• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 350T1020 AC019 น้ำแกงถ้วยนี้ หนูขอต่อชีวิตให้พี่ชายนะคะ

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 350T1020 AC019 น้ำแกงถ้วยนี้ หนูขอต่อชีวิตให้พี่ชายนะคะ

Honda HR-V e:HEV RS 2025: เจาะลึกครอสโอเวอร์ไฮบริดยอดนิยม กับนิยามใหม่แห่งความประหยัด ความปลอดภัย และสไตล์ โดยผู้เชี่ยวชาญ

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการรถยนต์มานานกว่าทศวรรษ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของยานยนต์มาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งในเซกเมนต์ที่ยังคงร้อนแรงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคงหนีไม่พ้น “รถยนต์ครอสโอเวอร์” และเมื่อพูดถึงรถในกลุ่มนี้ ชื่อของ Honda HR-V ก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ

Honda HR-V ไม่ใช่แค่รถยนต์อีกรุ่นหนึ่งในตลาด แต่คือปรากฏการณ์ที่ Honda สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ในประเทศไทย มันได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ 5 ประตู ที่ไม่ใช่ทั้งแฮทช์แบ็กคันเล็ก หรือ SUV ขนาดใหญ่ แต่เป็นครอสโอเวอร์ไซส์กะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยความอเนกประสงค์ การออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่น่าประทับใจ ด้วยตำแหน่งทางการตลาดที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Honda Jazz และ Honda CR-V ทำให้ HR-V ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม กลายเป็นผู้นำในตลาดอย่างรวดเร็วและครองใจผู้ใช้งานมาอย่างยาวนานต่อเนื่องจนถึงปี 2021

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อ Honda เปิดตัว HR-V เจเนอเรชันใหม่หมดจด พลิกโฉมดีไซน์จากเดิมทั้งหมด พร้อมชูจุดเด่นเรื่อง “เทคโนโลยีไฮบริด” ด้วยขุมพลัง e:HEV ที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการด้าน “ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง” ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน และล่าสุดในช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา Honda ได้ยกระดับ HR-V e:HEV RS ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยการไมเนอร์เชนจ์ อัปเกรดทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน พร้อมเสริมออปชันเพิ่มความคุ้มค่า โดยยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างตัวถังและระบบขับเคลื่อนไฮบริด e:HEV อันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม ทำให้ HR-V 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา “รถ SUV ขนาดเล็ก” ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในบทความนี้ ผมจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเจาะลึกกับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสและใช้งานจริงในสภาพการจราจรที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอในมุมมองของผู้ใช้งานจริงที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ทั้งในด้านที่ประทับใจและข้อเสนอแนะต่างๆ พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ Honda บรรจุมาให้ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่า “ซื้อรถใหม่” คันนี้จะตอบโจทย์คุณได้มากน้อยเพียงใด

ราคา Honda HR-V 2025 ที่คุณควรทราบ

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกในแต่ละส่วน มาดูราคาจำหน่ายของ Honda HR-V e:HEV 2025 ทั้ง 3 รุ่นย่อยกันก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ “รถยนต์ไฮบริด” สำหรับหลายๆ คน
e:HEV E ราคา 949,000 บาท
e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท
e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท

จะเห็นได้ว่ารุ่น e:HEV RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่เรากำลังจะรีวิวนี้ มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและออปชันที่ได้รับ ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของ Honda ในการนำเสนอ “รถครอสโอเวอร์” คุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้

Honda HR-V e:HEV RS 2025: ดีไซน์ภายนอกที่สะกดทุกสายตา

สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อแรกเห็น Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือการปรับปรุง “ดีไซน์สปอร์ต” ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความโฉบเฉี่ยวได้อย่างลงตัว ด้วยมิติตัวถังที่สมดุล (กว้าง 1,790 มม. สูง 1,590 มม. ยาว 4,385 มม. และความสูงใต้ท้องรถ 196 มม.) ทำให้รถคันนี้ดูปราดเปรียวแต่ยังคงความแข็งแกร่งในแบบฉบับครอสโอเวอร์

สำหรับรุ่น RS จุดเด่นอยู่ที่ชุดแต่งรอบคันที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์สปอร์ตใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมสัญลักษณ์ RS อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความพิเศษของรุ่นท็อป ไฟหน้า Full LED ที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ ไม่ใช่แค่ให้ความสว่างที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมาพร้อม “ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมากในปัจจุบัน สามารถปรับการส่องสว่างของไฟหน้าแยกอิสระซ้าย-ขวาได้ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ตอนกลางคืนโดยไม่รบกวนรถคันอื่น และยังมี “ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)” ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเข้าโค้งหรือเลี้ยวในที่มืด ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจใน “เทคโนโลยีความปลอดภัย” ของ Honda

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นและชื่นชอบคือตำแหน่งของกล้องที่อยู่บริเวณด้านบนของกระจกหน้ารถ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ “ระบบความปลอดภัย Honda SENSING” ที่ทำหน้าที่ตรวจจับเส้นเลนถนนและยานพาหนะต่างๆ เพื่อช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

กระจกมองข้างสีดำเงาที่ปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้านั้นไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ยังรวมเอาไฟเลี้ยว LED ไว้ในตัว และที่ใต้กระจกมองข้างฝั่งซ้าย ยังมีกล้องอีกหนึ่งตัวที่ทำงานร่วมกับระบบ Honda LaneWatch ซึ่งผมถือว่าเป็นระบบที่ช่วยลดจุดบอดและเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะภาพจะแสดงขึ้นที่หน้าจอส่วนกลางทันทีเมื่อเราเปิดไฟเลี้ยวซ้าย

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ผมประทับใจในฐานะผู้ใช้งานจริงที่อาจจะขี้ลืมบ้างในบางครั้งคือระบบ Walk Away Auto Lock ที่จะทำการล็อกรถให้เองโดยอัตโนมัติเมื่อเราเดินห่างจากตัวรถ ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดความกังวลเรื่องการลืมล็อกรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Berlina Black แบบ Diamond cut ดีไซน์ใหม่ล่าสุด รัดด้วยยางขนาด 225/50R18 ดูสปอร์ตและลงตัวกับดีไซน์โดยรวมของรถมากๆ พร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ที่ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ดีเยี่ยม และที่ด้านท้ายรถ ไฟท้าย Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่สี Smoke ที่ลากยาวเชื่อมกันตลอดแนว ดูทันสมัยและโดดเด่นสะดุดตา เสริมด้วยเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด ที่ช่วยให้การถอยจอดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

สรุปสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภายนอกของ HRV RS 2025 จากรุ่นก่อนหน้า:
ดีไซน์ด้านหน้าใหม่ กระจังหน้าโครเมียมสปอร์ตพร้อมสัญลักษณ์ RS
ไฟท้าย Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่ สี Smoke
ล้ออัลลอย 18 นิ้ว สีดำ Berlina Black แบบ Diamond cut
เพิ่มระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB)
เพิ่มระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
เพิ่มเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด

Honda HR-V e:HEV RS 2025: ดีไซน์ภายในที่ตอบโจทย์การใช้งาน

ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Honda HR-V e:HEV RS 2025 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโปร่งโล่งสบายตา แม้จะเป็น “รถ SUV ขนาดเล็ก” แต่การออกแบบภายในให้ความรู้สึกกว้างขวางเกินคาด ในรุ่น RS นี้ยังคงเอกลักษณ์การตกแต่งที่เน้นความสปอร์ตด้วยการใช้สีแดงเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก ทั้งการเดินด้ายสีแดงบริเวณเบาะนั่ง แผงประตู และพวงมาลัย สร้างบรรยากาศที่เร้าใจแต่ยังคงความหรูหรา

พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันที่ใช้งานง่าย โดยฝั่งซ้ายสำหรับควบคุมจอเครื่องเล่นและระบบเสียง ส่วนฝั่งขวาสำหรับควบคุม “ระบบความปลอดภัย Honda SENSING” ต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ระยะทางไกล

หน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วนและชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสถานะของระบบไฮบริด ความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่ผู้ขับขี่ต้องการ

ไฮไลท์สำคัญคือระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว ที่ได้รับการอัปเกรดให้รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless) แล้วในรุ่นปี 2025 นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลอย่างเราต้องการเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri และ Android Auto รวมถึง “ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect” ที่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ถูกใจผมมากคือ Honda LaneWatch ที่ทำงานเมื่อเราเปิดไฟเลี้ยวซ้ายหรือกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยว ภาพจากกล้องใต้กระจกมองข้างด้านซ้ายจะแสดงผลบนหน้าจอกลาง ทำให้เรามองเห็น “มุมอับสายตา” ได้อย่างชัดเจน ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนเลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง Honda HR-V ยังคงมอบพื้นที่ที่กว้างขวาง นั่งสบาย แม้จะเป็นการเดินทางไกลก็ไม่รู้สึกอึดอัด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องเชื่อมต่อ USB ที่ได้รับการอัปเกรดเป็นทั้งหมด 4 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง ซึ่งตอบรับกับการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เบาะนั่งด้านหลังยังสามารถพับปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบตามสไตล์ Ultra Seat อันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda ทำให้การขนสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ไม่ใช่ปัญหา

สรุปสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภายในของ HRV RS 2025 จากรุ่นก่อนหน้า:
ออกแบบคอนโซลกลางใหม่ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนพร้อมถาดอเนกประสงค์
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง
อัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็น 4 ตำแหน่ง (USB Type-C 3 ช่อง, USB Type-A 1 ช่อง)
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก

ขุมพลัง Honda HR-V e:HEV RS 2025: ประสิทธิภาพและเทคโนโลยีไฮบริด e:HEV

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda HR-V e:HEV RS 2025 โดดเด่นในตลาด “รถยนต์ไฮบริด” คือระบบขับเคลื่อน e:HEV ที่ Honda พัฒนาขึ้นมาอย่างชาญฉลาด ทุกรุ่นย่อยของ HR-V e:HEV ล้วนใช้ระบบฟูลไฮบริดนี้ ซึ่งเป็นการผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT เข้ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด แบตเตอรี่นี้สามารถชาร์จไฟกลับเข้าสู่ระบบได้โดยอัตโนมัติในขณะขับขี่ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟจากภายนอกเลย

การทำงานของระบบ e:HEV นั้นมีความซับซ้อนแต่ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดถึง 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นแรงบิดที่สูงมากสำหรับการออกตัวหรือเร่งแซง ทำให้ Honda HR-V มี “สมรรถนะการขับขี่” ที่ตอบสนองได้ทันใจและนุ่มนวลอย่างน่าทึ่ง และจุดเด่นที่สุดคือ “อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน Honda HR-V” ที่ Honda เคลมไว้สูงถึง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งจากการใช้งานจริงของผมพบว่าตัวเลขนี้ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด และจะขอลงรายละเอียดในส่วนของการทดสอบขับขี่อีกครั้ง

ทดสอบการขับขี่ Honda HR-V e:HEV RS 2025: ประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งคนขับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 ผมรู้สึกถึงความพร้อมที่จะออกเดินทางทันที “อัตราเร่ง” ของรถคันนี้ทำได้ดีเกินคาด ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการออกตัวและการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ทำให้การเคลื่อนที่ในเมืองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเงียบสงบ ไร้ซึ่งอาการกระตุกหรือรอรอบ เมื่อต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจะเข้ามาทำงานเสริมได้อย่างราบรื่น ให้พละกำลังที่เพียงพอต่อการแบกรับน้ำหนักตัวรถและผู้โดยสารได้อย่างสบาย

ผมได้ทดลองขับในโหมดต่างๆ ที่ Honda จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งแต่ละโหมดก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป:
ECON Mode: โหมดนี้เน้น “ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง” เป็นหลัก ระบบจะปรับการทำงานให้ประหยัดน้ำมันสูงสุด การตอบสนองของคันเร่งจะรู้สึกหน่วงเล็กน้อยในช่วงออกตัว แต่เมื่อความเร็วคงที่แล้วก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากโหมดปกติมากนัก เหมาะสำหรับการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด หรือการขับขี่ในเมืองที่ไม่ต้องการความเร่งรีบมากนัก
Normal Mode: เป็นโหมดที่ผมใช้งานบ่อยที่สุด คันเร่งตอบสนองได้ดี ติดเท้ามากขึ้นกว่าโหมด ECON เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการสมดุลระหว่าง “สมรรถนะการขับขี่” และการประหยัดน้ำมัน
Sport Mode: หากคุณต้องการความเร้าใจและการตอบสนองที่ฉับไว โหมด Sport คือคำตอบ คันเร่งจะไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ แต่แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงกว่าสองโหมดแรก

ด้วยขนาดตัวรถที่กำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นไปอย่างคล่องตัว การเลี้ยว การเปลี่ยนเลน หรือการซอกแซกใน “สภาพการจราจรหนาแน่น” ทำได้ง่ายมากๆ บวกกับระบบ Honda LaneWatch ที่ช่วยให้การมองเห็นด้านซ้ายชัดเจนขึ้น ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน

สำหรับการขับขี่นอกเมืองหรือบนทางหลวงที่ใช้ความเร็วสูง ผมได้ทดลองเข้าโค้งที่ความเร็ว 100-110 กม./ชม. ตัวรถให้ความมั่นคงและนิ่ง ไม่รู้สึกโคลงเคลงหรือท้ายปัดแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตำแหน่งการวางแบตเตอรี่ไฮบริดที่อยู่บริเวณท้ายรถ ซึ่งมีน้ำหนักมากพอที่จะช่วยกดตัวรถให้เกาะถนนได้ดีขึ้น สังเกตได้ชัดเจนเมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือคอสะพาน ท้ายรถจะไม่โยนตัวมากเกินไป ช่วงล่างของ HR-V e:HEV RS ให้ความรู้สึกที่ออกไปทางเฟิร์มหรือกระชับ ไม่ได้นุ่มนวลจนย้วย แต่ก็ไม่แข็งกระด้างจนทำให้รู้สึกไม่สบาย สามารถซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างน่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ละเอียดอ่อนกับทุกรายละเอียด สิ่งที่ผมยังรู้สึกว่า Honda HR-V e:HEV RS ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกเล็กน้อยคือ “การเก็บเสียง” เมื่อใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. ขึ้นไป ยังคงได้ยินเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาจากด้านข้าง และเสียงจากพื้นถนนค่อนข้างชัดเจน หากใครที่ซีเรียสกับเรื่องนี้ การเพิ่มแดมป์เก็บเสียงบริเวณซุ้มล้อและประตูอาจช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

Honda SENSING: ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับปี 2025

ในยุคที่ “เทคโนโลยีความปลอดภัย” คือหัวใจสำคัญของยานยนต์ Honda ได้มอบ Honda SENSING มาให้ใน HR-V e:HEV ทุกรุ่นย่อย ซึ่งเป็นชุดระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในรุ่น RS ที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน ผมจะอธิบายถึงแต่ละระบบพร้อมมุมมองจากการใช้งานจริง:

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System – CMBS): ระบบนี้เปรียบเสมือนดวงตาคู่ที่สองที่คอยจับตาดูรถคันหน้า หากตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ไม่ว่าจะเป็นรถคันหน้าเบรกกะทันหัน หรือเราขับเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป หน้าจอเรือนไมล์จะแสดงสัญลักษณ์และส่งเสียงเตือน หากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง ระบบจะเข้ามาช่วยเบรกโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow – ACC with LSF): เป็นระบบที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษสำหรับการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในสภาพการจราจรที่มีการไหลไปหยุดไป ระบบนี้ช่วยให้คุณสามารถกำหนดความเร็วที่ต้องการ และรถจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ หากรถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุด รถของเราก็จะเบรกตามจนถึงหยุดนิ่ง และเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ไป รถก็จะออกตัวตามโดยอัตโนมัติ (ในกรณีที่หยุดไม่นาน) นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับความห่างจากรถคันหน้าได้ถึง 4 ระดับ เพิ่มความสะดวกสบายและลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning – RDM with LDW): ระบบนี้จะคอยตรวจจับเส้นแบ่งเลนถนน หากเราขับรถออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ พร้อมกับใช้แรงหน่วงพวงมาลัยเพื่อดึงรถกลับเข้ามาในเลน ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกขัดใจเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ในมุมมองของผม มันคือระบบที่ช่วยสร้าง “วินัยในการขับขี่” ให้เราเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งที่เปลี่ยนเลน และเพิ่มความปลอดภัยจากการเผลอหลับในหรือเสียสมาธิได้อย่างดีเยี่ยม
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System – LKAS): เมื่อเปิดใช้งานระบบนี้ กล้องด้านบนกระจกหน้าจะตรวจจับเส้นเลนถนน และช่วยบังคับควบคุมพวงมาลัยเพื่อรักษารถให้อยู่กึ่งกลางเลนตลอดเวลา แม้กระทั่งในทางโค้ง พวงมาลัยก็จะหมุนตามให้เอง แต่ก็ยังคงต้องการการสัมผัสจากผู้ขับขี่ หากปล่อยมือจากพวงมาลัยนานเกินไป ระบบจะเตือนให้จับพวงมาลัยอีกครั้ง เป็นระบบที่ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกลได้อย่างมาก
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Auto High-Beam with Adaptive Driving Beam – ADB): ระบบนี้ช่วยให้การขับขี่ในเวลากลางคืนบนถนนที่มืดมิดปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อไม่มีรถสวนทางหรือรถคันหน้า ระบบจะเปิดไฟสูงให้โดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย และเมื่อกล้องตรวจจับได้ว่ามีรถสวนมา ระบบจะปรับเป็นไฟต่ำทันที เพื่อไม่ให้รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง สำหรับรุ่น RS ที่ได้ระบบ ADB เข้ามาเสริม ยิ่งทำให้การขับขี่ตอนกลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะสามารถปรับการส่องสว่างของไฟหน้าแยกอิสระซ้าย-ขวาได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อขับขี่บนถนนต่างจังหวัดที่มืดสนิท
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System – LCDN): ระบบเล็กๆ น้อยๆ แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองหรือเมื่อจอดติดไฟแดง หากรถคันหน้าเคลื่อนที่ไปแล้วแต่รถของเรายังไม่ขยับ ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอและเสียง ช่วยป้องกันการเสียเวลาออกตัวหรือถูกบีบแตรจากรถคันหลัง

บทสรุปจากผู้ใช้งานจริง: สิ่งที่ชอบและสิ่งที่อยากเห็นการพัฒนา

หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 เป็นเวลาหลายวัน ผมได้ตกผลึกความคิดและประสบการณ์ที่อยากจะถ่ายทอดให้คุณผู้อ่านฟัง

สิ่งที่ผมประทับใจใน Honda HR-V e:HEV RS 2025:

ประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องพยายาม: นี่คือจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ HR-V e:HEV ผมกล้าพูดได้เลยว่าตัวเลข 25.6 กม./ลิตร ที่ Honda เคลมไว้ ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด แม้ในการใช้งานของผมที่ขับขี่แบบตามใจเท้า มีทั้งการขับซิ่งบ้างเมื่อเจอทางโล่ง และการจอดนิ่งสนิทในสภาพการจราจรติดขัดย่านสุขุมวิท สาธร สีลม ผมยังสามารถทำตัวเลขได้ถึง 21.4 กม./ลิตร ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ สำหรับ “รถครอสโอเวอร์” ในไซส์นี้ เมื่อคำนวณจากราคาน้ำมัน E20 ที่ลิตรละ 30.74 บาท ณ วันที่เติม เฉลี่ยแล้วค่าเชื้อเพลิงต่อระยะทาง 1 กม. อยู่ที่ประมาณ 1.43 บาท เท่านั้น ซึ่งทำให้ “ค่าบำรุงรักษารถไฮบริด” และค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ดีไซน์สวยงาม ขนาดพอเหมาะลงตัว: แม้เรื่องความสวยงามจะเป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่ในมุมมองของผม “ดีไซน์สปอร์ต” ของ HR-V โฉมนี้ เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ขับแล้วดูภูมิฐาน โดยเฉพาะรุ่น RS ที่มาพร้อมชุดแต่งรอบคันที่ลงตัว ไม่ดูรกหรือเยอะจนเกินไป ขนาดตัวรถที่ไม่เล็กจนอึดอัด และไม่ใหญ่จนเทอะทะ ทำให้เป็น “รถสำหรับคนเมือง” ที่คล่องตัวสูง แต่ก็ยังให้มุมมองที่ดีและมั่นใจเมื่อขับขี่ออกต่างจังหวัด
แบรนด์ Honda ที่เชื่อถือได้ พร้อมศูนย์บริการครอบคลุม: นี่คือปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคในประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เมื่อตัดสินใจ “ซื้อรถใหม่” การเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีประวัติยาวนาน และมี “ศูนย์บริการ Honda” ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่สร้างความอุ่นใจได้อย่างมาก จากประสบการณ์ตรงของผมในฐานะลูกค้า Honda ที่ใช้ Jazz GK อยู่ ก็เคยประสบปัญหาและได้รับการดูแลแก้ไขจากศูนย์บริการอย่างรวดเร็วและมืออาชีพ ทำให้ผมมั่นใจในคุณภาพและบริการหลังการขายของ Honda ว่าจะไม่ทอดทิ้งลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ “ค่าบำรุงรักษารถไฮบริด” ในระยะยาวเป็นไปอย่างสบายใจ

สิ่งที่ผมอยากเห็นการพัฒนาเพิ่มเติม:

คุณภาพกล้องและจอแสดงผล: ด้วยราคาของรถที่แตะระดับล้านบาท ในปี 2025 ที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมาก คุณภาพของกล้องรอบคันและกล้อง Honda LaneWatch รวมถึงความละเอียดของหน้าจอแสดงผลต่างๆ ยังคงมีพื้นที่ให้ปรับปรุงให้คมชัดและมีมิติมากกว่านี้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากแบรนด์จีนที่เข้ามาในตลาดและสามารถนำเสนอคุณภาพกล้องที่โดดเด่นกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกันหรือถูกกว่าเล็กน้อย
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร: แม้ช่วงล่างจะให้ความรู้สึกที่มั่นคง แต่ “การเก็บเสียง” ยังไม่ถึงกับน่าประทับใจนัก เมื่อใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. ขึ้นไป เสียงลมที่เข้ามาจากด้านข้างและเสียงจากพื้นถนนยังคงค่อนข้างชัดเจน หาก Honda สามารถปรับปรุงในจุดนี้ได้ จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้พรีเมียมยิ่งขึ้นไปอีก

สีสันและราคา Honda HR-V e:HEV RS 2025

สำหรับ Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท มีสีให้เลือกถึง 6 สี เพื่อตอบสนองสไตล์ที่หลากหลายของผู้ใช้งาน:
สีใหม่ สีกากีแซนด์ (มุก) หลังคาดำ (เพิ่มเงิน 14,000 บาท)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
สีขาวแพลทินัม (มุก) (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
สีขาวพรีเมี่ยมซันไลต์ (มุก) (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
สีดำคริสตัล (มุก) (เพิ่มเงิน 8,000 บาท)
สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

สรุปและบทเชิญชวน

โดยสรุปแล้ว Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือ “ครอสโอเวอร์ไฮบริด” ที่ยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการผสมผสานระหว่าง “ดีไซน์สปอร์ต” ที่ทันสมัย “ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง” ที่ยอดเยี่ยมจาก “เทคโนโลยีไฮบริด” e:HEV พร้อม “ระบบความปลอดภัย Honda SENSING” ที่ครบครัน และความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่ตอบโจทย์ทั้ง “รถสำหรับคนเมือง” และการเดินทางไกล แม้จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยในเรื่องคุณภาพของกล้องและการเก็บเสียง แต่โดยรวมแล้ว Honda HR-V e:HEV RS ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์นี้ และเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค

หากคุณกำลังมองหา “รถยนต์ไฮบริด” ที่ครบเครื่องทั้งด้านสมรรถนะ ความประหยัด และความปลอดภัย Honda HR-V e:HEV RS 2025 คันนี้คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม ผมขอแนะนำให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเองที่ “ศูนย์บริการ Honda” ใกล้บ้าน เพื่อสัมผัสถึงนวัตกรรมและ “สมรรถนะการขับขี่” อันน่าประทับใจ เพื่อค้นหาว่าทำไม Honda HR-V ถึงยังคงเป็น “รถยนต์อัจฉริยะ” ที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน อย่าพลาดโอกาสที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งการขับขี่ที่คุณควบคุมได้!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 349T1020 AC018 ครูหยิบขนมของนักเรียนป1 เพราะเธอมีเหตุผลลึกซึ้งมากกว่านั้น

Next Post

[ตอนที่ 2] 351T1020 AC020 หนูน้อยดึงกsะโปงของเธอ เพื่อพาไปเจอพ่อแล้วขอให้เป็นแม่เลี้ยง

Next Post
[ตอนที่ 2] 351T1020 AC020 หนูน้อยดึงกsะโปงของเธอ เพื่อพาไปเจอพ่อแล้วขอให้เป็นแม่เลี้ยง

[ตอนที่ 2] 351T1020 AC020 หนูน้อยดึงกsะโปงของเธอ เพื่อพาไปเจอพ่อแล้วขอให้เป็นแม่เลี้ยง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.