• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[หนังเต็มเรื่อง] 181H1006 B แม่บ้าน เงินเดือน 5 แสน

admin79 by admin79
October 4, 2025
in Uncategorized
0
[หนังเต็มเรื่อง] 181H1006 B แม่บ้าน เงินเดือน 5 แสน

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

28 ส.ค. 61 (12:39 น.) พิมพ์

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

แชร์เรื่องนี้

คัดลอกลิงก์กดฟัง–กก+

     MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ปรับปรุงดีไซน์ให้ดูน่าใช้ขึ้นทั้งภายนอก-ภายใน แล้วสมรรถนะการขับขี่และการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันครับ

62+ดูภาพทั้งหมด

     MG3 เป็นรถยนต์ขนาดซับคอมแพ็ครุ่นเล็กสุดของเอ็มจี ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2558 ตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง รวมถึงกลุ่มผู้ซื้อรถยนต์คันแรก

     แม้ว่ายอดขายของ MG3 โฉมก่อนไมเนอร์เชนจ์จะถือว่าทำได้ดี แต่ด้วยภาพลักษณ์ทั้งเรื่องดีไซน์ที่ยังไม่ดึงดูดเท่ากับคู่แข่ง และสมรรถนะของเกียร์แบบ AMT ที่ยังไม่โดนใจผู้ใช้ชาวไทยส่วนใหญ่นัก ทำให้เหลือจุดขายสำคัญเพียงอย่างเดียวก็คือ “ราคา” ที่วางอยู่ในระดับเดียวกับอีโคคาร์ แต่ได้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรมาแทน นั่นจริงทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของ MG3 ยังไม่ “ปัง” เท่าที่ควร

62+ดูภาพทั้งหมด

     แต่สำหรับ MG3 2018 ใหม่ มีการปรับปรุงงานดีไซน์จนเรียกได้ว่าเป็น “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” ทั้งภายนอก-ภายใน ด้วยการนำเอาแนวคิดการออกแบบ Emotional Dynamism ที่ใช้กับ MG ZS มาใช้ในรถรุ่นนี้ด้วย ทำให้มันดูสวยลงตัวและร่วมสมัยมากขึ้น

     MG3 2018 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย

  • MG3 1.5 C
  • MG3 1.5 D
  • MG3 1.5 X
  • MG3 1.5 V

62+ดูภาพทั้งหมด

     ทุกรุ่นถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VTi-TECH ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด สามารถปรับเป็น Manual Mode ได้ ซึ่งหากดูจากอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายแล้ว เหมือนกับที่พบในเกียร์ 4 สปีด ของ MG ZS เปี๊ยบ

     เครื่องยนต์บล็อกนี้สามารถรองรับน้ำมันทางเลือกได้ถึงระดับ E85

62+ดูภาพทั้งหมด

62+ดูภาพทั้งหมด

     สำหรับรุ่นที่เราได้มีโอกาสทดสอบขับเป็นรุ่นท็อปสุด 1.5 V วางจำหน่ายในราคา 629,000 บาท ซึ่งก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับอีโคคาร์รุ่นท็อปของหลายๆ ค่ายเช่นเดิม

     ดีไซน์ภายนอกของ MG3 2018 ใหม่ มีการปรับปรุงไปจากเดิมอย่างชัดเจน ติดตั้งไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบโปรเจคเตอร์ ส่องสว่างด้วยหลอดฮาโลเจน พร้อมสวิตช์ปรับระดับสูง-ต่ำภายในห้องโดยสาร, ไฟ Daytime Running Light แบบ LED อยู่ในชุดโคม, กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่, สเกิร์ตข้างสีดำ, ไฟท้ายแบบ LED Light Guide พร้อมไฟถอยหลังแบบ LED และล้ออัลลอย Bi-colour ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง Maxxis Pro R1 ขนาด 195/55 R16

62+ดูภาพทั้งหมด

     สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในรถ MG นั่นก็คือ หลังคาซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะอยู่ใน 2 รุ่นบน (X และ V) เท่านั้น และหากเลือกตัวถังสีเหลือง Tudor Yellow หรือสีแดง Ruby Red ก็จะได้หลังคาสีดำ Black Top อย่างที่ปรากฏในภาพ แต่หากเลือกตัวถังสีน้ำเงิน Marina Blue ก็จะตัดด้วยหลังคาสีขาวแทน

62+ดูภาพทั้งหมด

     ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่หมดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลและแผงประตู เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยวัสดุผ้าสลับหนังสังเคราะห์ เดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว ฝั่งผู้ขับขี่สามารถปรับสูง-ต่ำได้ ขณะที่เบาะหลังสามารถปรับ-พับแยก 60:40 ได้ พร้อมพนักพิงศีรษะแบบปรับระดับได้มาให้ 2 ตำแหน่ง

     ตัวเบาะนั่งคู่หน้าถูกออกแบบมาได้ดี โดยมีปีกขนาดใหญ่บริเวณพนักพิงที่ช่วยยึดรั้งร่างกายเพื่อความกระชับขณะเข้าโค้ง เช่นเดียวกับเบาะหลังที่ออกแบบให้มีเว้ารับสรีระได้พอประมาณ

62+ดูภาพทั้งหมด

     พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังถูกยกมาจาก MG ZS ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูซคอนโทรลมาให้ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้เท่านั้น ก้านไฟเลี้ยวถูกติดตั้งไว้ทางซ้ายแบบรถยุโรป พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นเปิด-เปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และ Follow Me Home Light มาให้, ก้านทางขวาสำหรับควบคุมระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้

62+ดูภาพทั้งหมด

     ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบ 2 วงขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ โดยไม่มีมาตรวัดบอกอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมาให้

     ส่วนใครมองหาปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์คงต้องผิดหวัง เพราะ MG3 ถูกติดตั้งกุญแจรีโมทแบบพับได้มาให้เหมือนกันทุกรุ่นย่อย

62+ดูภาพทั้งหมด

     คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยลายโมเดิร์นกราฟฟิกที่ช่วยให้ดูมีมิติมากขึ้น ไม่เหมือนกับ MG ZS ที่จะมีความทื่อๆ อยู่บ้าง ติดตั้งช่องแอร์ทรงกลมเรียกว่า Jet turbine บริเวณริมประตูทั้งสองข้าง

62+ดูภาพทั้งหมด

     แผงบังแดดคู่หน้าทั้งสองข้างถูกติดตั้งกระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่พร้อมฝาปิดมาให้ ขณะที่ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารมีเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น

62+ดูภาพทั้งหมด

     ในรุ่น X และ V จะถูกติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สำหรับระบบความบันเทิงและระบบ i-SMART ที่เราจะพูดถึงแบบเต็มๆ กันอีกครั้ง สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth พร้อมกับมีช่องต่อ USB ให้ 1 ตำแหน่ง

     ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเสียง โดยปุ่มกลมๆ ตรงกลางนั้น นอกจากจะใช้ควบคุมระดับเสียงแล้ว หากกดลงไปก็จะทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮม เพื่อให้หน้าจอกลับมายังหน้าแรก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจอสัมผัส

62+ดูภาพทั้งหมด

     ไล่ลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศหน้าตาหรูหรา แต่ระบบปรับอากาศของ MG3 ไม่ใช่ระบบปรับอากาศอัตโนมัติหรอกนะครับ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบแอร์ของรถรุ่นนี้ ไม่มีตัวเลขอุณหภูมิระบุไว้ เพราะที่เห็นปุ่มฟ้าๆ นั่น ก็เปรียบเหมือนปุ่มปรับการทำงานของน้ำยาแอร์ปกติทั่วไปนั่นเอง โดยทุกครั้งที่ใช้งานปุ่มเหล่านี้ ก็จะมีแถบปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพื่อแสดงผลให้ทราบด้วย

     ส่วนฐานเกียร์อัตโนมัติถูกหุ้มด้วยวัสดุหนัง ช่วยเพิ่มความหรูหราให้รถดูแพงเกินราคา ใกล้กันถูกติดตั้งปุ่มปิดระบบควบคุมเสถียรภาพมาให้

62+ดูภาพทั้งหมด

     กลับมาที่ระบบ i-SMART ของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ซึ่งเอ็มจีระบุว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีในปัจจุบัน โดยเพิ่ม 2 ฟังก์ชั่นใหม่ ได้แก่ Online Music และ Food & Travel Guide มาให้ ซึ่งทั้งคู่ไม่มีในรุ่น ZS

     สำหรับฟังก์ชั่น Online Music จะเป็นการใช้แพล็ตฟอร์มของ True Music ติดตั้งมาให้ในรถเลย เจ้าของรถสามารถค้นหาเพลงและเลือกฟังเพลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ส่วนฟังก์ชั่น Food & Travel Guide เป็นการแนะนำร้านอาหาร พร้อมกับจองโรงแรม คล้ายกับที่เราใช้กันบนสมาร์ทโฟน

62+ดูภาพทั้งหมด

     ขณะที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ของ i-SMART ใน MG3 เช่น โทรออก-รับสาย, ระบบ i-CALL โทรหาคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยหาจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ แล้วส่งพิกัดกลับมายังรถได้, ระบบนำทาง Smart Navigation พร้อมแสดงการจราจรแบบเรียลไทม์, ระบบ Electronic Fence แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเขตที่กำหนดไว้, ระบบ Remote Vehicle Control สั่งล็อค-ปลดล็อคประตูผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ Security Alarm, ระบบตรวจสอบความผิดปกติของตัวรถ Remote Vehicle Diagnosis, ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan เป็นต้น

62+ดูภาพทั้งหมด

     นอกจากนั้น ยังสามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย โดยพูดว่า “ฮัลโหล เอ็มจี” เพื่อเป็นการเรียกใช้งานระบบ จากนั้นจึงตามด้วยคำสั่งที่ต้องการ ซึ่งการสั่งงานด้วยเสียงสามารถควบคุมเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, ระบบนำทาง และการโทรออกได้ แต่ไม่สามารถควบคุมการทำงานระบบซันรูฟได้เหมือนกับรุ่น ZS

     ขณะที่ฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท พร้อมกับเปิดแอร์ผ่านสมาร์ทโฟนในรุ่น ZS ก็ไม่มีใน MG3 เช่นกัน ซึ่งวิศวกรให้เหตุผลว่าเกิดจากข้อจำกัดในการพัฒนาตัวรถตั้งแต่แรก

62+ดูภาพทั้งหมด

     ด้านระบบความปลอดภัยยังคงอัดแน่นมาให้ตามสไตล์เอ็มจี โดยมีระบบ Synchronized Protection System 8 ฟังก์ชั่น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS, ระบบเสริมแรงเบรก EBA, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบป้องกันลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS

     ทุกรุ่นมาพร้อมระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 5 ตำแหน่ง, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติตามความเร็ว, ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

     ขณะที่รุ่น D ถูกเพิ่มด้วยเซ็นเซอร์กะระยะท้าย ส่วนรุ่น X และ V ถูกเพิ่มด้วยกล้องมองภาพด้านหลังมาให้ด้วย

62+ดูภาพทั้งหมด

ทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ที่เราคุ้นเคยดี

     หลังจากเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ บอกเลยว่าโปร่งโล่งกว่าที่คิด ไม่อึดอัดตามขนาดตัวถัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกแบบตัวถังให้มีลักษณะเหลี่ยม ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง แม้ว่าจะนั่งตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังก็ไม่อึดอัด ซึ่งโดยรวมดูโปร่งกว่า Suzuki Swift อยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังแพ้เจ้าตลาดอย่าง Toyota Yaris Hatchback อยู่ดี

     เราเริ่มออกตัวออกจากเกสรทาวเวอร์ ฝ่าการจราจรอันคับคั่งช่วงสายๆ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือน้ำหนักของพวงมาลัยแบบไฮโดรลิคที่หนักกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าเอาการ ซึ่งคุณผู้หญิงร่างบางอาจรู้สึกไม่ชอบอยู่บ้าง แต่หากเคยขับรถยุโรปอายุสัก 15 ปีมาก่อน นั่นแหละครับ มันให้ฟีลดิบๆ แบบนั้นเลย

     แต่กระนั้น ด้วยขนาดตัวถังและความยาวฐานล้อที่สั้น ทำให้ MG3 เป็นรถที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ลัดเลาะไปในเมืองหรือที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าได้เป็นอย่างดี

62+ดูภาพทั้งหมด

     จุดสำคัญของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ ก็คือ การเปลี่ยนระบบเกียร์จาก AMT มาเป็นเกียร์แบบ Torque converter 4 สปีด ทำให้ฟีลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์เป็นธรรมชาติมากขึ้น อาการเกียร์กระตุกทีพบในรุ่นก่อนหายไปจนสิ้น แต่การเซ็ทอัตราทดเกียร์ที่ค่อนข้างห่าง ทำให้ความต่อเนื่องของการเปลี่ยนเกียร์สู้เกียร์พวก 5 สปีดไม่ได้ (ส่วน CVT คงไม่ต้องพูดถึง เพราะอันนั้นเขาออกแบบให้ไร้รอยต่ออยู่แล้ว)

     ถึงกระนั้น เกียร์ 4 สปีดใน MG3 ใหม่ ก็น่าจะทำให้หลายคนแฮปปี้กับการใช้ชีวิตบนรถคันนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง

     เมื่อเราขับมาจนถึงช่วงถนนพระราม 2 พอให้ใช้ความเร็วได้แล้ว ความโดดเด่นอีกอย่างของ MG3 ก็คือ ช่วงล่างที่ให้การดูดซับแรงสะเทือนดี พร้อมทั้งให้ความมั่นคงที่ความเร็วสูง ไม่โหวงเหวงเหมือนกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่น ถือเป็นรถเล็กที่มีช่วงล่างโดดเด่นมากที่สุดในตลาดคันหนึ่งเลยก็ว่าได้

62+ดูภาพทั้งหมด

     ด้านอัตราเร่งนั้น เราลองจับเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 15 วินาทีหย่อนๆ ซึ่งก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติที่รับได้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอัตราทดของเกียร์ที่เซ็ทไว้ค่อนข้างห่าง ทำให้มีการสูญเสียกำลังในช่วงจังหวะเปลี่ยนเกียร์นั่นเอง แต่กระนั้น การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

     สิ่งที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งของ MG3 คือ เสียงลมขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ที่จะเริ่มได้ยินตั้งแต่ 100 กม./ชม. เป็นต้นไป โดยเสียงจะเข้ามาบริเวณกระจกหูช้างทั้งสองข้าง และจะได้ยินชัดเจนเมื่อขับเร็วขึ้น แต่หากมองข้ามจุดนี้ไปได้ก็ถือว่าไม่มีอะไรน่ากังวล

62+ดูภาพทั้งหมด

     สรุป MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก-ภายใน ให้ดูน่าใช้ขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ เพิ่มอ็อพชั่นภายในห้องโดยสารสร้างความคุ้มค่า โดยเฉพาะระบบ i-SMART ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย และเหนือกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาดขณะนี้

     ส่วนการเปลี่ยนเกียร์จากระบบ AMT มาเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ก็ช่วยให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเกียร์ 4 สปีดเองก็ยังถือว่าไม่สุดนักสำหรับรถรุ่นปี 2018 แต่ก็ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกแฮปปี้กับรถคันนี้ได้กว่ารุ่นเดิมแน่นอน

     ช่วงล่างของ MG3 ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้สามารถใช้งานได้ทั่วไทย จะขับไปต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกาะถนน อัตราเร่งอยู่ในระดับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรทั่วไป ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่อืดจนน่าเป็นกังวล หากใครกำลังมองหารถราคาประหยัด แต่ให้ความคุ้มค่าได้อย่างเหลือเฟือแล้วล่ะก็ MG3 ใหม่ ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากที่เดียวครับ

62+ดูภาพทั้งหมด

     ราคาจำหน่าย MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้

  • MG3 รุ่น C ราคา 519,000 บาท
  • MG3 รุ่น D ราคา 549,000 บาท
  • MG3 รุ่น X ราคา 589,000 บาท
  • MG3 รุ่น V ราคา 629,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ

     ขอขอบคุณ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

อัลบั้มภาพ 62 ภาพ

อัลบั้มภาพ 62 ภาพ ของ รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

MG3 2018
MG3 2018
MG3 2018

ดูทั้งหมด
62 ภาพ

แชร์เรื่องนี้

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รีวิว MG3 Hybrid+ ใหม่ ทั้งแรง ทั้งประหยัด แถมช่วงล่างดีเกินคาดรีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะเปรียบเทียบ Chery V23 Play / Plus / Peak! เลือกตัวไหนคุ้ม!!!

mg3 รีวิวmg3 ดีไหมmg3 2018mg3 วิจารณ์ไมเนอร์เชนจ์รีวิวรถmgmg3

Ekachai S. ผู้เขียน

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

28 ส.ค. 61 (12:39 น.) พิมพ์

รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

แชร์เรื่องนี้

คัดลอกลิงก์กดฟัง–กก+

     MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ปรับปรุงดีไซน์ให้ดูน่าใช้ขึ้นทั้งภายนอก-ภายใน แล้วสมรรถนะการขับขี่และการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันครับ

62+ดูภาพทั้งหมด

     MG3 เป็นรถยนต์ขนาดซับคอมแพ็ครุ่นเล็กสุดของเอ็มจี ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปี 2558 ตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในเมือง รวมถึงกลุ่มผู้ซื้อรถยนต์คันแรก

     แม้ว่ายอดขายของ MG3 โฉมก่อนไมเนอร์เชนจ์จะถือว่าทำได้ดี แต่ด้วยภาพลักษณ์ทั้งเรื่องดีไซน์ที่ยังไม่ดึงดูดเท่ากับคู่แข่ง และสมรรถนะของเกียร์แบบ AMT ที่ยังไม่โดนใจผู้ใช้ชาวไทยส่วนใหญ่นัก ทำให้เหลือจุดขายสำคัญเพียงอย่างเดียวก็คือ “ราคา” ที่วางอยู่ในระดับเดียวกับอีโคคาร์ แต่ได้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรมาแทน นั่นจริงทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของ MG3 ยังไม่ “ปัง” เท่าที่ควร

62+ดูภาพทั้งหมด

     แต่สำหรับ MG3 2018 ใหม่ มีการปรับปรุงงานดีไซน์จนเรียกได้ว่าเป็น “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” ทั้งภายนอก-ภายใน ด้วยการนำเอาแนวคิดการออกแบบ Emotional Dynamism ที่ใช้กับ MG ZS มาใช้ในรถรุ่นนี้ด้วย ทำให้มันดูสวยลงตัวและร่วมสมัยมากขึ้น

     MG3 2018 ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย

  • MG3 1.5 C
  • MG3 1.5 D
  • MG3 1.5 X
  • MG3 1.5 V

62+ดูภาพทั้งหมด

     ทุกรุ่นถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VTi-TECH ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด สามารถปรับเป็น Manual Mode ได้ ซึ่งหากดูจากอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายแล้ว เหมือนกับที่พบในเกียร์ 4 สปีด ของ MG ZS เปี๊ยบ

     เครื่องยนต์บล็อกนี้สามารถรองรับน้ำมันทางเลือกได้ถึงระดับ E85

62+ดูภาพทั้งหมด

62+ดูภาพทั้งหมด

     สำหรับรุ่นที่เราได้มีโอกาสทดสอบขับเป็นรุ่นท็อปสุด 1.5 V วางจำหน่ายในราคา 629,000 บาท ซึ่งก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับอีโคคาร์รุ่นท็อปของหลายๆ ค่ายเช่นเดิม

     ดีไซน์ภายนอกของ MG3 2018 ใหม่ มีการปรับปรุงไปจากเดิมอย่างชัดเจน ติดตั้งไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบโปรเจคเตอร์ ส่องสว่างด้วยหลอดฮาโลเจน พร้อมสวิตช์ปรับระดับสูง-ต่ำภายในห้องโดยสาร, ไฟ Daytime Running Light แบบ LED อยู่ในชุดโคม, กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่, สเกิร์ตข้างสีดำ, ไฟท้ายแบบ LED Light Guide พร้อมไฟถอยหลังแบบ LED และล้ออัลลอย Bi-colour ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง Maxxis Pro R1 ขนาด 195/55 R16

62+ดูภาพทั้งหมด

     สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในรถ MG นั่นก็คือ หลังคาซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะอยู่ใน 2 รุ่นบน (X และ V) เท่านั้น และหากเลือกตัวถังสีเหลือง Tudor Yellow หรือสีแดง Ruby Red ก็จะได้หลังคาสีดำ Black Top อย่างที่ปรากฏในภาพ แต่หากเลือกตัวถังสีน้ำเงิน Marina Blue ก็จะตัดด้วยหลังคาสีขาวแทน

62+ดูภาพทั้งหมด

     ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่หมดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลและแผงประตู เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยวัสดุผ้าสลับหนังสังเคราะห์ เดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว ฝั่งผู้ขับขี่สามารถปรับสูง-ต่ำได้ ขณะที่เบาะหลังสามารถปรับ-พับแยก 60:40 ได้ พร้อมพนักพิงศีรษะแบบปรับระดับได้มาให้ 2 ตำแหน่ง

     ตัวเบาะนั่งคู่หน้าถูกออกแบบมาได้ดี โดยมีปีกขนาดใหญ่บริเวณพนักพิงที่ช่วยยึดรั้งร่างกายเพื่อความกระชับขณะเข้าโค้ง เช่นเดียวกับเบาะหลังที่ออกแบบให้มีเว้ารับสรีระได้พอประมาณ

62+ดูภาพทั้งหมด

     พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนังถูกยกมาจาก MG ZS ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูซคอนโทรลมาให้ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้เท่านั้น ก้านไฟเลี้ยวถูกติดตั้งไว้ทางซ้ายแบบรถยุโรป พร้อมทั้งมีฟังก์ชั่นเปิด-เปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และ Follow Me Home Light มาให้, ก้านทางขวาสำหรับควบคุมระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้

62+ดูภาพทั้งหมด

     ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบ 2 วงขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ โดยไม่มีมาตรวัดบอกอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมาให้

     ส่วนใครมองหาปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์คงต้องผิดหวัง เพราะ MG3 ถูกติดตั้งกุญแจรีโมทแบบพับได้มาให้เหมือนกันทุกรุ่นย่อย

62+ดูภาพทั้งหมด

     คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยลายโมเดิร์นกราฟฟิกที่ช่วยให้ดูมีมิติมากขึ้น ไม่เหมือนกับ MG ZS ที่จะมีความทื่อๆ อยู่บ้าง ติดตั้งช่องแอร์ทรงกลมเรียกว่า Jet turbine บริเวณริมประตูทั้งสองข้าง

62+ดูภาพทั้งหมด

     แผงบังแดดคู่หน้าทั้งสองข้างถูกติดตั้งกระจกแต่งหน้าขนาดใหญ่พร้อมฝาปิดมาให้ ขณะที่ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารมีเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น

62+ดูภาพทั้งหมด

     ในรุ่น X และ V จะถูกติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว สำหรับระบบความบันเทิงและระบบ i-SMART ที่เราจะพูดถึงแบบเต็มๆ กันอีกครั้ง สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth พร้อมกับมีช่องต่อ USB ให้ 1 ตำแหน่ง

     ถัดลงมาเป็นปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเสียง โดยปุ่มกลมๆ ตรงกลางนั้น นอกจากจะใช้ควบคุมระดับเสียงแล้ว หากกดลงไปก็จะทำหน้าที่เป็นปุ่มโฮม เพื่อให้หน้าจอกลับมายังหน้าแรก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจอสัมผัส

62+ดูภาพทั้งหมด

     ไล่ลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศหน้าตาหรูหรา แต่ระบบปรับอากาศของ MG3 ไม่ใช่ระบบปรับอากาศอัตโนมัติหรอกนะครับ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบแอร์ของรถรุ่นนี้ ไม่มีตัวเลขอุณหภูมิระบุไว้ เพราะที่เห็นปุ่มฟ้าๆ นั่น ก็เปรียบเหมือนปุ่มปรับการทำงานของน้ำยาแอร์ปกติทั่วไปนั่นเอง โดยทุกครั้งที่ใช้งานปุ่มเหล่านี้ ก็จะมีแถบปรากฏขึ้นบนหน้าจอเพื่อแสดงผลให้ทราบด้วย

     ส่วนฐานเกียร์อัตโนมัติถูกหุ้มด้วยวัสดุหนัง ช่วยเพิ่มความหรูหราให้รถดูแพงเกินราคา ใกล้กันถูกติดตั้งปุ่มปิดระบบควบคุมเสถียรภาพมาให้

62+ดูภาพทั้งหมด

     กลับมาที่ระบบ i-SMART ของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ซึ่งเอ็มจีระบุว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีในปัจจุบัน โดยเพิ่ม 2 ฟังก์ชั่นใหม่ ได้แก่ Online Music และ Food & Travel Guide มาให้ ซึ่งทั้งคู่ไม่มีในรุ่น ZS

     สำหรับฟังก์ชั่น Online Music จะเป็นการใช้แพล็ตฟอร์มของ True Music ติดตั้งมาให้ในรถเลย เจ้าของรถสามารถค้นหาเพลงและเลือกฟังเพลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ส่วนฟังก์ชั่น Food & Travel Guide เป็นการแนะนำร้านอาหาร พร้อมกับจองโรงแรม คล้ายกับที่เราใช้กันบนสมาร์ทโฟน

62+ดูภาพทั้งหมด

     ขณะที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ของ i-SMART ใน MG3 เช่น โทรออก-รับสาย, ระบบ i-CALL โทรหาคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยหาจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ แล้วส่งพิกัดกลับมายังรถได้, ระบบนำทาง Smart Navigation พร้อมแสดงการจราจรแบบเรียลไทม์, ระบบ Electronic Fence แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเขตที่กำหนดไว้, ระบบ Remote Vehicle Control สั่งล็อค-ปลดล็อคประตูผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ Security Alarm, ระบบตรวจสอบความผิดปกติของตัวรถ Remote Vehicle Diagnosis, ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan เป็นต้น

62+ดูภาพทั้งหมด

     นอกจากนั้น ยังสามารถสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย โดยพูดว่า “ฮัลโหล เอ็มจี” เพื่อเป็นการเรียกใช้งานระบบ จากนั้นจึงตามด้วยคำสั่งที่ต้องการ ซึ่งการสั่งงานด้วยเสียงสามารถควบคุมเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, ระบบนำทาง และการโทรออกได้ แต่ไม่สามารถควบคุมการทำงานระบบซันรูฟได้เหมือนกับรุ่น ZS

     ขณะที่ฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท พร้อมกับเปิดแอร์ผ่านสมาร์ทโฟนในรุ่น ZS ก็ไม่มีใน MG3 เช่นกัน ซึ่งวิศวกรให้เหตุผลว่าเกิดจากข้อจำกัดในการพัฒนาตัวรถตั้งแต่แรก

62+ดูภาพทั้งหมด

     ด้านระบบความปลอดภัยยังคงอัดแน่นมาให้ตามสไตล์เอ็มจี โดยมีระบบ Synchronized Protection System 8 ฟังก์ชั่น ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS, ระบบเสริมแรงเบรก EBA, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบป้องกันลื่นไถลเมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS

     ทุกรุ่นมาพร้อมระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 5 ตำแหน่ง, ระบบล็อคประตูอัตโนมัติตามความเร็ว, ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

     ขณะที่รุ่น D ถูกเพิ่มด้วยเซ็นเซอร์กะระยะท้าย ส่วนรุ่น X และ V ถูกเพิ่มด้วยกล้องมองภาพด้านหลังมาให้ด้วย

62+ดูภาพทั้งหมด

ทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน ที่เราคุ้นเคยดี

     หลังจากเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ บอกเลยว่าโปร่งโล่งกว่าที่คิด ไม่อึดอัดตามขนาดตัวถัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกแบบตัวถังให้มีลักษณะเหลี่ยม ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง แม้ว่าจะนั่งตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังก็ไม่อึดอัด ซึ่งโดยรวมดูโปร่งกว่า Suzuki Swift อยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังแพ้เจ้าตลาดอย่าง Toyota Yaris Hatchback อยู่ดี

     เราเริ่มออกตัวออกจากเกสรทาวเวอร์ ฝ่าการจราจรอันคับคั่งช่วงสายๆ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือน้ำหนักของพวงมาลัยแบบไฮโดรลิคที่หนักกว่าพวงมาลัยไฟฟ้าเอาการ ซึ่งคุณผู้หญิงร่างบางอาจรู้สึกไม่ชอบอยู่บ้าง แต่หากเคยขับรถยุโรปอายุสัก 15 ปีมาก่อน นั่นแหละครับ มันให้ฟีลดิบๆ แบบนั้นเลย

     แต่กระนั้น ด้วยขนาดตัวถังและความยาวฐานล้อที่สั้น ทำให้ MG3 เป็นรถที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ลัดเลาะไปในเมืองหรือที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าได้เป็นอย่างดี

62+ดูภาพทั้งหมด

     จุดสำคัญของ MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ ก็คือ การเปลี่ยนระบบเกียร์จาก AMT มาเป็นเกียร์แบบ Torque converter 4 สปีด ทำให้ฟีลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์เป็นธรรมชาติมากขึ้น อาการเกียร์กระตุกทีพบในรุ่นก่อนหายไปจนสิ้น แต่การเซ็ทอัตราทดเกียร์ที่ค่อนข้างห่าง ทำให้ความต่อเนื่องของการเปลี่ยนเกียร์สู้เกียร์พวก 5 สปีดไม่ได้ (ส่วน CVT คงไม่ต้องพูดถึง เพราะอันนั้นเขาออกแบบให้ไร้รอยต่ออยู่แล้ว)

     ถึงกระนั้น เกียร์ 4 สปีดใน MG3 ใหม่ ก็น่าจะทำให้หลายคนแฮปปี้กับการใช้ชีวิตบนรถคันนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง

     เมื่อเราขับมาจนถึงช่วงถนนพระราม 2 พอให้ใช้ความเร็วได้แล้ว ความโดดเด่นอีกอย่างของ MG3 ก็คือ ช่วงล่างที่ให้การดูดซับแรงสะเทือนดี พร้อมทั้งให้ความมั่นคงที่ความเร็วสูง ไม่โหวงเหวงเหมือนกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่น ถือเป็นรถเล็กที่มีช่วงล่างโดดเด่นมากที่สุดในตลาดคันหนึ่งเลยก็ว่าได้

62+ดูภาพทั้งหมด

     ด้านอัตราเร่งนั้น เราลองจับเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 15 วินาทีหย่อนๆ ซึ่งก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติที่รับได้ ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอัตราทดของเกียร์ที่เซ็ทไว้ค่อนข้างห่าง ทำให้มีการสูญเสียกำลังในช่วงจังหวะเปลี่ยนเกียร์นั่นเอง แต่กระนั้น การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

     สิ่งที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งของ MG3 คือ เสียงลมขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ที่จะเริ่มได้ยินตั้งแต่ 100 กม./ชม. เป็นต้นไป โดยเสียงจะเข้ามาบริเวณกระจกหูช้างทั้งสองข้าง และจะได้ยินชัดเจนเมื่อขับเร็วขึ้น แต่หากมองข้ามจุดนี้ไปได้ก็ถือว่าไม่มีอะไรน่ากังวล

62+ดูภาพทั้งหมด

     สรุป MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอก-ภายใน ให้ดูน่าใช้ขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ เพิ่มอ็อพชั่นภายในห้องโดยสารสร้างความคุ้มค่า โดยเฉพาะระบบ i-SMART ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย และเหนือกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาดขณะนี้

     ส่วนการเปลี่ยนเกียร์จากระบบ AMT มาเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ก็ช่วยให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเกียร์ 4 สปีดเองก็ยังถือว่าไม่สุดนักสำหรับรถรุ่นปี 2018 แต่ก็ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกแฮปปี้กับรถคันนี้ได้กว่ารุ่นเดิมแน่นอน

     ช่วงล่างของ MG3 ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้สามารถใช้งานได้ทั่วไทย จะขับไปต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกาะถนน อัตราเร่งอยู่ในระดับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรทั่วไป ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่อืดจนน่าเป็นกังวล หากใครกำลังมองหารถราคาประหยัด แต่ให้ความคุ้มค่าได้อย่างเหลือเฟือแล้วล่ะก็ MG3 ใหม่ ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากที่เดียวครับ

62+ดูภาพทั้งหมด

     ราคาจำหน่าย MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ มีดังนี้

  • MG3 รุ่น C ราคา 519,000 บาท
  • MG3 รุ่น D ราคา 549,000 บาท
  • MG3 รุ่น X ราคา 589,000 บาท
  • MG3 รุ่น V ราคา 629,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ

     ขอขอบคุณ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้

อัลบั้มภาพ 62 ภาพ

อัลบั้มภาพ 62 ภาพ ของ รีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ขับสนุก อ็อพชั่นเพียบ ราคาคุ้มค่า

MG3 2018
MG3 2018
MG3 2018

ดูทั้งหมด
62 ภาพ

แชร์เรื่องนี้

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รีวิว MG3 Hybrid+ ใหม่ ทั้งแรง ทั้งประหยัด แถมช่วงล่างดีเกินคาดรีวิว MG3 2018 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ลองขับไกลถึงเซี่ยงไฮ้ ไฉไลน่าใช้กว่าเดิมเยอะเปรียบเทียบ Chery V23 Play / Plus / Peak! เลือกตัวไหนคุ้ม!!!

mg3 รีวิวmg3 ดีไหมmg3 2018mg3 วิจารณ์ไมเนอร์เชนจ์รีวิวรถmgmg3

Ekachai S. ผู้เขียน

Previous Post

[หนังเต็มเรื่อง] 521H1006 B ลูกสาวประธาน มาทำงานแทนแม่ กลับโดนรังแก

Next Post

[หนังเต็มเรื่อง] 561H1006 B หัวหน้ารังแกพนักงานใหม่ สุดท้ายโดนไล่ออก

Next Post
[หนังเต็มเรื่อง] 561H1006 B หัวหน้ารังแกพนักงานใหม่ สุดท้ายโดนไล่ออก

[หนังเต็มเรื่อง] 561H1006 B หัวหน้ารังแกพนักงานใหม่ สุดท้ายโดนไล่ออก

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.