AION UT ในปี 2025: เจาะลึกความน่าสนใจของรถ EV แฮทช์แบ็ก B-Segment ที่พลิกโฉมวงการ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาด EV ในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด จากรถยนต์ทางเลือกสู่กระแสหลักที่ขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทาง และในปี 2025 นี้ หนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาและสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดได้อย่างต่อเนื่องคือ AION UT รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์แฮทช์แบ็กพิกัด B-Segment ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างความคุ้มค่าและเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ในโลกที่ผู้บริโภคฉลาดเลือกและมองหาความลงตัวของประสิทธิภาพ ราคา และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ AION UT ไม่ใช่แค่รถยนต์อีกคัน แต่คือคำตอบที่หลายคนกำลังมองหา
ด้วยสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันที่ดุเดือดกว่าที่เคยเป็นมา การแข่งขันที่สูงขึ้นได้ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ EV ให้ก้าวไปอีกขั้น AION UT ได้ก้าวเข้ามาในสมรภูมิอันร้อนแรงนี้ พร้อมกับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ โดยเริ่มต้นที่ 49X,XXX บาท ซึ่งเป็นการประกาศที่ท้าทายคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันอย่าง ORA Good Cat, BYD Dolphin และ MG4 อย่างชัดเจน การเข้าสู่ตลาดด้วยจุดเด่นด้านราคาเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องแลกมาด้วยการลดทอนคุณภาพหรือฟังก์ชันการใช้งาน ตรงกันข้าม AION UT กลับอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ ซึ่งเราจะมาเจาะลึกกันในบทความนี้
การออกแบบที่ลงตัว: ผสมผสานความปราดเปรียวและประโยชน์ใช้สอย
สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อได้เห็น AION UT คือดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัยและปราดเปรียว สื่อถึงความเป็น รถ EV ในเมือง ได้เป็นอย่างดี ด้วยตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ขนาดซับคอมแพกต์ ที่มีความยาว 4,270 มม. กว้าง 1,850 มม. และสูง 1,575 มม. ขนาดที่กะทัดรัดนี้มอบความคล่องตัวสูงสุดสำหรับการขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่นของเมืองใหญ่ การหาที่จอดรถในพื้นที่จำกัดกลายเป็นเรื่องง่าย และการซอกแซกเปลี่ยนเลนก็ทำได้อย่างมั่นใจ
การออกแบบโดยรวมสะท้อนปรัชญา “Urban Smart Aesthetics” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ไฟส่องสว่างรอบคันแบบ LED เป็นมาตรฐานที่รุ่น Premium ให้ความสว่างชัดเจนและดูพรีเมียม พร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกสบาย กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบทำความร้อนเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในยามฝนตกหรือมีฝ้าเกาะ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในรุ่น Premium (และ 16 นิ้วในรุ่น Standard) ช่วยเสริมลุคให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น
AION UT ยังมอบทางเลือกสีตัวถัง 4 สีที่บ่งบอกสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Emerald Green ที่ดูสดใสมีชีวิตชีวา, Champs Beige ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา, Rococo White สีขาวคลาสสิกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล และ Seine Silver สีเงินทันสมัยที่ดูโฉบเฉี่ยว สะท้อนถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ต้องการตอบโจทย์รสนิยมที่หลากหลายในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า
ภายในห้องโดยสาร: นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายและประสบการณ์ดิจิทัล
ก้าวเข้ามาภายใน AION UT เราจะสัมผัสได้ถึงการออกแบบที่เน้นความทันสมัย ความเรียบง่าย และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ ห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Midnight Black ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและเข้มขรึม และ Berlin Beige ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นและโปร่งสบาย วัสดุภายในเลือกใช้หนังสังเคราะห์ PVC ที่ให้สัมผัสที่ดีและดูแลรักษาง่าย
หัวใจสำคัญของห้องโดยสารคือหน้าจอแสดงผลดิจิทัล แผงหน้าปัดจอ LCD ขนาด 8.8 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ให้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนและอ่านง่าย ส่วนจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน infotainment ให้เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay, Bluetooth และมีระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะที่รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ทำให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ทำได้ง่ายและปลอดภัย โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพง 6 ตัว มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และแผ่นกรอง PM2.5 ตอกย้ำความใส่ใจในสุขภาพและความสบายของผู้โดยสารทุกคน
ในรุ่น Premium ยังเพิ่มเติมความหรูหราและสะดวกสบายด้วยกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันระบายอากาศ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถยนต์ระดับนี้ในประเทศไทย และหลังคากระจก Panoramic Sunroof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและเปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกโอ่อ่าเสมือนนั่งอยู่ในรถยนต์ขนาดใหญ่กว่าอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะเป็น รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ก B-Segment
สมรรถนะการขับขี่: พลังงานไฟฟ้าที่ตอบสนองทันใจ
สำหรับ รถ EV สิ่งที่ทุกคนคาดหวังคือสมรรถนะที่ตอบสนองทันใจ และ AION UT ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยขุมพลังมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) ที่ให้กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ (Standard) และ 150 กิโลวัตต์ (Premium) แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร (Standard) และ 210 นิวตันเมตร (Premium) ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด หากแต่เป็นประสบการณ์หลังพวงมาลัยที่บ่งบอกได้ดีที่สุด
ในรุ่น Premium ที่มีกำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 8.3 วินาที ซึ่งถือว่าจัดจ้านเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางออกนอกเมืองเป็นครั้งคราว ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 150 กม./ชม. ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการขับขี่บนถนนในประเทศไทย โหมดการขับเคลื่อนล้อหน้ายังช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างมั่นคงและคุ้นเคย
หัวใจของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ AION UT มาพร้อม Magazine Battery 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่เอกสิทธิ์เฉพาะของ AION ที่เน้นความปลอดภัยเป็นพิเศษ ให้ความมั่นใจในการใช้งานสูง โดยรุ่น Standard มีความจุ 50 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และรุ่น Premium มีความจุ 60 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งในรุ่น Premium สามารถทำได้สูงสุดถึง 400 กิโลเมตร (ตามการทดสอบ) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองส่วนใหญ่ และยังรองรับการเดินทางต่างจังหวัดได้อีกด้วย
เทคโนโลยีการชาร์จ: รวดเร็วและยืดหยุ่นสำหรับวิถีชีวิตยุคใหม่
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณาเมื่อเลือก รถยนต์พลังงานไฟฟ้า คือความสามารถในการชาร์จ และ AION UT ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้อย่างลงตัว รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุดถึง 60 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 30% ไปยัง 80% ได้ในเวลาเพียง 24 นาที ซึ่งหมายความว่าการแวะพักที่ สถานีชาร์จ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถเติมพลังงานให้รถพร้อมเดินทางต่อไปได้อีกไกล จุดเด่นสำคัญอีกประการคือ AION UT ให้ค่า Voltage ที่สูงถึง 470V จากตู้ชาร์จ 200A และแม้จะเป็นรถแพลตฟอร์ม 400V แต่ก็สามารถรับกำลังไฟการชาร์จแบตเตอรี่ช่วง 50% ขึ้นไปได้มากถึง 94 kW ซึ่งถือว่าแรงและมีประสิทธิภาพสูงมากสำหรับรถในกลุ่มนี้ ทำให้การชาร์จเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการรอได้อย่างมาก
นอกจากนี้ AION UT ยังมาพร้อมฟังก์ชัน I-Pedal ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยสามารถควบคุมความเร็วของรถได้ด้วยคันเร่งเพียงอย่างเดียว และระบบรีไซเคิลพลังงาน (Regenerative Braking) ที่ช่วยแปลงพลังงานจลน์กลับมาเก็บในแบตเตอรี่ทุกครั้งที่ถอนคันเร่งหรือเบรก ช่วยยืดระยะทางการขับขี่และลด ค่าไฟรถ EV ในระยะยาว
และฟีเจอร์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงใน รถ EV รุ่นใหม่ คือ V2L (Vehicle-to-Load) ซึ่ง AION UT ก็ไม่พลาดที่จะใส่มาให้ ฟังก์ชันนี้ช่วยให้รถสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์, การทำงานนอกสถานที่ หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน นี่คือความยืดหยุ่นที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การควบคุมและช่วงล่าง: ความสมดุลที่ลงตัว
ประสบการณ์ การขับขี่ AION UT ให้ความรู้สึกที่มั่นคงและนุ่มนวล ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่ให้การตอบสนองที่แม่นยำและน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง
ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแบบแม็คเฟอร์สัน และระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชันบีม (กึ่งอิสระ) ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม ให้การซับแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม ทำให้ห้องโดยสารมีความนุ่มนวลและลดอาการโคลงเคลงเมื่อเจอพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ แม้จะไม่ได้ “หนึบ” เท่ารถสปอร์ต แต่ก็ให้ความมั่นใจในการยึดเกาะถนนที่ดีตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า และไม่ “ย้วย” จนทำให้รู้สึกไม่มั่นคง นี่คือความสมดุลที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพถนนในประเทศไทยที่หลากหลาย
ระบบเบรกดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมครีบระบายความร้อนด้านหน้า ทำงานร่วมกับเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และระบบ AutoHold ที่ช่วยให้การหยุดรถบนทางชันหรือการจราจรติดขัดเป็นไปอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่: ก้าวสู่มาตรฐานสูงสุดในปี 2025
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ และ AION UT ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านนี้ด้วยชุดระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง หรือ ADAS ที่ครบครัน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ AION UT โดดเด่นในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า ราคาประหยัด
ด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ มีการติดตั้งมาอย่างเต็มที่ ได้แก่:
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC-S&G): ฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ และสามารถหยุดรถจนนิ่งสนิทและเคลื่อนที่ต่อได้เอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ การขับขี่ EV ในสภาพจราจรติดขัดของเมืองใหญ่ ลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ได้อย่างมหาศาล
ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW) และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB): ช่วยลดความเสี่ยงของการชนท้าย โดยจะแจ้งเตือนและสามารถเบรกรถได้เองเมื่อตรวจจับว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน
ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW): เพิ่มความปลอดภัยเมื่อมีรถเข้ามาใกล้จากด้านหลัง
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW): ช่วยให้รถวิ่งอยู่ในช่องจราจรได้อย่างปลอดภัย และแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน (ELKA): เป็นการทำงานร่วมกันที่ชาญฉลาด ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลนและแก้ไขทิศทางเมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกไป
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) และระบบเตือนการเปิดประตู (DOW): เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและขณะเปิดประตู ลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากมุมอับ
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA): ช่วยให้การถอยจอดปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยแจ้งเตือนเมื่อมีรถคันอื่นเคลื่อนที่ผ่านจากด้านข้างขณะถอย
ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา และเซ็นเซอร์ถอยจอด (หน้า 4 ตัว / หลัง 4 ตัว): ทำให้การจอดรถและ maneuver ในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยขีดข่วน
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC), ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS): ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ภายใต้สถานการณ์ที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ ด้านความปลอดภัยเชิงรับขณะเกิดอุบัติเหตุ (Passive Safety) ก็จัดเต็มด้วยถุงลมนิรภัยเสริมความปลอดภัยรอบคัน, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS), จุดยึดเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX และระบบล็อกไฟฟ้าป้องกันเด็กเปิดประตู เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับการปกป้องสูงสุด นี่คือชุดคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ครบครันและทันสมัยตามมาตรฐาน รถ EV 2025
AION UT: ความคุ้มค่าที่มองเห็นได้ชัดเจน
เมื่อพิจารณาถึงราคาเริ่มต้นที่ 49X,XXX บาท ไปจนถึง 64X,XXX บาท สำหรับรุ่น Premium ที่มาพร้อมคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่อัดแน่นขนาดนี้ AION UT จึงถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ให้ ความคุ้มค่า EV สูงสุดในตลาดปัจจุบันอย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ราคาซื้อที่จับต้องได้ แต่ยังรวมถึง การบำรุงรักษารถ EV ที่ต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายใน, ค่าไฟรถ EV ที่ประหยัดกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิง, และประโยชน์จากนโยบายสนับสนุน รถ EV ของภาครัฐที่ยังคงมีอยู่ในปี 2025
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า คันแรก หรือต้องการอัปเกรดจากรถยนต์สันดาป AION UT เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะที่ตอบสนองการใช้งานจริง เทคโนโลยีความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และที่สำคัญที่สุดคือราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ AION UT ไม่ใช่แค่ รถ EV ราคาประหยัด แต่เป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกมิติ
สรุปมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
จากการวิเคราะห์เชิงลึกและประสบการณ์ในวงการ ผมมองว่า AION UT คือเกมเชนเจอร์ที่แท้จริงในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ก B-Segment สำหรับปี 2025 มันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป ด้วยแพ็คเกจที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ทำให้ AION UT เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับผู้ที่ต้องการ รถ EV ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์
หากคุณกำลังมองหา รถ EV ที่ผสมผสานความทันสมัย ประหยัด และเชื่อถือได้ AION UT คือคำตอบที่พร้อมพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของ ยานยนต์ไฟฟ้า ได้อย่างมั่นใจ
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต!
สนใจทดลองขับ AION UT หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ราคา EV ล่าสุด และโปรโมชันพิเศษ? เยี่ยมชมผู้จำหน่าย AION ใกล้บ้านท่านวันนี้ หรือลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลและนัดหมายทดลองขับผ่านเว็บไซต์ทางการของเรา เพื่อค้นพบว่า AION UT สามารถยกระดับการเดินทางของคุณได้อย่างไร ประตูสู่อนาคตของการขับขี่รอคุณอยู่!
![[ตอนที่ 2] 401T1020 AC070 เธอมีเวลาแค่ 1 นาที เพื่อทำแผนนี้ให้ท่านประธานเห็นเธอสำคัญกว่าใคร](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1703.png)
![[ตอนที่ 2] 402T1020 AC071 พนักงานรีสอร์ททำตัวเป็นเก้าอี้ ทำเกินหน้าที่ จิตใจแบบนี้ที่คนไทยต้องการ](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1704.png)