งของช่วงล่าง” ที่ยังคงมอบความรู้สึกที่หนักแน่นและสามารถรับรู้ถึงพื้นผิวถนนได้อย่างละเอียด นี่คือ DNA ของ MINI ที่ยังคงอยู่ แม้ว่าตัวถังจะใหญ่ขึ้นก็ตาม ในความเร็วสูง การที่ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ความรู้สึกต้านลมมีอยู่บ้าง และเมื่อเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง อาจสัมผัสได้ถึงอาการโยนตัวของรถอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงและตัวถังขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในด้านการใช้งานทั่วไป ความใหญ่โตของ Countryman กลับกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้การบรรทุกสัมภาระและการเดินทางของครอบครัวเป็นเรื่องที่สะดวกสบายกว่าเดิมมาก ผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีพื้นที่เหลือเฟือ ไม่รู้สึกอึดอัด การเข้า-ออกทำได้ง่าย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ที่ให้มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่ง Active Seats, หลังคากระจก Panoramic หรือระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ล้วนตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ “ระบบช่วยเหลือการขับขี่” ที่ให้มาอย่างเต็มระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างมาก การขับขี่ในระยะทางไกลจึงรู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าลงได้เป็นอย่างดี และเมื่อพิจารณาถึงอัตราการประหยัดน้ำมันที่ทำได้ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อแล้ว Countryman S ALL4 Hightrim ถือเป็นรถยนต์ที่ผสมผสานประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความประหยัดได้อย่างน่าทึ่ง
ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ที่เหนือกว่า
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของยานยนต์ยุคใหม่ และ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน มอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ที่ครอบคลุมทุกจุดสำคัญ ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (DBC), ระบบช่วยเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังมีระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Post-Crash Collision Warning – PC iBrake) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชน และระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant ซึ่งรวบรวมฟังก์ชันอัจฉริยะต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับตามสภาพการจราจร (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring) และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดภาระของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ระยะไกลหรือการจราจรที่หนาแน่น และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX ที่เป็นมาตรฐานสากล ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารตัวน้อยได้อย่างมั่นใจ
สรุป: MINI ที่ไม่ได้ “มินิ” อีกต่อไป แต่คือ “เมกะ” แห่งความอเนกประสงค์
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือการประกาศจุดยืนครั้งสำคัญของแบรนด์ MINI ที่ก้าวข้ามจากภาพลักษณ์รถยนต์ขนาดเล็กน่ารัก สู่การเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยความอเนกประสงค์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างยอดเยี่ยม
หากคุณคือแฟนพันธุ์แท้ของ MINI ที่หลงใหลในความเล็กกระทัดรัดและกลิ่นอายของความคลาสสิก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่คุ้นชิน แต่หากคุณเป็นผู้ที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ชื่นชอบความล้ำสมัย และกำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เทคโนโลยีระดับพรีเมียม และสมรรถนะที่มั่นใจได้ในราคาที่สมเหตุสมผล MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ในแง่ของการขับขี่ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ให้ความรู้สึกปราดเปรียวและดิบดิบแบบ Go-Kart เหมือน MINI Hatchback หรือ John Cooper Works แต่ Countryman โฉมใหม่นี้ก็ยังคงรักษา DNA ของช่วงล่างที่มั่นคงและการควบคุมที่แม่นยำไว้ได้ สิ่งที่ได้มาทดแทนคือความสะดวกสบายในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์คู่ใจที่พร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัด
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือภาพสะท้อนของการวิวัฒนาการที่กล้าหาญ การปรับตัวเพื่อตอบรับความต้องการของตลาด และการนำเสนอคุณค่าใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ของ MINI เข้ากับความอเนกประสงค์และความหรูหราที่เหนือกว่า เราขอเชิญชวนให้คุณไปสัมผัสและทดลองขับด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม MINI Countryman S ALL4 Hightrim ถึงเป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่คือเพื่อนร่วมทางที่เติบโตไปพร้อมกับคุณในทุกๆ วัน
![[ตอนที่ 2] 294T1020 AB282 ลืมคนที่เคยมีบุญคุณ แล้วชีวิตจะเจริญได้ยังไง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1604.png)
![[ตอนที่ 2] 296T1020 AB284 แกล้งล้มละลาย พิสูจน์ใจเพื่อนแท้](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1605.png)