OMODA C5 รถอีวีขับดี ราคาแรงไปนิด…
วันที่ 9 ตุลาคม 2567 – 17:42 น.
สำรวจเพิ่มเติม
รถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง
ขับดี
SUV
ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ใกล้บ้าน
การตลาดธุรกิจ
หนังสือพิมพ์ออนไลน์
คอลัมน์ : เทสต์คาร์
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
ในบรรดาตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาด B-SUV นั้นถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหม่ และมีตัวเลือกที่หลากหลายในวันนี้ ล่าสุดหลังจากค่ายรถยนต์ “โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย)” ในเครือ Chery Automobile ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์ OMODA C5 ออกสู่ตลาดบ้านเราอย่างเป็นทางการ หลังจากใช้เวลาศึกษาตลาด ศึกษาลูกค้ามาพอสมควร
โอโมดา เลือกเข้ามาเจาะลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยวางคอนเซ็ปต์ให้ครอสโอเวอร์มากับคอนเซ็ปต์ “Light of Movement” มากับการออกแบบที่ลงตัว ทางการให้แสงและเงา ด้วยดีไซน์ที่ดูล้ำสมัย ยิ่งคันที่เราได้นำมาทดสอบครั้งนี้ เป็นรุ่น “สปอร์ตแพ็กเกจ” ตกแต่งด้วยชุดแต่งสีดำ
หลังจากรับรถที่โชว์รูม OMODA & JAECOO ย่านสุขุมวิท มีเวลาพินิจพิจารณารถคันนี้อยู่พอสมควร ด้วยการออกแบบภายนอกอย่างที่บอกว่า มาพร้อมความ “ลงตัว” เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร ถือว่าการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกแบบมาดี โดยคำนึงถึงความสะดวกของผู้ใช้งาน
ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ ให้ความรู้สึกน่าค้นหา แฝงไปด้วยความสปอร์ต ดุดัน สะดุดตา กับหน้าจอ Curve Screen 2 จอเชื่อมต่อเป็นทางยาว ที่บริเวณคอนโซลหน้าขนาด 24.6 นิ้ว ใช้งานได้ง่าย ด้วยปลายนิ้วสัมผัส และยังเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ใช้งานได้สะดวก
โอโมดายังเพิ่มความสะดวกสบายของฟังก์ชั่นการสั่งงาน ให้เราสามารถเลือกจัดวาง โหมด/คำสั่งที่เราใช้งานบ่อย ๆ มาอยู่ในฟังก์ชั่น คัตชอต เพียงแค่ปัดหน้าลงมาก็สามารถลดขั้นตอนความยุ่งยาก เข้าไปยังฟังก์ชั่นที่เราใช้งานบ่อย ๆ ได้อย่างสบาย
ADVERTISMENT
เพื่อยกระดับให้ภายในห้องโดยสาร เหนือชั้นความเป็นส่วนตัวไปอีกขั้น กระจกด้านข้างของผู้ขับ และผู้โดยสารตอนหน้า เป็นแบบอะคูสติกช่วยซับเสียง และยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยกระจกแบบ Privacy ที่มีความทึบ เพิ่มความส่วนตัว โดยไม่ต้องติดฟิล์มกรองแสง (แบบทึบ)
เบาะที่นั่งตอนหน้าแบบสปอร์ต ปรับด้วยไฟฟ้า ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร มีการใส่ฟังก์ชั่นระบบระบายอากาศมาให้ ส่วนแอร์นั้นแยกอิสระ 2 โซน เย็นฉ่ำทุกตำแหน่ง มีที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายให้ พร้อมที่ชาร์จแบบ USB ในส่วนของห้องโดยสารตอนหน้า ส่วนห้องโดยสารตอนหลังเป็นที่ชาร์จแบบ USB
อีกจุดที่ประทับใจคือ กล้อง 540 องศา ให้มุมมองรอบด้านของรถคันนี้แบบชัดเจน เต็มตาทุกมุมมอง แถมยังมีจอภาพกราฟิกแสดงสภาพการจราจรบนท้องถนน แสดงผลให้เราเห็นทั้งในส่วนของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ร่วมใช้เส้นทางสัญจรร่วมกัน
ระบบความปลอดภัยอัดแน่น ปกติรถสมัยใหม่จะมีระบบเตือนจุดอับสายตาที่ด้านข้าง หรือเตือนเวลามีรถวิ่งแซงด้านข้างทั้งซ้าย-ขวาที่กระจกมองข้าง แต่ความพิเศษของรถคันนี้ยังมีระบบช่วยเตือนดังกล่าวให้กับผู้โดยสารด้านหลัง เมื่อมีรถวิ่งแซงเข้ามา จะเป็นสัญลักษณ์ไฟกะพริบเตือนที่บริเวณลำโพง ตรงนี้ช่วยได้ดี เรื่องของการย้ำเตือนความปลอดภัย ทั้งเวลาที่ผู้โดยสารจะเปิดประตูลงจากรถ ก็สามารถช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง ส่วนระบบความปลอดภัยต่าง ๆ นั้นโอโมดา จัดเต็ม
ส่วนขุมกำลังนั้น OMODA C5 มาพร้อมขุมกำลังความจุแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง 61 กิโลวัตต์-ชั่วโมง พลังงานสูงสุดที่ 150 กิโลวัตต์ วิ่งได้ไกลสุด 430 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 7.2 วินาที ระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที
หลังจากรับรถ หน้าปัดบอกเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่อยู่ราว ๆ 97% วิ่งได้ในระยะทาง 422 กิโลเมตร ช่วงแรกของการใช้งาน วิ่งหลัก ๆ ในเขตเมือง ผ่านเส้นทาง ถ.สุขุมวิท ก่อนตัดสินใจขึ้นทางด่วน มาเผชิญกับความหนาแน่น บนช่วงทางด่วนคลองเตย แต่ถือว่ารถ OMODA C5 คันนี้เซตน้ำหนักพวงมาลัยให้คุมง่าย และรถมีความคล่องตัวใช้ได้
ก่อนที่รุ่งขึ้นจะตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-กรุงเทพฯ หลังหน้าปัดแจ้งว่า แบตเตอรี่เหลือวิ่งได้ราว ๆ 68% กับระยะทางที่เหลือ 294 กิโลเมตร ตัดสินใจวิ่งขึ้นมอเตอร์เวย์ ขับกันยาว ๆ ในโหมด Eco ก็พอแล้ว วิ่งความเร็วเฉลี่ย 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาถึงพัทยา ตั้งใจให้เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่เหลือต่ำกว่า 30% เพราะจะได้ช่วยเรื่องของระยะเวลาในการชาร์จไฟฟ้าได้เร็วขึ้น ปรากฏว่าวิ่งไปเปอร์เซ็นต์แบตเหลือ 33% กับระยะทางอีก 114 กิโลมตร หาจุดจอดชาร์จ ใช้เวลาไป 58 นาที ได้ไฟกลับมาอยู่ในระดับ 98% แบบสบาย
เมื่อมีพลังงานเหลือ ๆ ก็เลือกกระชับการขับขี่กันเล็กน้อย ยิ่งในช่วงเย็นวันอาทิตย์การจราจรขาเข้า เราต้องแข่งกับเวลากันเล็กน้อย แป้นคันเร่งเรียกว่า น่าจะอยู่ที่ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
และวิ่งลัดเลาะช่องว่างเพื่อขับลงซ้าย-แซงขวา เพื่อหาช่องให้รถคันนี้เคลื่อนที่ไปได้อย่างสมูท จังหวะดึงจังหวะหน่วงของมอเตอร์ แม้ว่าจะเลือกในระดับที่ต่ำสุดแล้ว แต่ผู้โดยสารอีก 3 คน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การดึงการหน่วงแรงไป ทำให้รู้สึกมึน ๆ กันนิดหน่อย
ขณะที่ช่วงล่าง ส่วนตัวเป็นคนชอบรถที่ช่วงล่างแน่น ๆ หนึบหนับ แต่รถคันนี้เท่าที่สัมผัสกันวันนี้ ทั้งการขับในเมือง-ออกนอกมือง กลับรู้สึกว่า โอโมดาเซตช่วงล่างมีความกระด้างไป (นิด) อาจจะไม่ถูกจริตกับคนที่ชื่นชอบรถสไตล์นุ่มนวล เพราะช่วงที่วิ่งผ่านทางขรุขระ หรือคอสะพาน เล่นเอาสะท้านไปเหมือนกัน
ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า OMODA C5 ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง หรือออกนอกเมืองได้สบาย ยิ่งเมื่อดูจากออปชั่นความปลอดภัยที่เขาใส่มาให้ ถือว่าน่าคบหา
แต่ราคานั้นต้องใช้คำว่า แรงไปนิด เมื่อเทียบกับคู่แข่ง รุ่นเริ่มต้นที่ราคา 899,000 บาท สำหรับรุ่น Long Range Plus ส่วนรุ่นที่เรานำมาทดสอบ คือรุ่น Long Range Ultimate ที่มีราคาอยู่ที่ 949,000 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OMODA&JAECOO เดินเครื่อง ผลิตรถยนต์ NEV ชดเชยมาตรการอีวี 3.5
OMODA & JAECOO ส่ง OMODA C3 เสริมทัพใน Motor Expo 2025
… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/motoring/news-1669829
![[หนังเต็มเรื่อง] 580H1006 H น้ำตาลูกผู้ชาย หนังใหม่ หนังสั้น ต้องมนต์ฟิล์ม ละครสั้นสะท้อนสังคม](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-439.png)
![[หนังเต็มเรื่อง] 404H1006 B ปลอมตัวเป็นขอทานลองใจพนักงานตัวเอง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-440.png)