• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 558T1020 AD104 แม่เมียไม่ใช่แม่ผม ทำไมต้องสนใจด้วย

admin79 by admin79
October 24, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 558T1020 AD104 แม่เมียไม่ใช่แม่ผม ทำไมต้องสนใจด้วย

Ferrari 12Cilindri: บทสรุปแห่งสุนทรียะและการขับขี่ สู่ตำนานบทใหม่ในปี 2025

ในโลกแห่งยนตรกรรมสมรรถนะสูง ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมกับกระแสการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าเต็มตัว ยังมีอัญมณีล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่คงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งขุมพลังสันดาปภายในอันเป็นเอกลักษณ์ และพร้อมที่จะเป็นผู้กำหนดนิยามใหม่ของรถยนต์แกรนด์ทัวริ่ง (Gran Turismo) แห่งอนาคต นั่นคือ Ferrari 12Cilindri การมาถึงของซูเปอร์คาร์รุ่นเรือธงคันนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์สมรรถนะสูงทั่วไป แต่คือการประกาศศักดาครั้งใหม่ของม้าลำพอง ที่ผสานมรดกอันล้ำค่าเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น การคว้ารางวัล Car Design Award 2025 ในหมวด Production Cars มาครอง ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จที่มิได้จำกัดเพียงแค่ประสิทธิภาพ แต่ยังรวมถึงความงดงามทางศิลปะที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยนตรกรรมหรูหราและรถสปอร์ตมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า Ferrari 12Cilindri คือหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงที่น่าจับตาที่สุดของปี 2025 มันเป็นรถที่ไม่ได้แค่เร็ว แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ลึกซึ้งและเข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักขับผู้ช่ำชองหรือเพียงแค่ต้องการสัมผัสความหรูหราบนท้องถนนทุกวัน รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มทุกความต้องการอย่างแท้จริง

การออกแบบที่ก้าวข้ามกาลเวลา: รางวัล Car Design Award 2025 และปรัชญาเบื้องหลัง

การได้รับรางวัล Car Design Award 2025 ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในโลกของการออกแบบยานยนต์ ซึ่ง Ferrari 12Cilindri สามารถพิชิตมาได้อย่างสง่างามในฐานะผู้ชนะเลิศในหมวด Production Cars รางวัลอันทรงเกียรตินี้ ไม่เพียงตอกย้ำถึงความโดดเด่นทางสุนทรียศาสตร์ แต่ยังเป็นการคารวะต่อปรัชญาการออกแบบของ Ferrari ที่คณะกรรมการยกย่องว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” นี่คือ Ferrari คันที่ 5 ที่ได้รับรางวัล Car Design Award นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1984 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสม่ำเสมอในการสร้างสรรค์ผลงานระดับโลก

พิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ใจกลางเมืองมิลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Milan Design Week โดยมี Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ขึ้นรับรางวัลในฐานะตัวแทนทีมออกแบบผู้มากฝีมือ รางวัล Car Design Award ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 เพื่อเชิดชูโครงการออกแบบที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสื่อมวลชนยานยนต์ระดับโลกเป็นผู้คัดเลือก สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกอย่างแท้จริง

ประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่ามี Ferrari เพียงไม่กี่รุ่นที่ได้รับเกียรตินี้ในหมวด Production Cars ได้แก่ Ferrari Testarossa (1985), Ferrari Roma (2020), Ferrari 296 GTB (2022), Ferrari Purosangue (2023) และล่าสุด Ferrari 12Cilindri (2025) การที่ 12Cilindri เข้ามาอยู่ในรายชื่อนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Ferrari ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ยังคงความคลาสสิก แต่ก็ยังคงความสดใหม่และล้ำหน้าเสมอ ทีมออกแบบของ Ferrari ยังเคยได้รับรางวัล Brand Design Language จาก Purosangue ในปีเดียวกันอีกด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของภาษาดีไซน์โดยรวมของแบรนด์

คณะกรรมการจาก ADI ได้ให้เหตุผลที่เลือก Ferrari 12Cilindri ว่า “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ การพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสม แต่ใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย” คำกล่าวนี้สรุปแก่นแท้ของ 12Cilindri ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือความกลมกลืนระหว่างศิลปะและวิศวกรรมที่หาได้ยากยิ่ง

รูปลักษณ์ภายนอก: เส้นสายแห่งความสง่างามที่ซ่อนเร้นพลัง

Ferrari 12Cilindri ได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจาก Ferrari Gran Turismo ในยุค 1950s และ 60s ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางหน้า 2 ที่นั่ง ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 อย่างแท้จริง การออกแบบของ 12Cilindri จึงเป็นการนำภารกิจอันทรงเกียรตินี้มาสู่ยุคปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะ

เมื่อพิจารณารูปลักษณ์ภายนอก คุณจะสัมผัสได้ถึงความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมในเส้นสายตัวถังที่เรียบง่าย แต่กลับแอบซ่อนไว้ซึ่งความทรงพลังและนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างชาญฉลาด จุดเด่นที่สะดุดตาคือการผสานแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟเข้ากับตัวรถได้อย่างแนบเนียน จนแทบมองไม่เห็น การเปิดฝากระโปรงหน้าแบบย้อนทางเผยให้เห็นความงดงามของขุมพลัง V12 อันเป็นหัวใจของรถ และท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari เครื่องยนต์ V12 ที่ส่งเสียงคำรามเร้าใจ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการยกระดับมรดกของ Ferrari ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์ สมรรถนะที่เหนือชั้น หรือแม้กระทั่งความสะดวกสบายในการขับขี่

หลายคนอาจมองว่า 12Cilindri มีกลิ่นอายคล้ายกับ Ferrari F80 ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่ามีความคล้ายคลึงกันในบางมุม โดยเฉพาะด้านหน้าที่ผสมผสานดีไซน์แบบเรโทรของ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในอดีตได้อย่างลงตัว ด้วยไฟทรงสี่เหลี่ยมพร้อมไฟ DRL ด้านใต้ และแถบสีดำคาดด้านหน้าพร้อมโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กที่กึ่งกลาง มอบความรู้สึกวินเทจในแบบฉบับ Modern Classic อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่แตกต่างจาก F80 คือ 12Cilindri เน้นความกระชับ เรียบหรู โค้งมน และมีมัดกล้ามเนื้อตามสไตล์ Ferrari ในยุค 50s-60s มากกว่าความดุดันจัดจ้านแบบ F80

กระจังหน้าแบบตะแกรงสีดำพร้อมเซ็นเซอร์ตรงกลาง ไม่เพียงแต่เสริมความสวยงาม แต่ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝากระโปรงหน้าที่ยาวเหยียดพร้อมช่องระบายอากาศคู่ บ่งบอกถึงการซ่อนเร้นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเครื่องยนต์ V12 NA รุ่นสุดท้ายของม้าลำพอง ทำให้รถคันนี้มีความพิเศษในตัวเอง ไม่ต่างจาก Ferrari 812 Superfast ที่มีฝากระโปรงหน้าที่ยาวเช่นกัน

เมื่อมองจากด้านข้าง คุณจะเห็นความโค้งมนและมัดกล้ามเนื้อที่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณโป่งล้อหน้า ซึ่งแท้จริงแล้วคือส่วนหนึ่งของการออกแบบฝากระโปรงหน้าที่ปิดคลุมลงมาเป็นโป่งล้อสไตล์กล้ามเนื้อแบบรถ Ferrari ในอดีต บริเวณนี้ยังมีช่องระบายลมใต้ตัวโป่งบริเวณหลังล้อหน้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศในซุ้มล้อให้ไหลผ่านออกทางด้านข้างตัวรถ รายละเอียดเหล่านี้แตกต่างจาก 812 Superfast ที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวแบบสุดขีด

ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่มาพร้อมยางหน้า 275/35 R21 J10.0 และยางหลัง 315/35 R21 J11.5 อาจทำให้หลายคนคิดว่าช่วงล่างจะต้องแข็งกระด้างอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้สัมผัสการขับขี่จริงกลับรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ระบบเบรกใช้ขนาด 398 x 223 x 38 มม. ที่ล้อหน้า และ 360 x 233 x 32 มม. ที่ล้อหลัง พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อเต็มรูปแบบ ชุดเบรกนี้ยกมาจากรถรุ่นท็อปของค่ายอย่าง SF90 และ 296 เป็นระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo ที่ช่วยให้การเบรกแม่นยำแม้เบรกติดต่อกันซ้ำๆ และระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ควบคุมมุมล้อหน้า-หลังเพื่อการเลี้ยวที่เฉียบคม นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ที่ประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D เพื่อวิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time ช่วยให้การขับขี่รถคันนี้มั่นใจในทุกสถานการณ์

การออกแบบท้ายรถมีความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายเรโทรไว้ได้อย่างลงตัว มีความแบนราบคล้าย SF90 แต่เมื่อมองที่ตัวไฟจะเห็นถึงความคล้ายคลึงกับ Roma ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ด้านล่างช่วยในเรื่องการรีดอากาศ ทำให้ท้ายรถดูสวยงามและสมบูรณ์แบบ พื้นที่บริเวณฝากระโปรงท้ายเป็นแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้าของตัวรถ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นดั๊กเทลเล็กๆ แต่แท้จริงแล้วบริเวณปีกซ้ายและขวามีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ สปอยเลอร์จะทำงานเมื่อความเร็ว 60 กม./ชม. ขึ้นไป เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านในเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และกระเป๋าเป้ขนาดเล็กอีก 1 ใบ ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับรถประเภท GT

ภายในห้องโดยสาร: Dual Cockpit สู่สุนทรียภาพแห่งการขับขี่

เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri คุณจะพบกับความหรูหราที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานระดับสูง วัสดุพรีเมียมถูกเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันตามสไตล์รถสปอร์ต GT รุ่นเรือธงของ Ferrari จุดเด่นคือการออกแบบสไตล์ Dual Cockpit ที่มอบความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ห้องโดยสารและคอนโซลถูกหุ้มด้วยวัสดุชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้ หนังกลับ Alcantara หรือคาร์บอนไฟเบอร์ที่ประณีต คอนโซลมีลักษณะแบ่งเป็นสองส่วนเสมือนหลุมเรือนไมล์สำหรับแต่ละฝั่ง

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 3 จอ ประกอบด้วย หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนและคมชัด หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto สามารถแสดงผลได้ทุกอย่าง รวมถึงข้อมูลสมรรถนะของรถ และที่พิเศษคือหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว ซึ่งสามารถแสดงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้เช่นเดียวกับเรือนไมล์ฝั่งผู้ขับขี่ มอบอารมณ์เสมือนมี Co-Driver ร่วมเดินทาง ใต้จอผู้โดยสารยังมีตราสัญลักษณ์รุ่น 12Cilindri ประดับไว้อย่างภาคภูมิ นอกจากนี้ ระบบเครื่องเสียง Burmester Audio System พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง ยังมอบประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับ สร้างความเพลิดเพลินในการเดินทาง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อม Paddle Shift เป็นเสมือนศูนย์กลางการควบคุมสำหรับผู้ขับขี่ ปุ่มสตาร์ท ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ปุ่มไฟเลี้ยว และปุ่มควบคุมอื่นๆ อีกมากมาย ถูกจัดวางอย่างชาญฉลาดบนพวงมาลัย ให้ผู้ขับสามารถควบคุมทุกอย่างได้โดยไม่ต้องละมือ พวงมาลัยในรูปแบบนี้เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นเรือธงหลายรุ่นของ Ferrari เช่น SF90 ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

บริเวณคอนโซลกลางมีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด ซึ่งหากไม่เพียงพอ ที่ข้างประตูทั้งสองฝั่งก็ยังมีช่องสำหรับวางขวดน้ำเพิ่มเติม ตัวเกียร์อัตโนมัติถูกออกแบบให้คล้ายกับเกียร์แมนนวลแบบเรโทรของ Ferrari ในอดีต โดยใช้การดันก้านเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ ถัดลงมาเป็นตำแหน่งสำหรับวางกุญแจ และปุ่มเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า หากเป็นรุ่น Spider ก็จะมีปุ่มควบคุมหลังคาเปิด-ปิดด้วย เบาะนั่งเป็นทรงสปอร์ตสไตล์รถแข่ง GT ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุหุ้มเบาะสามารถเลือกได้ระหว่างหนังแท้หรือหนัง Alcantara ตามความชอบของผู้เป็นเจ้าของ มีที่วางแขนตรงกลางที่อาจจะเล็กไปบ้าง แต่ด้านในสามารถเก็บของได้ และบริเวณเท้าฝั่งผู้โดยสารมีแป้นสำหรับยันเท้ามาให้ด้วย

ขุมพลัง V12 NA: หัวใจอันเป็นตำนานที่ยังคงเต้นแรง

หัวใจสำคัญของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 Naturally Aspirated อันเป็นตำนาน ที่สืบทอดมาจาก 812 Superfast แต่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด วิศวกรของ Ferrari ได้เปลี่ยนชิ้นส่วนข้อเหวี่ยงเป็นไทเทเนียม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภายในเครื่องยนต์ได้สูงถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อ นอกจากนี้ ยังใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง และส่งผ่านเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 อย่างเต็มที่ ทั้งการปรับผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating (DLC) เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลให้กับเครื่องยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ขุมพลัง V12 NA คันนี้มีชีวิตชีวาและตอบสนองได้อย่างน่าทึ่ง

Ferrari 12Cilindri ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) วางหน้าค่อนกลาง พร้อมระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection แรงอัด 350 บาร์ สามารถปลดปล่อยกำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความรู้สึกดิบๆ ของเครื่องยนต์รอบสูงที่เร่งตอบสนองอย่างรวดเร็วและเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้

กำลังทั้งหมดถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และมาพร้อมกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสถียรภาพ การประสานงานระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นและเฉียบคม มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งเร้าใจและประณีต

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาทีสำหรับรุ่น Coupe และ 2.95 วินาทีสำหรับรุ่น Spider ส่วนอัตราเร่งจาก 0-200 กม./ชม. ใช้เวลา 7.9 วินาทีสำหรับ Coupe และ 8.2 วินาทีสำหรับ Spider ความเร็วสูงสุดทะลุ 340 กม./ชม. น้ำหนักตัวถังของรุ่น Coupe อยู่ที่ 1,560 กก. และ Spider อยู่ที่ 1,620 กก. โดยมีอัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลังอยู่ที่ 48.4:51.6 ซึ่งเป็นการจัดสมดุลที่ยอดเยี่ยมเพื่อการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ

แชสซีส์และมิติตัวถัง: พื้นฐานแห่งสมรรถนะและความสบาย

โครงสร้างตัวถังแชสซีส์ของ Ferrari 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ซับเสียงได้ดียิ่งขึ้น และมีความแข็งแรงกว่า 812 Superfast ถึง 15% โดยที่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น นับเป็นรถยนต์ Production Car คันแรกของ Ferrari ที่นำอัลลอยรีไซเคิล 100% มาใช้เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในนวัตกรรมและความยั่งยืน มิติตัวถังของ 12Cilindri มีดังนี้: ยาว 4,733 มม., กว้าง 2,176 มม., สูง 1,292 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม.

เมื่อเปรียบเทียบกับ 812 Superfast จะพบว่า 12Cilindri มีความยาวที่ใกล้เคียงกัน แต่มีความกว้างและความสูงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ระยะฐานล้อสั้นลง 20 มม. (จาก 2,720 มม. ใน 812 Superfast) การที่ตัวถังเบาและแข็งแรงขึ้นถึง 15% นี้ ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งช่วงล่างของ 12Cilindri ให้มีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความรู้สึกในการขับขี่สะดวกสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปรับฐานล้อให้สั้นลงช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงในการเลี้ยว ทำให้รถตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น แม้จะมีหน้ายาวแต่ด้วยความกว้างและความสูงที่เหมาะสม ทำให้การขับใช้งานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นกว่าที่คิด

ประสบการณ์ทดลองขับ Ferrari 12Cilindri Spider: สุนทรียะที่สัมผัสได้ทุกวัน

สำหรับการทดลองขับในครั้งนี้ ผมได้รับโอกาสสัมผัสกับ Ferrari 12Cilindri Spider ซึ่งเป็นรุ่นหลังคาเปิดประทุน โดยมีความแตกต่างจากรุ่น Coupe เล็กน้อย ตัวหลังคาเปิดประทุนเป็นแบบ Hardtop ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และสามารถทำได้ขณะขับขี่หากความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังของรุ่น Spider จะเป็นแบบลาดลงแต่มีส่วนเว้าตรงกลางและมีกระจกกั้นแทน ซึ่งจะเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อใช้งานหลังคา

ด้วยการเพิ่มระบบกลไกสำหรับหลังคาเปิดประทุน ทำให้รุ่น Spider มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 60 กก. เมื่อเทียบกับรุ่น Coupe (1,620 กก. สำหรับ Spider) อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะมากนัก โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.95 วินาที ซึ่งช้ากว่ารุ่น Coupe เพียง 0.05 วินาทีเท่านั้น รถคันที่เราทดลองขับมาพร้อมออปชั่นเสริม อาทิ พาร์ทคาร์บอนรอบคัน เบาะนั่งพิเศษ และล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการเสริมความสวยงามและสัมผัส ไม่ได้ส่งผลต่อสมรรถนะหลักของตัวรถ ดังนั้นความรู้สึกที่ได้รับจึงเป็นไปตามมาตรฐานที่ออกจากโรงงาน

การทดสอบจัดขึ้นที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะผสมผสานระหว่างสตรีทเซอร์กิตและสนามแข่งเล็กๆ ด้วยทางตรงสองเส้น โค้งกว้างๆ สี่ถึงห้าโค้ง และโค้งลึกนับไม่ถ้วน เส้นทางนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรีดเค้นสมรรถนะและทำความเข้าใจพฤติกรรมของรถ เราได้ทดสอบในโหมด Sport ซึ่งเป็นโหมดที่เน้นความสปอร์ตแต่ยังคงความปลอดภัยและใช้งานได้จริง

ในช่วงแรกของการทดสอบ ผมนั่งเป็นผู้โดยสาร โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้ขับ “พี่แกซัดไม่เลี้ยง” ขับได้อย่างดุดันราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์ Fast and Furious และสิ่งที่น่าประหลาดใจคือ แม้การขับขี่จะหนักหน่วงเพียงใด รถก็ยังคงยึดเกาะถนนและควบคุมได้อยู่ทุกโค้ง เสียงเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ สร้างความเร้าใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ออกตัว

เมื่อถึงรอบที่ผมได้สวมบทบาทนักขับ ความรู้สึกแตกต่างจากการนั่งฝั่งผู้โดยสารอย่างชัดเจน ตำแหน่งการขับขี่ที่ผมเคยคิดว่าอาจจะนั่งลำบากและเมื่อยล้า กลับกลายเป็นการเซ็ตอัพที่สบายอย่างไม่น่าเชื่อ และมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แม้รถจะมีหน้ายาวอยู่บ้าง ทำให้การกะระยะด้านหน้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเคยชินเล็กน้อย แต่ด้วยตำแหน่งที่นั่งที่ดี ทำให้มองเห็นฝากระโปรงหน้าได้อย่างชัดเจน ไม่ได้กะยากอย่างที่คาดไว้

เมื่อทดลองเร่งความเร็วบนทางตรงและเบรกอย่างรุนแรง ผมรู้สึกได้ทันทีว่ารถพุ่งทะยานออกไปได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงลากรอบหวานๆ ของเครื่องยนต์ V12 NA ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เร้าใจแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา ด้วยความไหลลื่นของเกียร์ลูกใหม่ที่เปลี่ยนได้เนียนตาอย่างเหลือเชื่อ แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือประสิทธิภาพการเบรก การเบรกที่รุนแรงทำให้รู้สึกว่ารถหยุดได้อย่างมั่นคงและแม่นยำ ด้วยระบบเบรกที่ยกมาจาก SF90 มันทำงานร่วมกับระบบต่างๆ เพื่อชะลอความเร็วลงได้อย่างแนบเนียน ไม่มีการกระชากที่รุนแรง และยังมี Engine Brake เข้ามาช่วยเสริมด้วย

เมื่อเหยียบเบรกแรงๆ เกียร์จะชิฟต์ดาวน์ลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ Engine Brake มีส่วนช่วยในการขับขี่และการเบรกให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญคือการทำงานของเกียร์ที่รวดเร็วนี้ ทำให้เสียงเครื่องยนต์เร้าใจเป็นอย่างมากเมื่อตบเกียร์ลงแต่ละสเต็ป

เรื่องช่วงล่างและการเข้าโค้งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด หากพิจารณาจากรายละเอียดและการออกแบบภายนอก หลายคนอาจจะคาดเดาว่าการขับขี่คงจะลำบาก ช่วงล่างแข็งกระด้างและตึงตังอย่างแน่นอน แต่กลับไม่ใช่เลย เมื่อได้ลองขับเข้าโค้งลึกๆ จนท้ายมีอาการสะบัดเล็กน้อย ผมรู้สึกได้เลยว่ารถคันนี้นุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นความเฟิร์มที่แฝงไว้ด้วยความนุ่มหนึบ บวกกับตำแหน่งที่นั่งที่ดี ผมกล้าพูดได้เลยว่า 12Cilindri จะเป็น Supercar ที่สามารถใช้เป็น Daily Drive ได้ทุกวันอย่างแท้จริง การขับรถที่ใช้ยางบางๆ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนขับรถที่ใช้ยางหนาๆ ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ผมรู้สึกได้ถึงความนุ่มหนึบ รถจิกถนนได้อย่างมั่นคง ราวกับล้อถูกดูดติดพื้นตลอดเวลา เมื่อท้ายมีอาการสะบัดออก ระบบก็สามารถดึงกลับเข้าได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกสนุกและมั่นใจในตัวรถเป็นอย่างมาก ด้วยฐานล้อที่สั้นกว่า 812 Superfast ผสานกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้รถมีความกระฉับกระเฉงและคล่องตัวขึ้นอย่างมาก อีกทั้งตัวถังที่แข็งแรงกว่าและใต้ท้องรถที่สูงกว่า ทำให้ Ferrari สามารถเซ็ตอัพรถคันนี้ออกมาได้อย่างลงตัวและเหนือกว่ารุ่นก่อนๆ

ผมขอยืนยันว่า Ferrari 12Cilindri เป็นรถ Supercar สไตล์ GT ที่มีการเซ็ตช่วงล่างได้ดีเยี่ยม สามารถขับขี่ได้ทุกวันและใช้งานเป็นรถบ้านได้อย่างสบาย (หากคุณสามารถรับมือกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้) มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเร้าใจในแบบ Ferrari และความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในตลาดซูเปอร์คาร์ยุคปัจจุบัน

บทสรุปและคำเชิญชวน

Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่แค่รถยนต์คันหนึ่ง แต่มันคือการประกาศถึงยุคสมัยใหม่ของ Gran Turismo ที่ยังคงยึดมั่นในรากฐานอันแข็งแกร่งของ Ferrari พร้อมกับก้าวไปสู่อนาคตด้วยนวัตกรรมและดีไซน์ที่เหนือระดับ การคว้ารางวัล Car Design Award 2025 เป็นเพียงบทเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่หาใครเทียบได้ยาก ด้วยขุมพลัง V12 NA อันเป็นเอกลักษณ์ ดีไซน์ที่งดงามเหนือกาลเวลา และสมรรถนะที่ปลุกเร้าอารมณ์ ควบคู่ไปกับความสบายในการขับขี่ที่น่าประหลาดใจ ทำให้ 12Cilindri เป็นมากกว่ารถสปอร์ต แต่มันคืองานศิลปะแห่งวิศวกรรมที่พร้อมจะสร้างตำนานบทใหม่ในโลกยานยนต์

หากคุณคือผู้ที่ปรารถนาความพิเศษ ไม่ใช่เพียงแค่ความเร็ว แต่ยังรวมถึงสุนทรียะในการขับขี่ทุกเส้นทาง และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Ferrari ที่กำลังจะถูกจารึกไว้ในยุคสมัยใหม่ ผมขอเชิญชวนให้คุณได้สัมผัสกับ Ferrari 12Cilindri ด้วยตัวคุณเอง มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานสร้างสรรค์อันยอดเยี่ยมนี้ ที่จะเติมเต็มความฝันและแรงปรารถนาในโลกแห่งยนตรกรรมสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Ferrari เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์อันน่าหลงใหลนี้ด้วยตัวคุณเอง.

Previous Post

[ตอนที่ 2] 557T1020 AD103 เมียรวย

Next Post

[ตอนที่ 2] 559T1020 AD105 แม่ผมหายไปอีกแล้ว

Next Post
[ตอนที่ 2] 559T1020 AD105 แม่ผมหายไปอีกแล้ว

[ตอนที่ 2] 559T1020 AD105 แม่ผมหายไปอีกแล้ว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.