Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport
in Road Test

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line
Overview Of Car
Toyota C-HR HEV GR Sport GR Sport 2022 สวยเกินต้าน และให้การขับขี่ที่เร้าใจอย่างไร้ขีดจำกัด เฉี่ยว คม ดุดัน ไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือสไตล์การขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีสปอร์ตจากสนามแข่งให้สัมผัสที่แตกต่าง สะท้อนตัวตนของคนที่หลงไหลในสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต ปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอก และภายในภายใต้แนวคิด GR Sport
Toyota C-HR HEV GR Sport 2022 ใหม่ มีการตกแต่งภายนอกเพิ่มความเป็นเรซซิ่ง และภายในที่พรีเมียมแต่ยังดูเรซซิ่งเช่นกัน สิ่งที่ได้มาอย่างจัดเต็มเลยคือชุดแต่ง GR Sport อีกทั้งยังมีช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ ได้แก่คอยล์สปริงและโช๊คช็อคแอบซอร์บเบอร์
ถ้าคุณจะต้องการเลือกรถสักคนเพื่อต้องการนำมาตัดสินใจเปรียบเทียบกับรุ่น GR ก็ต้องเปรียบกับโคโรล่าครอส GR Sport เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้ ขายความเป็น GR Sport และ Hybrid เหมือนกัน แต่ราคาจะต่างกันประมาณ 60,000 บาท ซึ่งเราก็สามารถตัดสินใจได้ตามการใช้งานที่เหมาะสมได้เลย โดยในวันนี้ทีม What Car? Thailand ก็จะพาคุณไปสัมผัสรุ่น C-HR HEV GR Sport กัน
เราจะมาเริ่มต้นกันที่เครื่องยนต์กันก่อนเลย ซึ่ง C-HR HEV GR Sport ใหม่ เป็นเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร ในรุ่นนี้ให้กำลัง 98 แรงม้า ทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้า 53 kW เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับไฟฟ้าจะได้กำลัง 122 แรงม้า และแรงบิดรวมกัน 163 นิวตันเมตร ส่วนแบตเตอรี่ใช้แบบ Nickel metal Hydride มีจุดแข็งนเรื่องของความคงทน แต่แรงอัดของแบตเตอรี่น้อยไปนิดนึงทำให้ แต่ก็เพียงสำหรับการใช้งานในเมืองหรือนอกเมืองในบางเวลา

ระบบช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตัท ส่วนด้านท้ายอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ซึ่งทั้งด้านหน้าและหลังมาพร้อมเหล็กกันโคลง
มาตามดูกันในส่วนของด้านหน้า กระจังหน้าจะกลมกลืนกันไปทั้งหมดและเป็นสีดำเงา ลักษณะของกระจังหน้ายังคงถูกสร้างขึ้นบน Platform Toyota New Global Architecture (TNGA) เหมือนกับ Toyota C-HR ในรุ่นปกติ แต่พอมีสเกิร์ตและคิ้วด้านหน้าด้านหน้ามันดูเข้ากันสมกับเป็นรถเรซซิ่ง ในส่วนของสเกิร์ตดูโฉบเฉี่ยวมีความเป็นเรซซิ่งมากกว่ารุ่นปกติ อีกทั้งไฟตัดหมอกมาใหม่เป็นแบบ LED และมีสัญลักษณ์ GR ที่บ่งบอกความเป็น GR Sport ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง อยู่บริเวณด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านข้าง 2 ตำแหน่ง

โลโก้ของโตโยโต้ามาในรูปแบบกระจกตามความต้องการของตลาด ถัดมาที่ไฟหน้า กรอบของไฟฟ้าเป็นกรอบแบบเดิม ส่วนไฟข้างในเป็นไฟโปรเจคเตอร์ Full LED ไฟเลี้ยว LED และไฟ Day time running แบบ LED เต็มระบบ ซึ่งตัวนี้จะเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวัน และไฟหน้าสามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ พร้อมปรับสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติอีกด้วย
ล้อแม็กในรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่น Premium Safety ที่มีขนาด 17 นิ้ว ซึ่งในรุ่น GR Sport มีขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมลวดลายเฉพาะของ GR Sport เป็นสีทูโทนรมดำเงา ยางเป็นเกรดพรีเมียมที่มีขนาด 225/50 R18 ซึ่งเมื่อดูแล้วให้ความรู้สึกเต็มซุ้มล้อมีความเป็นเรซซิ่ง
ด้านข้างก็ยังคงเหมือนรุ่น C-HR รุ่นปกติ ในรุ่นนี้นอกจากสเกิร์ตหน้าและหลังแล้วก็ยังมีด้านข้างทั้งซ้ายและขวา ซึ่งสเกิร์ตทำให้รถดูเตี้ยลงแต่ไม่ได้เตี้ยลงจริงๆ ถือว่าเป็นการหลอกตาที่แนบเนียนมาก สเกิร์ตเป็นสีดำเงาสลับกับดำด้านสามารถกันพวกกรวดทรายที่อาจจะกระเด็นมาจากล้อรถ โดยสเกิร์ตตัวนี้จะหนานูนออกมาทำให้ดูบึกบึนและแข็งแกร่งบนความเป็นสปอร์ต มือจับที่ประตูรถเป็นสีดำสีเดียวกับตัวรถ มาพร้อมกระจกมองข้างที่เป็นสีบรอนซ์ซึ่งในรุนนี้จะทำสีทูโทน ซึ่งมีสีขาหลังคาสีดำ สีแดงหลังคาสีดำ และสีดำหลังคาสีบรอนซ์ กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวแบบ LED ซึ่งสามารถปรับพับไฟฟ้าแบบอัตโนมัติและสามารถปรับแบบแมนนวลได้ ในส่วนของกระจกรถเป็นไฟฟ้าทั้ง 4 บาน ซึ่งเป็นระะบบออโต้แบบนิรภัยกันหนีบ

ถัดมาที่หลังคาเป็นสีบรอนซ์เงาตัดสลับกับสีดำ ซึ่งเราชอบมากเพราะสีดำดูให้คสวามรู้สึกหรูหราไปกับความสปอร์ตและความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าสีขาวและสีแดง อีกทั้งมีเสาอากาศแบบครีบฉลามเสริมความเรซซิ่ง และไฮไลท์สำคัญคือมือจับด้านหลังที่ออกแบบเนียนเรียบไปกับตัวประตูซึ่งถือว่าสวยที่สวย ตามมาด้วยสปอยเลอร์ที่ลาดยาวไปตามหลังคา โดยในปกติก็มีอยู่แล้วแต่รุ่น GR sport เป็นสีทูโทนเลยทำให้ดูเด่นขึ้นมา อีกทั้งยังมีไฟเบรก LED ดวงที่สามที่ฝังอยู่กับตัวสปอยเลอร์ด้านบนที่ช่วยในเรื่องของแอโรไดนามิกและมีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังมาให้เพราะก่อนหน้านี้ฝนตกทำให้เราได้ใช้งานจริงซึ่งถือว่าใช้งานได้ดี การออกแบบที่ไฟท้ายเป็นการใช้ไฟ LED แบบเต็มระบบทั้งไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ ซึ่งตัวไฟท้ายให้มิติที่ดูสปอร์ตมากขึ้นด้วยโคมสีดำ ถัดมาที่โลโก้โครเมียมเงาบ่งบอกถึงรุ่น C-HR และโลโก้โตโยต้าที่ไม่ใหญ่แบบด้านหน้าและโลโก้ไอบริดแสดงขึ้นเครื่องยนต์ และที่สำคัญที่สุดคือสัญลักษณ์ GR Sport ที่แสดงความเป็นสปอร์ตและเรซซิ่งมากขึ้น ถัดลงมาที่กันชนซึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักจากตัวปกติ มีตัวสะท้อนแสงมาให้ มีเซ็นเซอร์มาให้ 4 จุด ดูเนียนไปรถไม่ได้ดูเป็นการเจาะรู ถัดมาที่สเกิร์ตด้านท้ายซึ่งมีความพิเศษเพราะมันมี Diffuser โดยรวมแล้วด้านท้ายสวยสมส่วนกับด้านหน้า
![[หนังเต็มเรื่อง] 483H1006 B รังแกพนักงานใหม่ สุดท้ายจบไม่สวย](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-577.png)
![[หนังเต็มเรื่อง] 161H1006 B แฟนเก่าเป็นแม่ค้าขายปลา ที่จริงเป็นทายาทเศรษฐี](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-579.png)