Suzuki XL7 Hybrid ปี 2025: MPV 7 ที่นั่งขวัญใจครอบครัวไทย… ความคุ้มค่าที่ยังน่าจับตามอง?
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์มาโดยตลอด และในปี 2025 นี้ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือเทรนด์ของรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น SUV หรือ MPV ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ และความต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย ความปลอดภัย และความคุ้มค่า Suzuki XL7 Hybrid คือหนึ่งในชื่อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอในกลุ่มรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ผนวกกับเทคโนโลยี Mild Hybrid ที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ในสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดของปี 2025 นี้ XL7 Hybrid ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวไทยอยู่หรือไม่?
วันนี้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมจะพาคุณมาเจาะลึกถึง Suzuki XL7 Hybrid รุ่นปี 2025 นี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วนและแม่นยำที่สุดครับ
ทำความเข้าใจตำแหน่งแห่งความคุ้มค่า: ราคาและรุ่นย่อยของ Suzuki XL7 Hybrid ปี 2025
ตลาดรถยนต์ MPV 7 ที่นั่งมีการแข่งขันที่สูงมากในปี 2025 มีหลากหลายแบรนด์ที่นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ Suzuki XL7 Hybrid ยังคงยืนหยัดในฐานะตัวเลือกที่โดดเด่นในเซกเมนต์ “ราคาเข้าถึงได้” โดยมาพร้อมกับรุ่นย่อยเพียง 1 รุ่น คือ XL7 1.5 Hybrid GLX AT ด้วยราคาจำหน่ายแนะนำที่ 799,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถือว่ามีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับต้นทุนและเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายรายในตลาด
สิ่งที่มาพร้อมกับตัวรถคือการรับประกันคุณภาพนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ในปี 2025 นี้ ด้วยค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การมองหา รถยนต์ไฮบริด ที่มีราคาคุ้มค่าและมีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอสำหรับทุกคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง Suzuki XL7 Hybrid ตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ค่อนข้างชัดเจน ด้วยการนำเสนอแพ็คเกจที่สมดุลระหว่างราคา เทคโนโลยี และฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้มันยังคงเป็นทางเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ที่ต้องการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งราคาประหยัด และมองหา ความคุ้มค่ารถยนต์ ในระยะยาว
ดีไซน์ภายนอก: ผสมผสานความแกร่งและสไตล์ที่ลงตัว
ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก Suzuki XL7 Hybrid ในปี 2025 ยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสานความบึกบึนของ SUV เข้ากับความกะทัดรัดของ MPV ได้อย่างน่าสนใจ กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น ถูกออกแบบมาให้รับกับชุดไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ LED ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันอันชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดไฟทิ้งไว้ หรือฟังก์ชัน “Guide Me” ที่จะช่วยหน่วงเวลาการส่องสว่างของไฟหน้า เพื่อส่องนำทางคุณเข้าสู่บ้านได้อย่างปลอดภัย รวมถึงฟังก์ชัน “Follow Me Home” ที่เพิ่มความสะดวกสบายเมื่อคุณเดินเข้าใกล้ตัวรถในที่มืด
ด้านท้ายมีการตกแต่งด้วยแผง Chrome Black Garnish สีดำบริเวณเหนือช่องติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความทันสมัยให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว และแน่นอนว่าสัญลักษณ์ “HYBRID” ที่ประดับอยู่ด้านท้ายก็เป็นการบ่งบอกถึงขุมพลังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรง ส่วนล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลายเดิมที่ดูลงตัวกับตัวรถ หุ้มด้วยยางขนาด 195/60 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่หาเปลี่ยนได้ง่ายในท้องตลาดและมีราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว โดยรวมแล้ว ดีไซน์รถยนต์ ของ XL7 Hybrid ยังคงความสดใหม่และน่าใช้งานในปี 2025 ได้เป็นอย่างดี ด้วยความสูงใต้ท้องรถที่ให้ความคล่องตัวในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย
นอกจากนี้ XL7 Hybrid ยังได้รับการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่สำคัญจากรุ่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบพับ-กางกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อล็อกและปลดล็อกประตูรถ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ระบบ Idling Stop ที่ช่วยดับเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อรถหยุดนิ่ง เช่น การติดไฟแดง เพื่อประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบ Cruise Control ที่ช่วยให้การขับขี่ทางไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลายยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานรถยนต์ในปัจจุบันให้ความสำคัญ
ภายในห้องโดยสาร: พื้นที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัวและการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Suzuki XL7 Hybrid คุณจะสัมผัสได้ถึงความกว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อ รถครอบครัว 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะ เบาะนั่งทุกตำแหน่งหุ้มด้วยวัสดุผ้าสีเทา-ดำที่ให้สัมผัสสบายและดูแลรักษาง่าย เบาะนั่งคนขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เพื่อให้ได้ท่านั่งที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ที่หลากหลาย สิ่งที่น่าชื่นชมคือเบาะนั่งแถวที่ 2 ที่สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง และปรับเอนได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาและความสบายให้กับผู้โดยสาร พร้อมพนักพิงศีรษะครบทั้ง 3 ตำแหน่ง ส่วนเบาะแถวที่ 3 สามารถพับแยกแบบ 50:50 ได้ ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะกับการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ หรือเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารได้ตามต้องการ
แม้ว่าเบาะนั่งแถวที่ 3 จะเหมาะสำหรับเด็กหรือการเดินทางระยะสั้นสำหรับผู้ใหญ่มากกว่า แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่ชาญฉลาด ทำให้ผู้ใหญ่ยังสามารถนั่งได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดมากนักเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน แต่สำหรับการเดินทางระยะไกลมากๆ อาจจะยังไม่ให้ความสบายเท่ากับแถวที่ 1 และ 2 อย่างไรก็ตาม ในบริบทของ รถยนต์อเนกประสงค์ ที่เน้นการใช้งานในเมืองและการเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัว XL7 Hybrid ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ด้าน อุปกรณ์มาตรฐาน ที่อำนวยความสะดวกสบายก็จัดมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกุญแจ Keyless Entry พร้อมปุ่ม Keyless Push Start ช่วยให้การเข้า-ออกและสตาร์ทรถเป็นเรื่องง่าย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ D-Shape ที่จับกระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง รับ-วางสายโทรศัพท์ และปุ่ม Cruise Control ที่ติดตั้งมาให้ครบครัน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ช่วยให้ทุกที่นั่งเย็นสบายทั่วถึง
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งบริเวณด้านหน้า พร้อมช่องเป่าลมเย็นที่ช่วยรักษาอุณหภูมิเครื่องดื่มของคุณให้เย็นสดชื่น นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2025 และช่องจ่ายไฟ 12V อีก 3 ตำแหน่งทั่วห้องโดยสาร ตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับทุกคนในครอบครัว
หัวใจสำคัญด้านความบันเทิงและการเชื่อมต่อคือหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ที่ไม่เพียงแต่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ผ่านสาย USB เท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลังขณะถอยรถได้อย่างชัดเจน พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านท้าย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจอดรถ นอกจากนี้ Suzuki ยังได้ติดตั้งกล้องบันทึกภาพขณะขับขี่ (DVR) มาให้จากโรงงาน ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่สำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน โดยคุณสามารถย้อนดูคลิปเหตุการณ์จากหน้าจอขนาด 10.1 นิ้วได้ทันที ทำให้มั่นใจได้ในทุกการเดินทาง นี่คือการยกระดับ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ Suzuki มอบให้กับผู้ใช้งาน XL7 Hybrid ในปี 2025
ความปลอดภัย: มั่นใจทุกเส้นทางเพื่อคนที่คุณรัก
เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง รถครอบครัว Suzuki XL7 Hybrid มาพร้อมกับ ระบบความปลอดภัยรถยนต์ ที่เป็นมาตรฐานและเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักเดินทางได้อย่างอุ่นใจ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ช่วยรักษาสมดุลของรถในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็ว ระบบเบรก ABS/EBD ช่วยป้องกันล้อล็อกและกระจายแรงเบรกได้อย่างเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถ และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Hold Control) ป้องกันรถไหลเมื่อออกตัวบนทางลาดชัน
นอกจากนี้ ยังมีเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ครบทั้ง 7 ตำแหน่ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารทุกคน จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะแถวสองจำนวน 2 ตำแหน่ง เป็นมาตรฐานที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ทำให้สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย และถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ที่พร้อมให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดการปะทะ ด้วยแพ็คเกจความปลอดภัยเหล่านี้ Suzuki XL7 Hybrid จึงเป็นรถที่มอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดีในการเดินทางทุกรูปแบบ
ขุมพลัง Mild-Hybrid: ประหยัดและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ภายใต้ฝากระโปรงของ Suzuki XL7 Hybrid คือ ขุมพลัง Suzuki XL7 Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส K15B ความจุ 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที เข้ากับเทคโนโลยี Mild Hybrid ที่น่าสนใจ ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความทนทานและดูแลรักษาง่าย
สิ่งที่พิเศษคือการเสริมด้วยมอเตอร์ ISG (Integrated Starter Generator) ที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 12Ah ซึ่งไม่ใช่ระบบไฮบริดแบบเต็มรูปแบบที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ แต่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์ในช่วงออกตัวหรือเร่งแซง ทำให้การตอบสนองดีขึ้น และที่สำคัญคือช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีค่าเฉลี่ยตาม ECO Sticker อยู่ที่ 17.9 กม./ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้
จากประสบการณ์การขับขี่จริง ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี Mild Hybrid นี้ช่วยให้ XL7 Hybrid เป็น รถประหยัดน้ำมัน ที่ดีกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เดิมอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในการขับขี่ในเมืองที่มีการหยุดและออกตัวบ่อยครั้ง ระบบ Idling Stop และการทำงานของมอเตอร์ ISG จะเข้ามาช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากคุณคาดหวังความประหยัดในระดับเดียวกับรถ Full Hybrid ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าและสามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ XL7 Hybrid อาจจะยังไม่ใช่คำตอบนั้น แต่ถ้ามองในมุมของการเป็นรถยนต์ที่ให้ สมรรถนะการขับขี่ ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งในเมืองและนอกเมือง พร้อมความประหยัดที่เพิ่มขึ้นในระดับที่สัมผัสได้ XL7 Hybrid ถือว่าทำได้ดี
ในส่วนของช่วงล่างและการขับขี่ Suzuki ขึ้นชื่อในการออกแบบช่วงล่างที่มีความสมดุล สามารถใช้งานได้หลากหลายสภาพถนน ช่วงล่างของ XL7 Hybrid ให้ความนุ่มนวลในระดับหนึ่ง สามารถลุยทางขรุขระเล็กน้อยได้อย่างสบายใจ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วปานกลาง อย่างไรก็ตาม ที่ความเร็วสูงมากๆ หรือในการเข้าโค้งที่รุนแรง อาจจะยังไม่ให้ความรู้สึกกระชับและมั่นคงเท่ารถยนต์ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่โดยเฉพาะ แต่โดยรวมแล้วถือว่าเหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัวที่เน้นความสบายและความอเนกประสงค์เป็นหลัก
สรุป: Suzuki XL7 Hybrid ในปี 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหรือไม่?
ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมายและการแข่งขันที่ดุเดือด คำถามที่ว่า Suzuki XL7 Hybrid ยังน่าใช้อยู่หรือไม่นั้น ผมขอยืนยันว่า “ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง” สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหา รถ MPV 7 ที่นั่งคุ้มค่า สำหรับครอบครัว
จุดแข็งที่โดดเด่นของ Suzuki XL7 Hybrid คือ:
ราคาที่เข้าถึงง่าย: ด้วยราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งหลายราย ทำให้เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการประหยัดงบประมาณ
พื้นที่ใช้สอย: ห้องโดยสารกว้างขวาง จัดสรรพื้นที่ได้ดี ตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัวใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่สำหรับขนสัมภาระ
เทคโนโลยี Mild Hybrid: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ทำให้ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลดลงในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวน
อุปกรณ์มาตรฐานครบครัน: ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ให้มาอย่างเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงกล้องบันทึกภาพจากโรงงานที่เพิ่มความอุ่นใจ
ความน่าเชื่อถือและบริการหลังการขาย: Suzuki เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านความทนทานและการบำรุงรักษาที่ไม่ยุ่งยาก พร้อมเครือข่ายศูนย์บริการที่คอยรองรับ ทำให้มั่นใจได้ใน บริการหลังการขาย Suzuki
แม้ว่าในเรื่องของออปชั่นบางอย่างอาจจะยังไม่หวือหวาเท่าคู่แข่งรุ่นใหม่บางราย หรือสมรรถนะการขับขี่อาจไม่ได้เน้นความแรงและสปอร์ตเต็มตัว แต่ถ้าคุณต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัวอย่างแท้จริง เน้นความคุ้มค่า ความอเนกประสงค์ และความสบายใจในการขับขี่ Suzuki XL7 Hybrid ปี 2025 ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ขอแนะนำให้คุณพิจารณาอย่างจริงจัง
อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวคุณเอง!
หากคุณกำลังมองหา รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ผสานความคุ้มค่า ความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยี Mild Hybrid เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Suzuki XL7 Hybrid คือคำตอบที่ไม่อาจมองข้ามได้ ผมขอเชิญชวนให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูม Suzuki ใกล้บ้านคุณ ทดลองขับ เพื่อรับรู้ถึงฟีลลิ่งการขับขี่ ความกว้างขวางของห้องโดยสาร และฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่านี่คือรถยนต์ที่ใช่สำหรับครอบครัวของคุณอย่างแท้จริง หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Suzuki เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชั่นพิเศษสำหรับปี 2025 แล้วคุณจะพบว่า Suzuki XL7 Hybrid ยังคงเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมตอบทุกโจทย์การเดินทางของครอบครัวคุณ!
![[ตอนที่ 2] 338T1020 AC007 เศรษฐีใช้แตงกวาตามหาเนื้อคู่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1639.png)
![[ตอนที่ 2] 339T1020 AC008 สะใภ้ตลาดล่าง ตัดเล็บบนโต๊ะกินข้าวต่อหน้าแม่สามี](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1640.png)