• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 603T1020 AD149 เหมยเป็นลูกสๅวท่านประธานเลยใช้เส้นสายเพื่อเข้าทำงานที่บริษัท

admin79 by admin79
October 24, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 603T1020 AD149 เหมยเป็นลูกสๅวท่านประธานเลยใช้เส้นสายเพื่อเข้าทำงานที่บริษัท

เฟอร์รารี่ 12Cilindri: สัมผัสประสบการณ์ V12 NA ครั้งสุดท้าย สวยสะกด สมรรถนะเหนือชั้น คว้ารางวัล Car Design Award 2025

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่าทุกครั้งที่เฟอร์รารี่เปิดตัวรถรุ่นใหม่ มันไม่ใช่แค่การเผยโฉมยานพาหนะ แต่เป็นการประกาศถึงบทใหม่ในตำนานที่ยังคงดำเนินต่อไป และในปี 2025 นี้ เฟอร์รารี่ 12Cilindri (ทเวลฟ์ ซิลินดรี้) คือบทพิสูจน์อันล้ำค่าที่ตอกย้ำถึงปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ม้าลำพองได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่เพียงรถสปอร์ต แต่คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ผสานความเร้าใจในแบบฉบับ V12 NA เข้ากับความหรูหราสง่างามได้อย่างลงตัว จนสามารถคว้ารางวัล Car Design Award 2025 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสมบูรณ์แบบทั้งด้านรูปทรงและวิศวกรรม

ในยุคที่โลกกำลังมุ่งสู่พลังงานทางเลือกอย่างรวดเร็ว การได้สัมผัสกับเครื่องยนต์ V12 Naturally Aspirated อันบริสุทธิ์ของ 12Cilindri จึงเป็นเหมือนการเดินทางย้อนเวลาไปสู่ยุคทองของยานยนต์ที่ยังคงมอบประสบการณ์ขับขี่อันดิบแท้และเร้าอารมณ์ได้อย่างไม่มีใครเทียบ นี่อาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสที่เราจะได้ลิ้มรสสุนทรียภาพแห่งเสียงคำรามของ V12 จากม้าลำพองอย่างแท้จริง ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ Car Design Award 2025 ที่คว้ามาครอง ยิ่งทำให้ 12Cilindri ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็น การลงทุนยานยนต์ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมทั่วโลกในอนาคต

Car Design Award 2025: บทพิสูจน์แห่งการออกแบบอมตะ

การที่ Ferrari 12Cilindri ได้รับรางวัล Car Design Award ประจำปี 2025 ในหมวด Production Cars ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในแวดวงการออกแบบยานยนต์ระดับโลก รางวัลนี้ไม่ได้มอบให้เพียงแค่รถที่มีดีไซน์สวยงาม แต่ต้องเป็นรถที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และมีอิทธิพลต่อทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากสื่อยานยนต์ชั้นนำทั่วโลก ได้ยกย่อง 12Cilindri ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของรถคันนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับเป็นเฟอร์รารี่คันที่ 5 ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1984 แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความยอดเยี่ยมในการรังสรรค์ สุดยอด Supercar ของเฟอร์รารี่อย่างแท้จริง

พิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในมิลาน อันเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week โดยมี Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ขึ้นรับรางวัลด้วยตนเอง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความอัจฉริยะของทีมออกแบบที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ รางวัล Car Design Award ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 มีจุดประสงค์เพื่อยกย่องโครงการออกแบบที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการได้รับรางวัลนี้ของ 12Cilindri ยิ่งตอกย้ำสถานะของเฟอร์รารี่ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการออกแบบยานยนต์

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีเฟอร์รารี่เพียง 5 รุ่นเท่านั้นที่เคยได้รับรางวัลในหมวด Production Cars ได้แก่ Ferrari Testarossa (1985), Ferrari Roma (2020), Ferrari 296 GTB (2022), Ferrari Purosangue (2023) และล่าสุด Ferrari 12Cilindri (2025) การที่ 12Cilindri ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มรถยนต์ระดับตำนานเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่ความสวยงามฉาบฉวย แต่เป็นงานออกแบบที่มีความลึกซึ้งและจะยืนหยัดผ่านกาลเวลาไปอีกนานแสนนาน คณะกรรมการจาก ADI ได้ให้เหตุผลที่เลือก Ferrari 12Cilindri ไว้ว่า “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ โดยการพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันจะไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย” นี่คือสิ่งที่ผมเรียกได้ว่าเป็น การออกแบบอมตะ อย่างแท้จริง

ศิลปะแห่งเส้นสาย: การออกแบบภายนอกของ Ferrari 12Cilindri

จากประสบการณ์กว่าสิบปีในการวิเคราะห์และสัมผัสรถยนต์สมรรถนะสูง ผมมองว่า Ferrari 12Cilindri ไม่ได้เพียงแค่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Ferrari Gran Turismo ในยุค 1950s และ 60s เท่านั้น แต่มันคือการนำจิตวิญญาณและความสง่างามเหล่านั้นมาตีความใหม่ในบริบทของปี 2025 ได้อย่างเฉียบคม ถ่ายทอดภารกิจของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางหน้า แบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 สู่ยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และ สมรรถนะรถยนต์ ที่ไร้ที่ติ

รูปลักษณ์ภายนอกของ 12Cilindri แสดงออกถึงความสปอร์ตและความหรูหราควบคู่กันไปอย่างประณีต เส้นสายตัวถังที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลังที่ซับซ้อน ตัวถังที่ดูสะอาดตา ปราศจากองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น ช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ของรูปทรง เหมือนประติมากรรมที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างบรรจง ทว่าภายใต้ความสง่างามนั้น กลับซ่อนไว้ซึ่ง นวัตกรรมยานยนต์ อันล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟที่ถูกผสานเข้ากับตัวรถอย่างแนบเนียน จนแทบมองไม่เห็นเมื่อไม่ได้ทำงาน ซึ่งแตกต่างจาก Supercar ทั่วไปที่มักจะแสดงองค์ประกอบด้านแอโรไดนามิกอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ ฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง เผยให้เห็นความงดงามของขุมพลัง V12 ที่อยู่ภายใต้ เป็นเหมือนการเปิดม่านให้ชมผลงานศิลปะเชิงกลอันล้ำค่า พร้อมด้วยท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari เครื่องยนต์ V12 ที่ส่งมอบ ประสบการณ์ขับขี่เหนือชั้น ทั้งทางสายตาและโสตประสาท

หากมองเผินๆ บางคนอาจคิดว่า 12Cilindri มีความคล้ายคลึงกับ Ferrari F80 แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ผมกลับเห็นว่า 12Cilindri มีการตีความใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างมีนัยสำคัญ แม้ด้านหน้ามุมตรงอาจจะมีกลิ่นอายของ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในอดีต ด้วยดีไซน์ไฟทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมไฟ DRL ที่อยู่ด้านล่าง คาดด้วยแถบสีดำที่วางโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กไว้ตรงกลาง สร้างความเรโทรที่เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว แต่ทว่ามัดกล้ามเนื้อของตัวถัง โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างแถวประตู กลับมีความโค้งมนและพริ้วไหว แตกต่างจาก F80 ที่เน้นความดุดันและเส้นสายที่เฉียบคมกว่ามาก 12Cilindri สะท้อนถึงสไตล์ที่กระชับ เรียบหรู และโค้งมน มีมัดกล้ามเนื้อตามสไตล์ Ferrari ในยุค 50s และ 60s มากกว่า

กระจังหน้าแบบตะแกรงสีดำขนาดใหญ่พร้อมเซนเซอร์ที่วางอยู่ตรงกลาง ไม่เพียงช่วยเสริมรูปลักษณ์ให้ดูร่วมสมัย แต่ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ V12 NA ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้าอันยาวเหยียด ซึ่งชวนให้นึกถึง Ferrari 812 Superfast ด้วยความยาวของฝากระโปรงที่บ่งบอกถึงการซ่อนเครื่องยนต์ รถยนต์ V12 อันทรงพลังไว้ภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน (2025) ที่เครื่องยนต์ V12 NA แทบจะกลายเป็นของหายาก นี่อาจเป็นหนึ่งในตำนานบทสุดท้ายของเครื่องยนต์ V12 จากม้าลำพอง

เมื่อพิจารณาที่ด้านข้าง จะเห็นความโค้งมนที่เป็นมัดกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณโป่งล้อหน้า ซึ่งเป็นดีไซน์ของฝากระโปรงหน้าที่ปิดลงมาคลุมเป็นโป่งล้อสไตล์มัดกล้ามเนื้ออันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari ในอดีต ใต้โป่งบริเวณหลังล้อหน้ายังมีช่องระบายลมที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศในซุ้มล้อให้ไหลผ่านออกทางด้านข้างตัวรถ ซึ่งแตกต่างจาก 812 Superfast ที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในทุกมิติ

ล้อขนาดใหญ่พร้อมยางหน้า 275/35 R21 J10.0 และหลัง 315/35 R21 J11.5 อาจทำให้หลายคนกังวลเรื่องความกระด้าง แต่จากการทดสอบจริง ผมกล้าพูดได้เลยว่ามันสร้างความประหลาดใจอย่างมาก ระบบเบรกหน้าใช้ขนาด 398 x 223 x 38 มม. และหลัง 360 x 233 x 32 มม. ซึ่งยกชุดมาจากรถตัวท็อปอย่าง SF90 และ 296 เป็นระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo ช่วยให้การเบรกแม่นยำแม้เบรกติดต่อกันซ้ำๆ เสริมด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ควบคุมมุมล้อหน้าหลังเพื่อการเลี้ยวที่เฉียบคม และระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ที่ประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D เพื่อวิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time ทำให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์เต็มไปด้วยความมั่นใจ นี่คือ เทคโนโลยีเบรกขั้นสูง ที่หาได้ยากในรถยนต์ทั่วไป

การออกแบบท้ายรถมีความสมัยใหม่แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความเรโทร มีความแบนราบคล้าย SF90 แต่เมื่อมองที่ไฟท้ายจะเห็นความคล้ายคลึงกับ Roma พร้อมดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างขนาดใหญ่ที่ช่วยเรื่องการรีดอากาศ ท้ายรถโดยรวมเป็นการดีไซน์ที่สวยงามลงตัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบริเวณฝากระโปรงท้ายที่เป็นแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้า ซึ่งดูเหมือนจะเป็นดั๊กเทลเล็กๆ แต่แท้จริงแล้ว บริเวณปีกซ้ายและขวาได้ซ่อนสปอยเลอร์แบบ Active เอาไว้ ซึ่งจะทำงานเมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง พื้นที่เก็บสัมภาระด้านในสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางได้ 1 ใบ และกระเป๋าเป้เล็กๆ อีก 1 ใบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับ รถสปอร์ต GT

โอบรับความหรูหรา: การออกแบบภายในของ Ferrari 12Cilindri

ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri คุณจะสัมผัสได้ถึงความประณีตและหรูหราตามสไตล์รถสปอร์ต GT รุ่นเรือธงของ Ferrari การเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้ หนังกลับ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่ทั้งสปอร์ตและโอ่อ่า สิ่งที่โดดเด่นคือการออกแบบสไตล์ Dual Cockpit ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว และหรูหราแก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คอนโซลกลางถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งเสมือนเป็นหลุมเรือนไมล์สำหรับแต่ละคน สะท้อนถึงปรัชญา ห้องโดยสารหรูหรา ที่เน้นประสบการณ์สำหรับผู้โดยสารด้วย

คอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 3 ชุด ได้แก่ หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญได้อย่างครบถ้วน ถัดมาคือหน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งไม่เพียงแสดงผลข้อมูลความบันเทิง แต่ยังสามารถแสดงข้อมูลสมรรถนะของรถได้อย่างละเอียด ให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบทุกพารามิเตอร์ของ รถยนต์สมรรถนะดีที่สุด คันนี้ได้อย่างง่ายดาย

สิ่งที่พิเศษคือหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว ที่สามารถใช้ดูความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้เช่นเดียวกับฝั่งผู้ขับขี่ สร้างอารมณ์ของการเป็น Co-Driver หรือผู้ช่วยนักขับได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ผู้โดยสารได้ร่วมซึมซับ ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ ไปพร้อมๆ กัน ใต้หน้าจอนี้ยังประดับด้วยตราสัญลักษณ์รุ่น 12Cilindri เพิ่มความพิเศษและเอกลักษณ์ ระบบเครื่องเสียง Burmester Audio System พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง มอบสุนทรียภาพทางเสียงที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรีหรือเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V12 ที่ถูกปรับแต่งมาให้เข้าสู่ห้องโดยสารในจังหวะที่เหมาะสม

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อม Paddle Shift ของ Ferrari คือหัวใจสำคัญของผู้ขับขี่ มันถูกออกแบบมาให้เป็นศูนย์รวมการควบคุมทุกอย่าง ตั้งแต่ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ปุ่มปรับโหมด Manettino ปุ่มไฟเลี้ยว ไปจนถึงปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่างๆ อีกมากมาย ทำให้ผู้ขับสามารถปรับแต่งทุกสิ่งได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบที่พบได้ในรถรุ่นเรือธงหลายรุ่นของเฟอร์รารี่ เช่น SF90 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด

บริเวณเกียร์ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด มีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด และช่องสำหรับเสียบขวดน้ำที่ข้างประตูทั้งสองฝั่ง ตัวเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนเกียร์แมนวลแบบเรโทรของ Ferrari ในอดีต โดยใช้การดันก้านเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ ซึ่งเป็นลูกเล่นที่เพิ่มความคลาสสิกและความเชื่อมโยงกับมรดกของแบรนด์ ถัดลงมาเป็นจุดวางกุญแจ และปุ่มเปิดปิดกระจก (หรือปุ่มเปิดปิดหลังคาในรุ่น Spider) เบาะนั่งทรงสปอร์ตพื้นฐานคาร์บอนไฟเบอร์ หุ้มด้วยหนังหรือ Alcantara ตามตัวเลือกที่ลูกค้าต้องการ ให้ความรู้สึกกระชับ โอบอุ้มร่างกายในสไตล์รถแข่ง GT แม้จะมีที่วางแขนตรงกลางขนาดเล็ก แต่ก็มีช่องเก็บของด้านใน และแป้นยันเท้าสำหรับผู้โดยสาร เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง

หัวใจที่เต้นด้วยความเร้าใจ: เครื่องยนต์ของ Ferrari 12Cilindri

หัวใจของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 NA รหัส F140HD ขนาด 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) ที่วางอยู่ด้านหน้าค่อนกลาง ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดของเครื่องยนต์ V12 ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก 812 Superfast อย่างพิถีพิถัน ในปี 2025 นี้ เครื่องยนต์ V12 NA คืออัญมณีล้ำค่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ การที่เฟอร์รารี่ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สุดยอดนี้ ถือเป็นการประกาศจุดยืนและความรักในวิศวกรรมที่บริสุทธิ์

เฟอร์รารี่ได้ปรับปรุงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์อย่างมาก โดยเปลี่ยนข้อเหวี่ยงเป็นไทเทเนียม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อ นอกจากนี้ ยังใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง พร้อมส่งผ่านเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 อย่างเช่นการปรับผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating (DLC) ซึ่งช่วยลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลให้กับเครื่องยนต์ได้อย่างมหาศาล ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อรีดเค้นพลังและรักษาความทนทานในระดับสูงสุด

เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.5 ลิตร พร้อมระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection แรงอัด 350 บาร์ สามารถให้กำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือบทเพลงแห่งวิศวกรรมที่ให้ ประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด

กำลังมหาศาลนี้ถูกส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงให้ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นและตอบสนองทันใจ ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (RWD) และมาพร้อมกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสถียรภาพในการขับขี่

สมรรถนะความเร็ว:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที สำหรับรุ่น Coupe และ 2.95 วินาที สำหรับรุ่น Spider
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที สำหรับ Coupe และ 8.2 วินาที สำหรับ Spider
ความเร็วสูงสุด 340 กม./ชม.

น้ำหนักตัวถังในรุ่น Coupe อยู่ที่ 1,560 กก. และ Spider ที่ 1,620 กก. โดยมีอัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลัง อยู่ที่ 48.4:51.6 ซึ่งเป็นค่าที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างสมดุล เพื่อการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะ

โครงสร้างและมิติ: วิศวกรรมที่เหนือกว่า

โครงสร้างตัวถัง (Chassis) ของ 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ซับเสียงได้ดีขึ้นและแข็งแรงกว่า 812 Superfast ถึง 15% โดยที่น้ำหนักตัวถังไม่เพิ่มขึ้นเลย นี่คือผลงานวิศวกรรมที่น่าทึ่ง และยังเป็นรถยนต์ Production Car คันแรกของเฟอร์รารี่ที่นำอัลลอยด์รีไซเคิล 100% มาใช้เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนในยุคปัจจุบัน โดยมีมิติตัวถังดังนี้:

มิติFerrari 12CilindriFerrari 812 Superfast
ยาว4,733 มม.4,657 มม.
กว้าง2,176 มม.1,971 มม.
สูง1,292 มม.1,276 มม.
ระยะฐานล้อ2,700 มม.2,720 มม.

ด้วยตัวถังที่เบาและแข็งแรงขึ้น 15% ทำให้เฟอร์รารี่สามารถปรับแต่งช่วงล่างของ 12Cilindri ให้มีความนุ่มนวลขึ้นได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ การปรับลดระยะฐานล้อให้สั้นลงช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงของตัวรถ ในขณะที่ความสูงและความกว้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้รถขับใช้งานได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน แม้ความยาวโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจต้องใช้ความเคยชินในการกะระยะบ้าง แต่ภาพรวมแล้ว 12Cilindri คือก้าวสำคัญที่ผสานความดุดันของ รถสปอร์ตสมรรถนะสูง เข้ากับความสะดวกสบายในการใช้งานจริง

เปิดประสบการณ์ขับขี่อันลืมไม่ลง: Ferrari 12Cilindri Spider

โอกาสพิเศษในการทดลองขับ Ferrari 12Cilindri Spider ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะเป็น Street Circuit ผสมผสานทางตรง โค้งกว้าง และโค้งลึกอย่างหลากหลาย ทำให้ผมได้สัมผัสถึงขีดสุดของสมรรถนะและฟิลลิ่งการขับขี่ของรถคันนี้อย่างเต็มที่

ในรุ่น Spider นี้ หลังคาเปิดประทุนเป็นแบบ Hardtop ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และสามารถทำงานได้ในขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. การออกแบบด้านหลังจะลาดลงแต่เว้ากลาง และมีกระจกกั้นที่เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อใช้งานหลังคา แม้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 60 กก. (รวมเป็น 1,620 กก.) เมื่อเทียบกับรุ่น Coupe แต่ผลกระทบต่ออัตราเร่งกลับน้อยมาก โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.95 วินาที ซึ่งต่างจากรุ่น Coupe เพียง 0.05 วินาทีเท่านั้น รถคันที่ผมทดลองขับมีการเพิ่มออปชันอย่างพาร์ทคาร์บอนรอบคัน เบาะ และล้อ ซึ่งเป็นออปชันที่เน้นความสวยงามและลดน้ำหนักในส่วนที่ไม่กระทบต่อสมรรถนะพื้นฐาน ทำให้ความรู้สึกที่ได้ยังคงเหมือนกับรถที่ออกมาจากโรงงานมาตรฐาน

Ferrari 12Cilindri Spider ขับดีไหม? ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

ก่อนจะลงสนาม ผมมีโอกาสได้นั่งเป็นผู้โดยสารในรอบแรกกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเขาขับซัดไม่เลี้ยง ราวกับหลุดมาจาก Fast and Furious แต่สิ่งที่ประทับใจคือ แม้จะขับด้วยความเร็วสูงและเข้าโค้งอย่างดุดัน รถก็ยังคงเอาอยู่ทุกโค้ง เสียงเครื่องยนต์ V12 NA ที่ลากรอบขึ้นไปสูงถึง 9,250 รอบ/นาที คือ สุดยอด Supercar ที่ส่งมอบบทเพลงอันเร้าใจผ่านปลายท่อ และการตอบสนองของเครื่องยนต์กับเกียร์นั้นรวดเร็วฉับไวอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อสลับมานั่งหลังพวงมาลัย สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือตำแหน่งผู้ขับขี่ที่ถูกเซ็ตมาอย่างยอดเยี่ยม มันไม่ใช่แค่การนั่งที่สบาย แต่ยังให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แม้จะเป็นรถหน้ายาวที่อาจจะกะระยะด้านหน้ายากเล็กน้อย แต่ด้วยตำแหน่งที่นั่งที่ดี ก็ทำให้มองเห็นฝากระโปรงด้านหน้าได้ชัดเจน ไม่ได้กะยากอย่างที่คิด

การเหยียบคันเร่งบนทางตรง ส่งให้รถพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์ V12 NA คำรามหวานก้องกังวาน สร้างอารมณ์ที่เร้าใจอย่างหรูหรา การไหลลื่นของเกียร์ลูกใหม่นั้นนุ่มนวลและเนียนตาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่เร้าใจยิ่งกว่าการเหยียบคันเร่ง คือการเบรก! ระบบเบรกขนาดใหญ่ที่ยกมาจาก SF90 ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ช่วยชะลอความเร็วลงได้อย่างแนบเนียน ไม่ค่อยกระชาก และมี Engine Brake เข้ามาช่วยเสริมด้วย เมื่อเหยียบเบรกแรงๆ เกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ Engine Brake มีส่วนช่วยในการขับขี่และการเบรกนั้นมั่นใจขึ้น ที่สำคัญคือการทำงานของเกียร์ที่รวดเร็วนี้ ทำให้เสียงเครื่องยนต์ V12 ยิ่งเร้าใจขึ้นไปอีกเมื่อตบเกียร์ลงแต่ละสเต็ป

แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจและน่าทึ่งที่สุดคือเรื่องช่วงล่างและการเข้าโค้ง หากมองจากรายละเอียดการออกแบบภายนอก หลายคนอาจคาดเดาว่ามันจะต้องแข็งกระด้างและขับลำบากอย่างแน่นอน แต่ความคิดนี้ผิดถนัด! เมื่อได้ลองขับเข้าโค้งลึกๆ จนท้ายมีอาการสะบัดออกเล็กน้อย ผมก็ได้รู้ว่ารถคันนี้ นุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ มันคือความเฟิร์มที่ติดนุ่มหนึบ ผนวกกับตำแหน่งที่นั่งที่ดี ทำให้ผมกล้าพูดได้เลยว่า 12Cilindri จะเป็น Supercar ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน (Daily Use) ได้อย่างแท้จริง การขับรถที่ยางบางๆ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยางหนาๆ ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย

การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง รถให้ความรู้สึกนุ่มหนึบและจิกถนนมาก ราวกับล้อถูกดูดติดอยู่กับพื้นถนนตลอดเวลา และเมื่อท้ายมีอาการสะบัดออกเล็กน้อย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถดึงรถกลับเข้าสู่การควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกสนุกและมั่นใจกับรถคันนี้อย่างมาก ด้วยความที่ระยะฐานล้อสั้นกว่า 812 Superfast ผสมผสานกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้รถมีความกระฉับกระเฉงและคล่องตัวขึ้นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ตัวถังที่แข็งแรงกว่าและใต้ท้องรถที่สูงกว่าเล็กน้อย ทำให้เฟอร์รารี่สามารถเซ็ตรถคันนี้ออกมาได้อย่างลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ

ผมสรุปได้เลยว่า Ferrari 12Cilindri เป็น รถสปอร์ต GT ที่มีการเซ็ตช่วงล่างได้ยอดเยี่ยม ขับขี่ได้ทุกวัน และให้ความรู้สึกเหมือนขับรถบ้านได้อย่างสบายๆ (หากคุณรับไหวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิง) มันคือการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะสุดขีด ความสะดวกสบาย และดีไซน์ที่หรูหราอมตะ

บทสรุป: มรดก V12 ที่ยังคงเร้าใจในปี 2025

Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นบทประกาศสำคัญจากเฟอร์รารี่ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มันคือการเชิดชูมรดก V12 Naturally Aspirated อันบริสุทธิ์ ที่อาจจะเป็นบทเพลงสุดท้ายก่อนยุคพลังงานไฟฟ้าจะเข้ามาครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยดีไซน์ที่สวยสะกดตา สมรรถนะที่เหนือชั้น และประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวลเกินคาด ทำให้มันคว้ารางวัล Car Design Award 2025 มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

มันคือการผสมผสานอันลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดของยุคปัจจุบัน ให้กำเนิด สุดยอด Supercar ที่ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องจักรแห่งความเร็ว แต่ยังเป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ เป็น การลงทุนยานยนต์ ที่จะทวีมูลค่าในอนาคตอันใกล้ และเป็นสิ่งที่นักขับขี่ผู้หลงใหลในความบริสุทธิ์ของเครื่องยนต์ V12 NA จะต้องมีไว้ในครอบครอง

สำหรับผู้ที่ปรารถนาความเป็นเลิศและต้องการสัมผัสกับ ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ ที่เป็นตำนานแห่งเครื่องยนต์ V12 จากม้าลำพอง ก่อนที่ยุคสมัยจะเปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์แบบ อย่าพลาดโอกาสอันล้ำค่านี้! ติดต่อเยี่ยมชมผู้แทนจำหน่ายเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่ที่เฟอร์รารี่ 12Cilindri ได้สร้างขึ้นในวันนี้

Previous Post

[ตอนที่ 2] 602T1020 AD148 พี่ฟู่เซอร์ไพส์เหมยด้วยแหวนสุดท้ายโดนพี่โชคเอาไป

Next Post

[ตอนที่ 2] 604T1020 AD150 พีฟู่เจอแฟนเก่า แล้วเหมยต้องทำตัวยังไง

Next Post
[ตอนที่ 2] 604T1020 AD150 พีฟู่เจอแฟนเก่า แล้วเหมยต้องทำตัวยังไง

[ตอนที่ 2] 604T1020 AD150 พีฟู่เจอแฟนเก่า แล้วเหมยต้องทำตัวยังไง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.