JAECOO 5 EV: พลิกโฉมวงการ SUV ไฟฟ้าในไทย กับนิยามใหม่ของความคุ้มค่าและสมรรถนะแห่งปี 2025
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่จะน่าตื่นเต้นและก้าวกระโดดเท่ากับการมาถึงของยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ก้าวสู่จุดที่เติบโตอย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นทางเลือกหลักที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างจริงจัง ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่แพร่หลายขึ้น ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดของรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ที่หลั่งไหลเข้ามา หนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาและสร้างความฮือฮาได้อย่างมากในปีนี้คือ JAECOO 5 EV รถ SUV ไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์ JAECOO ภายใต้การดูแลของ OMODA & JAECOO ที่พร้อมจะมาสร้างมาตรฐานใหม่ในเซ็กเมนต์ B-SUV ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานทั้งดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ที่สำคัญคือมาพร้อมกับราคาที่เรียกได้ว่า “ปฏิวัติวงการ” ซึ่งทำให้ JAECOO 5 EV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างรอบด้าน
ในบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกทุกแง่มุมของ JAECOO 5 EV จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงเป็นมากกว่าแค่ “รถยนต์ไฟฟ้าตัวเริ่มต้น” แต่คือมิติใหม่ของการขับขี่ที่พร้อมจะขับเคลื่อนอนาคตของคุณไปข้างหน้า
ก้าวสู่ยุคใหม่: ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2025 และจุดยืนของ JAECOO 5 EV
การเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ จากที่เคยเป็นเพียงสินค้าเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น การประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้การตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมากขึ้นกว่าที่เคย และนี่คือฉากหลังที่ JAECOO 5 EV ได้ก้าวเข้ามาสร้างความน่าสนใจให้กับผู้บริโภค ด้วยการวางตำแหน่งเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ราคาดีเวอร์” ที่เข้าถึงง่าย แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพและนวัตกรรม
JAECOO 5 EV ไม่ได้แค่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด แต่ยังเข้ามาเพื่อเขย่าบัลลังก์ของคู่แข่ง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ครบครันในราคาที่จับต้องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์พลังงานสะอาด หรือสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันที่สองสำหรับครอบครัว การมาถึงของ JAECOO 5 EV จึงเป็นการตอกย้ำว่า เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่านั้นไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับป้ายราคาที่สูงลิ่วเสมอไป
ดีไซน์ที่สะท้อนอนาคต: ความลงตัวของความแกร่งและความทันสมัย
ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์เพียงเพื่อการเดินทางอีกต่อไป แต่ยังต้องการรถที่สะท้อนถึงบุคลิกและไลฟ์สไตล์ การออกแบบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ JAECOO 5 EV ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก ด้วยมิติตัวถังที่ความยาว 4,380 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,700 มม. และระยะความสูงใต้ท้องรถ 174 มม. ทำให้ JAECOO 5 EV มีสัดส่วนที่ลงตัวสำหรับการเป็น B-SUV ทั้งความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและความมั่นคงบนท้องถนน
งานออกแบบภายนอกของ JAECOO 5 EV โดดเด่นด้วยรูปทรงกล่องที่เน้นความแข็งแกร่งและบึกบึน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเซ็กเมนต์ SUV กระจังหน้าแบบโปร่งใสที่ตีตราชื่อแบรนด์ “J A E C O O” ไว้ตรงกลาง แทนที่เส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์แบบเดิม ๆ เป็นการปรับเปลี่ยนที่ชาญฉลาด ทำให้รถดูทันสมัยและเป็นมิตรกับไฟฟ้ามากขึ้น ชุดไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่จัดวางอย่างลงตัวด้านข้างช่วยเสริมความโดดเด่นและให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในการขับขี่
เส้นสายด้านข้างเน้นความเรียบหรู แต่ยังคงความปราดเปรียว ด้วยเส้นนำสายตาที่ลากยาวตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย สร้างความต่อเนื่องและมีมิติ มือจับประตูแบบปกติเป็นทางเลือกที่ใช้งานง่ายและทนทาน ส่วนล้ออัลลอยทูโทนขนาด 18 – 19 นิ้ว ไม่เพียงแต่เสริมความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน ไฟท้าย LED แนวนอนที่พาดเต็มความกว้างของตัวรถ พร้อมสปอยเลอร์หลังคาขนาดใหญ่และดิฟฟิวเซอร์สีดำ คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความล้ำสมัย นอกจากนี้ ราวแล็คหลังคาสีบรอนซ์เงินแบบตายตัวยังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานและความเป็นรถ SUV ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ห้องโดยสารที่สะท้อนความมินิมอลผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ JAECOO 5 EV คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญาการออกแบบแบบมินิมอลที่เน้นความสะอาดตาและความกว้างขวาง แผงแดชบอร์ดที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน สะท้อนถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขขี่เป็นอันดับแรก จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสองก้าน ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย
ไฮไลท์ที่แท้จริงคือหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 13.2 นิ้ว ที่ติดตั้งในแนวตั้งบนคอนโซลกลาง ซึ่งไม่เพียงแต่มีขนาดใหญ่และคมชัด แต่ยังตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้อย่างราบรื่น มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุด ผู้ใช้งานสามารถควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่ระบบนำทางไปจนถึงการเล่นเพลงโปรด และเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนยุคใหม่ JAECOO 5 EV ยังมาพร้อมที่ชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย ช่วยให้คุณเชื่อมต่อได้ตลอดการเดินทาง
ชุดอุปกรณ์ภายในยังได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Push Start, กุญแจรีโมท Keyless Entry ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าออก, ชุดไฟ Ambient Light ที่ปรับเปลี่ยนสีสันได้ตามอารมณ์ เพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร, ระบบเครื่องเสียงจาก Sony พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง ที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดและมิติเสียงที่สมจริงราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตฮอลล์, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา ช่วยให้ผู้โดยสารแต่ละฝั่งสามารถตั้งอุณหภูมิที่ต้องการได้เอง และเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่บนสภาพการจราจรที่ติดขัด
เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและนั่งสบาย เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ส่วนเบาะหลังสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับรถ SUV ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุ 480 ลิตร สามารถขยายได้มากถึง 1,284 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง รองรับการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่สำหรับการเดินทางไกลหรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ได้อย่างไร้กังวล
สมรรถนะที่เร้าใจและการขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยพลังงานไฟฟ้า
JAECOO 5 EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว มอบพละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถ B-SUV ไฟฟ้าในระดับราคานี้ การส่งกำลังไปยังล้อหน้า (FWD – Front-Wheel Drive) ทำให้รถมีอัตราเร่งที่รวดเร็วและตอบสนองได้ทันใจ สามารถเร่งจาก 0-100 km/h ได้ภายใน 7.7 วินาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการแซงในสถานการณ์ต่าง ๆ และมอบความสนุกในการขับขี่อย่างแน่นอน ความเร็วสูงสุดที่ 175 km/h ก็เพียงพอสำหรับการเดินทางบนทางหลวงในประเทศไทย
หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ และ JAECOO 5 EV ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 58.9 kWh ที่มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 461 km. ตามมาตรฐาน NEDC หรือประมาณ 400 km. ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ระยะทางนี้ช่วยลดความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” ได้เป็นอย่างดี ทำให้การวางแผนการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ในส่วนของการชาร์จไฟ JAECOO 5 EV รองรับหัวชาร์จ Type2 / CCS Combo ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แพร่หลายในประเทศไทย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสถานีชาร์จสาธารณะได้อย่างง่ายดาย สำหรับการชาร์จกระแสสลับ (AC) รองรับสูงสุด 11 kW ซึ่งเหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านในเวลากลางคืน ส่วนการชาร์จกระแสตรง (DC) รองรับสูงสุด 80 kW ช่วยให้การชาร์จจาก 0-80% ใช้เวลาไม่นานนัก ลดเวลาที่ต้องใช้ที่สถานีชาร์จสาธารณะลงได้อย่างมาก นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ JAECOO 5 EV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
ขีดสุดแห่งความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS)
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้ำว่าความปลอดภัยคือสิ่งที่ไม่อาจประนีประนอมได้ และ JAECOO 5 EV ก็เข้าใจถึงหลักการนี้เป็นอย่างดี ด้วยการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ทำงานร่วมกับเรดาร์คลื่นระดับมิลลิเมตร 2 ระบบ และระบบเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรระยะไกล 1 ระบบ ทำให้รถคันนี้เปรียบเสมือนมี “ดวงตา” และ “สมอง” ที่คอยช่วยดูแลความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ระบบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ และเพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ในรุ่น JAECOO 5 EV Dynamic ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น ก็มาพร้อมชุดความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการมอบมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น:
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB): ช่วยลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการชน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control – ACC): ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่บนทางหลวง
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้า
ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) และระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (LCA): ช่วยให้รถอยู่ในเลนที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการเผลอขับออกนอกเลน
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA): ช่วยให้การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดเป็นเรื่องง่ายขึ้น
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot): แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ช่วยลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW): ป้องกันอุบัติเหตุจากการเปิดประตูชนรถหรือมอเตอร์ไซค์ที่แล่นผ่าน
ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) และระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA): เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอดและออกจากช่องจอด
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และฟังก์ชันแสดงภาพใต้พื้นรถ 540 องศา: ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างชัดเจน แม้ในพื้นที่แคบหรือเมื่อต้องลุยเส้นทาง off-road เบาๆ นี่คือฟีเจอร์ที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้า: ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย
นอกจากนี้ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-Link ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และควบคุมได้ง่าย พร้อมโหมดการขับขี่ ECO / Normal / Sport ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและสภาพการขับขี่
ทางเลือกที่คุ้มค่า: รุ่น Dynamic และ Max
JAECOO 5 EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย เพื่อตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน:
JAECOO 5 EV Dynamic: ราคาเริ่มต้น 549,000 บาท
JAECOO 5 EV Max: ราคา 599,000 บาท
การกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท สำหรับรุ่น Dynamic นั้นเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่น่าตกใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ JAECOO 5 EV Dynamic ก็มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานและความปลอดภัยที่ครบครันดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับราคาเดียวกันหลายคัน
สำหรับรุ่น Max ที่มีราคาเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ก็น่าจะมาพร้อมกับฟีเจอร์และอุปกรณ์ที่เสริมความหรูหราและความสะดวกสบายให้มากยิ่งขึ้น เช่น ขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น ระบบเสียงที่ดีขึ้น หรือฟังก์ชันการปรับแต่งภายในที่พรีเมียมกว่าเดิม ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายในการจับจองเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
สีสันแห่งการเดินทาง: ตัวเลือกสีภายนอกและภายใน
JAECOO 5 EV มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Carbon Black, สีเทา Cloudy Grey, สีขาว Snowy White และสีน้ำเงิน Bahamas Blue ซึ่งเป็นตัวเลือกที่หลากหลายและทันสมัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกสีที่เข้ากับบุคลิกและความชอบของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับสีภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 2 สี คือ สีเทา Light Grey และสีดำ Black ซึ่งเป็นโทนสีที่เรียบหรูและดูแลรักษาง่าย
บทสรุป: อนาคตของการขับขี่ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน ผมกล้ากล่าวได้ว่า JAECOO 5 EV ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “รถยนต์ไฟฟ้าตัวเริ่มต้น” ทั่วไป แต่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาด B-SUV ไฟฟ้าของประเทศไทย ด้วยการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดี เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และชุดความปลอดภัย ADAS ที่ครบครัน ทำให้ JAECOO 5 EV ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าในยุค 2025
สำหรับผู้ที่ยังลังเลกับการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 5 EV คือคำตอบที่น่าสนใจที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า ด้วยการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ค่าบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าที่ต่ำกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม JAECOO 5 EV คือการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของคุณ
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง!
เรียนเชิญคุณสัมผัสและทดลองขับ JAECOO 5 EV ได้ที่โชว์รูม OMODA & JAECOO ทั่วประเทศ เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและค้นพบว่าทำไม JAECOO 5 EV ถึงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV ที่ใช่สำหรับคุณ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตไปพร้อมกับเรา!
![[ตอนที่ 2] 138T1020 AB124 มรดกของยาย กลายเป็นศึกแย่งที่ดิน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1476.png)
![[ตอนที่ 2] 139T1020 AB125 ข้าวเปล่า 5 บาท เติมกำลังใจ](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1477.png)