Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ในปี 2025: ยังคงเป็นตำนานที่น่าครอบครองจริงหรือ?
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นรถยนต์มากมายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาในตลาด และน้อยนักที่จะสามารถสร้าง “ตำนาน” และคงคุณค่าเหนือกาลเวลาได้อย่างแท้จริง Mercedes-Benz CLS คือหนึ่งในไม่กี่รุ่นที่ทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือรุ่น CLS 220 d AMG Premium ที่แม้การผลิตจะยุติลงไปแล้วตั้งแต่ปี 2023 และเรากำลังก้าวเข้าสู่ปี 2025 อย่างเต็มตัว แต่รถคันนี้กลับยังคงเป็นที่ต้องการและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์มือสอง หรือแม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มองหา “รถหรูมือสอง” ที่ยังคงความสดใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัย บทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกว่าเหตุใด Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ถึงยังคงยืนหยัดเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและน่าครอบครอง ในยุคที่โลกกำลังมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์
ในโลกที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ การเลือกรถยนต์ดีเซลอาจดูเหมือนย้อนยุคสำหรับบางคน แต่สำหรับผู้ที่มองหา “รถยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง” ที่ยังคงมอบความหรูหรา ความประหยัด และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางไกล หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium กลับกลายเป็นคำตอบที่น่าประหลาดใจ ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลอันชาญฉลาดเข้ากับระบบ Mild Hybrid อันล้ำสมัย ทำให้รถคันนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดน้ำมันอย่างเหลือเชื่อ แต่ยังให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คุณคิด สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ CLS โฉมนี้ยังคง “น่าใช้” และยังเป็น “รถยนต์พรีเมียม” ที่โดดเด่นไม่แพ้ใครในตลาดปี 2025
ดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา: ความงดงามที่ไม่เคยจางหาย
ผมต้องยอมรับว่า Mercedes-Benz CLS เป็นรถยนต์ที่ดึงดูดสายตาผมทุกครั้งที่เห็นบนท้องถนน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี “ดีไซน์รถยนต์” ของ CLS ก็ยังคงโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างไม่มีวันจางหาย นี่ไม่ใช่แค่ “รถซีดาน” ทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานศิลปะการออกแบบของ “รถคูเป้ 4 ประตู” ที่ผสานความสง่างามของซีดานเข้ากับเส้นสายที่พลิ้วไหวและสปอร์ตของรถคูเป้ได้อย่างลงตัว โครงสร้างตัวถังแบบ “Coupe-like” พร้อมหลังคาที่ลาดเอียงลงจรดท้ายรถ ทำให้มันดูมีพลังและน่าหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น
สำหรับรุ่น AMG Premium ยิ่งเพิ่มความเร้าใจด้วยชุดแต่ง AMG รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง, และล้ออัลลอยขนาดใหญ่ดีไซน์สปอร์ต ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อเสริมบุคลิกอันแข็งแกร่งและดุดันให้กับรถ ความประณีตในทุกรายละเอียด ตั้งแต่กระจังหน้าแบบ Diamond Grille ไปจนถึงไฟท้าย LED ดีไซน์บางเฉียบ ล้วนสะท้อนถึงปรัชญา “ความหรูหราคลาสสิก” ที่ผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ผมมั่นใจว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า “Mercedes-Benz ดีไซน์” ของ CLS ก็ยังคงดู “หล่อ เท่” และไม่ตกยุคอย่างแน่นอน นี่คือรถยนต์ที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาตามแฟชั่น แต่เลือกที่จะสร้างสรรค์ความงามที่คงทนถาวร เป็นการลงทุนใน “รถสปอร์ตซีดาน” ที่จะสร้างความประทับใจได้ตราบนานเท่านาน
ภายในห้องโดยสารเองก็ไม่แพ้กัน วัสดุคุณภาพสูง การตัดเย็บที่ประณีต และการจัดวางอุปกรณ์ที่คำนึงถึงหลัก Ergonomics ทำให้ทุกการสัมผัสและทุกการใช้งานเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ แสงไฟ Ambient Light ที่ปรับได้หลายสีสันช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์ของผู้ขับขี่ แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดใหญ่สองจอที่เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว พร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) อันชาญฉลาด มอบทั้งข้อมูลและความบันเทิงที่ครบครัน นี่คือการสร้างสรรค์พื้นที่ส่วนตัวที่ผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความสะดวกสบายสูงสุด ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งของ CLS แม้จะอยู่ในปี 2025 ก็ตาม
สมรรถนะและประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง: หัวใจดีเซลที่ประหยัดและทรงพลัง
หัวใจหลักของ Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium คือ “เครื่องยนต์ดีเซล” ขนาด 2.0 ลิตร (1,950 ซีซี) 4 สูบ เทอร์โบ ที่มอบพละกำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลถึง 400 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 1,600-2,800 รอบ/นาที ซึ่งส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) อันราบรื่นและตอบสนองได้ฉับไว ด้วยตัวเลขเหล่านี้ CLS 220 d สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 7.5 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วเกินพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ
แต่สิ่งที่ทำให้ “เทคโนโลยีดีเซล” ของ CLS คันนี้โดดเด่นอย่างแท้จริงคือการผสานกับ “ระบบ Mild Hybrid” หรือ EQ Boost ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเข้ามาช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงออกตัวและการเร่งแซง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอาการรอรอบ และยังช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ “ประหยัดน้ำมัน” ได้อย่างน่าทึ่ง ผมเคยทดสอบขับใช้งานทั้งในสภาพ “รถติด” ในเมืองที่กินน้ำมันประมาณ 10 กม./ล. และ “ทางโล่งรถไม่ติด” ที่ทำได้สูงถึง 20 กม./ล. และหากเป็นการใช้งานแบบผสมผสาน “รถติดครึ่งนึง ถนนโล่งครึ่งนึง” ก็ยังได้ค่าเฉลี่ยที่น่าประทับใจประมาณ 14 กม./ล. ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ “ค่าเชื้อเพลิง” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid ของ CLS 220 d AMG Premium เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับปี 2025 มันมอบ “อัตราสิ้นเปลือง” ที่ยอดเยี่ยมทัดเทียมกับรถยนต์ขนาดเล็กบางรุ่น ขณะที่ยังคงให้ “สมรรถนะรถยนต์” ที่ทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่แบบพรีเมียมที่หลายคนโหยหา ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางวิ่งต่อการชาร์จแบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วนๆ และยังคงได้ความรู้สึกถึงแรงบิดอันมหาศาลของเครื่องยนต์ดีเซลที่พร้อมตอบสนองทุกย่างก้าว ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่
ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น: ความลงตัวระหว่างความสบายและความสปอร์ต
เมื่อก้าวเข้าสู่ตำแหน่งผู้ขับขี่ของ Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium คุณจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการออกแบบที่มุ่งเน้นทั้งความสะดวกสบายและการตอบสนองที่เร้าใจ ระบบช่วงล่างของ CLS คันนี้ได้รับการปรับแต่งมาอย่างยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้เน้นความนุ่มนวลแบบรถลีมูซีน แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคง หนึบแน่น และควบคุมได้ง่ายตามสไตล์ “ช่วงล่างสปอร์ต” การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเป็นไปอย่างมั่นใจ ไม่มีอาการร่อนหรือโคลงเคลง ทำให้ “Mercedes-Benz Handling” ของรุ่นนี้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
Mercedes-Benz ได้ติดตั้งโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่ง “ระบบขับขี่” ให้เข้ากับสถานการณ์และอารมณ์ได้:
โหมด ECO: เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความประหยัดสูงสุด และการจราจรติดขัด การตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวลและต่อเนื่อง ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โหมด Comfort: คือโหมดครอบคลุมการใช้งานมากที่สุด ให้ความสมดุลระหว่างความประหยัดและความคล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง การเปลี่ยนเกียร์จะนุ่มนวลและไม่รู้สึกสะดุด
โหมด Sport: หากคุณต้องการปลดปล่อยพละกำลังที่แท้จริงของ CLS โหมด Sport จะเปลี่ยนบุคลิกของรถให้ดุดันขึ้นทันที คันเร่งตอบสนองไวขึ้น พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น และเกียร์จะเปลี่ยนในรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น เพื่อดึงสมรรถนะออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ผมกล้าเถียงขาดใจว่าใครที่บอกว่ารถรุ่นนี้ “อืด” เป็นไปไม่ได้เลยหากได้ลองขับในโหมด Sport ความเร็วจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
แม้ตัวถังรถจะมีขนาดใหญ่ แต่ด้วยการออกแบบที่ชาญฉลาดและการปรับแต่งพวงมาลัยที่แม่นยำ ทำให้การขับขี่ในเมือง การมุดซอกแซก หรือการเลี้ยวเข้าออกซอกซอยเป็นไปได้อย่าง “ความคล่องตัว” ไม่รู้สึกเทอะทะแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเล็กน้อยเกี่ยวกับ “ยางรันแฟลต” ขนาด 20 นิ้ว (หน้า 245/35R20, หลัง 275/30R20) ซึ่งมีแก้มยางที่บางมาก ทำให้การขับผ่านพื้นผิวขรุขระหรือตกหลุมบ่อ อาจสัมผัสได้ถึงแรงสะท้านเข้าสู่ตัวรถได้บ้าง หากคุณเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับความนุ่มนวลเป็นพิเศษ การพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมยางที่มีแก้มหนาขึ้น (ตามสเปกช่วงแรกของรุ่นนำเข้า) อาจช่วยยกระดับ “ประสบการณ์ขับขี่” ให้ดียิ่งขึ้นในแง่ของความสบาย แต่สำหรับผู้ที่เน้น “สมรรถนะ” และ “การยึดเกาะถนน” ยางรันแฟลตเดิมก็ยังคงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ในด้าน “การเก็บเสียง” CLS 220 d AMG Premium ทำได้อย่างน่าประทับใจตามมาตรฐานของ Mercedes-Benz แม้จะใช้ความเร็วสูงถึง 140 กม./ชม. เสียงลมยางและเสียงรบกวนจากภายนอกห้องโดยสารก็ยังคงเงียบสงบ ทำให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลายและสามารถเพลิดเพลินกับการสนทนาหรือระบบเสียงคุณภาพสูงได้อย่างเต็มที่
เทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายสำหรับปี 2025
ในยุคที่ “เทคโนโลยีรถยนต์ 2025” กำลังมุ่งเน้นไปที่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ก็ไม่เป็นสองรองใคร ด้วย “ระบบความปลอดภัยรถยนต์” และ “เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่” ที่ยังคงทันสมัยและมีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน
ระบบ Blind Spot Assist: เป็นระบบเตือนจุดอับสายตาที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงแค่เตือนขณะขับขี่ แต่ยังคงทำงานแม้หลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว หากคุณกำลังจะเปิดประตูและมีรถวิ่งมาทางด้านหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเตือน ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้อย่างดีเยี่ยม
ระบบเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist): ระบบนี้สามารถตั้งค่าการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการเตือนเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป หรือการเบรกอัตโนมัติหากตรวจพบความเสี่ยงของการชน ระบบนี้ได้ช่วยชีวิตและลดความรุนแรงของอุบัติเหตุมาแล้วนับไม่ถ้วน ถือเป็นคุณสมบัติ “ADAS” ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น
ระบบค้นหาที่จอดรถและนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist): สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่ถนัด “ที่จอดรถอัตโนมัติ” ฟังก์ชันนี้คือผู้ช่วยชั้นยอด รถสามารถค้นหาช่องจอดที่เหมาะสมและนำรถเข้าจอดได้เอง ทั้งการจอดแบบขนานและจอดแบบเข้าซอง โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องบังคับพวงมาลัยหรือเปลี่ยนเกียร์เอง เพียงแค่ควบคุมเบรกและคันเร่งเท่านั้น
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา: “กล้อง 360 องศา” คืออีกหนึ่งฟังก์ชันที่ผมใช้งานบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่ช่วยในการจอดรถเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มองเห็น “รถได้แบบรอบคัน” ในขณะขับขี่ในพื้นที่แคบๆ หรือจอดเทียบฟุตบาท ทำให้การขับขี่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชนได้อย่างมาก คุณยังสามารถเลือกดูกล้องแต่ละมุมได้ตามต้องการ เพื่อความแม่นยำสูงสุด
ระบบเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เป็นไปอย่างมั่นใจและผ่อนคลายยิ่งขึ้น แม้จะเป็นรถที่ผลิตมาหลายปีแล้ว แต่ชุด “ระบบความปลอดภัยรถยนต์” ของ CLS ก็ยังคงสามารถแข่งขันกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปี 2025 ได้อย่างสบาย
ความคุ้มค่าในตลาดรถมือสองปี 2025: การลงทุนที่ชาญฉลาด
ในยุคที่ Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ไม่ได้มีจำหน่ายเป็นรถยนต์ใหม่แล้ว (นอกเสียจากจะพบกับ “ล็อตสุดท้าย” ที่ยังหลงเหลืออยู่ในโชว์รูมบางแห่ง ซึ่งก็เป็นไปได้ยากมากในปี 2025) สิ่งที่เราควรหันมาให้ความสนใจคือ “รถหรูมือสอง” ซึ่งนี่คือจุดที่ CLS คันนี้เปล่งประกายอย่างแท้จริง
จากราคาเปิดตัวที่เคยสูงถึง 4,640,000 บาท และเคยมีการปรับลดราคาลงมาเหลือ 3,880,000 บาท ในปี 2024 ทำให้ในปี 2025 “ราคา Mercedes-Benz CLS มือสอง” ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด คุณสามารถเป็นเจ้าของ “Mercedes-Benz มือสอง” ที่ยังคงความหรูหรา ดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ซึ่งถือเป็น “รถยนต์หรูราคาคุ้มค่า” อย่างแท้จริง
เมื่อพิจารณาถึง “ความคุ้มค่า” ในระยะยาว CLS 220 d AMG Premium มอบทุกสิ่งที่รถยนต์พรีเมียมควรมี ทั้งดีไซน์ที่ไม่ตกยุค สมรรถนะที่น่าประทับใจ ความประหยัดน้ำมัน และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน แน่นอนว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz ย่อมมาพร้อมกับ “ค่าบำรุงรักษา Mercedes-Benz” ที่อาจสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปเล็กน้อย แต่ด้วยชื่อเสียงด้านคุณภาพและความทนทานของแบรนด์ ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม และ “การลงทุนรถยนต์” ครั้งนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง
ผมมองว่า CLS 220 d AMG Premium ในปี 2025 คือทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการความเหนือระดับในราคาที่สมเหตุสมผล เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราแบบคูเป้ สไตล์ของรถสปอร์ตซีดาน และความประหยัดของเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid ที่หาตัวจับยากในตลาดปัจจุบัน
สรุป: เหตุใด CLS 220 d AMG Premium จึงยังคงเป็นตำนานที่น่าครอบครอง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่า Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ยังคงเป็นรถยนต์ที่ “น่าใช้” อย่างยิ่งในยุค 2025 ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ตกยุค ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางไกลข้ามจังหวัด รถคันนี้ก็พร้อมพาคุณไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และประหยัดเชื้อเพลิงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่อัดแน่นมาให้ยังคงทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทำให้ CLS โฉมนี้ยังคงเป็นหนึ่งใน “รถยนต์พรีเมียม” ที่มอบ “ความคุ้มค่า” สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์มือสอง ด้วย “ราคาคุ้มค่า” ที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงได้รับ “ประสบการณ์ขับขี่” และ “สมรรถนะ” ที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานของ Mercedes-Benz
หากคุณกำลังมองหา “รถหรูมือสอง” ที่ไม่เพียงแค่พาคุณจากจุด A ไปจุด B แต่ยังมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยสไตล์ สมรรถนะ และความภาคภูมิใจในทุกย่างก้าว Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม
อย่าเพียงแค่อ่านและจินตนาการ แต่จงสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเอง “ซื้อรถ Mercedes-Benz” ที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความงดงามที่แท้จริง! หากคุณพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตำนานแห่งยนตรกรรมนี้ ผมขอแนะนำให้คุณไป “ทดลองขับ” และสัมผัสความรู้สึกที่แตกต่างได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz มือสองที่ได้รับการรับรองใกล้บ้านคุณ เพื่อค้นพบว่าเหตุใด CLS คันนี้จึงยังคงเป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะที่ขับเคลื่อนได้ ที่ยังคงสร้างความประทับใจได้ตลอดไป
![[ตอนต่อไป] 070T1110 A โลกนี้ไม่มีที่ว่าง ให้กับคนใจกว้าง คุณว่าจริงไหม](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-67.png)
![[ตอนต่อไป] 071T1110 A เกิดมาพึ่งเคยเจอ เด็กป3 มาสมัครงานด้วยตัวเอง ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-68.png)