ไฟฉุกเฉินควรเปิดตอนไหน ใช้ไฟฉุกเฉินอย่างไรให้ถูกต้อง

โดย Wongsupat
โพสต์เมื่อ 1 วันที่ผ่านมา
ไฟฉุกเฉิน หรือที่เรียกกันว่า “ไฟผ่าหมาก” เป็นสัญญาณไฟที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน แต่การใช้งานที่ไม่ถูกต้องอาจสร้างความสับสนและนำไปสู่อุบัติเหตุได้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน นี่คือคำแนะนำในการเปิดไฟฉุกเฉินอย่างถูกวิธี
ไฟฉุกเฉินควรเปิดตอนไหน ใช้ไฟฉุกเฉินอย่างไรให้ถูกต้อง
ข้อควรระวังและสถานการณ์ที่ไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉิน
ไฟฉุกเฉินควรเปิดตอนไหน?
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและคำแนะนำสากล ควรใช้ไฟฉุกเฉินในสถานการณ์คับขันจริงๆ ดังนี้
- เมื่อรถเสียและต้องจอดข้างทาง: กรณีที่รถของคุณเสียหรือเกิดอุบัติเหตุจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้จอดรถชิดขอบทางให้มากที่สุดและเปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นที่สัญจรไปมาทราบและเพิ่มความระมัดระวัง (*พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 56)
- เมื่อมีเหตุฉุกเฉินบนทางด่วนหรือถนนที่ใช้ความเร็วสูง: หากจำเป็นต้องจอดรถบนไหล่ทางของทางด่วนหรือถนนที่มีการจราจรหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง ควรเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ขับขี่คันอื่นเห็นได้จากระยะไกล
- เมื่อต้องเบรกกะทันหัน: ในกรณีที่เจอสิ่งกีดขวางหรืออุบัติเหตุด้านหน้า จนต้องชะลอความเร็วหรือหยุดรถอย่างกะทันหัน สามารถเปิดไฟฉุกเฉินชั่วครู่เพื่อเตือนให้รถคันหลังทราบและลดความเร็วลงตาม ป้องกันการชนท้าย

ข้อควรระวังและสถานการณ์ที่ไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉิน
การใช้ไฟฉุกเฉินอย่างพร่ำเพรื่อในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม อาจสร้างความเข้าใจผิดและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นได้ จึง ไม่ควร เปิดไฟฉุกเฉินในกรณีต่อไปนี้
- ขณะฝนตกหนักหรือทัศนวิสัยไม่ดี: การเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถฝ่าสายฝนหรือหมอกหนา จะทำให้ผู้ขับขี่คนอื่นสับสน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคุณกำลังจะเปลี่ยนเลนหรือตรงไป และแสงไฟที่กระพริบอาจรบกวนสายตาได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรเปิดไฟหน้ารถแทน
- เมื่อขับผ่านทางแยก: ความเชื่อที่ว่าการเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อต้องการขับตรงผ่านสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟเป็นความเข้าใจที่ผิดและอันตรายอย่างยิ่ง เพราะรถจากทางซ้ายอาจเห็นเพียงไฟเลี้ยวด้านซ้าย และรถจากทางขวาอาจเห็นเพียงไฟเลี้ยวด้านขวา ทำให้เข้าใจผิดว่าคุณกำลังจะเลี้ยวและอาจขับออกมาจนเกิดอุบัติเหตุได้
- จอดรถในที่ห้ามจอดหรือทำธุระส่วนตัว: การเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อจอดรถในที่ห้ามจอดเป็นการกระทำที่ผิดกฎจราจรและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

วิธีใช้ไฟฉุกเฉินที่ถูกต้อง
- กดปุ่มสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีแดง: โดยทั่วไปจะอยู่บริเวณคอนโซลกลางของรถ เมื่อกดแล้วไฟเลี้ยวทั้งสี่ดวง (หน้า-หลัง, ซ้าย-ขวา) จะกระพริบพร้อมกัน
- เปิดเมื่อรถจอดนิ่งเท่านั้น: พึงระลึกเสมอว่าไฟฉุกเฉินมีไว้สำหรับ “รถที่จอด” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่ “รถที่กำลังวิ่ง”
- ปิดไฟฉุกเฉินเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย: หลังจากที่รถของคุณได้รับการช่วยเหลือหรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว ควรปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินทันที
การใช้ไฟฉุกเฉินอย่างถูกต้องไม่เพียงแต่แสดงถึงความเข้าใจในกฎจราจร แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทางและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
- จานเบรกขึ้นสนิม ป้องกันและแก้ไขอย่างไร?
- ล้างหัวฉีดเบนซิน จำเป็นแค่ไหน ช่วยให้รถประหยัดน้ำมันจริงไหม ?
- ยางขอบกระจกรถยนต์ เปลี่ยนเมื่อไรดี อาการแบบไหนต้องรีบไปหาช่าง
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
Related tags : ความรู้เรื่องรถ สาระเรื่องรถ ไฟฉุกเฉินควรเปิดตอนไหน ไฟฉุกเฉินควรเปิดตอนไหน ใช้ไฟฉุกเฉินอย่างไรให้ถูกต้อง
อ่านเพิ่มเติม
ขับรถฝ่าไฟแดง เลือกจะ “เร็ว” เพื่อไปก่อน หรือจะ “รอ” เพื่อไปต่อ?
ขับรถชนแต่ไม่มีใบขับขี่ เบิก พ.ร.บ. ได้ไหม คุ้มครองอะไรบ้าง
ตรวจสภาพรถก่อนต่อภาษี สำคัญยังไง ฝ่าฝืนเจอโทษอะไรบ้าง
ความคิดเห็น
โฆษณา
บทความยอดนิยม
867.1K
ตารางผ่อน Honda Giorno+ 125 เริ่มต้น 1,8xx / เดือน
471.4K
Honda GIORNO+ 2025 สเปคและราคา
257.4K
ตารางผ่อน ดาวน์ Honda PCX 160 ปี 2025 เริ่มต้น 2 พัน
156K
10 ยี่ห้อรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหนดี น่าซื้อในปี 2025
5.7K
ตารางผ่อน ALL NEW SUZUKI FRONX 2025 เอสยูวีสไตล์สปอร์ต
โฆษณา
![[หนังเต็มเรื่อง] 363H1006 B ประธานใจร้าย ไล่พนักงานออกแบบไร้เหตุผล](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-328.png)

![[หนังเต็มเรื่อง] 364H1006 B ประธานใส่ซองงานแต่ง แค่ 200](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-330.png)