• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 760T1020 AD307 ไก่ดำบ้ๅนเชนทำไมถึงโดนหมาดำของโชคกัด

admin79 by admin79
October 24, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 760T1020 AD307 ไก่ดำบ้ๅนเชนทำไมถึงโดนหมาดำของโชคกัด

Toyota Hilux Revo 2025: บทพิสูจน์ขีดสุดสมรรถนะ 4×4 จากสนามฝึกจริง – เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ 10 ปี ที่คุณต้องรู้

ในโลกของการขับขี่ออฟโรดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การทำความเข้าใจขีดจำกัดและศักยภาพที่แท้จริงของรถคู่ใจ ถือเป็นหัวใจสำคัญสู่ประสบการณ์การผจญภัยที่ปลอดภัยและน่าประทับใจ ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการรถขับเคลื่อนสี่ล้อมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของยานยนต์ และความสำคัญของการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถกระบะยอดนิยมอย่าง Toyota Hilux Revo ที่ยังคงยืนหยัดเป็นผู้นำในตลาด ด้วยสมรรถนะอันเป็นเลิศและระบบขับเคลื่อน 4×4 ที่ได้รับการยอมรับ

ปัจจุบันในปี 2025 นี้ Hilux Revo ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะที่พาคุณไปถึงจุดหมาย แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคทุกรูปแบบ การฝึกอบรม “TOYOTA 4×4 Off-Road Training” ณ สนาม Grand Prix Motor Park จังหวัดกาญจนบุรี จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมทดสอบรถธรรมดา แต่คือเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการขับขี่ออฟโรดอย่างลึกซึ้ง และปลดล็อกสมรรถนะของรถกระบะคันแกร่งรุ่นนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ สนามแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นทั้งสนามฝึกอบรมมาตรฐานและเป็นสังเวียนการแข่งขันระดับตำนานอย่าง Toyota Hilux Revo 10 เซียนประจัญบาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความสมจริงของสภาพเส้นทาง

ทำไมการฝึกอบรมออฟโรดจึงสำคัญ แม้คุณจะเป็นเจ้าของรถ 4×4 ตัวท็อป?

หลายท่านอาจคิดว่าเมื่อเป็นเจ้าของรถกระบะ 4×4 อย่าง Hilux Revo ในรุ่นท็อป ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Rocco หรือ GR Sport ที่มาพร้อมอุปกรณ์และระบบขับเคลื่อนที่ครบครัน ก็สามารถลุยได้ทุกที่อย่างมั่นใจ แต่จากประสบการณ์ของผม การมีรถสมรรถนะสูงนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานระบบต่างๆ อย่างถูกวิธี อาจทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะดึงศักยภาพของรถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคืออาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน การฝึกอบรมนี้จึงเปรียบเสมือนการติดอาวุธทางความรู้และทักษะ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานรถได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางบนเส้นทางทุรกันดาร

นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว การเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องยังช่วยยืดอายุการใช้งานของรถ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาวอีกด้วย การขับขี่ออฟโรดโดยขาดความเข้าใจ อาจทำให้เกิดความเสียหายกับช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง หรือส่วนประกอบอื่นๆ ของรถได้โดยไม่จำเป็น การเข้าใจกลไกการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4×4 รวมถึงโหมดการขับขี่ออฟโรดต่างๆ เช่น 4L (ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ), 4H (ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง), Multi-Terrain Select หรือระบบควบคุมการทรงตัวอัจฉริยะ (A-TRC) เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และรับมือกับอุปสรรคได้อย่างเหนือชั้น

เตรียมพร้อมก่อนลงสนาม: ปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้าม

ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่สนามฝึก ผมมักจะย้ำเตือนผู้เข้าร่วมอบรมเสมอถึงปัจจัยพื้นฐานที่มักถูกละเลย แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมรถและความปลอดภัยในการขับขี่ออฟโรด

ตำแหน่งเบาะนั่งที่เหมาะสม: ในการขับขี่ทางเรียบ เรามักจะปรับเบาะให้นั่งสบาย แต่สำหรับการขับขี่ออฟโรด โดยเฉพาะการขึ้นเนินชันสูง คุณควรปรับพนักพิงให้ตั้งตรงมากขึ้น และปรับเบาะให้สูงกว่าปกติเท่าที่จะทำได้ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นหน้ารถและสภาพเส้นทางด้านล่าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินสิ่งกีดขวางและทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ

การจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง: ผมแนะนำให้จับพวงมาลัยในตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา โดยวางนิ้วหัวแม่มือทาบอยู่บนขอบด้านนอกของพวงมาลัย (ไม่กำรอบพวงมาลัย) เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณควบคุมการสะบัดหรือดีดกลับของพวงมาลัยที่อาจเกิดขึ้นกะทันหันเมื่อล้อหน้าปะทะกับสิ่งกีดขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่มือได้เป็นอย่างมาก หากพวงมาลัยหมุนตีกลับอย่างรุนแรง

การปรับกระจกมองข้าง: สำหรับการขับขี่ออฟโรด การปรับกระจกมองข้างให้เห็นขอบล้อหลังเป็นหลัก มีประโยชน์อย่างมหาศาลในการตรวจสอบว่าล้อหลังของเราพ้นจากหลุม บ่อ หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องผ่านเส้นทางที่มีความคับแคบ หรือหลุมบ่อขนาดใหญ่

การเตรียมความพร้อมในห้องโดยสาร: ควรจัดเก็บสัมภาระและของใช้ต่างๆ ในรถให้เรียบร้อยและแน่นหนา หลีกเลี่ยงการวางของหนักหรือของมีคมในจุดที่อาจกระเด็นมาด้านหน้าได้หากรถมีการกระแทกอย่างรุนแรง การสวมรองเท้าที่รัดกุมและกระชับ เช่น รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าเดินป่า ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อการควบคุมแป้นเหยียบได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

การตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้น: ก่อนเริ่มลุย ควรตรวจสอบแรงดันลมยางให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง (อาจลดแรงดันลงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มหน้าสัมผัสและความยึดเกาะในบางกรณี) ตรวจสอบระดับของเหลวต่างๆ ระบบไฟส่องสว่าง และความสมบูรณ์ของช่วงล่างและยางรถยนต์ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานที่นักขับออฟโรดผู้เชี่ยวชาญทุกคนต้องทำ

สัมผัสประสบการณ์จริง: บททดสอบ Hilux Revo 4×4 บนเส้นทางสุดท้าทาย

การเริ่มต้นบทเรียนมักจะค่อยๆ เพิ่มระดับความยาก จากพื้นฐานไปสู่สถานการณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับสมรรถนะของรถ

ฝ่าดงโคลนและแอ่งน้ำลึก: การจัดการคันเร่งคือหัวใจ

สถานีแรกที่เราได้สัมผัสคือการบุกตะลุยผ่านแอ่งน้ำขนาดใหญ่และสภาพดินโคลนที่อ่อนนุ่ม ซึ่งดูเหมือนจะพร้อมจะทำให้รถติดหล่มได้ตลอดเวลา สำหรับ Hilux Revo 4×4 สิ่งสำคัญที่สุดในการขับขี่ลักษณะนี้คือ “การควบคุมคันเร่งอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ” เมื่อเราปรับเข้าสู่โหมด 4L (ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วต่ำ) ซึ่งจะเพิ่มกำลังบิด (torque) มหาศาลให้กับล้อ เราแทบไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่งเลย เพียงแค่ปล่อยให้รถเคลื่อนที่ไปตามรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ ที่มีกำลังเหลือเฟือจากเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร GD Super Power ของ Hilux Revo การใช้เท้าแตะเบรกเพียงเล็กน้อยเพื่อประคองความเร็วและทิศทาง ก็เพียงพอที่จะพาเราผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างง่ายดดาย นี่คือจุดเด่นที่แท้จริงของ Hilux Revo ที่แสดงให้เห็นถึง “พละกำลังในรอบต่ำ” ที่ตอบสนองได้ทันท่วงที ทำให้การฝ่าฟันอุปสรรคหนักๆ กลายเป็นเรื่องง่ายดายอย่างน่าทึ่ง

อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ “การอ่านเส้นทาง” และ “การประเมินสิ่งกีดขวาง” ก่อนที่จะลงไปในหลุมหรือแอ่งน้ำลึก เราต้องประเมินอย่างรอบคอบว่ากันชนหน้าหรือช่วงล่างของรถจะไม่กระแทกกับพื้นหรือขอบหลุม หากไม่มั่นใจควรมีผู้ช่วย (spotter) ลงไปดูเส้นทางให้ หรือหากไม่มีจริงๆ การถอยตั้งลำใหม่เพื่อหาไลน์ขับที่ดีที่สุดย่อมปลอดภัยกว่าการขับลุยแบบสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถกระบะ 4×4 อาจมีมูลค่าสูงและทำให้การเดินทางของคุณต้องหยุดชะงัก

พิชิตเนินสลับและบิดตัว: บทพิสูจน์ช่วงล่างและระบบ Traction Control

สถานีต่อมาคือ “เนินสลับ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สถานีบิดตัว” ซึ่งเป็นการจำลองเส้นทางที่ทำให้ล้อแต่ละข้างต้องทำงานต่างระดับกันอย่างมาก สถานีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจับพวงมาลัยที่ถูกต้องเพื่อควบคุมทิศทาง แต่สิ่งที่ Hilux Revo แสดงให้เห็นอย่างโดดเด่นคือ “ประสิทธิภาพของช่วงล่าง” ที่มีการยืดและยุบตัวที่ดีเยี่ยม ทำให้ตัวรถยังคงอยู่ในแนวระนาบ ไม่เอียงกะเท่เร่จนน่าตกใจ แม้ล้อบางข้างจะลอยพ้นพื้นไปแล้วก็ตาม ระบบ Active Traction Control (A-TRC) ของ Revo ทำงานได้อย่างชาญฉลาด โดยจะทำการเบรกล้อที่ไม่มีแรงยึดเกาะและถ่ายเทกำลังไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะ ทำให้รถสามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบล็อกเฟืองท้ายที่ซับซ้อน ช่วยให้ผู้ขับขี่มือใหม่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ นี่คือการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีของ Hilux Revo ช่วยให้การขับขี่ออฟโรดที่ดูเหมือนยาก เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นได้อย่างไร

เร่งเครื่องเต็มพิกัดกับ Toyota Hilux Revo GR Sport: สมรรถนะที่เหนือกว่าบนทางฝุ่น

หลังจากเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ในความเร็วต่ำและเส้นทางท้าทายแล้ว ก็ถึงเวลาปลดปล่อยพละกำลังกับ Toyota Hilux Revo GR Sport ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่าโดยเฉพาะ บนเส้นทางที่เป็นหินกรวดและดินลูกรังที่ต้องใช้ความเร็ว ในสถานีนี้ Hilux Revo GR Sport ได้แสดงให้เห็นถึง “ประสิทธิภาพของโช้คอัพและช่วงล่างเฉพาะรุ่น” ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะขับผ่านผิวทางที่ไม่เรียบด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากการขับบนถนนดำทั่วไป

จุดเด่นสำคัญของ GR Sport คือ “ฐานล้อที่กว้างขึ้นและช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ” ทำให้รถมีเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ พร้อมพละกำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเรียกอัตราเร่งและการแซงบนทางฝุ่นเป็นเรื่องที่สนุกสนานและตอบสนองได้ทันใจ การขับขี่ Hilux Revo GR Sport บนเส้นทางประเภทนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถแรลลี่ขนาดย่อม ที่พร้อมจะพาคุณทะยานไปข้างหน้าด้วยความแม่นยำและควบคุมได้ในทุกจังหวะ ต้องบอกว่ารุ่น GR Sport ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง หรือการเดินทางไกลบนเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนลาดยางได้อย่างลงตัว

สนามแข่งจริง 10 เซียนประจัญบาน: บททดสอบขั้นสุดของทั้งรถและคน

สถานีสุดท้ายคือการลงสนามแข่งจริง “10 เซียนประจัญบาน” ซึ่งเป็นเนินสูงชันสลับกับหลุมบ่อขนาดใหญ่และลึก ซึ่งเป็นบททดสอบที่รวบรวมทักษะทั้งหมดที่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่ช่วงเช้าเข้าไว้ด้วยกัน รถที่ใช้ในการทดสอบคือ Hilux Revo PreRunner 4×4 เกียร์ธรรมดา ซึ่งเป็นรถเดิมๆ จากโรงงานโดยไม่ได้รับการปรับแต่งใดๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะรถแข่งส่วนใหญ่มักจะมีการปรับแต่งช่วงล่าง ยาง และกำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสนาม ทำให้การขับขี่ง่ายขึ้นมาก แต่กับรถเดิมๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ยาง” ที่ต้องมีดอกยางที่เหมาะสมสำหรับการยึดเกาะบนพื้นผิวที่หลากหลาย

เทคนิคที่ใช้ในการพิชิตเนินสูงชันและหลุมขนาดใหญ่คือ:
ตั้งลำพวงมาลัยให้ตรง: ปรับเข้าสู่โหมด 4L และใช้เกียร์สองในการออกตัว
ออกตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง: เพื่อสร้างแรงส่ง (momentum) ที่เพียงพอในการปีนขึ้นเนิน
ห้ามถอนคันเร่ง: เมื่อเริ่มขึ้นเนินแล้ว ต้องรักษากำลังเครื่องยนต์ให้สม่ำเสมอ ห้ามถอนคันเร่งโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้รถเสียแรงส่งและไหลกลับลงมาได้
มองตรงไปข้างหน้า: โฟกัสไปที่เส้นทางข้างหน้าเพื่อประเมินสิ่งกีดขวางและทิศทาง
จับพวงมาลัยให้มั่นคง: พร้อมสำหรับการแก้ไขทิศทางเมื่อรถกระดอนหรือเสียการทรงตัวเมื่อตกลงหลุม

สถานีนี้เป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่าทุกบทเรียนที่เรียนมา ไม่ว่าจะเป็นการปรับตำแหน่งเบาะที่ไม่ถูกต้องจะบดบังทัศนวิสัย การจับพวงมาลัยไม่ถูกวิธีจะทำให้เกิดอันตราย หรือการใช้คันเร่งมากเกินไปหรือน้อยเกินไปอาจทำให้รถติดหล่ม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมต้องยอมรับว่า Hilux Revo รุ่นมาตรฐานจากโรงงานก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคระดับนี้ไปได้ หากผู้ขับขี่มีความรู้และทักษะที่ถูกต้อง

สรุป: Hilux Revo ขวัญใจสายลุย ที่พร้อมพาคุณไปทุกเส้นทาง

ตลอดระยะเวลาของการฝึกอบรม Toyota Hilux Revo ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันน่าทึ่งในฐานะรถกระบะ 4×4 ที่ไม่เป็นสองรองใคร ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังของเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยมในรอบต่ำ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสูง รวมถึงช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถพาตัวเองและรถผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ “ความสำคัญของการใช้งานระบบขับเคลื่อนให้ถูกต้องและเหมาะสม” แม้คุณอาจจะไม่ได้นำรถไปลุยแบบสุดขีดในทุกวัน แต่เมื่อถึงเวลาที่จำเป็น การมีความรู้และทักษะในการใช้รถอย่างเต็มประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Hilux Revo พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบ 4×4 ของมันไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่ยัง “ใช้งานง่าย” ทำให้แม้แต่มือใหม่ก็สามารถเรียนรู้และควบคุมได้

สุดท้ายนี้ การดูแลรักษาระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น การนำรถเข้าสู่โหมด 4H หรือ 4L บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อให้น้ำมันเกียร์และชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการหล่อลื่นและทำงานอย่างเต็มที่ ก็เป็นส่วนสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของระบบให้ยาวนาน และพร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกเมื่อ

อย่ารอช้าที่จะค้นพบโลกใหม่แห่งการผจญภัย!

หากคุณเป็นเจ้าของ Toyota Hilux Revo ไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาตรฐาน Rocco หรือ GR Sport และต้องการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของรถกระบะคู่ใจ หรือกำลังมองหารถกระบะ 4×4 ที่พร้อมพาคุณไปได้ทุกที่ ผมขอเชิญชวนให้คุณสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นกับ Hilux Revo และเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมออฟโรด เพื่อเพิ่มพูนทักษะและสร้างความมั่นใจในการเดินทางบนทุกเส้นทาง หรือเยี่ยมชมโชว์รูมโตโยต้าใกล้บ้านคุณวันนี้ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hilux Revo รุ่นปี 2025 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดและข้อเสนอสุดพิเศษที่รอคุณอยู่! การลงทุนในทักษะและความรู้ คือการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไปของคุณ!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 716T1020 AD263 สรุปแล้วแหวนเป็นของพี่ฟู่หรือเสี่ยโชคกันแน่

Next Post

[ตอนที่ 2] 684T1020 AD230 ผู้หญิงคือคนใช้ คนรับใช้เท่านั้น

Next Post
[ตอนที่ 2] 684T1020 AD230 ผู้หญิงคือคนใช้ คนรับใช้เท่านั้น

[ตอนที่ 2] 684T1020 AD230 ผู้หญิงคือคนใช้ คนรับใช้เท่านั้น

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.