Suzuki XL7 Hybrid 2025: รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ยังเป็น “ตัวจริง” ในสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัว 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีการแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายขึ้นทุกวัน และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 ที่เทคโนโลยีและแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเลือกรถยนต์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับความคุ้มค่าและความประหยัด จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถึงกระนั้น ท่ามกลางกระแสรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีล้ำสมัยต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ผมยังมองเห็น “เพชรเม็ดงาม” ที่ยังคงเปล่งประกายความน่าสนใจได้อย่างไม่เสื่อมคลาย นั่นคือ Suzuki XL7 Hybrid 2025 รถ MPV ยกสูง 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับหัวใจไฮบริดขนาดกะทัดรัด แต่เปี่ยมด้วยความอเนกประสงค์ ในราคาที่ยังคงจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 799,000 บาท ซึ่งในสภาพตลาดปัจจุบัน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ “ยังน่าใช้” อย่างยิ่ง
Suzuki XL7 Hybrid: จุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาด 2025 ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
ในยุคที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคต่างมองหารถยนต์ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเทคโนโลยีไฮบริดก็เป็นหนึ่งในทางออกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่คำว่า “ไฮบริด” ก็มีหลายระดับ ตั้งแต่ Mild-hybrid ไปจนถึง Plug-in Hybrid หรือกระทั่ง Full Hybrid ซึ่งแต่ละแบบก็มาพร้อมกับต้นทุนและประสิทธิภาพที่แตกต่างกันไป Suzuki XL7 Hybrid เลือกใช้ระบบ Mild-hybrid หรือ “สมาร์ทไฮบริด” ซึ่งเป็นการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated Starter Generator) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาดเล็ก ช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์หลัก โดยเฉพาะในจังหวะออกตัวหรือเร่งแซง รวมถึงระบบ Idle Stop/Start ที่ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพกว่าระบบปกติ ซึ่งนี่คือจุดเด่นที่ทำให้ XL7 Hybrid ยังคงเป็นรถยนต์ที่ “สมเหตุสมผล” สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ไม่ต้องการจ่ายแพงสำหรับระบบไฮบริดเต็มรูปแบบ แต่ยังต้องการอรรถประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษได้ในระดับหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและตั้งราคาที่น่าสนใจได้เป็นอย่างมาก ในขณะที่ยังคงได้รถที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล และเมื่อพิจารณาถึงราคาเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนานถึง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ทำให้ความมั่นใจในการเป็นเจ้าของ Suzuki XL7 Hybrid ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
การออกแบบภายนอก: ความแกร่งที่ซ่อนความพรีเมียม – ฉบับปี 2025
แม้จะไม่ได้มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ แต่ Suzuki XL7 Hybrid ก็ยังคงรักษาดีไซน์ที่ดูแข็งแกร่ง บึกบึน และพร้อมลุยในสไตล์ SUV ได้อย่างดีเยี่ยม และในรุ่นปี 2025 นี้ สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เสริมให้ภาพลักษณ์โดยรวมดูทันสมัยและพรีเมียมมากยิ่งขึ้น กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์ใหม่ที่เชื่อมต่อกับชุดไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ LED ไม่เพียงแต่ให้ความสว่างที่ชัดเจนในยามค่ำคืน แต่ยังมาพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และฟังก์ชัน “Guide Me Home” ที่หน่วงเวลาการส่องสว่างหลังจากดับเครื่อง ช่วยนำทางคุณเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย หรือแม้แต่ฟังก์ชัน “Follow Me Home” ที่ส่องสว่างเมื่อคุณเดินเข้าใกล้ตัวรถในที่มืด ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายและดูทันสมัยในยุค 2025 ได้อย่างลงตัว
ด้านข้างตัวรถ เส้นสายที่คมชัดพร้อมชุดแต่งสไตล์ครอสโอเวอร์รอบคัน และราวหลังคา (Roof Rail) ที่มีมาให้จากโรงงาน ไม่เพียงแค่เสริมความดุดัน แต่ยังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานสำหรับการบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางของครอบครัว ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์เดิมที่อาจจะดูเรียบง่ายไปบ้าง แต่ก็มาพร้อมยางขนาด 195/60 R16 ซึ่งเป็นขนาดที่หาได้ง่ายและมีราคาไม่แพง ซึ่งเป็นข้อดีในระยะยาวสำหรับการดูแลรักษา ด้านท้ายมีการตกแต่งด้วยแผง Chrome Black Garnish สีดำบริเวณเหนือช่องติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมสัญลักษณ์ “HYBRID” ที่บ่งบอกถึงขุมพลังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของ Suzuki XL7 Hybrid ยังคงความน่าเชื่อถือและพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะขับขี่ในเมือง หรือออกไปผจญภัยนอกเมืองก็ตาม
ภายในห้องโดยสาร: ความสบายและความอเนกประสงค์สำหรับ 7 ชีวิตในยุคดิจิทัล
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Suzuki XL7 Hybrid สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวอย่างแท้จริง เบาะนั่งทั้ง 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยวัสดุผ้าสีเทา-ดำ ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรถยนต์ครอบครัว เบาะนั่งคนขับสามารถปรับสูง-ต่ำได้ เพื่อให้ได้ท่านั่งที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน
หัวใจสำคัญของการเป็นรถยนต์ครอบครัวคือความยืดหยุ่นของพื้นที่ เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง และปรับเอนได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาหรือเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายได้ตามต้องการ พร้อมพนักพิงศีรษะครบทั้ง 3 ตำแหน่ง ทำให้ผู้โดยสารแถวสองเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้แถวหน้า ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 แม้จะเหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ในระยะทางสั้นๆ มากกว่า แต่เมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกันหรือรถ PPV ก็ยังถือว่ามีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไปสำหรับการเดินทางที่ไม่ไกลนัก และสามารถพับแยกแบบ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้อีกด้วย ซึ่งความอเนกประสงค์นี้ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวสมัยใหม่ในเมืองใหญ่ ที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานรถในแต่ละวัน
ในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวก Suzuki XL7 Hybrid ก็จัดเต็มมาให้แบบครบครันตามมาตรฐานรถยนต์ปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจ Keyless Entry ที่ช่วยให้เข้า-ออกรถได้ง่ายขึ้น พร้อมปุ่ม Keyless Push Start สำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ D-Shape ที่นอกจากจะดีไซน์สปอร์ตแล้ว ยังมาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง รับ-วางสายโทรศัพท์ และที่สำคัญคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่สำคัญสำหรับการเดินทางไกลบนทางหลวง ทำให้การขับขี่ผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่ปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกคนในรถจะได้รับความเย็นสบายอย่างทั่วถึงในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งด้านหน้าพร้อมช่องเป่าลมเย็น ซึ่งเป็นฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนชื่นชอบ เพราะช่วยเก็บความเย็นของเครื่องดื่มได้ ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) ก็มีมาให้ ตอบรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนยุคใหม่ พร้อมช่องจ่ายไฟ 12V อีก 3 ตำแหน่ง ที่สามารถรองรับการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัวได้
ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างคือ หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ผ่านสาย USB ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันนำทาง เล่นเพลง หรือติดต่อสื่อสารได้สะดวกสบายเสมือนมีสมาร์ทโฟนอยู่บนหน้าจอรถยนต์ นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพจากกล้องมองหลังขณะถอยจอดได้อย่างชัดเจน พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านท้าย ช่วยให้การจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายขึ้น และที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับตลาดเมืองไทยคือการติดตั้ง กล้องบันทึกภาพขณะขับขี่ (DVR) มาให้จากโรงงาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและเป็นหลักฐานสำคัญในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน และยังสามารถย้อนดูคลิปเหตุการณ์ต่างๆ ได้ทันทีจากหน้าจอ 10.1 นิ้วนี้เลยทีเดียว ซึ่งฟีเจอร์นี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และ Suzuki ก็ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด
สมรรถนะและเทคโนโลยี Mild-Hybrid: ตอบโจทย์ความประหยัดและแรงพอตัว
หัวใจของ Suzuki XL7 Hybrid คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รหัส K15B ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ซึ่งเป็นชุดส่งกำลังที่พิสูจน์แล้วถึงความทนทาน และที่สำคัญคือระบบ Smart Hybrid (Mild-hybrid) ที่มาพร้อมมอเตอร์ ISG (Integrated Starter Generator) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 12Ah
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมอยากอธิบายให้เห็นภาพว่าระบบ Mild-hybrid ใน XL7 นี้ทำงานอย่างไร:
ช่วยเสริมแรง: มอเตอร์ ISG จะช่วยเสริมกำลังในจังหวะออกตัวหรือเร่งแซง ทำให้เครื่องยนต์ทำงานเบาลงและประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ระบบ Idling Stop/Start ที่นุ่มนวล: เมื่อรถจอดนิ่ง มอเตอร์จะดับเครื่องยนต์เพื่อประหยัดน้ำมัน และสตาร์ทเครื่องยนต์กลับมาใหม่ได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว
การชาร์จพลังงานกลับ: เมื่อรถชะลอความเร็วหรือเบรก มอเตอร์ ISG จะเปลี่ยนหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อชาร์จพลังงานกลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาระบบชาร์จจากภายนอก
ด้วยเทคโนโลยีนี้ Suzuki XL7 Hybrid ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 17.9 กม./ลิตร (อ้างอิงตาม ECO Sticker) ซึ่งถือว่าดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ 7 ที่นั่งในเซกเมนต์นี้ แม้ว่าระบบ Mild-hybrid จะไม่ได้ประหยัดเท่า Full Hybrid หรือ Plug-in Hybrid แต่ก็ให้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเดิมอย่างชัดเจน และยังคงความเรียบง่ายในการบำรุงรักษา ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ซับซ้อน ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและลดความกังวลในระยะยาว
ในด้านการขับขี่ ช่วงล่างของ Suzuki XL7 Hybrid ได้รับการออกแบบมาให้มีความสมดุลที่ดี เน้นความนุ่มนวลนั่งสบายสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และยังมีระยะห่างจากพื้น (Ground Clearance) ที่สูงพอสมควร ช่วยให้สามารถลุยผ่านหลุมบ่อ หรือทางลูกรังที่ไม่หนักมากนักได้อย่างสบายใจ ซึ่งเหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยการเซ็ตอัพที่เน้นความนุ่มนวล อาจจะไม่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากนัก แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปและเดินทางของครอบครัว ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบความปลอดภัย: ความอุ่นใจสำหรับทุกการเดินทาง
ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ประนีประนอมไม่ได้สำหรับรถยนต์ครอบครัว และ Suzuki XL7 Hybrid ก็ให้ความสำคัญในจุดนี้เป็นอย่างดี ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน ซึ่งผมขอไล่เรียงเป็นข้อๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP – Electronic Stability Program): ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีในสถานการณ์คับขัน เช่น การเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือการหักหลบกะทันหัน
ระบบเบรก ABS (Anti-lock Braking System) และ EBD (Electronic Brake-force Distribution): ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน และกระจายแรงเบรกให้เหมาะสมในแต่ละล้อ
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Hold Control): ป้องกันรถไหลเมื่อออกตัวบนทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด ทั้ง 7 ตำแหน่ง: มั่นใจได้ว่าผู้โดยสารทุกตำแหน่งจะได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะแถวสอง 2 ตำแหน่ง: สำหรับติดตั้งคาร์ซีทได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Dual Airbags): สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
ชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยเหล่านี้ อาจจะไม่ได้ล้ำสมัยเท่าคู่แข่งบางรายที่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่ XL7 Hybrid มีมาให้นั้นถือว่า “เพียงพอ” และ “ครอบคลุม” สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง
สรุป: Suzuki XL7 Hybrid 2025 ยังน่าใช้หรือไม่? คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะที่ได้สัมผัสและวิเคราะห์รถยนต์มาหลายรุ่น ผมกล้าพูดได้เลยว่าในบริบทของปี 2025 ที่ตลาดรถยนต์เต็มไปด้วยความหลากหลายและความท้าทาย Suzuki XL7 Hybrid ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ “น่าใช้” อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นคือ ครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ ที่กำลังมองหารถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่คุ้มค่า คุ้มราคา มีความอเนกประสงค์ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มีเทคโนโลยีช่วยประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือ “ความสบายใจ” ในการใช้งานระยะยาว
สิ่งที่ Suzuki XL7 Hybrid โดดเด่นในปี 2025 คือ:
ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย: ด้วยราคาเริ่มต้น 799,000 บาท ถือเป็นรถ MPV 7 ที่นั่งพร้อมระบบ Mild-hybrid ที่มีราคาดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดปัจจุบัน
ความอเนกประสงค์: ห้องโดยสารกว้างขวาง ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการเดินทางของครอบครัว
ความประหยัดน้ำมัน: เทคโนโลยี Mild-hybrid ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันในระยะยาว
ความเชื่อมั่นในแบรนด์: Suzuki มีชื่อเสียงด้านความทนทาน อะไหล่หาง่าย และบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม
อุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็น: มีฟีเจอร์สำคัญครบครันสำหรับการใช้งานยุคใหม่ รวมถึงกล้องบันทึกภาพจากโรงงานที่เพิ่มความอุ่นใจ
แน่นอนว่า ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ คู่แข่งบางรายอาจจะมีออปชั่นที่แพรวพราวกว่า หรือเทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำหน้ากว่า แต่ก็มักจะมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นไปอีก หากคุณเป็นคนที่ไม่ต้องการความซับซ้อนมากเกินไป แต่ต้องการรถที่ใช้งานได้จริง จบในงบประมาณที่กำหนด และยังคงได้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัด พร้อมความทนทานและบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ Suzuki XL7 Hybrid 2025 คือคำตอบที่คุณควรมองเป็นอันดับต้นๆ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่า ความอเนกประสงค์ และความสบายใจในการใช้งานระยะยาวในยุค 2025 นี้ Suzuki XL7 Hybrid คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม ขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Suzuki ทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ
![[ตอนที่ 2] 346T1020 AC015 สังเกตให้ดี เจ้าสาวสองคนนี้ถึงหน้าเหมือนกัน ใครคือตัวจริงกันแน่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1647.png)
![[ตอนที่ 2] 347T1020 AC016 ท่านประธานเข้าห้องน้ำอยู่ จู่ๆ แม่บ้านก็บุกเข้ามา หรือเธอหวังไฅ่เฅ้า](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1648.png)