Denza D9 Performance AWD กับ DiSus-C: ประสบการณ์ EV MPV หรูเหนือระดับแห่งปี 2025 โดยผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานับทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของตลาด EV ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเดินทางไร้มลพิษอย่างเต็มตัว ปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า MPV ระดับพรีเมียมกำลังร้อนแรงเป็นพิเศษ และมีหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์นี้ นั่นคือ Denza D9 Performance AWD ที่มาพร้อมนวัตกรรมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C เอกสิทธิ์เฉพาะที่ RÊVER ประเทศไทยภูมิใจนำเสนอ ผมได้รับโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถคันนี้แบบเจาะลึก ซึ่งไม่ใช่แค่การทดสอบรถทั่วไป แต่เป็นการท้าทายขีดจำกัดของเทคโนโลยีขั้นสูงบนเส้นทางจริง เพื่อให้ได้มาซึ่งบทสรุปที่เที่ยงตรงที่สุดสำหรับผู้บริโภคที่มองหาสุดยอดยานพาหนะสำหรับครอบครัวและการเดินทางระดับผู้บริหาร
Denza D9 Performance AWD: นิยามใหม่ของ MPV ไฟฟ้าหรูสำหรับปี 2025
Denza D9 Performance AWD ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้า 100% ทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่ล้ำหน้าอย่างลงตัว สำหรับปี 2025 คันนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของตนเองและคนสำคัญ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในภาพรวมของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรู พร้อมกับสเปกที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน Denza D9 Performance AWD สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของ BYD ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ จึงมั่นใจได้ถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพพลังงานสูงสุด หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อนอยู่ที่มอเตอร์คู่แบบ 8-in-1 มอบพละกำลังรวมสูงสุด 275 กิโลวัตต์ (ประมาณ 375 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาลที่ 470 นิวตันเมตร ทำให้การออกตัวและเร่งแซงเป็นไปอย่างรวดเร็วและนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เคลมไว้เพียง 6.9 วินาที ซึ่งจากการทดสอบจริงก็ใกล้เคียงกับตัวเลขดังกล่าวอย่างน่าประทับใจ
แบตเตอรี่ความจุ 103.36 kWh เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ Denza D9 Performance AWD สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 580 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งหมายถึงระยะทางที่เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะไกลในชีวิตจริงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อยครั้ง และเมื่อถึงเวลาต้องชาร์จ ระบบรองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 11 กิโลวัตต์ (3 เฟส) และกระแสตรง DC สูงสุด 166 กิโลวัตต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของตลาด EV ในปี 2025 ทำให้การหยุดแวะพักเพื่อชาร์จไฟเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
DiSus-C: หัวใจสำคัญของประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาส
สิ่งที่ทำให้ Denza D9 Performance AWD เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดคือ “ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทาง RÊVER ประเทศไทย ได้นำเสนอสู่ตลาด นี่คือเทคโนโลยีที่พลิกโฉมความเข้าใจเดิมๆ เกี่ยวกับช่วงล่างของรถ MPV โดยสิ้นเชิง DiSus-C ไม่ใช่แค่ระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ทั่วไป แต่เป็นการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์แบบแอคทีฟ ที่สามารถปรับความกระด้างของโช้คอัพได้อย่างละเอียดและรวดเร็วแบบเรียลไทม์ โช้คอัพด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการทำงานร่วมกับระบบนี้ โดยมีระยะการยุบตัวและคืนตัวที่มากกว่าระบบกันสะเทือนแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว
การทำงานของ DiSus-C คือการตรวจจับการยุบตัวและการคืนตัวของช่วงล่างในทุกเสี้ยววินาที จากนั้นจะประมวลผลผ่านชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสั่งการโซลินอยด์วาล์วภายในโช้คอัพให้ปรับการทำงานได้แบบอัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือการควบคุมแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่เหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นหลุมบ่อ รอยต่อถนน หรือแม้แต่การขึ้นเนินลงเนิน ระบบจะจัดการแรงกระแทกเหล่านั้นได้อย่างนุ่มนวล ไร้รอยต่อ และราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ นอกจากนี้ DiSus-C ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ได้อย่างมหาศาล ลดอาการโคลงเคลงของตัวรถเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง และลดแรงกระชากเมื่อเบรกกะทันหันหรือเร่งความเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้โดยสารจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและความสงบภายในห้องโดยสารที่หาได้ยากในรถยนต์ประเภทเดียวกัน
ห้องโดยสาร Denza D9 Performance AWD: ความหรูหราที่ตอบโจทย์ทุกสัมผัส
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Denza D9 Performance AWD คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของความหรูหราและประณีตที่เหนือกว่ารถ MPV ทั่วไป เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa Premium คุณภาพสูง ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและนั่งสบายเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะใกล้หรือไกล เพดานห้องโดยสารบุด้วยหนังกลับแบบพรีเมียม เพิ่มความรู้สึกโออ่าและลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ Denza D9 Performance AWD มาพร้อมกับระบบแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาด 12 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญต่างๆ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน สร้างความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์
ความโดดเด่นของ Denza D9 Performance AWD ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เบาะคนขับและเบาะหน้าเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงประสบการณ์สำหรับผู้โดยสารแถวที่สอง ซึ่งเปรียบเสมือนห้องโดยสารส่วนตัวระดับเฟิร์สคลาส เบาะนั่งแถวที่สองสามารถปรับระดับและรูปแบบการนวดได้หลากหลายฟังก์ชัน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ตลอดการเดินทาง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรุ่นเริ่มต้น ระบบอินโฟเทนเมนต์แบบ Touch Screen ขนาด 15.6 นิ้ว เป็นศูนย์กลางการควบคุมที่ทันสมัยและใช้งานง่าย ไม่เพียงแต่แสดงข้อมูลความบันเทิงและการนำทางเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ปรับการทำงานของระบบช่วงล่าง DiSus-C รวมถึงความหนักเบาของพวงมาลัยและระบบเบรกได้ตามความต้องการ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ให้เข้ากับสถานการณ์และสไตล์ส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เปิดประสบการณ์ทดสอบขับ: ท้าทาย DiSus-C บนเส้นทางจริง
การทดสอบขับ Denza D9 Performance AWD ของผมเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่พระนครศรีอยุธยา โดยผมเลือกที่จะไม่ใช้ทางด่วน เพื่อให้ได้สัมผัสกับสภาพถนนที่หลากหลายและท้าทายระบบช่วงล่าง DiSus-C อย่างแท้จริง ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องหลุมบ่อและฝาท่อระบายน้ำที่กระจัดกระจาย ถือเป็นสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด และผมต้องยอมรับว่า DiSus-C ทำงานได้อย่างน่าประทับใจเกินความคาดหมายอย่างมาก
เมื่อขับผ่านหลุมบ่อขนาดใหญ่หรือรอยต่อถนนที่ขรุขระ ระบบ DiSus-C จะซับแรงกระแทกได้อย่างนุ่มนวลและราบรื่น จนแทบไม่รู้สึกถึงการกระแทกภายในห้องโดยสาร การยุบตัวของช่วงล่างเป็นไปอย่างมีเหตุผลและต่อเนื่อง ไม่มีความรู้สึกกระด้างหรือสะเทือนจนทำให้เสียจังหวะการขับขี่ อาการโคลงเคลงของตัวรถที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากนั้นน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม ส่วนการออกตัวและเร่งความเร็วแบบทันทีทันใด รวมถึงการเบรกกะทันหัน อาการหัวทิ่มหรือแรงกระชากผู้โดยสารมีอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรถ MPV ขนาดใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบที่ควบคุมการถ่ายเทน้ำหนักได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้จะมีเสียงรบกวนจากภายนอกลอดเข้ามาบ้างในบางจังหวะ ซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ไฟฟ้าที่ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษ ทำให้เสียงภายนอกฟังดูโดดเด่นขึ้นมา แต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่บั่นทอนประสบการณ์โดยรวม สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือความง่ายในการขับขี่ Denza D9 Performance AWD พวงมาลัยมีความคมและตอบสนองได้ดี แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กหรือผู้ที่คุ้นเคยกับการขับรถขนาดเล็ก ก็สามารถควบคุมรถคันนี้ได้อย่างมั่นใจ ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีเยี่ยมคล้ายกับรถ SUV ทั่วไป ด้วยการออกแบบเสา A ที่บางและกระจกบานใหญ่ การถอยจอดก็ทำได้ง่ายดายด้วยกล้องมองรอบคัน 360 องศาที่ให้ภาพคมชัด อย่างไรก็ตาม ต้องใช้ความระมัดระวังในเรื่องความยาวของตัวรถที่ 5.2 เมตร ซึ่งต้องอาศัยความคุ้นเคยในการกะระยะบ้างเล็กน้อย
ในส่วนของข้อสังเกตและสิ่งที่สามารถพัฒนาต่อไปได้ จากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญ ผมพบว่าระบบเบรกเมื่อขับด้วยความเร็วสูงและต้องเบรกกะทันหันหรือเบรกหนัก ตัวรถอาจมีอาการส่ายเล็กน้อย ผู้ขับขี่จึงต้องจับพวงมาลัยให้มั่นคง นอกจากนี้ ในขณะขับปะทะลมแรงๆ หรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากๆ อาจมีความรู้สึกโครงเคลงให้เห็นบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นธรรมชาติของรถยนต์ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ BYD มีอยู่ ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ Denza D9 จะสามารถปรับปรุงในจุดเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือการปรับแต่งระบบเพิ่มเติม
สมรรถนะและการเปรียบเทียบ: Performance AWD vs. Premium 2WD
นอกจากการทดสอบ Denza D9 Performance AWD แล้ว ผมยังได้มีโอกาสสัมผัสกับรุ่นเริ่มต้น Premium 2WD ด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผมเห็นความแตกต่างของระบบช่วงล่างอย่างชัดเจน รุ่น Premium 2WD ใช้ระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติตามความเร็วแบบ FSD ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่พบใน BYD SEAL แม้จะเป็นระบบที่ดี แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับความนุ่มนวลและประสิทธิภาพในการควบคุมแรงกระแทกของ DiSus-C ที่อยู่ในรุ่น Performance AWD หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการขับขี่ที่คล่องตัวและต้องการความนุ่มนวลเป็นพิเศษสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ผมแนะนำให้เลือกรุ่น Performance AWD อย่างไม่ลังเล
ในด้านอัตราเร่งและการทำความเร็ว รุ่น Premium 2WD (มอเตอร์เดี่ยว) ไม่ได้เป็นปัญหาในการใช้งานทั่วไป ยังคงสามารถทำความเร็วได้ดีเยี่ยมสำหรับรถ MPV ที่เน้นการใช้งานแบบครอบครัว โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เคลมไว้ 9.5 วินาที ซึ่งจากการทดสอบจริง (พร้อมผู้โดยสารและสัมภาระในโหมด Standard) ทำได้ 10.25 วินาที ขณะที่รุ่น Performance AWD (มอเตอร์คู่) ซึ่งเคลมไว้ที่ 6.9 วินาที ทำได้ 8.53 วินาที ในสภาพการขับขี่เดียวกัน ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Denza D9 ทุกรุ่นมีพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างสบายๆ โดยเฉพาะรุ่น AWD ที่มอบความเร้าใจได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า จากการทดสอบบนเส้นทางไปกลับ 136 กิโลเมตร รุ่น Premium 2WD มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 24.2 kWh/100 กิโลเมตร ส่วนรุ่น Performance AWD มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 27.3 kWh/100 กิโลเมตร ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น AWD ที่มีมอเตอร์สองตัวแต่ยังคงรักษาอัตราสิ้นเปลืองในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ประหยัดกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปในขนาดเดียวกัน
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: Denza D9 Performance AWD กับอนาคต EV MPV ในปี 2025
โดยรวมแล้ว Denza D9 Performance AWD ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถตู้อเนกประสงค์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานระหว่างความหรูหราที่เหนือระดับ สมรรถนะที่น่าทึ่ง และเทคโนโลยีช่วงล่าง DiSus-C อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รถคันนี้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่มองหารถครอบครัวไฟฟ้าที่ครบครัน หรือรถผู้บริหารที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง DiSus-C คือหัวใจสำคัญที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารให้เทียบเท่ากับรถยนต์ระดับพรีเมียมในเซ็กเมนต์ที่สูงกว่าอย่างชัดเจน แม้จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยในบางจุด แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมของ BYD และ RÊVER ประเทศไทย ผมมั่นใจว่า Denza D9 จะเป็นผู้นำเทรนด์ EV MPV หรูสำหรับปี 2025 และอนาคตอย่างแน่นอน
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดยานพาหนะไฟฟ้าที่รวมเอาความล้ำหน้า ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพไว้ในหนึ่งเดียว ผมขอเชิญชวนให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Denza D9 Performance AWD ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้จึงเป็นมากกว่าแค่รถ MPV แต่มันคือนิยามใหม่ของการเดินทางระดับเฟิร์สคลาส สำรวจตัวเลือกที่หลากหลายและค้นพบอนาคตของการเดินทางระดับพรีเมียมได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม RÊVER ทั่วประเทศ
![[ตอนต่อไป] 167T1110 A พ่อไล่ลูกออกจากบ้าน เพราะลูกต้องการหนีไปกับผู้ชาย](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-446.png)
![[ตอนต่อไป] 168T1110 A เป็นหมอรักษาที่เก่งแค่ไหน ก็รักษาหัวใจไว่ไม่ได้](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-447.png)