• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 028T1020 AB014 ลูกสะใภ้ ใช้แม่สามีทำงานบ้าน

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0

Mercedes-Benz EQE 300: เมื่อราคาพลิกโฉม ประตูสู่ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมในยุค 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ก็มีไม่กี่ครั้งที่ “ราคา” จะเข้ามามีบทบาทพลิกโฉมหน้าของรถยนต์รุ่นหนึ่งได้อย่างแท้จริง และวันนี้ ผมกำลังจะพาคุณมาเจาะลึกถึง Mercedes-Benz EQE 300 ที่จากเดิมอาจถูกมองข้าม แต่ในปี 2025 นี้ ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านราคาครั้งสำคัญ มันได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของประเทศไทยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก Mercedes-Benz EQE 300 ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในตระกูล EQ ของ Mercedes-Benz นั้น ได้รับการคาดหวังอย่างสูง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านราคาที่ใกล้เคียงกับ Mercedes-Benz E-Class ซึ่งเป็นรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในระดับเรือธง ทำให้ EQE 300 ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจที่มากพอในตลาดผู้บริโภคที่ยังคงคุ้นชินกับเครื่องยนต์แบบดั้งเดิม ส่งผลให้เราแทบไม่เห็น EQE 300 โลดแล่นอยู่บนท้องถนนมากนัก นี่คือความท้าทายที่รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมหลายรุ่นต้องเผชิญในยุคเริ่มต้น แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน กฎเกณฑ์ก็ย่อมเปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนตลาด: ราคาใหม่ที่จับต้องได้ในปี 2025

สิ่งที่ทำให้ EQE 300 กลับมาอยู่ในสปอตไลท์อีกครั้งคือ “การปรับราคาครั้งใหญ่” ที่ไม่ใช่แค่การลดราคาธรรมดา แต่เป็นการประกาศเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมต้องหันมาจับตามอง จากราคาเดิมที่ 3,970,000 บาท สู่ราคาใหม่ที่ 2,890,000 บาท นั่นหมายถึงส่วนลดที่มากถึง 1,080,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยในตลาดรถยนต์ระดับนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับตัวเลข แต่เป็นการปรับตำแหน่งทางการตลาดของ EQE 300 ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อเสนอพิเศษนี้ไม่ได้มาพร้อมกับแค่ราคาที่น่าดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังพ่วงมาด้วยแพ็กเกจสุดคุ้มที่ตอกย้ำถึงความใส่ใจในประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า:
ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี: มอบความอุ่นใจในการขับขี่ตลอดปีแรก
ชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี: นี่คือไฮไลต์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการเข้าถึงสถานีชาร์จ การชาร์จแบบ DC ไม่จำกัดช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างไร้กังวล และประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงไปได้มหาศาล
ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง: สะดวกสบายในการชาร์จที่บ้าน ยุติความกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จในชีวิตประจำวัน
นำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศเยอรมนี: ตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิตและคุณภาพระดับโลกตามแบบฉบับ Mercedes-Benz
การรับประกันแบตเตอรี่ High-voltage 10 ปี หรือไม่เกิน 250,000 กิโลเมตร: นี่คือสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพราะแบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญและส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า การรับประกันที่ยาวนานนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษาในระยะยาวได้อย่างมาก

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา รถยนต์ไฟฟ้าหรู หรือ รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ในปี 2025 ด้วยข้อเสนอที่คุ้มค่าเช่นนี้ EQE 300 จึงไม่เพียงแค่เป็นตัวเลือก แต่กลายเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับ ค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า ในภาพรวมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรวมกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

ขุมพลังและสมรรถนะ: หัวใจแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าจาก Mercedes-Benz

ภายใต้รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว EQE 300 ซ่อนเร้นขุมพลังขับเคลื่อนที่น่าประทับใจ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ติดตั้งอยู่ที่เพลาล้อหลัง (RWD) ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 180 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 245 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 550 นิวตันเมตร แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำนี้คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์ไฟฟ้า มอบอัตราเร่งที่ฉับไวและต่อเนื่องในทุกย่านความเร็ว

พ่วงด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 89 kWh ซึ่งถือเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล รองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW และที่สำคัญคือรองรับการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุดถึง 170 kW ซึ่งเป็นความเร็วในการชาร์จที่สูงมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดปัจจุบัน ช่วยลดระยะเวลาในการรอชาร์จลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านตัวเลขสมรรถนะที่เคลมจากโรงงาน:
อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 210 km/h
ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม อยู่ที่ 651 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure)

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถยนต์สันดาปภายในระดับเดียวกันเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะทางวิ่งที่กว่า 600 กิโลเมตรนั้น ถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางระหว่างเมืองส่วนใหญ่ในประเทศไทยโดยไม่ต้องแวะชาร์จบ่อยครั้ง

สำหรับการชาร์จไฟฟ้า:
ชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ AC จาก 10 – 100 % ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 25 นาที เหมาะสำหรับการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนที่บ้าน
ชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง DC (170 kW) จาก 10 – 80% ใช้เวลาเพียง 32 นาที ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ด้วย เทคโนโลยีรถไฟฟ้า ที่ก้าวหน้าและ ประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า ที่โดดเด่น EQE 300 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่เป็นยานพาหนะที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมตอบโจทย์การใช้งานในยุค 2025 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สุนทรียภาพแห่งการออกแบบและประสบการณ์การใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อพูดถึงการออกแบบของ EQE 300 ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกที่เห็น อาจมีบางท่านที่ยังไม่คุ้นชินกับภาษาการออกแบบใหม่ของตระกูล EQ ที่เน้นความเรียบลื่นและโฉบเฉี่ยวเป็นพิเศษ เพื่อลดแรงต้านอากาศ (aerodynamics) และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน การออกแบบทั้งหมดถูกคิดมาเพื่อการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เส้นสายที่ไหลลื่น ตัวถังที่โค้งมน ประตูที่เรียบเนียนไปกับตัวรถ ทุกรายละเอียดล้วนมีเป้าหมายเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางวิ่งและประสิทธิภาพโดยรวม แต่เมื่อมองไปนานๆ กลับรู้สึกว่ามันคือความล้ำสมัยที่แท้จริง สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Mercedes-Benz ในการสร้างสรรค์ รถยุโรปไฟฟ้า แห่งอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ใช้งานจริง ผมได้พบกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นข้อสังเกต นั่นคือการออกแบบล้อที่มีแผ่นปิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ซึ่งแม้จะมีประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพ แต่ก็ทำให้การเติมลมยางเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย ช่องสำหรับจุกลมนั้นมีขนาดเล็กมาก ทำให้การถอดแผ่นปิดและการเข้าถึงจุกลมค่อนข้างยากลำบาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องทำความคุ้นเคย และด้วยยางที่ค่อนข้างบาง การตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ควรรอให้ไฟเตือนยางอ่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับความประณีตและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตามแบบฉบับ Mercedes-Benz จุดศูนย์รวมสายตาคือจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว ที่สวยงามคมชัด และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว มอบข้อมูลที่ครบถ้วนและอ่านง่าย แต่จากการใช้งานจริง ผมพบว่าตำแหน่งการนั่งของผู้ขับขี่อาจต้องปรับตัวเล็กน้อย ด้วยการออกแบบคอนโซลหน้าที่ค่อนข้างสูงและใหญ่โต ทำให้ผู้ขับขี่บางท่านอาจรู้สึกว่าต้องนั่งในตำแหน่งที่สูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดจอที่ใหญ่และระบบ MBUX ที่ใช้งานง่ายและสบายตา ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน

สำหรับเบาะนั่งด้านหลัง แม้จะกว้างขวาง แต่ด้วยการออกแบบให้มีความเป็น “หลุม” เพื่อโอบกระชับผู้โดยสาร อาจทำให้บางท่านรู้สึกไม่สบายตัวเท่าที่ควร โดยเฉพาะเวลาลุกออกจากเบาะจะรู้สึกว่าค่อนข้างยาก ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ Mercedes-Benz E-Class ในเรื่องความสบายของเบาะหลังแล้ว E-Class อาจจะทำได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการออกแบบที่เน้นความสปอร์ตและความกระชับตามแนวคิดของ EQE

ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร: จากเมืองสู่ทางไกล

จุดเด่นที่แท้จริงของ EQE 300 คือประสบการณ์การขับขี่ที่ Mercedes-Benz ได้ทุ่มเทออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ในการทดสอบใช้งานจริง ทั้งในเมืองและเดินทางไกล ผมสามารถยืนยันได้ว่า EQE 300 มอบความแตกต่างและเหนือกว่าในหลายมิติ

ในเมือง: EQE 300 คือความสงบที่มาพร้อมกับความคล่องตัว ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นและชาญฉลาด เสียงรบกวนจากภายนอกแทบไม่มีเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางในสภาพการจราจรติดขัดกลายเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงล่างที่นุ่มนวลช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อันชาญฉลาดก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ในเมืองได้อย่างมาก

การเดินทางไกล: เพื่อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง ผมได้ขับ EQE 300 จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ขอนแก่น ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบททดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับระยะทางวิ่งสูงสุดที่ 651 กิโลเมตร ตามที่เคลมไว้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบของรถ ทำให้การรักษาระดับความเร็วที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะคุณอาจจะเผลอเร่งความเร็วเกิน 120 km/h ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเงียบและช่วงล่างที่นุ่มนวล จึงทำให้ความเร็วรู้สึกช้ากว่าที่เป็นจริงมาก

นี่คือจุดที่ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับระยะห่างได้นี้ทำงานได้อย่างแม่นยำและราบรื่น ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกลได้อย่างมหาศาล คุณเพียงแค่ประคองพวงมาลัย ส่วนการเร่งความเร็วและเบรกตามรถคันหน้าจะถูกจัดการโดยระบบ ทำให้การขับขี่ระยะไกลกลายเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและปลอดภัยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ ที่มาพร้อมกับรถก็ยังสามารถเปิดใช้งานได้แม้ในสภาพฝนตกหนัก ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวย

น้ำหนักตัวและเสถียรภาพ: EQE 300 มีน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมากถึง 2,405 กิโลกรัม (ไม่รวมผู้โดยสารและสัมภาระ) ซึ่งมากกว่ารถยนต์สันดาปภายในขนาดเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักที่มากนี้ส่วนหนึ่งมาจากแบตเตอรี่ที่ถูกติดตั้งไว้ที่พื้นรถ ซึ่งส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำและมอบเสถียรภาพในการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม แม้จะต้องระมัดระวังเรื่องลมยางเป็นพิเศษ (ขอแนะนำให้เติมลมแข็งกว่าปกติสำหรับยางขนาด 255/40 R20) แต่น้ำหนักที่มากก็ให้ข้อดีที่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังบนถนนในระหว่างการเดินทางไกลในช่วงฤดูฝน EQE 300 สามารถวิ่งผ่านแอ่งน้ำได้อย่างมั่นคง โดยไม่เกิดอาการ “เหินน้ำ” หรือเสียการทรงตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจและมั่นใจในความปลอดภัยได้อย่างมาก เหนือกว่ารถยนต์ E-Class ด้วยซ้ำไป

การจัดการพลังงานและโครงสร้างสถานีชาร์จในยุค 2025

หนึ่งในความกังวลหลักของผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางไกลคือเรื่องของ สถานีชาร์จรถไฟฟ้า ในการทดสอบจริง ผมใช้กลยุทธ์ “เจอที่ไหนชาร์จที่นั่น” แทนที่จะรอให้แบตเตอรี่เหลือน้อย เพื่อจำลองการใช้งานในชีวิตจริงมากที่สุด จุดชาร์จแรกที่สระบุรี ผมชาร์จให้ได้ประมาณ 80% เพื่อให้สามารถวิ่งยาวๆ ไปถึงขอนแก่นได้โดยไม่ต้องแวะชาร์จอีก และเมื่อเดินทางถึงขอนแก่น ระยะทางที่ยังสามารถวิ่งได้ก็ยังคงเหลืออยู่ถึง 300 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวในตัวเมืองและบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสบาย

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ในภาคอีสานในปี 2025 ผมพบว่าตู้ชาร์จแบบ DC ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองรอง ยังคงมีจำนวนจำกัด และส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ แม้ว่ารถ EQE 300 จะรองรับการชาร์จสูงสุดถึง 170 kW แต่ตู้ชาร์จที่มีกำลังไฟสูงขนาดนั้นก็ยังหาได้ยาก ส่วนใหญ่ที่พบจะมีกำลังไฟประมาณ 180 kW ซึ่งก็ถือว่ายังดี อย่างไรก็ตาม หลักการสำคัญคือ แม้รถของคุณจะรับไฟได้แรงแค่ไหน แต่ถ้าตู้จ่ายไฟไม่แรง ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น กลยุทธ์ “เจอที่ไหนชาร์จที่นั่น” และการชาร์จแบบ “ไม่เต็ม 100%” เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณต้องการความรวดเร็ว การชาร์จเพียง 15-20 นาที ก็สามารถเพิ่มแบตเตอรี่ได้ถึง 20% ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางต่อไปได้อีกไกล และข้อดีของ EQE 300 คือสามารถรับไฟได้เร็วแม้แบตเตอรี่จะเกิน 80% ไปแล้ว ซึ่งช่วยลดเวลาการรอคอยได้อย่างมาก

สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งคือระบบการจัดการพลังงานของ EQE 300 ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้รถกินไฟไม่มาก ในการเดินทางทดสอบนี้ อัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.4 kWh/100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว และเมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟเฉลี่ยแล้วตกเพียง “กิโลเมตรละ 1 บาท” เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งและประหยัดกว่ารถยนต์สันดาปภายในอย่างเห็นได้ชัด และอีกหนึ่งความน่าเชื่อถือคือ ตัวเลขระยะทางวิ่งที่แสดงบนหน้าจอมีความแม่นยำสูง และจะแปรผันตามพฤติกรรมการขับขี่และความเร็วที่ใช้จริง ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นที่ตัวเลขไม่ตรงกับความเป็นจริง

ระบบ MBUX Entertainment Plus มาพร้อมกับระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation แผนที่ 3 มิติ พร้อมข้อมูลสภาพการจราจรแบบ Live Traffic Information และที่สำคัญคือสามารถแสดงตำแหน่งสถานีชาร์จไฟได้อีกด้วย ซึ่งช่วยให้การวางแผนการเดินทางและหยุดพักเพื่อชาร์จไฟเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยที่เหนือระดับ: ปกป้องทุกการเดินทาง

Mercedes-Benz ไม่เคยประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัย EQE 300 มาพร้อมกับแพ็กเกจความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกสถานการณ์:

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่
ถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (เพิ่มความปลอดภัยในการชนด้านข้าง)
เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง พร้อมสัญญาณเตือนสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program)
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive brake light
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร
ระบบสร้างเสียงจำลอง สำหรับเตือนผู้ใช้ถนน Acoustic presence indicator (สำคัญมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เงียบมาก)
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้า และควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Distance Assist DISTRONIC
กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system
ระบบเตือนแรงดันลมยาง
อุปกรณ์ปะยางแบบฉุกเฉิน TIREFIT

ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รายการฟีเจอร์ แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นองค์รวม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเดินทางใน EQE 300 จะเต็มไปด้วยความอุ่นใจและปลอดภัยสูงสุด สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาของ Mercedes-Benz ที่มีต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนน

สรุปและบทเชิญชวน: EQE 300 ในฐานะผู้นำแห่งอนาคต

Mercedes-Benz EQE 300 ในราคาใหม่ 2,890,000 บาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมวงการรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทยอย่างแท้จริง มันไม่ใช่แค่การลดราคา แต่เป็นการมอบข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ผนวกกับแพ็กเกจสิทธิพิเศษที่ครบครัน ทั้งประกันภัย, การชาร์จ DC ไม่จำกัด, Wallbox และการรับประกันแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ทำให้ EQE 300 ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นอย่างแท้จริง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการ ผมมองว่าส่วนต่างด้านราคาที่มากกว่าหนึ่งล้านบาทเมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในระดับเดียวกัน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ประหยัดลงอย่างมหาศาล (เพียง 1 บาทต่อกิโลเมตรในการเดินทางไกล) คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในยุค 2025 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

EQE 300 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ รถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่เป็นประตูสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความปลอดภัยสูงสุด และเหนือสิ่งอื่นใดคือความคุ้มค่าที่ไม่มีใครเทียบได้ในตลาดปัจจุบัน หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่มอบทั้งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และความประหยัด พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสูงสุดในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพิจารณา

อย่าปล่อยให้โอกาสในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลกหลุดลอยไป สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Mercedes-Benz EQE 300 ด้วยตัวคุณเอง และค้นพบว่าอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและน่าตื่นเต้นรอคุณอยู่ที่โชว์รูม Mercedes-Benz ใกล้บ้านคุณ หรือจองสิทธิ์พิเศษนี้ผ่าน Online Showroom ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2025 เพื่อปลดล็อกประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือกว่าใคร

ร่วมสัมผัสอนาคตไปกับ Mercedes-Benz EQE 300 วันนี้!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 027T1020 AB013 แผนการทดสอบ ผู้จัดการ

Next Post

[ตอนที่ 2] 032T1020 AB018 ทั้งบริษัทมีฉันเก่งอยู่คนเดียว

Next Post

[ตอนที่ 2] 032T1020 AB018 ทั้งบริษัทมีฉันเก่งอยู่คนเดียว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.