ZEEKR 7X: กำหนดนิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าหรูที่ “ลุยได้จริง” แห่งปี 2025
ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของรถยนต์ EV ที่ก้าวข้ามจากความแปลกใหม่สู่กระแสหลัก ยิ่งก้าวเข้าสู่ปี 2025 ตลาด SUV ไฟฟ้าพรีเมียม ยิ่งทวีความร้อนแรง การแข่งขันดุเดือดขึ้นทุกขณะ และผู้บริโภคก็มองหาสิ่งที่เหนือกว่าแค่ “เป็นรถไฟฟ้า” พวกเขาต้องการรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ การขับขี่ระยะไกล และที่สำคัญคือ “ความสามารถในการพาไปได้ทุกที่” ซึ่งเป็นจุดที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังทำได้ไม่ดีนัก
แต่แล้ว ZEEKR 7X ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมท้าทายทุกข้อจำกัดที่เคยมีมา นี่ไม่ใช่แค่ SUV ไฟฟ้าหรูหรา อีกคันในตลาด แต่มันคือการประกาศศักดาครั้งใหม่ ที่ผสมผสานความล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่ง และความสามารถในการ “ลุยได้จริง” ในแบบที่รถยนต์ไฟฟ้าแทบทุกค่ายยังทำไม่ได้ หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่พร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกเส้นทาง ZEEKR 7X คือคำตอบที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญขอแนะนำ
พลิกโฉมตลาด SUV ไฟฟ้า: สมดุลที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและขีดความสามารถ
หลายปีที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้ามักถูกมองว่าเหมาะกับการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางบนทางเรียบเท่านั้น แต่ ZEEKR 7X ได้เข้ามาเปลี่ยนมุมมองนี้อย่างสิ้นเชิง ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา เส้นสายที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตัวถังขนาดกำลังดีที่ดูภูมิฐาน ไม่เทอะทะ แต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป สะท้อนถึงการออกแบบที่พิถีพิถันจาก Geely Holding Group บริษัทแม่ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ระดับโลกมากมาย
ในตลาดปี 2025 ที่ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยี EV มากขึ้น ZEEKR 7X ตอบโจทย์ด้วยการนำเสนอสิ่งที่คู่แข่งยังไม่มี นั่นคือการเป็น รถยนต์ไฟฟ้าออฟโรด ในระดับที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่มีโหมดขับขี่เท่านั้น แต่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาให้รับมือกับสภาพเส้นทางที่ท้าทายได้ ซึ่งเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างและทำให้ ZEEKR 7X โดดเด่นอย่างแท้จริง
ขุมพลังแห่งอนาคต: สมรรถนะที่เร้าใจพร้อมสำหรับทุกเส้นทาง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน ZEEKR 7X คือขุมพลังไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนามาอย่างเหนือชั้น ด้วยแพลตฟอร์ม 800V Technology Lithium-ion (NMC) ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของ เทคโนโลยีชาร์จเร็ว EV และประสิทธิภาพพลังงานสูงสุดในตลาด 2025
สำหรับรุ่น Long Range RWD:
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ล้อหลัง ให้พละกำลังสูงสุด 422 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากเกินพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.0 วินาที ถือว่าจัดจ้านไม่แพ้รถสปอร์ตหลายๆ คัน ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 100 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางมากกว่า 700 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณวางใจได้ในการเดินทางข้ามจังหวัด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อยๆ การขับเคลื่อนล้อหลังยังให้สัมผัสการขับขี่ที่คล่องตัวและเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแม่นยำในการควบคุม
สำหรับรุ่น Performance AWD:
นี่คือเวอร์ชันที่ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุด ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 646 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 710 นิวตันเมตร แรงดึงที่สัมผัสได้นั้นน่าประทับใจตั้งแต่กดคันเร่ง ทำให้ Performance AWD กลายเป็น รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง อย่างแท้จริง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที ซึ่งอยู่ในระดับของ Supercar หลายรุ่นเลยทีเดียว แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh เท่ากัน แต่ด้วยพละกำลังที่มากกว่า ทำให้ระยะทางวิ่งอยู่ที่ประมาณ 600 กิโลเมตร (NEDC) ซึ่งก็ยังถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับการเดินทางไกล จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า AWD ที่กระจายกำลังไปยังทุกล้ออย่างชาญฉลาด มอบการยึดเกาะถนนสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ทั้งคู่ถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 210 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเพียงพอและปลอดภัยสำหรับสภาพถนนในประเทศไทยและทั่วโลก
เทคโนโลยีการชาร์จที่ล้ำหน้า: พลิกโฉมการเดินทางในปี 2025
หนึ่งในข้อกังวลหลักของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าคือเรื่องการชาร์จ แต่ ZEEKR 7X ได้เข้ามาคลี่คลายข้อกังวลนี้ด้วย เทคโนโลยีชาร์จเร็ว EV ที่ล้ำสมัยที่สุดในตลาดปี 2025 รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
กระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 22 kW ช่วยให้การชาร์จที่บ้านหรือตามจุดชาร์จสาธารณะทำได้อย่างรวดเร็ว
กระแสตรง (DC Fast Charging): จุดเด่นที่แท้จริงคือการรองรับสูงสุดถึง 420 kW ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ! การชาร์จ DC 360 kW จาก 10% ไป 80% ใช้เวลาเพียง 13-16 นาทีเท่านั้น นั่นหมายความว่าคุณสามารถแวะพักจิบกาแฟสั้นๆ ในระหว่างการเดินทาง แล้วได้แบตเตอรี่กลับมาพร้อมวิ่งต่ออีกหลายร้อยกิโลเมตร ความรวดเร็วในการชาร์จระดับนี้ ทำให้การเดินทางไกลด้วย EV ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป
ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก (V2L): ด้วยกำลังสูงสุด 3.3 kW (3,300 วัตต์) ฟังก์ชันนี้ทำให้ ZEEKR 7X ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ คุณสามารถเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ตั้งแคมป์ หรือแม้แต่ใช้เป็นแหล่งสำรองไฟฉุกเฉินในบ้าน ฟีเจอร์นี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากใน นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 2025
บทพิสูจน์ที่เหนือความคาดหมาย: ประสบการณ์ “ออฟโรด” ที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญต้องทึ่ง
นี่คือจุดที่ ZEEKR 7X สร้างความประหลาดใจให้กับผมและทีมงานอย่างแท้จริง ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ EV มานาน ผมมักจะตั้งข้อสงสัยกับความสามารถ “ออฟโรด” ของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะข้อจำกัดด้านน้ำหนักและสมดุลที่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่การทดสอบที่เขาใหญ่ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้ ZEEKR 7X พิสูจน์ให้เห็นว่ามันแตกต่างออกไป
เมื่อเข้าสู่โหมด Off-Road ด้วย ช่วงล่างถุงลมแบบ Active Air Suspension with CCD ตัวรถจะยกสูงขึ้นโดยอัตโนมัติถึง 230 มม. ซึ่งเป็นระยะ Ground Clearance ที่สูงเพียงพอที่จะผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างสบายๆ
สถานีเนินสลับ: ในการขับขี่ผ่านเนินสลับที่ทำให้ล้อบางส่วนลอยจากพื้น ระบบจัดการกำลังของ ZEEKR 7X ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มันถ่ายเทกำลังไปยังล้อที่ยังยึดเกาะพื้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือการให้ตัวของช่วงล่างที่นุ่มนวล แต่ก็มั่นคง ตัวรถโคลงตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงการปรับแต่งที่ละเอียดอ่อน
เนินชัน: การขึ้นเนินชันด้วยพละกำลังมหาศาลของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ทำให้ประทับใจคือการควบคุมพลังงาน ระบบจัดการไม่ให้ล้อฟรีทิ้งเมื่อออกตัวกลางเนิน หรือการควบคุมที่นุ่มนวลไม่รุนแรงจนเกินไป
การลงเนินชัน: ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันอัตโนมัติ (HDC) ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ มันควบคุมความเร็วของรถให้คงที่อย่างนุ่มนวลและปลอดภัย ราวกับกำลังขับรถยุโรปหรูหราที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำให้การลงเนินสูงเป็นเรื่องที่สบายใจ
เส้นทางขรุขระ: การวิ่งผ่านทางขรุขระด้วยช่วงล่างถุงลม ให้ความนุ่มนวลในการซับแรงกระแทกเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่น่าสนใจคือพวงมาลัยยังคงนิ่งสนิท ไม่มีอาการสั่นหรือสะท้านมือให้เห็นเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์ SUV ไฟฟ้าหลายคันยังทำได้ไม่ดีเท่า ต้องบอกว่า ZEEKR 7X สอบผ่านการทดสอบออฟโรดได้อย่างน่าประทับใจจริงๆ และเหนือความคาดหมายของผมไปมาก
บนทางเรียบ รุ่น Performance AWD มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจด้วยแรงดึงมหาศาล ผสมผสานกับความนุ่มนวลของช่วงล่างถุงลม ในขณะที่รุ่น Long Range RWD แม้จะแรงน้อยกว่า แต่ก็ยังให้แรงดึงที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป และช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลในระดับที่น่าพอใจ อาจจะรู้สึกกระชับกว่ารุ่น Performance เล็กน้อย แต่ก็ยังคงความสบายในการเดินทาง
ห้องโดยสารพรีเมียม: redefining ความหรูหราและความสะดวกสบายใน EV
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ ZEEKR 7X คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้น “ความผ่อนคลายขั้นสูง” และ ภายในหรูหรา รถไฟฟ้า ที่แท้จริง
เบาะนั่ง: หุ้มด้วยหนัง Nappa Leather คุณภาพสูง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่ให้ความสบายในการนั่ง แต่ยังสื่อถึงรสนิยมที่เหนือระดับ เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบนวดและเป่าลม ช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางไกล หรือหลังจากวันทำงานที่หนักหน่วง ทำให้ทุกการเดินทางกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงาน
เบาะหลัง: ไม่ได้ถูกมองข้าม เบาะหลังที่ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับองศาการนั่งได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การทำงาน หรือแม้แต่การรับชมความบันเทิง ทำให้พื้นที่ด้านหลังกลายเป็น “ห้องนั่งเล่นส่วนตัว” ที่สมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและทุกอิริยาบถของผู้โดยสาร
ฟังก์ชันอำนวยความสะดวก: ประตูทั้ง 4 บานเป็นระบบไฟฟ้า เปิด-ปิด ได้อย่างนุ่มนวล รวมถึงม่านบังแดดประตูคู่หลังที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร
ศูนย์บัญชาการอัจฉริยะ: ระบบสารสนเทศและความบันเทิงที่เหนือระดับ
ZEEKR 7X ไม่เพียงแต่หรูหรา แต่ยังชาญฉลาด ด้วยระบบสารสนเทศและความบันเทิงที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 2025 จะมีได้
หน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด 3.5K: มอบภาพที่คมชัด สีสันสดใสจนน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลแผนที่ การชมภาพยนตร์ หรือการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ก็ราบรื่นไร้ที่ติ
หน้าจอ AR HUD ขนาด 36.21 นิ้ว: ระบบ Head-Up Display แบบ Augmented Reality จะฉายข้อมูลสำคัญขึ้นบนกระจกหน้ารถโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลการขับขี่ ความเร็ว หรือข้อมูลนำทาง โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเมื่อยล้า
หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว: แสดงผลข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่สวยงามและเข้าใจง่าย
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor (5nm): หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบทั้งหมดนี้ ทำให้การประมวลผลรวดเร็วและราบรื่น การตอบสนองต่อคำสั่งต่างๆ ทำได้อย่างฉับไว ไม่มีอาการหน่วงหรือสะดุด นี่คือชิประดับพรีเมียมที่รับประกันประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยมใน รถยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัย
ระบบเสียง ZEEKR Sound Pro พร้อมลำโพง 21 จุด: สร้างมิติเสียงรอบทิศทางเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ มอบ ประสบการณ์ขับขี่ EV ระดับพรีเมียม ที่สมบูรณ์แบบ ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพของเสียงเพลงตลอดการเดินทาง
ความปลอดภัยระดับโลก: มั่นใจในทุกเส้นทางด้วย ZEEKR 7X
ความปลอดภัยคือสิ่งที่ ZEEKR ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ด้วย ระบบความปลอดภัย ZEEKR ที่ครบครันและได้มาตรฐานระดับโลก
แพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture): ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA ที่ได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อความแข็งแกร่งสูงสุดในการปกป้องผู้โดยสาร
Euro NCAP 5 ดาว: ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด 5 ดาวจาก Euro NCAP ด้วยคะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับผู้โดยสารเด็ก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องทุกคนในครอบครัว
ระบบช่วยขับขี่ ZEEKR AD: ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips เพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
โครงสร้างตัวถัง Dome-Shaped และ Single Piece Die-Cast: โครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped และโครงสร้างตัวถังด้านหลังแบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ (Single Piece Die-Cast) ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยจากการชน แต่ยังช่วยลดน้ำหนักตัวรถ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น และยังเพิ่มความแข็งแรงของ แบตเตอรี่ EV อายุการใช้งานยาวนาน ที่ถูกปกป้องอยู่ภายใน
ราคาและการรับประกัน: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า
สำหรับ ZEEKR 7X ประเทศไทย คาดการณ์ราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับ SUV ไฟฟ้าพรีเมียม ในปี 2025 (นำเข้า CBU จากจีน)
7X Long Range RWD: ช่วงราคา 1,700,000 บาท
7X Performance AWD: ช่วงราคาไม่เกิน 1,900,000 บาท
ราคาอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศในวันที่ 15 สิงหาคม 2025 นี้ ซึ่งเป็นวันที่หลายคนจับตามอง
ZEEKR ประเทศไทย ยังมอบความอุ่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพที่น่าเชื่อถือ:
รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.
รับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์: นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: นาน 8 ปี หรือ 180,000 กม.
การรับประกันที่ครอบคลุมนี้ตอกย้ำถึงความมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของ ZEEKR 7X และมอบ แบตเตอรี่ EV อายุการใช้งานยาวนาน ที่มาพร้อมความอุ่นใจตลอดการใช้งาน
บทสรุปจากประสบการณ์ 10 ปี: ZEEKR 7X คืออนาคตของ SUV ไฟฟ้า
หลังจากได้สัมผัสและทดสอบ ZEEKR 7X อย่างใกล้ชิด ผมสามารถยืนยันได้อย่างมั่นใจว่านี่คือหนึ่งใน นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่น่าจับตามองที่สุดในตลาด มันไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่แรงและหรูหรา แต่มันคือ SUV ไฟฟ้าที่ปลดล็อกข้อจำกัดด้านการขับขี่แบบออฟโรด ที่รถ EV ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้ดีเท่า
หากคุณกำลังมองหา SUV ไฟฟ้าพรีเมียม ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะที่เร้าใจ ความหรูหราภายในห้องโดยสาร เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย ระบบชาร์จที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือความสามารถในการพาคุณไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนทางเรียบหรือเส้นทางที่ท้าทาย ZEEKR 7X คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นคู่หูที่พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร
อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและสัมผัส ZEEKR 7X ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านคุณ วันนี้คือเวลาที่คุณจะก้าวเข้าสู่โลกของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ “ลุยได้จริง” อย่างแท้จริง.
![[ตอนที่ 2] 211T1020 AB197 จากเด็กเสิร์ฟ สู่ประธานบริษัท](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1546.png)
![[ตอนที่ 2] 212T1020 AB198 ร้านข้าวเล็ก ๆ กับน้ำใจที่ยิ่งใหญ่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1547.png)