• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนต่อไป] 542T1129 AC135 ไม่เรียนแล้วหวังจับเศรษฐี.mp4

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนต่อไป] 542T1129 AC135 ไม่เรียนแล้วหวังจับเศรษฐี.mp4

Honda HR-V e:HEV RS 2025: ครอสโอเวอร์ตัวจริงที่ยังคงยืนหนึ่งในใจคนไทย อัปเกรดความสมบูรณ์แบบเพื่อปี 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์ในประเทศไทยมากมาย และหนึ่งในโมเดลที่เรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์และยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น ก็คือ Honda HR-V นั่นเองครับ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 การเปิดตัว HR-V เจเนอเรชันแรกในไทยสร้างความฮือฮาให้กับตลาดรถยนต์เป็นอย่างมาก ด้วยสไตล์ครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว ทั้งขนาดที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไปสำหรับการขับขี่ในเมือง แต่ก็ให้พื้นที่ภายในที่กว้างขวางและอเนกประสงค์พอสำหรับการเดินทางต่างจังหวัด ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Honda Jazz และ CR-V ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และด้วยยอดขายที่พุ่งทะยานขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มในเวลาอันรวดเร็ว ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี โมเดลแรกนี้ได้ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานจนถึงปี 2021

เมื่อตลาดและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาก็เป็นสิ่งจำเป็น Honda จึงได้เปิดตัว HR-V เจเนอเรชันใหม่ในปี 2021 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่เหลือเค้าโครงเดิม แต่กลับมาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยยิ่งขึ้น หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการนำระบบขับเคลื่อนแบบฟูลไฮบริด e:HEV มาใช้ ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในการนำเสนอรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อพลวัตของตลาดที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ล่าสุดช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา Honda ได้ทำการไมเนอร์เชนจ์ให้กับ HR-V e:HEV ด้วยการอัปเกรดดีไซน์ภายนอกและภายใน เพิ่มออปชันใหม่ๆ เข้ามาให้ตอบโจทย์การใช้งานในยุค 2025 มากยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างตัวถังและขุมพลัง e:HEV อันเป็นเอกลักษณ์

ในบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกถึง Honda HR-V e:HEV RS รุ่นล่าสุดของปี 2025 ซึ่งถือเป็นตัวท็อปที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ได้รับการปรับปรุงให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสและขับขี่รถคันนี้ในสถานการณ์จริงมาหลายวัน ทำให้ได้เห็นทั้งจุดแข็งที่น่าประทับใจและจุดที่ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้ ด้วยประสบการณ์กว่าสิบปีในการวิเคราะห์รถยนต์ ผมจะมาเล่าสู่กันฟังอย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้ข้อมูลเชิงลึกที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ครอสโอเวอร์คู่ใจ

ราคา Honda HR-V e:HEV 2025: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมทางเลือก

สำหรับปี 2025 Honda HR-V e:HEV ยังคงนำเสนอ 3 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกันของผู้บริโภค โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้:

e:HEV E: ราคา 949,000 บาท
e:HEV EL: ราคา 1,079,000 บาท
e:HEV RS: ราคา 1,179,000 บาท

จะเห็นได้ว่าการจัดวางราคาของ Honda HR-V e:HEV 2025 นั้นมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรุ่นเริ่มต้นที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีฟูลไฮบริดได้ในราคาไม่ถึงหนึ่งล้านบาท ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในตลาดรถยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูง และสำหรับรุ่น RS ที่เราจะมาเจาะลึกกันในวันนี้ ด้วยราคาที่ขยับขึ้นมา ก็มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น สมกับการเป็นตัวท็อปที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

Honda HR-V e:HEV RS 2025: สุนทรียภาพแห่งดีไซน์ภายนอกที่ดึงดูดทุกสายตา

Honda HR-V e:HEV RS 2025 มาพร้อมมิติที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทาง ด้วยความกว้าง 1,790 มม. ความสูง 1,590 มม. และความยาว 4,385 มม. โดยมีความสูงใต้ท้องรถที่ 196 มม. ซึ่งช่วยให้การขับขี่บนเส้นทางที่ไม่ราบเรียบมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่โดดเด่นและดึงดูดสายตาได้ทันทีคือชุดแต่ง RS รอบคันที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมสัญลักษณ์ RS บ่งบอกถึงความเป็นตัวท็อปอย่างชัดเจน ไฟหน้า Full LED ที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam) และที่สำคัญคือการเพิ่มระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) เข้ามา ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่เวลากลางคืนหรือในสภาพแสงน้อย

บริเวณด้านบนของกระจกบังลมหน้าเราจะพบกับกล้องที่ทำหน้าที่สำคัญในการตรวจจับเส้นเลนถนนและรถยนต์คันหน้า เพื่อป้อนข้อมูลให้กับระบบความปลอดภัย Honda SENSING ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ HR-V e:HEV RS 2025 เป็นหนึ่งในครอสโอเวอร์ที่มอบความอุ่นใจในการขับขี่มากที่สุดในตลาด

กระจกมองข้างสีดำเงาที่สามารถพับและปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัวนั้น ดูโฉบเฉี่ยวและเข้ากับดีไซน์สปอร์ตของรถเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ใต้กระจกมองข้างฝั่งซ้ายยังมีกล้องอีกหนึ่งตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Honda LaneWatch เมื่อคุณเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ภาพด้านข้างซ้ายของรถจะแสดงขึ้นบนหน้าจอตรงกลางทันที ระบบนี้เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนได้อย่างมาก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมกล้าพูดได้เลยว่า LaneWatch เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงและสร้างความปลอดภัยได้อย่างเด่นชัดที่สุด

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผมเชื่อว่าถูกใจใครหลายคนคือระบบ Walk Away Auto Lock ที่จะล็อกรถให้เองโดยอัตโนมัติเมื่อเราเดินห่างออกจากตัวรถ แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและคลายความกังวลเรื่องการลืมล็อกรถได้อย่างดีเยี่ยม

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ สีดำ Berlina Black แบบ Diamond cut รัดด้วยยางขนาด 225/50R18 ดูแข็งแกร่งและสปอร์ตเข้ากับชุดแต่ง RS ได้เป็นอย่างดี ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่มั่นใจได้ และที่ด้านท้าย ไฟท้าย Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่แบบ Smoke ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและดุดันยิ่งขึ้น พร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจอดรถ

สรุปการเปลี่ยนแปลงภายนอกของ HR-V e:HEV RS 2025 ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า:

ดีไซน์ด้านหน้าใหม่ กระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS ที่โดดเด่น
ไฟท้ายแบบ Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่ สี Smoke ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีดำ Berlina Black แบบ Diamond cut ที่ดูดุดัน
เพิ่มระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) เพื่อทัศนวิสัยที่ดีที่สุด
เพิ่มระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
เพิ่มเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด เพื่อความปลอดภัยในการถอยจอด

การอัปเกรดเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความใส่ใจของ Honda ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

Honda HR-V e:HEV RS 2025: การออกแบบภายในที่เน้นความสปอร์ตและฟังก์ชันการใช้งาน

ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Honda HR-V e:HEV RS 2025 คุณจะสัมผัสได้ถึงความกว้างขวางและโปร่งสบาย แม้จะเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพค แต่ Honda ก็สามารถออกแบบให้การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ดูโล่งตาและมอบมุมมองที่เปิดกว้าง ภายในรุ่น RS ได้รับการตกแต่งพิเศษด้วยการเน้นใช้สีแดงในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายตะเข็บสีแดงบนเบาะนั่ง แผงประตู หรือคอนโซล ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศสปอร์ตและเร้าใจได้อย่างดีเยี่ยม

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 3 ก้านหุ้มหนังจับกระชับมือ ด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและหน้าจอแสดงผล ส่วนด้านขวามีปุ่มควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบความปลอดภัย Honda SENSING ต่างๆ ซึ่งการจัดวางปุ่มต่างๆ ล้วนอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันสำคัญได้โดยไม่ละสายตาจากถนน

หน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของรถได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นสถานะการทำงานของระบบไฮบริด ความเร็ว หรือข้อมูลการเดินทาง

หน้าจอเครื่องเล่นแบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว Advanced Touch เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในยุค 2025 ที่ผู้บริโภคต้องการความคล่องตัวในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถยนต์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri และ Android Auto รวมถึงระบบเชื่อมต่อ Honda Connect ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะรถยนต์ การแจ้งเตือนต่างๆ หรือแม้กระทั่งการสั่งสตาร์ทรถจากระยะไกล

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ระบบ Honda LaneWatch ทำงานร่วมกับหน้าจอกลางนี้ได้อย่างไร้รอยต่อ เมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ภาพจากกล้องใต้กระจกมองข้างจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรถที่อยู่ในจุดบอดได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวซ้ายในสภาพการจราจรหนาแน่น

สำหรับพื้นที่โดยสารตอนหลังนั้น กว้างขวางนั่งสบาย ผู้โดยสารมีพื้นที่วางขาและศีรษะที่เพียงพอสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นอีกอย่างคือเบาะนั่งที่สามารถพับปรับได้หลากหลายรูปแบบตามสไตล์ Ultra Seat อันเป็นเอกลักษณ์ของ Honda ไม่ว่าจะเป็นการพับแบบ Utility Mode เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่, Long Mode สำหรับขนของยาวๆ, หรือ Tall Mode สำหรับของที่มีความสูง ทำให้ HR-V เป็นรถที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง

สรุปการเปลี่ยนแปลงภายในของ HR-V e:HEV RS 2025 ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า:

ออกแบบคอนโซลกลางใหม่ โดยแบ่งพื้นที่จัดเก็บของเป็นสัดส่วน ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พร้อมถาดอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้จริง
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ที่ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
อัปเกรดช่องเชื่อมต่อ USB เป็นทั้งหมด 4 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย โดยมาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรกที่ทันสมัยและอ่านค่าง่าย

การปรับปรุงภายในเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า Honda ไม่ได้มองข้ามในเรื่องของความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อดิจิทัล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ

หัวใจสำคัญแห่งสมรรถนะ: เครื่องยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ที่โดดเด่น

Honda HR-V e:HEV ทุกรุ่นย่อย รวมถึงรุ่น RS ที่เรากำลังพูดถึง ใช้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของประสิทธิภาพและความประหยัด นี่คือการผสานการทำงานอันชาญฉลาดระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT เข้ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว

ระบบ e:HEV ทำงานร่วมกับชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด ซึ่งสามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้โดยอัตโนมัติขณะขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียบปลั๊กชาร์จไฟ มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและให้การออกตัวที่ตอบสนองได้ทันใจ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ Honda เคลมไว้คือ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งจากการใช้งานจริง ผมกล้าพูดได้เลยว่าตัวเลขนี้สามารถทำได้จริง และบางครั้งอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำหากขับขี่อย่างถูกวิธี

ประสบการณ์การขับขี่: สมรรถนะที่ลงตัวและการควบคุมที่มั่นใจ

เมื่อพูดถึงอัตราเร่ง HR-V e:HEV RS 2025 คันนี้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ตัวหนึ่งขับเคลื่อน อีกตัวปั่นไฟเก็บเข้าแบตเตอรี่) ทำให้มีแรงม้าและแรงบิดที่เพียงพอในการแบกรับน้ำหนักรถและผู้โดยสารให้เคลื่อนที่ได้อย่างสบายและคล่องตัว ในจังหวะการออกตัวหรือขับขี่ที่ความเร็วต่ำ รถจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้การออกตัวเป็นไปอย่างนุ่มนวลและไร้เสียงรบกวน ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากในการขับขี่ในเมือง เมื่อกดคันเร่งเพิ่มขึ้น คุณจะสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่มาอย่างต่อเนื่องและเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่หากต้องการอัตราเร่งแบบ “คิกดาวน์” เพื่อเร่งแซงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นบ้างตามธรรมชาติ แต่ก็ยังคงมอบการตอบสนองที่ทันใจ

Honda HR-V e:HEV RS มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ซึ่งแต่ละโหมดก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน:

ECON Mode: โหมดประหยัดพลังงาน ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง การตอบสนองของคันเร่งจะรู้สึกหน่วงเล็กน้อยในช่วงออกตัว แต่เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นก็จะให้ความรู้สึกคล้ายกับโหมดปกติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด หรือการขับขี่ในเมืองที่ไม่ต้องการความเร่งรีบมากนัก
Normal Mode: โหมดการขับขี่แบบปกติ คันเร่งจะตอบสนองได้ไวขึ้นเมื่อเทียบกับโหมด ECON เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Sport Mode: โหมดสปอร์ต คันเร่งจะตอบสนองได้ฉับไวที่สุด ให้พละกำลังสูงสุดสำหรับการเร่งแซงได้อย่างทันใจ แต่แน่นอนว่าการขับขี่ในโหมดนี้ก็จะแลกมาด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงกว่าสองโหมดแรก

ด้วยขนาดตัวรถที่ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป ทำให้ Honda HR-V e:HEV RS มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ในเมือง การจอดรถในพื้นที่จำกัด การขับซอกแซกในตรอกซอยแคบๆ หรือการมุดซ้ายมุดขวาในสภาพการจราจรที่หนาแน่นล้วนทำได้อย่างง่ายดาย และด้วยระบบ Honda LaneWatch ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเปลี่ยนเลนให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับการขับขี่เข้าโค้งที่ความเร็วสูงประมาณ 100-110 กม./ชม. รถคันนี้ให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้ดี ตัวรถไม่ร่อน ไม่เกิดอาการท้ายออกเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจัดวางแบตเตอรี่ไฮบริดไว้ที่ด้านท้ายรถ ซึ่งมีน้ำหนักมากพอที่จะช่วยกดท้ายรถให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น สังเกตได้ชัดเจนเมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือสะพาน ตัวรถจะไม่เกิดอาการโยนตัวมากเกินไป ช่วงล่างให้ความรู้สึกเฟิร์ม ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนรถซีดาน แต่ก็ซับแรงกระแทกได้ดี ให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ส่วนเรื่องการเก็บเสียงนั้น โดยส่วนตัวผมยังรู้สึกว่ามีเสียงจากพื้นถนนและเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารอยู่บ้างเมื่อใช้ความเร็วสูง หากใครที่ซีเรียสเรื่องนี้มาก ผมแนะนำว่าการลงทุนแดมป์เก็บเสียงเพิ่มเติมจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ

สุดยอดเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING: ผู้ช่วยที่เชื่อถือได้บนทุกเส้นทาง

Honda SENSING คือชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ ซึ่งใน Honda HR-V e:HEV RS 2025 ก็มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ 6 ระบบ ดังนี้:

ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System – CMBS): หากคุณขับขี่โดยเพลินจนรถคันหน้าเบรกกะทันหัน หรือขับจี้ท้ายรถคันหน้าในระยะที่ไม่ปลอดภัย ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทั้งภาพและเสียงบนหน้าจอเรือนไมล์ และหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง ระบบจะช่วยเบรกให้โดยอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น จากประสบการณ์ ระบบนี้ช่วยชีวิตมาหลายครั้งแล้วในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow – ACC with LSF): เมื่อเปิดใช้งานระบบนี้ คุณสามารถถอนเท้าออกจากคันเร่งได้เลย รถจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ หากรถคันหน้าเบรก รถของคุณก็จะเบรกตาม และหากรถคันหน้าเพิ่มความเร็ว รถของคุณก็จะเร่งตามจนถึงความเร็วที่คุณตั้งไว้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับระยะห่างจากรถคันหน้าได้ถึง 4 ระดับ ฟีเจอร์นี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการขับขี่ทางไกลที่ต้องใช้ความเร็วคงที่ และช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ได้อย่างมหาศาล
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning – RDM with LDW): หากคุณเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ พร้อมกับหน่วงพวงมาลัยเพื่อดึงรถกลับเข้ามาในเลนที่ถูกต้อง แม้บางคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิดกับการขืนพวงมาลัยในตอนแรก แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่านี่คือระบบที่สร้างวินัยในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนจนกลายเป็นนิสัยที่ดี
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System – LKAS): เมื่อกดปุ่มเปิดใช้งาน ระบบนี้จะใช้กล้องที่อยู่ด้านบนของกระจกหน้าในการตรวจจับเส้นเลนถนน และจะช่วยประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งอยู่กึ่งกลางของเลนได้อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งในทางโค้ง พวงมาลัยก็จะหมุนตามโค้งให้เอง แต่หากผู้ขับขี่ยกมือออกจากพวงมาลัยนานเกินไป ระบบก็จะส่งสัญญาณเตือนให้จับพวงมาลัย ระบบนี้เป็นผู้ช่วยที่ดีเยี่ยมในการขับขี่ทางไกลที่ต้องใช้สมาธิสูง
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Auto High-Beam with Adaptive Driving Beam – ADB): เมื่อขับขี่ในเส้นทางที่มืดสนิทและไม่มีรถคันหน้า ระบบจะเปิดไฟสูงให้โดยอัตโนมัติ แต่หากกล้องตรวจจับได้ว่ามีรถวิ่งสวนทางมา หรือมีรถคันหน้า ระบบจะปรับเป็นไฟต่ำให้เองทันที เพื่อไม่ให้ไปรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับขี่คนอื่น สำหรับรุ่น RS ได้รับการยกระดับด้วยระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB) ซึ่งสามารถปรับการส่องสว่างของไฟหน้าแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในบริเวณที่ต้องการโดยไม่รบกวนรถคันอื่น ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์อย่างมากในการเดินทางข้ามจังหวัดยามค่ำคืนที่แสงไฟถนนมีน้อย
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System – LCDN): เมื่อรถหยุดนิ่งและรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง เพื่อให้ผู้ขับขี่เคลื่อนที่ตามรถคันหน้าได้อย่างทันท่วงที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด ช่วยลดโอกาสในการถูกบีบแตรเตือนจากรถคันหลัง

สรุปภาพรวมหลังจากได้สัมผัสและใช้งานจริง: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 คันนี้มาระยะหนึ่ง ผมสามารถสรุปสิ่งที่ประทับใจและสิ่งที่ยังสามารถพัฒนาได้ดังนี้ครับ

สิ่งที่ชอบในรถรุ่นนี้:

ความประหยัดน้ำมันระดับโลก: นี่คือจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ HR-V e:HEV RS ผมกล้าพูดได้เลยว่าเรื่องอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมไว้ที่ 25.6 กม./ลิตรนั้น “ไม่เกินจริง” เลยครับ หลายครั้งที่เราเห็นตัวเลขในโบรชัวร์ แต่การใช้งานจริงกลับไม่เป็นไปตามนั้น แต่สำหรับคันนี้ แม้ผมจะขับตามใจเท้า มีการเร่งแซงบ้างเมื่อถนนโล่ง และต้องเผชิญกับสภาพการจราจรติดขัดในย่านธุรกิจอย่างสุขุมวิท สาทร สีลม ผมยังสามารถทำตัวเลขเฉลี่ยได้ถึง 21.4 กม./ลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดรถและรูปแบบการใช้งานแล้ว ถือว่าประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าทึ่งมากครับ หากคำนวณจากราคาน้ำมัน E20 ที่เติมไปประมาณลิตรละ 30.74 บาท ก็เท่ากับว่าค่าใช้จ่ายน้ำมันต่อระยะทาง 1 กิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 1.43 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นความคุ้มค่าที่สัมผัสได้จริงและตอบโจทย์เทรนด์การขับขี่ในยุค 2025 ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นอย่างมาก
ดีไซน์ที่สวยงามและขนาดที่พอเหมาะ: เรื่องของดีไซน์เป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่โดยส่วนตัวผมมองว่า HR-V e:HEV RS เจเนอเรชันนี้ มีดีไซน์ที่ลงตัว เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะขับไปทำงาน หรือขับท่องเที่ยว ก็ดูดีมีสไตล์ โดยเฉพาะชุดแต่ง RS ที่เพิ่มเข้ามา ยิ่งเสริมให้รถดูสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น ขนาดตัวรถที่ “ไม่เล็กจนอึดอัด และไม่ใหญ่จนเทอะทะ” คือจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุด ทำให้การขับขี่ในเมืองมีความคล่องตัวสูง จอดง่าย และยังคงให้ความรู้สึกมั่นคงเมื่อขับขี่ทางไกล
ความน่าเชื่อถือของแบรนด์และเครือข่ายศูนย์บริการ: นี่คือปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคควรพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเลือกซื้อรถยนต์ Honda เป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือมายาวนาน มีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้รับบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน และไม่ต้องกังวลเรื่องการหาอะไหล่หรือการซ่อมบำรุงในอนาคต จากประสบการณ์ตรงของผมเองในฐานะผู้ใช้ Honda Jazz GK มาก่อน ผมเคยนำรถเข้าศูนย์เพื่อแจ้งปัญหาเรื่องเสียงหอน ช่างไม่ได้รอช้าที่จะดำเนินการเคลมชิ้นส่วนที่มีปัญหาให้ทันที และใช้เวลาไม่นาน นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำถึงคุณภาพบริการและความรับผิดชอบของแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มอบความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

สิ่งที่ไม่ชอบในรถรุ่นนี้ (และสิ่งที่ยังสามารถพัฒนาได้):

คุณภาพของกล้องและหน้าจอแสดงผล: ด้วยราคาของรถที่สูงกว่าหนึ่งล้านบาท ผู้บริโภคย่อมคาดหวังถึงคุณภาพของกล้องมองภาพและหน้าจอแสดงผลที่คมชัดและละเอียดมากยิ่งขึ้น แม้ว่าในอดีตเราอาจจะไม่ได้มีคู่เปรียบเทียบมากนัก แต่ในตลาดปัจจุบันปี 2025 มีรถยนต์จากค่ายจีนหลายรุ่นที่เข้ามาทำตลาดในราคาที่ถูกกว่า แต่กลับให้คุณภาพของกล้องและหน้าจอที่คมชัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด จุดนี้จึงเป็นข้อที่ Honda อาจจะต้องพิจารณาในการปรับปรุงเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้น
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร: อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผมยังไม่ค่อยประทับใจเท่าที่ควรกับการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร เมื่อใช้ความเร็วตั้งแต่ 90 กม./ชม. ขึ้นไป จะยังคงได้ยินเสียงลมที่เล็ดลอดมาจากด้านข้าง และเสียงจากช่วงล่างที่ดังเข้ามาภายในห้องโดยสาร ซึ่งอาจส่งผลต่อความสบายในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางไกล หาก Honda สามารถปรับปรุงในจุดนี้ได้ ก็จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

Honda HR-V e:HEV RS 2025: ทางเลือกสีสันที่บ่งบอกสไตล์

สำหรับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 มีสีให้เลือกถึง 6 สี เพื่อให้คุณได้เลือกสรรตามสไตล์และรสนิยมที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณได้อย่างแท้จริง:

สีใหม่ สีกากีแซนด์ (มุก) หลังคาสีดำ: (เพิ่มเงิน 14,000 บาท) – สีใหม่ล่าสุดที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ: (เพิ่มเงิน 10,000 บาท) – สีแดงที่ร้อนแรงและสปอร์ต ดึงดูดทุกสายตา
สีขาวแพลทินัม (มุก): (เพิ่มเงิน 12,000 บาท) – สีขาวคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกหรูหราและสะอาดตา
สีขาวพรีเมียมซันไลต์ (มุก): (เพิ่มเงิน 12,000 บาท) – อีกหนึ่งเฉดสีขาวที่แตกต่าง ให้ความรู้สึกพรีเมียมและอบอุ่น
สีดำคริสตัล (มุก): (เพิ่มเงิน 8,000 บาท) – สีดำที่สง่างามและดูเคร่งขรึม
สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก): (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) – สีเทาที่สุขุมและทันสมัย เหมาะกับทุกโอกาส

บทสรุปและคำเชิญชวน

Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือรถยนต์ครอสโอเวอร์ฟูลไฮบริดที่ได้รับการปรับปรุงมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ระบบขับเคลื่อน e:HEV ที่ให้ทั้งพละกำลังและความประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING ที่ครบครัน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Honda ที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน แม้จะมีข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับคุณภาพของกล้องและการเก็บเสียง แต่โดยรวมแล้ว HR-V e:HEV RS ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งและน่าสนใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์

หากคุณกำลังมองหารถยนต์คู่ใจที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะที่โดดเด่น ความประหยัดที่จับต้องได้ และความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม

อย่ารอช้าที่จะมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตัวคุณเอง! เชิญทดลองขับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 และสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Honda ทั่วประเทศ พบกับข้อเสนอพิเศษสุดที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าของครอสโอเวอร์ตัวจริงได้อย่างง่ายดาย ทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและตอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณได้รถยนต์ที่ตรงใจและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด!

Previous Post

[ตอนต่อไป] 541T1129 AC134 ปลอมเป็นเด็กขโมยของร้านหรู.mp4

Next Post

[ตอนต่อไป] 543T1129 AC136 วางแผนจับพ่อกับชู้.mp4

Next Post
[ตอนต่อไป] 543T1129 AC136 วางแผนจับพ่อกับชู้.mp4

[ตอนต่อไป] 543T1129 AC136 วางแผนจับพ่อกับชู้.mp4

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.