MG4 XPower ดีกว่า เหนือกว่า เหมือนได้รถสปอร์ตราคาล้านต้น!
Pakkawat Unchalee | 04 April 2567 13:38
https://www.facebook.com/v16.0/plugins/like.php?action=like&app_id=&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Dfa1f228148a81f3b6%26domain%3Dwww.one2car.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.one2car.com%252Ffc1dee52c89e81e49%26relation%3Dparent.parent&container_width=0&href=https%3A%2F%2Fwww.one2car.com%2F%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%2Fmg-mg4-xpower-review-136075%2F136075&layout=button_count&locale=th_TH&sdk=joey&share=true&show_faces=true&size=small

MG4 XPower เหนือกว่าเหมือนรถสปอร์ตในราคาล้านต้น! แต่ในสเปคแบบนี้ ความแรงแบบนี้ เพอฟอเเมนซ์แบบนี้ จำเป็นจริงไหมถ้าใช้จริง? มาอ่านไปพร้อมๆ กัน
ทำความรู้จักกับ MG4 XPower
สำหรับ MG4 รุ่นปกติ จากค่าย MG ทุกคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ให้ความรู้สึกที่ซิ่ง เร็ว แรง เอาถนนอยู่ราวกับเป็นรถสปอร์ตคันเล็ก แต่ทว่ามาในปีนี้ MG โชว์เหนือส่ง MG4 XPower มาให้ ในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของรถสปอร์ตในคราบรถยนต์ไฟฟ้า City Car คันนี้ได้
อ่านเพิ่มเติม : MG4 ดีจริงไหม ? วิ่งไกลตั้ง 425 km แต่ราคาไม่ถึงล้าน
ราคา MG4 และ MG4 XPower
ต้องบอกก่อนว่า MG4 XPower ไม่ใช่การแยกจำหน่าย แต่เป็นการจำหน่ายในรุ่น MG4 นี่แหละ จากแต่ก่อนมีแค่รุ่น D และ รุ่น X ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง RWD แต่มาคราวนี้เขามีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เข้ามาและรุ่นท็อปที่สุดของเขาก็กลายเป็น MG4 XPower ไปแล้ว โดยจะมีราคาดังนี้
- MG 4 D ราคา 709,900 บาท
- MG 4 X ราคา 809,900 บาท
- MG 4 V ราคา 889,900 บาท
- MG 4 X Power ราคา 1,119,900 บาท
MG4 XPower ต่างจาก MG4 ปกติยังไง?
แม้จะเป็น MG4 XPower แต่ก็ยังคงเป็นพื้นฐานที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM และหน้าตาเติม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเด่นๆ ในคำว่า XPower ของเขาคือสมรรถนะและความแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะพละกำลังได้มานั้นมากถึง 435 แรงม้า เลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม : แรงม้าคืออะไร ต่างจากแรงบิดหรือไม่?

ซึ่งการอัพเกรดนี้ก็ทำให้เขาทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้เพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น เท่า BYD Seal แต่บอดี้เล็กกว่าเบากว่าแน่นอนว่ามันต้องกระชากได้เร้าใจกว่า ซึ่งความแรงระดับนี้ก็ยังมีการอัพเกรดเรื่องของช่วงล่าง ระบบเบรก และ ระบบระบายความร้อนเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มันสอดรับกับสมรรถนะที่เหนือชั้นขึ้น
ถ้าเราลองเทียบดูแล้วรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรา ถ้าเอา 0-100 ไม่เกิน 3.8 วินาที ก็ล้วนมีค่าตัวที่เกินล้านกลางๆ ไปแล้ว เช่น BYD Seal Performance, Tesla Model 3 Performance, Tesla Model Y Performance, BMW i4 M50, BMW i5 M60 แต่ MG4 XPower แค่ 1,119,900 บาท นี่แหละที่น่าสน
สิ่งที่ถูกเพิ่มเติมมาใน MG4 XPower
รอบคันมีการเปลี่ยนวัสดุตกแต่งเป็นสีดำเงา Gloss Black เสริมด้วยวัสดุสีเงินที่ตัดอยู่บนสีดำทำให้ดูมีลวดลายที่สปอร์ตมากขึ้น เพิ่มสัญลักษณ์ XPower บริเวณฝาท้ายให้ทุกคนได้รู้ว่านี่แหละตัวแรง พร้อมสีใหม่ของรุ่นนี้คือสีเขียว Wild Hunter Green
ส่วนล้ออัลลอยถูกเปลี่ยนเป็นขนาด 18 นิ้ว ลายใหม่สีทูโทนปัดเงา ยางที่ใช้เป็นยาง EV ของ Bridgestone Turanza T005 EV ขนาด 235/45 R18 เบรกเองก็มีการเปลี่ยนจานเบรก 4 ล้อ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกสีส้มทรงคุ้นๆ เหมือนมะม่วงสุก ระบบขับเคลื่อนเองก็เปลี่ยนจาก RWD ในรุ่นทั่วไปมาเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ เพิ่มความจุแบตเตอรี่ High-voltage จาก 51 kWh เป็น 64 kWh
อ่านเพิ่มเติม : แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ใช้ได้กี่ปี มีกี่ประเภท

เพิ่มกำลังการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC Quick Charge จาก 88 kW เป็น 140 kW ระยะเวลาการชาร์จด้วย DC Quick Charge จาก 10 – 80% ทำได้เร็วขึ้นจาก 35 นาที เป็น 26 นาที เปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะและแผงข้างประตูเป็นหนังสังเคราะห์และหนัง Alcantara ทำให้ดูสปอร์ตและหรูหรามากขึ้น และมีการตกแต่งแป้นเบรกและแป้นคันเร่งด้วยวัสดุสีเงินพร้อมยางกันลื่น แทบจะเป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กไปแล้วมั้งเนี่ย!
อ่านเพิ่มเติม : ติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ราคา? ทำยังไง (ตั้งแต่ต้นจนจบ)
ขุมพลังของ MG4 XPower
MG4 XPower มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous ทั้งหมด 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ซึ่งมอเตอร์ด้านหน้ามีกำลัง 204 แรงม้า และ มอเตอร์ด้านหลัง 231 แรงม้า พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ใช้แบบ RUBIK’s CUBE Baterry NMC ความจุ 64 kWh มาตรฐานความปลอดภัย IP67 มาพร้อมระบบระบายความร้อนแบบ LIQUID Cooling System รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC สูงสุด 140 kW
อ่านเพิ่มเติม : อัปเดต! ราคาชาร์จรถไฟฟ้า 2567 ทั้ง On-Peak และ Off Peak

อัตราเร่ง 0 -100 ทำได้ภายใน 3.8 วินาที และ Top Speed แตะไปสูงได้ถึง 200 กม./ชม. ชาร์จเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ 480 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จเร็วแบบ Quick Charge จาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 26 นาที ชาร์จแบบ Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER จาก 0 – 100% ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที
มาพร้อมกับโหมดการขับขี่มีให้เลือก 5 รูปแบบ คือ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW และ โหมด CUSTOM ที่เราสามารถปรับค่าต่างๆ ได้อีก 4 แบบ คือ การปล่อยพละกำลัง Horse Power, การตอบสนองของคันเร่ง (Pedal Force), น้ำหนักพวงมาลัย (Steering), ระดับการกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) ชอบความรู้สึกแบบไหนคือได้ดั่งใจแน่ๆ
MG4 XPower ขับดีขึ้นเหมือนคนละคัน!
ถ้าเคยได้ลองขับ MG4 ที่เป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง RWD แล้วคิดว่านี่มันคือรถสปอร์ตคันเล็กเหมือนกับ Subaru BRZ หรือ Toyota GR86 แล้วได้มาขับ MG4 XPower คุณจะรู้ว่านี่มันเหนือระดับไปอีกขั้นแล้ว ทั้งพละกำลัง ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน จุดศูนย์ถ่วง และ น้ำหนักพวงมาลัย ทุกอย่างล้วนเทียบเท่ารถสปอร์ตราคาหลายล้านบาท “ไม่ได้พูดให้ดูโอเวอร์ แต่ที่เธอกำลังอ่านนี่มันคือเรื่องจริง” หยุดบูลี่ MG ก่อน
ช่วงล่างถูกปรับมาใหม่แม้จะอยู่ในแพลทฟอร์มเดิม ความรู้สึกที่ได้จากรุ่น XPower มันมีความกระด้างขึ้นมานิดๆ แต่ไม่แข็งตึงตัง เป็นความรู้สึกที่มีความแน่นเฟิร์มมาก คล้ายๆ Mazda MX-5 อะไรประมาณนั้นเลย เกาะถนนมากขึ้น เอาถนนอยู่ พวงมาลัยที่มีการปรับมาใหม่ก็ยังตอบสนองได้ดีขึ้นมาก ไม่หนักแต่ไม่เบา แม่นยำและมั่นคงสูง พอรวมๆ กับช่วงล่างทำให้ควบคุมรถได้สนุกมาก

เรื่องระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น XPower ต้องบอกว่าของโคตรดี แต่จะไม่ใช่การเฉลี่ยแรงหน้าหลังแบบ 50/50 เหมือน Subaru นะ จะเป็นหน้า 40 หลัง 60 ซึ่งถ้าปรับโหมด Eco จะเป็นขับ 2 ล้อหลัง โหมด Nomal ก็จะขับ 2 ล้อหลังถ้ากดคันเร่งเบา แต่ถ้าเรากดคันเร่งหนักๆ เช่นเร่งแซง หรือต้องการทำความเร็วจะเปลี่ยนเป็นขับ 4 ล้อทันที แต่ถ้าเป็นโหมด Sport และ Snow จะขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา บอกเลยว่ามันครอบคลุมมาก กำลังเหลือๆ
การเฉลี่ยกำลังล้อหน้าหลัง 40/60 ทุกคนอาจคิดว่ามันดีไหม ต้องบอกว่าของโคตรดี มันยังคงให้ความรู้สึกที่เป็นรถสปอร์ตขับหลังอยู่ แต่เมื่อมันขับ 4 ล้อ มันจะมีแรงที่จะตะกุยทางได้เร็วขึ้น ขับดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงช่วงปลาย การเข้าโค้งเมื่อเป็นขับ 4 ล้อ ก็ทำให้มันเอาถนนได้อยู่มากขึ้น เค้าโค้งแรงก็ยังปลอดภัยเพราะระบบมันดึงตัวรถกลับเข้ามาในตำแหน่งที่เหมาะสมได้เร็วมาก บอกเลยว่าราคาไม่ถึง 1.2 ล้าน น่าซื้อ!
สรุป MG4 Xpower น่าซื้อหรือ เอา MG4 ธรรมดาก็ได้?
ถ้าเอาตามความรู้สึกของผม ผมมองว่า MG4 XPower มันโคตรน่าซื้อมากๆ ถ้าเราเป็นคนไม่ติดภาพลักษณ์ของแบรนด์และเรื่องเบรกขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนเอามะม่วงสุกมาแปะไว้ในล้อ โดยรวมมันแทบจะไม่ใช้รถบ้านไฟฟ้าทั่วไปที่เราพบเจอ มันคือรถสปอร์ตไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ดีเอามากๆ แต่มันก็แอบอันตรายและไม่เหมาะกับคนบางกลุ่มอยู่ครับ
ถ้าเป็นสายสปอร์ตที่รักรถระดับเพอฟอแมนซ์แล้วอยากขยับตัวเองมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าผมว่ามันตอบโจทย์คุณ เพราะคนขับรถแรงมาก่อนจะมีทักษะที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ถึงทักษะจะไม่แน่นไม่เคยขับรถแรงๆ ระบบต่างๆ และช่วงล่างมันก็ทำให้คุณขับได้ง่ายและสนุกอยู่ดี

แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับรถสปอร์ตที่มีความแรง แค่มองภาพโดยรวมแล้วคิดว่ารถมันขับใช้ทั่วไปได้ ใช่ครับมันขับในชีวิตประจำวันได้ดีเลย แต่ในเรื่องระดับความแรงและความสบายมันไม่ได้นุ่มหรือขับชิลล์ๆ ได้แบบรถ Eco Car หรือ รถยนต์ไฟฟ้าไซซ์เล็กๆ ทั่วไป มันแรงมาก ถ้าคุณคุมเท้าไม่เก่ง คุมรถไม่อยู่ มันจะอัตรายมาก และถ้าคุณไม่ได้ชอบรถยนต์ที่แรงและฟิลลิ่งสปอร์ตจ๋า คุณขับ MG4 รุ่นปกติก็สนุกมากแล้วครับ
อีกอย่างคือใครที่อยากขับรถยนต์ไฟฟ้าแล้วพึ่งกระโดดมาจากรถสันดาปต้องบอกว่าถ้าเล็ง MG4 XPower ไว้จริงๆ อยากให้ได้ทดลองขับรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นกลางของเขาดูก่อนครับ มันอาจเพียงพอและตอบโจทย์แล้ว แต่ถ้าอยากแรงจริงก็มา Xpower เลย แนะนำว่าให้ทดลองขับก่อนจะดีที่สุด
แต่ที่แน่ๆ คือเรื่องการปรับตัวมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะยากหน่อยในช่วงแรก เพราะออปชันและฟังก์ชันการใช้งานล้นมากจนอาจใช้ไม่ครบทุกอย่างเลย
อ่านเพิ่มเติม : รู้หรือไม่? รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการประหยัดน้ำมัน

สรุปคือ ถ้าชอบรถสปอร์ตตัวแรงในงบล้านต้นๆ มา MG4 Xpower เลยจ้า แต่ถ้าชอบฟิลลิ่งเหมือนรถสปอร์ตแต่ยังรักความสบายอยู่และต้องการความแรงที่ขับขี่สนุกในทุกวันเฉยๆ เอาพอสนุกสนาน แค่ MG4 ตัวเริ่มต้น – ตัวกลาง หรือจะซื้อ MG4 มือสอง ก็คุ้มค่าและตอบโจทย์แล้ว บางครั้งความเร็วความแรงมันก็ไม่ได้ตอบโจทย์มากขนาดนั้นในการใช้งานในทุกวัน แต่ถ้าชอบก็จัดเลยครับเดลี่ยูสได้แน่ๆ แต่ต้องเอารถให้อยู่หมัดเท่านั้นเอง
ส่วนใครที่สนใจ MG4 รุ่นธรรมดาเราอยากบอกว่า ถ้าอยากเซฟค่าใช้จ่าย เรามี MG4 มือสอง มาให้คุณได้เลือกซื้อกันด้วยครับ บอกเลยว่า MG4 แค่รุ่นเริ่มต้นก็เกินต้านแล้ว ขับสนุกมากจริงๆ MG4 มือสอง ราคาเริ่มต้นที่ 619,000 บาท เท่านั้นครับ
![[หนังเต็มเรื่อง] 410H1016 Y ใส่ชุดนอนไปงานปาร์ตี้](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-932.png)







![[หนังเต็มเรื่อง] 390H1016 Y การที่เรายอม ไม่ได้แปลว่าเราแ](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-933.png)