MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025): เมื่อ “มินิ” ไม่ได้แปลว่าเล็กอีกต่อไปในยุค 2025
ในโลกยานยนต์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปี 2025 แบรนด์รถยนต์หลายแห่งต่างต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น รวมถึง MINI ที่วันนี้ได้นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ที่อาจทำให้หลายคนต้องหยุดคิด MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมครั้งใหม่ แต่เป็นการประกาศถึงยุคสมัยที่ MINI ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นรถครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดกลางที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชันการใช้งาน นี่คือบทวิเคราะห์จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ เพื่อเจาะลึกทุกแง่มุมของ MINI Countryman รุ่นล่าสุดคันนี้
การพลิกโฉมครั้งใหญ่: จากตำนานรถเล็กสู่ความอเนกประสงค์เต็มขั้น
ภาพจำของ MINI ในฐานะรถยนต์ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์น่ารัก มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และขับขี่สนุกสนานในเมือง ได้ฝังแน่นอยู่ในใจผู้คนมายาวนาน แต่หลังจากที่ BMW เข้ามาบริหารกิจการในปี 1999 แบรนด์ MINI ก็ได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย กลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญคือการพัฒนารถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถครอสโอเวอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
สำหรับ MINI Countryman S ALL4 Hightrim รุ่นที่ 3 หรือ MY2025 นี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ทำให้คำว่า “MINI” ไม่ได้หมายถึงขนาดที่เล็กกะทัดรัดอีกต่อไป มันคือการก้าวเข้าสู่เซกเมนต์รถครอสโอเวอร์หรูขนาดกลางอย่างเต็มตัว ด้วยการออกแบบที่ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และสมรรถนะที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ในฐานะผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญ ผมเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่การปรับดีไซน์ แต่เป็นการปรับยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตของแบรนด์ในตลาดโลกปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน โดยที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ไว้ได้อย่างแยบยล
MINI Countryman S ALL4 Hightrim ราคาอัปเดต: 2,499,000 บาท
ดีไซน์ที่ท้าทายขนบเดิม: ความล้ำสมัยที่มาพร้อมฟังก์ชัน
สิ่งแรกที่สะดุดตาสำหรับ มินิ คันทรีแมน 2025 คือดีไซน์ภายนอกที่ถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นก่อนหน้า หากมองเผินๆ อาจจะหลงคิดว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าด้วยซ้ำ ด้วยเส้นสายที่คมชัด โป่งล้อที่เด่นชัด และรูปทรงตัวถังแบบกล่องที่ดูแข็งแกร่งและทันสมัยกว่าเดิมมาก การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Countryman ดูมีขนาดใหญ่โตและภูมิฐานมากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งอาจทำให้แฟนพันธุ์แท้ของ MINI ที่ชื่นชอบความน่ารักและคลาสสิกของมินิรุ่นเดิมรู้สึกแปลกตาไปบ้าง แต่ในทางกลับกัน มันกลับดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหารถครอสโอเวอร์พรีเมียมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร
มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือหัวใจหลักของการออกแบบในครั้งนี้ ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น 130 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 80 มิลลิเมตร ทำให้ Countryman รุ่นใหม่มีความยาวรวม 4,433 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,843 มิลลิเมตร และความสูง 1,656 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์กลุ่ม SUV ขนาดกลางหลายรุ่นในตลาด ดีไซน์ทรงกล่องไม่ได้มีแค่ความสวยงามทันสมัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และพื้นที่เก็บสัมภาระ ให้กว้างขวางและใช้งานได้จริงมากขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานเป็นรถยนต์ครอบครัว หรือสำหรับการเดินทางระยะไกลได้อย่างยอดเยี่ยม ไฟหน้าและไฟท้าย LED ที่ออกแบบใหม่ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ในยุคปัจจุบัน ก็ช่วยเสริมความล้ำสมัยและทำให้รถดูโดดเด่นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ดีไซน์โดยรวมของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim จึงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการนำเสนอรถยนต์ที่ทันสมัย ใช้งานได้หลากหลาย และยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของแบรนด์ MINI แม้จะอยู่ในรูปลักษณ์ที่ต่างไปจากเดิม
มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย: ความสะดวกสบายที่มากกว่าชื่อ
การเติบโตทางด้านขนาดของ MINI Countryman 2025 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่ส่งผลต่อการใช้งานจริงอย่างมหาศาล
ความยาว: 4,433 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,843 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,656 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ: 2,692 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ: 165 มิลลิเมตร
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง: 450 ลิตร และขยายได้ถึง 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า มินิ คันทรีแมน 2025 ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพื้นที่ไปอย่างสิ้นเชิง ภายในห้องโดยสารจึงมีความโปร่งโล่ง นั่งสบายสำหรับผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเฉพาะพื้นที่วางขาและศีรษะที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเดินทางไกลไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป นอกจากนี้ พื้นที่เก็บสัมภาระ ด้านหลังที่มีความจุเริ่มต้น 450 ลิตร และสามารถขยายได้มากถึง 1,450 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40 นั้น ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Countryman สามารถรองรับสัมภาระขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเดินทาง หรือแม้กระทั่งของใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย นี่คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบแอคทีฟ ที่ต้องการรถคันเดียวที่สามารถเป็นได้ทั้งรถยนต์ในเมือง และรถยนต์สำหรับการเดินทางผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างลงตัว
ขุมพลัง TwinPower Turbo: สมรรถนะที่สมดุลและมั่นใจ
ภายใต้รูปลักษณ์ที่บึกบึนของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim คือขุมพลังเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,998 ซีซี) พร้อมระบบอัดอากาศ TwinPower Turbo พ่วง Intercooler เทคโนโลยี Double VANOS และ Valvetronic ที่ถูกจูนมาอย่างลงตัว เพื่อให้ได้สมรรถนะที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างครอบคลุม
กำลังสูงสุด: 204 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 300 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 4,500 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 7DCT
ระบบขับเคลื่อน: ALL4 (All-Wheel Drive)
ด้วยพละกำลัง 204 แรงม้า และแรงบิด 300 นิวตันเมตร ที่มาในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง การเร่งแซง หรือการขับขี่ขึ้นทางลาดชัน สมรรถนะ MINI Countryman ที่เคลมจากโรงงานระบุอัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 228 km/h ซึ่งตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึงความคล่องตัวที่น่าประทับใจสำหรับรถในกลุ่มครอสโอเวอร์ขนาดนี้
ระบบขับเคลื่อน ALL4 ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะของ MINI ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ไม่ว่าจะบนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น หรือเส้นทางที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หลากหลาย ทำให้การควบคุมรถเป็นไปได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7DCT ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ก็ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด เครื่องยนต์ TwinPower Turbo นี้จึงไม่เพียงให้พละกำลังที่เพียงพอ แต่ยังให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคมองหาในรถยนต์ยุค 2025
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: เทคโนโลยีและความหรูหราที่ผสานกัน
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim แล้วจะพบกับการออกแบบภายในที่พลิกโฉมจาก MINI เดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบให้มีความล้ำสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความสนุกสนานในแบบ MINI ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
จอกลางทรงกลม MINI Round Center Display OLED ขนาด 240 มิลลิเมตร (9.44 นิ้ว): นี่คือหัวใจหลักของห้องโดยสาร ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย จอ OLED ให้ภาพที่คมชัด สีสันสดใส และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยรูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่คุ้นเคยใน MINI แต่ทันสมัยยิ่งขึ้น
ระบบปฏิบัติการ MINI Operation System 9: เป็นระบบที่ใช้งานง่าย ตอบสนองรวดเร็ว มาพร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย ทั้งระบบนำทาง MINI Navigation กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ที่ให้มุมมองรอบด้านเพื่อความสะดวกในการจอดและขับขี่ในที่แคบ และระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hey MINI” ที่ชาญฉลาด สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถได้เพียงแค่คำสั่งเสียง
MINI Experience Modes: หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจที่สุด คือโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ Core, Go-Kart, Green, Balance, Timeless, Vivid และ Personal แต่ละโหมดจะปรับการแสดงผลบนหน้าจอ สีสันของไฟ Ambient Light รวมถึงการตอบสนองของคันเร่งและพวงมาลัย เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมด Go-Kart ที่เน้นความสปอร์ตสนุกสนาน หรือ Green Mode เพื่อความประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Vascin สีน้ำตาล Vintage Brown: ให้ความรู้สึกหรูหราและพรีเมียม เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะ Memory Seats และระบบเบาะนั่ง Active Seats สำหรับเบาะคนขับที่ช่วยรองรับสรีระได้ดียิ่งขึ้น เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนและพับได้ 60:40 พร้อมพนักวางแขนตำแหน่งกลางเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
อุปกรณ์ภายในอื่นๆ: หลังคากระจก Panoramic Glass-roof ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า MINI Head-up Display ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน และระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ลำโพง 12 ตำแหน่ง มอบคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมที่เติมเต็มทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ภายใน MINI Countryman จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหรา เทคโนโลยี และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นรถยนต์พรีเมียมที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ
ประสบการณ์การขับขี่: ความรู้สึกที่คุ้นเคยในร่างใหม่
จากการทดสอบ รีวิว MINI Countryman 2025 คันนี้ ต้องยอมรับว่าความรู้สึกแรกที่ได้ขับนั้น แตกต่างจาก MINI ที่เราคุ้นเคยอย่างมาก มิติที่ใหญ่ขึ้นส่งผลต่อไดนามิกการขับขี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พละกำลังเครื่องยนต์ 204 แรงม้า ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล สามารถเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกดุดันหรือ “แรงจัด” เหมือนรถสปอร์ตขนาดเล็กของ MINI ซึ่งอาจเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้ Countryman เป็นรถครอสโอเวอร์ที่ใช้งานได้จริงมากกว่าเน้นสมรรถนะสุดขีด
สิ่งที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ที่ไม่เคยจางหายไปคือ ช่วงล่าง MINI ที่ยังคงมีความแข็งตึงและให้การตอบสนองที่ฉับไว รับรู้ถึงสภาพพื้นผิวถนนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่แฟน MINI ชื่นชอบ แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย อาจรู้สึกว่ามันแข็งกระด้างไปบ้าง โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านถนนที่ขรุขระในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ความแข็งของช่วงล่างนี้ก็มอบความมั่นคงในการเข้าโค้ง และการควบคุมรถที่แม่นยำยิ่งขึ้น
ที่ความเร็วสูง ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น ทำให้รู้สึกถึงแรงต้านของลม และเมื่อเปลี่ยนเลนเร็วๆ รถก็มีอาการโยนตัวให้รับรู้ได้บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถครอสโอเวอร์ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่ด้วยระบบขับเคลื่อน ALL4 และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC) ก็ยังคงช่วยให้รถสามารถรักษาเสถียรภาพได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์
ในด้าน การใช้งานทั่วๆ ไป ถือว่าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้สามารถบรรทุกสิ่งของได้มากขึ้น การเข้าออกห้องโดยสารก็ทำได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ระบบช่วยเหลือการขับขี่และออฟชั่นต่างๆ ที่ให้มาอย่างจัดเต็ม ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ที่ทำได้ประมาณ 13-14 km/L สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมและน่าประทับใจ
ระบบความปลอดภัย: มั่นใจทุกการเดินทาง
MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เพื่อความอุ่นใจในทุกเส้นทาง
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS)
ระบบกระจายแรงเบรก Dynamic Brake Control (DBC)
ระบบช่วยเบรกขณะเข้าโค้ง Cornering Brake Control (CBC)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC)
ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า Post-Crash Collision Warning (PC iBrake)
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant ที่รวมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบเตือนการออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
ด้วยชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยเหล่านี้ ทำให้ MINI Countryman S ALL4 Hightrim เป็นรถยนต์ที่มอบความมั่นใจและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น หรือการเดินทางไกลนอกเมือง
บทสรุป: ใครคือผู้ที่เหมาะสมกับ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025)?
สรุป MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) เป็นรถยนต์ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ MINI อย่างแท้จริง ดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัยและล้ำยุค อาจทำให้แฟนพันธุ์แท้บางกลุ่มไม่คุ้นชิน แต่สำหรับผู้ที่เปิดรับความเปลี่ยนแปลงและชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ นี่คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม
มันคือรถครอสโอเวอร์พรีเมียมที่มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน แม้ว่า สมรรถนะการขับขี่ จะไม่ได้เน้นความดิบหรือความแรงจัดจ้านเหมือน MINI John Cooper Works แต่ก็ให้พละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมด้วยช่วงล่างอันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ที่มอบการควบคุมที่แม่นยำ
หากคุณกำลังมองหา รถครอสโอเวอร์หรู ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งการเดินทางคนเดียว หรือไปกับครอบครัว และชื่นชอบการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับกลิ่นอายความสนุกสนานในแบบฉบับ MINI ถึงแม้จะอยู่ในรูปลักษณ์ใหม่ที่ใหญ่โตขึ้น MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) คันนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ปี 2025
เราขอเชิญชวนให้ท่านสัมผัสประสบการณ์การขับขี่และทดลองใช้งานจริง เพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงและเสน่ห์ใหม่ของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim (MY2025) ด้วยตัวท่านเอง ที่ผู้จำหน่าย MINI ทั่วประเทศ แล้วท่านจะค้นพบว่า “มินิ” ในวันนี้ พร้อมที่จะพาคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสไตล์และอเนกประสงค์ยิ่งกว่าที่เคย!
![[ตอนที่ 2] 308T1020 AB296 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่คุณควรดู](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1617.png)
![[ตอนที่ 2] 309T1020 AB297 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่คุณควรดู](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1618.png)