MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025: เจาะลึกครอสโอเวอร์พรีเมียมพลิกโฉมจากประสบการณ์ 10 ปี
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ แบรนด์ต่างๆ ล้วนเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น และ MINI ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เมื่อพูดถึงชื่อ “MINI” ภาพจำแรกที่ผุดขึ้นในห้วงความคิดของใครหลายคนย่อมหนีไม่พ้นรถยนต์คันเล็กกะทัดรัด ดีไซน์น่ารัก มีสไตล์เฉพาะตัว และมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจ ทว่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การดูแลของ BMW แบรนด์ MINI ได้ค่อยๆ แตกแขนงออกไปสู่เซกเมนต์ที่หลากหลายขึ้น และหนึ่งในรุ่นที่สร้างความประหลาดใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น MINI Countryman โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเจเนอเรชันที่สาม หรือ MY2025 ที่เรากำลังจะเจาะลึกในวันนี้ ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมมองว่านี่คือการปฏิวัติครั้งสำคัญของ MINI ที่กล้าฉีกขนบเดิมๆ และเดินหน้าสู่เส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ไม่ใช่แค่การ “ปรับโฉม” แต่เป็นการ “พลิกโฉม” ครั้งใหญ่ที่ทำให้รถคันนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “MINI” ไปสู่การเป็นรถครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดใหญ่ที่ครบครัน ซึ่งอาจทำให้แฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ต้องตั้งคำถาม แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดประตูต้อนรับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาความทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่น และเทคโนโลยีอันล้ำหน้า โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA บางส่วนที่ทำให้รถคันนี้ยังคงเป็น “MINI” อยู่บ้าง ด้วยราคาค่าตัวที่ 2,499,000 บาท พร้อมออปชันที่อัดแน่น นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของรถยนต์ในเมืองใหญ่หรือไม่ เราจะมาพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน
ดีไซน์ที่ฉีกกฎ: เมื่อ “มินิ” ไม่ได้แปลว่า “เล็ก” อีกต่อไป
หากคุณยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์ของ MINI ที่ต้องเล็กและน่ารัก คุณอาจจะต้องปรับมุมมองใหม่ทั้งหมดเมื่อได้เห็น MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 คันนี้ ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้รถครอสโอเวอร์คันนี้มีขนาดที่ใกล้เคียงกับ BMW X3 เจเนอเรชันก่อนหน้าอย่างน่าตกใจ นี่ไม่ใช่การขยายสัดส่วนเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยความยาว 4,433 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 130 มิลลิเมตรจากรุ่นก่อนหน้า ความกว้าง 1,843 มิลลิเมตร ที่เพิ่มขึ้น 22 มิลลิเมตร และความสูง 1,656 มิลลิเมตร ซึ่งสูงขึ้นถึง 80 มิลลิเมตร รวมถึงความยาวฐานล้อที่ 2,692 มิลลิเมตร และระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 165 มิลลิเมตร ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ MINI ที่จะนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวสมัยใหม่ได้ดียิ่งขึ้น
การออกแบบภายนอกยังคงกลิ่นอายของความล้ำสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเส้นสายที่ดูสะอาดตา โฉบเฉี่ยว และมีความเป็น “กล่อง” มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้บางคนมองว่ามันดูใหญ่โตและแข็งกระด้างกว่าความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนดีไซน์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มันเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต และยังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางขึ้นอย่างชัดเจน ไฟหน้า LED ทรงเหลี่ยมที่ดูทันสมัย กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และเส้นสายที่คมชัดตลอดคัน ทำให้ Countryman MY2025 ดูดุดันและแข็งแกร่งขึ้นมาก แตกต่างจากความขี้เล่นที่เราคุ้นเคยจาก MINI รุ่นก่อนๆ นี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญที่ MINI หวังจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการความพรีเมียมและพื้นที่ใช้งานที่มากกว่า
ห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งดิจิทัลและพื้นที่ใช้สอยที่เหนือกว่า
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 คุณจะสัมผัสได้ถึงการผสมผสานระหว่างความล้ำสมัยและกลิ่นอายความคลาสสิกของ MINI ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอกลางทรงกลม OLED ขนาด 240 มิลลิเมตร (9.44 นิ้ว) ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ MINI ที่เป็นวงกลมเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม แต่ถูกยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบต่างๆ ของรถยนต์ ด้วยระบบปฏิบัติการ MINI Operation System 9 ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองได้รวดเร็ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง “Hey MINI” ที่ชาญฉลาด ทำให้การเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย
นอกจากหน้าจอกลางแล้ว เทคโนโลยีภายในยังจัดเต็มด้วยระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (MINI Head-up Display) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบนำทาง MINI Navigation ที่ใช้งานได้จริงในประเทศไทย กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจอดรถ แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และระบบเครื่องเสียง Harman Kardon ลำโพง 12 ตำแหน่ง ที่มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม
ด้านวัสดุและการตกแต่ง ภายในถูกหุ้มด้วยเบาะนั่งหนัง Vascin สีน้ำตาล Vintage Brown ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่น เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะ Memory Seats และระบบเบาะนั่ง Active Seats สำหรับคนขับที่ช่วยเพิ่มความสบายในการเดินทางไกล หลังคากระจก Panoramic Glass-roof ที่กว้างขวางช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่งสบาย วัสดุผ้าหลังคาสีดำ Anthracite Headliners เสริมความสปอร์ต เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนและพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขนตำแหน่งกลางสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ MINI ที่จะมอบความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น รองรับการใช้งานแบบรถครอบครัวได้อย่างเต็มที่ พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่ 450 ลิตร และขยายได้ถึง 1,450 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง ถือว่าเพียงพอสำหรับทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะไปช้อปปิ้งในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัด นี่คือ MINI ที่ใหญ่ที่สุด และใช้งานได้หลากหลายที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขุมพลังและสมรรถนะ: เพียงพอต่อการใช้งานที่เหนือกว่า
หัวใจหลักของ MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,998 ซีซี) พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo พ่วง Intercooler, Double VANOS และ Valvetronic มอบพละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 5,000 – 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 4,500 รอบ/นาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ครอสโอเวอร์พรีเมียมในพิกัดนี้
เครื่องยนต์นี้จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7DCT ที่ถ่ายทอดกำลังได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALL4 ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้ แม้ในเอกสารบางส่วนอาจระบุเป็น FWD แต่ชื่อรุ่น “S ALL4” ยืนยันถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออันชาญฉลาดที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 7.4 วินาที และความเร็วสูงสุด Top Speed ที่ 228 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า Countryman คันนี้มีพละกำลังที่ “เพียงพอ” ต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเร่งแซงบนทางหลวง หรือการเดินทางท่องเที่ยว นี่ไม่ใช่รถที่เน้นความดุดันแบบ John Cooper Works แต่เป็นการมอบสมรรถนะที่สมดุลกับขนาดและวัตถุประสงค์การใช้งาน
นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ (MINI Experience Modes) ให้เลือกปรับตามอารมณ์และสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น Core Mode สำหรับการขับขี่ทั่วไป, Go-Kart Mode ที่เน้นความสปอร์ตเร้าใจ (แม้จะไม่ดุดันเท่า JCW), Green Mode เพื่อการประหยัดพลังงาน, Balance Mode ที่เน้นความสมดุล, Timeless Mode, Vivid Mode และ Personal Mode ที่ให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งได้อย่างอิสระ โหมดเหล่านี้ช่วยเพิ่มมิติให้กับการขับขี่ ทำให้ Countryman MY2025 ตอบสนองได้หลากหลายยิ่งขึ้น
ประสบการณ์ขับขี่: เมื่อความ “MINI” ถูกตีความใหม่
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมต้องยอมรับว่าการทดสอบ MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ทำให้ผมต้องปรับมุมมองเกี่ยวกับ “ความรู้สึกแบบ MINI” เสียใหม่ โดยทั่วไปแล้ว MINI มักจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่คมกริบ ช่วงล่างที่แข็งกระด้างแต่ให้การยึดเกาะถนนเป็นเลิศ เหมือนกับกำลังขับรถโกคาร์ท ทว่าสำหรับ Countryman เจเนอเรชันใหม่นี้ ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นลดทอนลงไปบ้าง
เครื่องยนต์ที่มีพละกำลัง 204 แรงม้า ถือว่า “พอเพียง” กับขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ได้มอบความรู้สึก “แรงจัด” เหมือน MINI รุ่นเล็กที่เน้นความคล่องตัวเป็นพิเศษ ในช่วงความเร็วต่ำ การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ทำได้ดี ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง ผมเริ่มสัมผัสได้ถึงแรงต้านของลมที่กระทบกับตัวรถที่ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน และเมื่อเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง อาการโยนตัวของรถก็มีให้รู้สึกได้มากกว่า MINI รุ่นอื่นๆ เล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้สำหรับรถครอสโอเวอร์ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงและน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่จางหายไปคือ “ความแข็ง” ของช่วงล่าง ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ที่ถ่ายทอดมาถึง Countryman คันนี้ คุณจะยังคงรับรู้ถึงพื้นผิวถนนได้อย่างชัดเจน ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นข้อดีที่ให้ความมั่นใจในการควบคุม แต่สำหรับบางคนอาจรู้สึกว่ายังคงไม่นุ่มนวลเท่าที่ควรจะเป็นสำหรับรถครอสโอเวอร์ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม สำหรับการขับขี่ทั่วไปในเมืองหรือบนถนนที่เรียบ Countryman MY2025 ถือว่ามอบความสะดวกสบายในการเดินทางได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น และการเดินทางระยะไกลก็รู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิม
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant ที่มาพร้อมฟังก์ชันหลากหลาย เช่น ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Post-Crash Collision Warning – PC iBrake) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ ทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นในยุคที่การจราจรหนาแน่น และที่น่าประทับใจคืออัตราการประหยัดน้ำมันสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ขนาดใหญ่ขึ้น สามารถทำได้ประมาณ 13-14 กม./ลิตร สำหรับการใช้งานจริง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับสมรรถนะและขนาดของรถยนต์
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่: มั่นใจในทุกเส้นทาง
MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ไม่เพียงแค่สวยงามและทันสมัย แต่ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่งรอบคัน ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System – ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (Dynamic Brake Control – DBC) ระบบช่วยเบรกขณะเข้าโค้ง (Cornering Brake Control – CBC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Dynamic Stability Control – DSC) ซึ่งล้วนเป็นมาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐานที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant ที่รวมเอาฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า Post-Crash Collision Warning (PC iBrake) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนท้าย และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX ที่เป็นมาตรฐานสากลสำหรับความปลอดภัยของเด็กเล็ก สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่า MINI ไม่ได้ละเลยความสำคัญของความปลอดภัยในรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่นี้
สรุป: MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 เหมาะกับใคร?
หลังจากที่ได้เจาะลึกและสัมผัส MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ด้วยตัวเอง ผมสามารถสรุปได้ว่านี่คือรถยนต์ที่มีความโดดเด่นและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับแบรนด์ MINI อย่างแท้จริง การออกแบบที่กล้าหาญและทันสมัย อาจทำให้แฟนพันธุ์แท้บางคนรู้สึกผิดหวังที่ภาพลักษณ์ “มินิ” เดิมๆ เลือนหายไป แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลับดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดใหญ่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้า พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในเรื่องของการขับขี่ Countryman MY2025 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของช่วงล่างที่กระชับและให้ความมั่นใจ แต่ก็แลกมาด้วยความแข็งกระด้างที่ยังคงมีอยู่บ้าง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ มอบสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์ และอัตราสิ้นเปลืองที่น่าพอใจสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อขนาดนี้ ออปชันภายในที่จัดเต็ม ตั้งแต่หน้าจอ OLED สุดล้ำไปจนถึงระบบเครื่องเสียง Harman Kardon และฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายมากมาย ทำให้รถคันนี้เป็นแพ็คเกจที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนร่วมทางในเมืองและพาหนะสำหรับครอบครัวในวันหยุด
หากคุณคือผู้ที่ชื่นชอบความล้ำสมัย ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ของ MINI และกำลังมองหารถครอสโอเวอร์พรีเมียมที่มอบทั้งสไตล์ เทคโนโลยี และพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์ชีวิตในปี 2025 ได้อย่างลงตัว MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม แม้หน้าตาอาจไม่ “มินิ” เหมือนเดิม แต่แก่นแท้ของความสนุกในการขับขี่และนวัตกรรมยังคงถูกสอดแทรกไว้อย่างแยบยล นี่คือ MINI ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและพร้อมที่จะพาคุณไปสู่อนาคต
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกับ MINI Countryman S ALL4 Hightrim MY2025 ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม MINI ทั่วประเทศ แล้วคุณจะค้นพบว่า “MINI” ในนิยามใหม่นี้ อาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหา
![[ตอนต่อไป] 477T1129 AC70 ช่างแซ่บ.mp4](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-226-1.png)
![[ตอนต่อไป] 478T1129 AC71 ลูกชั้นเป็นคนดี ปล่อยลูกโวยวายบนรถสาธารณะ.mp4](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-227-1.png)