• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนต่อไป] 347T1110 A แต่งงานใหม่ทั้งที่เมียตัวเองท้องอยู่

admin79 by admin79
November 12, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนต่อไป] 347T1110 A แต่งงานใหม่ทั้งที่เมียตัวเองท้องอยู่

Denza D9 Performance AWD ในปี 2025: เมื่อความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีช่วงล่าง DiSus-C ผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อการเดินทางแห่งอนาคต

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของอุตสาหกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่อง จากยุคเริ่มต้นที่รถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นเรื่องใหม่ สู่ปี 2025 ที่เทคโนโลยีได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทยที่ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่รถยนต์ที่ประหยัดพลังงานอีกต่อไป แต่ยังต้องการนวัตกรรม ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ Denza D9 Performance AWD รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้า 100% (Electric MPV) จาก RÊVER Automotive ภายใต้ความร่วมมือกับ BYD ได้เข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะกับเทคโนโลยีช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ที่ผมตั้งใจจะพาคุณไปเจาะลึกในบทความนี้

Denza D9 ในปี 2025: ยกระดับนิยาม MPV ไฟฟ้าหรูหรา

เมื่อพูดถึงตลาดรถตู้อเนกประสงค์ หรือ MPV ในปี 2025 Denza D9 ไม่ใช่แค่ทางเลือกหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนบรรทัดฐานของคำว่า “MPV ไฟฟ้าหรูหรา” (Luxury Electric MPV) ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ผสมผสานความสง่างามเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เส้นสายภายนอกที่ดูภูมิฐาน แต่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ต ทำให้ Denza D9 ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมและความสำเร็จ แผงไฟหน้าแบบ LED ที่โฉบเฉี่ยวเชื่อมต่อกันตลอดแนว พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบ Parametric Diamond Grille ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขาม

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Denza D9 คือแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ BYD ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ เสริมสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Blade Battery ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาด 103.36 kWh ทำให้ Denza D9 Performance AWD สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 580 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกลข้ามจังหวัดในประเทศไทย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จมากนักในยุคที่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถ EV พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปี 2025 รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW และ DC สูงสุด 166 kW ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างไร้กังวล

ในรุ่น Performance AWD นี้ Denza D9 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา (AWD) ด้วยมอเตอร์คู่ที่ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 275 กิโลวัตต์ (ประมาณ 370 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาลที่ 470 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 6.9 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถตู้อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่สำคัญยิ่งกว่าตัวเลขคือการส่งผ่านกำลังที่ราบรื่นและตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว มอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม (Premium Electric Vehicle) ที่แตกต่างและน่าประทับใจ

หัวใจสำคัญ: ระบบช่วงล่าง DiSus-C – เหนือกว่าความคาดหมาย

จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ ผมกล้าพูดได้เลยว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้ Denza D9 Performance AWD โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2025 คือระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนแบบแอคทีฟ (Active Suspension System) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่สูงสุด ระบบ DiSus-C ไม่ใช่แค่ช่วงล่างที่ปรับความหนืดได้ธรรมดา แต่เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและชาญฉลาด ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์หลายจุดที่ติดตั้งอยู่ทั่วตัวรถ เพื่อตรวจจับสภาพพื้นผิวถนน การเคลื่อนไหวของตัวรถ และพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์

ลองจินตนาการดูว่าขณะที่คุณขับรถบนถนนที่มีหลุมบ่อ รอยต่อ หรือเนินกระแทกมากมาย ระบบ DiSus-C จะประมวลผลข้อมูลเหล่านี้อย่างรวดเร็ว และสั่งการให้โช้คอัพแต่ละตัวปรับการยุบตัวและคืนตัวให้เหมาะสมที่สุดในเสี้ยววินาที ด้วยการควบคุมวาล์วโซลินอยด์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถปรับความแข็ง-อ่อนของช่วงล่างได้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่แค่ปรับ “นุ่ม” หรือ “แข็ง” แต่เป็นการปรับ “ความเหมาะสม” อย่างแท้จริง ช่วยลดแรงกระแทก ลดอาการโคลงเคลง และรักษาสมดุลของรถได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งในสภาพถนนของประเทศไทยที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ถนนเรียบทางด่วนไปจนถึงถนนที่มีผิวขรุขระในเมืองใหญ่ ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ (Smart Suspension System) เช่นนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในการเดินทาง

ระบบ DiSus-C ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ 2 รูปแบบ คือ Sport และ Comfort ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับได้ผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 15.6 นิ้ว:
โหมด Comfort: เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่การจราจรหนาแน่นและถนนมีสภาพไม่สม่ำเสมอ ระบบจะเน้นความนุ่มนวลสูงสุด ลดแรงสะเทือนที่ส่งมาถึงห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้โดยสารระดับ VIP หรือครอบครัวใหญ่จะชื่นชอบเป็นพิเศษ
โหมด Sport: เมื่อต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่ดุดันยิ่งขึ้น หรือเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง ระบบจะปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความหนึบ เกาะถนน และลดอาการโยนตัวของรถ ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำและมั่นคง สร้างความมั่นใจในการเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว

ข้อดีของ DiSus-C ไม่ได้จำกัดแค่ความสบาย แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยและเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้น เมื่อเบรกกะทันหัน ระบบจะช่วยลดอาการหน้าทิ่ม (Nose Dive) และเมื่อเร่งความเร็วก็จะลดอาการท้ายย่อ (Squat) ช่วยให้รถรักษาสมดุลได้ดีขึ้น ลดการถ่ายเทน้ำหนักที่ไม่จำเป็น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์ นับเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้าให้เหนือกว่าที่เคย

ประสบการณ์ขับขี่จริง: สัมผัสความแตกต่างบนถนนไทย

ผมได้มีโอกาสทดสอบ Denza D9 Performance AWD บนเส้นทางหลากหลาย ตั้งแต่การจราจรหนาแน่นในกรุงเทพฯ ไปจนถึงการเดินทางระยะไกลสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของช่วงล่าง DiSus-C และสมรรถนะโดยรวมในสภาพการใช้งานจริงของประเทศไทย

การขับขี่ในเมือง: ในสภาพการจราจรที่ติดขัด การออกตัวด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เป็นไปอย่างราบรื่นและเงียบสนิท อัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจช่วยให้การแซงเปลี่ยนเลนทำได้ง่ายดาย แม้ตัวรถจะมีความยาวถึง 5.2 เมตร แต่ด้วยทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมคล้ายกับรถ SUV ทั่วไป และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ทำให้การขับขี่และการจอดในพื้นที่จำกัดไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ระบบช่วงล่าง DiSus-C ในโหมด Comfort ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการซับแรงกระแทกจากหลุมบ่อ ฝาท่อระบายน้ำ หรือลูกระนาดต่างๆ ที่พบเจอในเมืองหลวง แทบจะเรียกได้ว่าผ่านไปอย่างนุ่มนวล จนบางครั้งผู้โดยสารแทบไม่รู้สึกถึงความขรุขระของพื้นผิวถนนเลย เสียงรบกวนจากภายนอกถูกจัดการได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้องโดยสารเป็นเสมือนห้องส่วนตัวที่เงียบสงบ

การเดินทางออกนอกเมืองและบนทางหลวง: เมื่อออกสู่ทางหลวง Denza D9 Performance AWD แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่แท้จริง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ผมทดสอบได้จริงอยู่ที่ประมาณ 8.53 วินาที (พร้อมผู้โดยสารและสัมภาระในโหมด Standard) ซึ่งอาจจะช้ากว่าตัวเลขเคลมเล็กน้อย แต่ต้องบอกว่าสำหรับรถ MPV ที่เน้นความสบายแล้ว ถือว่าเพียงพอและให้ความรู้สึกที่ทรงพลังอย่างน่าประหลาดใจ การขับขี่ที่ความเร็วสูงเป็นไปอย่างมั่นคงและนุ่มนวล ระบบ DiSus-C สามารถรักษาสมดุลของรถได้อย่างยอดเยี่ยม ลดอาการโคลงเคลงเมื่อต้องเปลี่ยนเลนกระทันหัน หรือเมื่อต้องเผชิญกับกระแสลมแรง ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลายและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องให้ความสนใจคือระบบเบรก ซึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักมากเช่นนี้ การเบรกกะทันหันจากความเร็วสูง อาจจะยังคงมีอาการถ่ายเทน้ำหนักเล็กน้อยที่ต้องอาศัยการประคองพวงมาลัยที่ดี แต่โดยรวมแล้ว ระบบเบรกตอบสนองได้ดีและสร้างความมั่นใจได้ สำหรับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ DiSus-C จะช่วยลดอาการโคลงเคลงได้มาก แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวรถ ทำให้ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมเสมอ เพื่อประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Driving Experience) ที่ปลอดภัยที่สุด

อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้า: ในการทดสอบระยะทางไปกลับ 136 กิโลเมตร ผมพบว่า Denza D9 Performance AWD มีอัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 27.3 kWh/100 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลสำหรับรถ MPV ไฟฟ้าสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ การคำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตรเมื่อเทียบกับราคากระแสไฟฟ้าในประเทศไทยในปี 2025 ยังคงบ่งชี้ถึงความคุ้มค่าในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป

ห้องโดยสาร: สุนทรียะแห่งความหรูหราและการใช้งาน

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Denza D9 Performance AWD คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราเหนือระดับที่ถูกบรรจงสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน วัสดุหนัง Nappa Premium ที่ใช้หุ้มเบาะโดยสาร มอบสัมผัสที่นุ่มนวลและนั่งสบายตลอดการเดินทาง เพดานห้องโดยสารบุด้วยหนังกลับแบบพรีเมียม (Premium Suede Headliner) ยิ่งเพิ่มความรู้สึกโอ่อ่าและหรูหราให้กับห้องโดยสาร

พื้นที่และความสบายสำหรับผู้โดยสาร: Denza D9 ไม่ได้เป็นเพียงรถสำหรับผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่งแถวที่สอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถ MPV ระดับพรีเมียม เบาะนั่งผู้โดยสารแถวที่สองสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างอิสระ พร้อมฟังก์ชันการนวดหลากหลายรูปแบบ ที่จะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัสควบคุมฟังก์ชันต่างๆ แยกต่างหากสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ทำให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องโดยสารชั้นธุรกิจบนเครื่องบิน ส่วนพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะก็กว้างขวางเป็นพิเศษ รองรับผู้โดยสารที่มีสรีระสูงใหญ่ได้อย่างสบายๆ สำหรับรถครอบครัวไฟฟ้า (Electric Family Car) หรือรถ EV สำหรับผู้บริหาร (Executive EV Car) ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย: เทคโนโลยีภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับ Denza D9 Performance AWD
จอแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาด 12 นิ้ว: ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนเพื่อดูข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ความเร็ว ระบบนำทาง หรือข้อมูลการขับขี่
หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบ Touch Screen ขนาด 15.6 นิ้ว: เป็นศูนย์รวมการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ตั้งแต่ระบบนำทาง การเชื่อมต่อมัลติมีเดีย ระบบปรับอากาศ ไปจนถึงการตั้งค่าช่วงล่างและระบบเบรก ด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและตอบสนองได้รวดเร็ว
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติหลายโซน: เพื่อความสบายของทุกคนในห้องโดยสาร
ระบบความปลอดภัย ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ครบครัน: รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าปี 2025 ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจในการขับขี่

Denza D9: ตัวเลือกที่ตอบโจทย์หลากหลาย – รุ่น Performance AWD vs. Premium 2WD

นอกจากรุ่น Performance AWD ที่ผมได้ทดสอบอย่างละเอียดแล้ว Denza D9 ยังมีรุ่น Premium 2WD ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า (1,999,900 บาทในช่วงแนะนำ) และยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม

ความแตกต่างที่สำคัญ:
ช่วงล่าง: รุ่น Premium 2WD มาพร้อมระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติตามความเร็วแบบ FSD (Frequency Selective Damping) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบในรถยนต์ไฟฟ้า BYD SEAL มอบความนุ่มนวลที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นประจำ หรือต้องการความนุ่มนวลและเสถียรภาพสูงสุดสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ DiSus-C ของรุ่น Performance AWD จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
สมรรถนะ: รุ่น Premium 2WD ใช้มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ให้กำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ประมาณ 10.25 วินาที (ในการทดสอบจริง) ซึ่งแม้จะไม่รวดเร็วเท่ารุ่น Performance AWD แต่ก็ยังคงความคล่องตัวและทันใจในสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับครอบครัวที่เน้นความประหยัดและการใช้งานในเมืองเป็นหลัก

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันและตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า รุ่น Premium 2WD ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่หากคุณต้องการสุดยอดของนวัตกรรม ความสะดวกสบายสูงสุด และสมรรถนะที่เหนือชั้น Denza D9 Performance AWD คือคำตอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในตลาดรถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้า (Electric Multi-Purpose Vehicle) ในปี 2025

บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ

จากการได้สัมผัสและทดสอบ Denza D9 Performance AWD อย่างใกล้ชิด ผมมั่นใจว่ารถคันนี้เป็นมากกว่าแค่รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้า แต่คือการประกาศศักดาของเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวล้ำ ด้วยระบบช่วงล่าง DiSus-C ที่มอบความนุ่มนวลและเสถียรภาพเหนือระดับ ห้องโดยสารที่หรูหราสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Denza D9 ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่า ทั้งเพื่อการใช้งานส่วนตัวกับครอบครัว หรือเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญ

ในปี 2025 ที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีการแข่งขันสูง Denza D9 Performance AWD ได้แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นและวิสัยทัศน์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสุดยอดของรถยนต์ไฟฟ้าหรูหรา และพร้อมที่จะลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และแน่นอนที่สุดคือความสบายสูงสุดในการเดินทาง

คำเชิญชวน

สำหรับท่านที่กำลังมองหานิยามใหม่ของการเดินทางที่หรูหรา สะดวกสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผมขอเชิญชวนให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับ Denza D9 Performance AWD ด้วยตัวท่านเอง ลองทดลองขับและพิสูจน์ประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง DiSus-C อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงความหรูหราและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ RÊVER Automotive บรรจงสร้างสรรค์มาเพื่อคุณ คุณอาจจะพบว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณตามหามาตลอด เพื่อการเดินทางแห่งอนาคตที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เยี่ยมชมโชว์รูม RÊVER Automotive ใกล้บ้านท่าน หรือติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับวันนี้ ประสบการณ์ที่เหนือกว่ากำลังรอคุณอยู่.

Previous Post

[ตอนต่อไป] 330T1110 A เหลี่ยมมาเจอเหลี่ยมกว่า

Next Post

[ตอนต่อไป] 331T1110 A การมีลูกมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

Next Post
[ตอนต่อไป] 331T1110 A การมีลูกมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

[ตอนต่อไป] 331T1110 A การมีลูกมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.