• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 363T1020 AC032 ภรรยาวิ่งตามไก่ย่าง เพราะความรักจืดจางลงทุกวัน

admin79 by admin79
October 23, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 363T1020 AC032 ภรรยาวิ่งตามไก่ย่าง เพราะความรักจืดจางลงทุกวัน

Honda HR-V e:HEV RS 2025: ครอสโอเวอร์ไฮบริดสุดล้ำ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของตลาดรถยนต์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และหนึ่งในชื่อที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนาน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซกเมนต์นี้ ก็คือ Honda HR-V ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ที่พลิกโฉมตลาดรถ 5 ประตูในบ้านเรา ด้วยดีไซน์ที่ลงตัว ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ และสมรรถนะที่น่าประทับใจ จนขึ้นแท่นผู้นำในกลุ่ม Crossover SUV มาอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ ปี 2025 Honda HR-V ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถครอสโอเวอร์ที่ขายดีอีกต่อไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในรุ่น e:HEV ที่เข้ามาพร้อมกับหัวใจไฮบริด มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งประหยัดน้ำมันและทรงพลัง และเมื่อช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา การปรับโฉม Minorchange ได้เข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับ HR-V e:HEV RS โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิม แต่เพิ่มเติมออปชันและรายละเอียดที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดและเทรนด์ยานยนต์ในปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้สัมผัสและทดลองขับ Honda HR-V e:HEV RS 2025 อย่างใกล้ชิด ทั้งในสภาพการจราจรที่หนาแน่นในเมือง และการเดินทางบนเส้นทางต่างจังหวัด เพื่อค้นหาว่า “ของดีที่ต้องลอง” คันนี้ มีอะไรที่น่าประทับใจ และมีจุดไหนที่ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกบ้าง บทความนี้ ผมจึงอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึกจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมของ Honda HR-V e:HEV RS รุ่นล่าสุดคันนี้อย่างลึกซึ้งที่สุด

ราคา Honda HR-V e:HEV 2025 (รุ่นล่าสุด)
e:HEV E ราคา 949,000 บาท
e:HEV EL ราคา 1,079,000 บาท
e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท

ดีไซน์ภายนอก Honda HR-V e:HEV RS: สปอร์ตพรีเมียม ตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่

สิ่งที่โดดเด่นและสะกดสายตาตั้งแต่แรกเห็นของ Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือชุดแต่ง RS รอบคันที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มิติโดยรวมของตัวรถยังคงความคล่องตัวที่ขนาดความกว้าง 1,790 มม. ความสูง 1,590 มม. และความยาว 4,385 มม. โดยมีความสูงใต้ท้องรถ 196 มม. ซึ่งถือเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง

กระจังหน้าโครเมียมดีไซน์สปอร์ตใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ RS ที่ชัดเจน มอบความรู้สึกพรีเมียมและดุดันในเวลาเดียวกัน ผสานเข้ากับชุดไฟหน้า Full LED ที่มาพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Driving Beam: ADB) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่เวลากลางคืนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางออกต่างจังหวัด ระบบ ADB จะปรับการทำงานของไฟหน้าเพื่อไม่ให้แยงตารถสวนทางหรือรถคันหน้า พร้อมกับยังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมแก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเข้าโค้งหรือเลี้ยวในที่มืด ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของ Honda

บนกระจกหน้ารถ เราจะสังเกตเห็นกล้องที่ทำหน้าที่สำคัญในการตรวจจับเส้นเลนถนนและยานพาหนะต่างๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ

อีกหนึ่งจุดที่ผมมองว่าเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันคือกระจกมองข้างสีดำเงาที่พับและปรับได้ด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว และที่สำคัญคือกล้อง LaneWatch ใต้กระจกมองข้างฝั่งซ้าย เมื่อเราเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ระบบจะแสดงภาพจากกล้องขึ้นบนหน้าจอกลาง ซึ่งช่วยขจัดจุดบอดด้านซ้ายของตัวรถได้อย่างยอดเยี่ยม นับเป็นฟังก์ชันที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนเลนได้อย่างมากในสภาพการจราจรที่หนาแน่นของประเทศไทย และผมเชื่อว่าหลายท่านคงเคยประสบปัญหาลืมล็อกรถ แต่สำหรับ HR-V e:HEV RS ปัญหานี้จะหมดไป ด้วยระบบ Walk Away Auto Lock ที่จะล็อกรถให้เองโดยอัตโนมัติเมื่อเราเดินห่างจากตัวรถ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความสะดวกสบายและความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีใหม่ Berlina Black แบบ Diamond cut ที่รัดด้วยยางขนาด 225/50R18 ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามสไตล์สปอร์ต แต่ยังให้ความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ มั่นใจได้ในประสิทธิภาพการหยุดรถ

ด้านท้ายของรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่สี Smoke ที่เชื่อมต่อกันตลอดแนว ช่วยให้ตัวรถดูกว้างและทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด ที่เข้ามาช่วยให้การจอดรถและการถอยเข้าออกพื้นที่แคบๆ ทำได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สรุปการเปลี่ยนแปลงภายนอกของ HR-V e:HEV RS 2025 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า:
ดีไซน์ด้านหน้าใหม่ กระจังหน้าโครเมียมสปอร์ตพร้อมสัญลักษณ์ RS
ไฟท้าย Full LED Light Strip ดีไซน์ใหม่ สี Smoke
ล้ออัลลอย 18 นิ้ว สีใหม่ Berlina Black แบบ Diamond cut
เพิ่มระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (Adaptive Driving Beam: ADB)
เพิ่มระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
เพิ่มเซนเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด

ดีไซน์ภายใน Honda HR-V e:HEV RS: ห้องโดยสารกว้างขวาง เทคโนโลยีล้ำสมัย

ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Honda HR-V e:HEV RS 2025 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างขวางและโปร่งสบายตา แม้จะเป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก แต่การออกแบบภายในให้ความรู้สึกโอ่อ่า ไม่อึดอัด ในรุ่น RS นี้ยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตด้วยการใช้โทนสีแดงเข้ามาตกแต่งในหลายจุด ทั้งบนคอนโซล แผงประตู และการเดินด้ายสีแดงบนเบาะหนังและพวงมาลัย ซึ่งช่วยเสริมความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัย

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนังจับกระชับมือ ด้านซ้ายควบคุมระบบเครื่องเสียงและข้อมูลบนหน้าจอ ส่วนด้านขวาควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบความปลอดภัยต่างๆ ของ Honda SENSING ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ให้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน ชัดเจน และปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการประหยัดน้ำมัน สถานะการทำงานของระบบไฮบริด หรือข้อมูลการขับขี่อื่นๆ

หัวใจสำคัญของการเชื่อมต่อในยุคดิจิทัลคือหน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก การเชื่อมต่อที่ราบรื่นไร้สายช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง ฟังเพลง หรือการสื่อสารต่างๆ นอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri และ Android Auto และมาพร้อมระบบเชื่อมต่อ Honda Connect ที่ช่วยให้สามารถควบคุมและตรวจสอบข้อมูลรถได้จากสมาร์ทโฟน

ระบบ Honda LaneWatch ที่กล่าวถึงไปแล้วในส่วนของภายนอก เมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้ายหรือกดปุ่มที่ปลายก้านไฟเลี้ยว จะแสดงภาพจากกล้องด้านซ้ายของตัวรถบนหน้าจอกลาง ช่วยลดจุดบอดและเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง Honda HR-V e:HEV RS ยังคงมอบความสะดวกสบายด้วยพื้นที่วางขาและพื้นที่ศีรษะที่กว้างขวาง มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มเป็น 4 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย โดยมาพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB Type-C จำนวน 3 ช่อง (ด้านหน้า 1 ช่อง และด้านหลัง 2 ช่อง) และช่องเชื่อมต่อ USB Type-A ด้านหน้า จำนวน 1 ช่อง ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของคนยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ จุดเด่นของ Honda คือเบาะนั่งด้านหลังแบบ ULTRA Seat ที่สามารถพับปรับได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพับแบบ Utility Mode เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ หรือ Long Mode สำหรับขนของยาวๆ หรือ Tall Mode สำหรับขนของสูงๆ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สรุปการเปลี่ยนแปลงภายในของ HR-V e:HEV RS 2025 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า:
ออกแบบคอนโซลกลางใหม่ พร้อมช่องเก็บของและถาดอเนกประสงค์
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
เพิ่มช่องเชื่อมต่อ USB เป็น 4 ตำแหน่งในทุกรุ่นย่อย (USB Type-C 3 ช่อง, USB Type-A 1 ช่อง)
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก

สมรรถนะเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน: e:HEV ประหยัดและทรงพลังอย่างลงตัว

หัวใจหลักของ Honda HR-V e:HEV RS ทุกรุ่นย่อยคือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว เข้ากับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Power Unit – IPU) พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ที่สามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้เองขณะขับขี่ ระบบ e:HEV นี้ให้แรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถในเซกเมนต์นี้ Honda เคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ท้าทาย แต่จากการใช้งานจริงของผม พบว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

การทดสอบการขับขี่: ประสบการณ์จริงบนท้องถนน

จากการทดสอบขับขี่ ผมกล้าพูดได้เลยว่า HR-V e:HEV RS มอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะจังหวะออกตัวหรือความเร็วต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเป็นหลัก ทำให้การขับขี่เงียบ นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจนทันทีที่เหยียบคันเร่ง สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่มาอย่างต่อเนื่อง การเร่งแซงทำได้มั่นใจในระดับหนึ่ง แม้ว่าเมื่อกดคันเร่งแบบคิกดาวน์ลากยาวๆ จะมีเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างชัดเจนเข้ามาในห้องโดยสารบ้าง แต่ก็เป็นธรรมชาติของระบบไฮบริดที่ต้องใช้เครื่องยนต์เข้ามาช่วยสร้างกำลังในบางจังหวะ

โหมดการขับขี่ที่มีให้เลือก 3 โหมด ช่วยให้เราปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถให้เข้ากับสถานการณ์และสไตล์การขับขี่ของเราได้:
ECON Mode: โหมดประหยัดสูงสุด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น หรือเมื่อต้องการประหยัดน้ำมันเป็นพิเศษ การตอบสนองของคันเร่งจะนุ่มนวลกว่า โหมดนี้ผมมักใช้ในช่วงรถติดๆ ให้ความรู้สึกสบายและควบคุมง่าย
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัดน้ำมัน การตอบสนองของคันเร่งดีขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Sport Mode: โหมดที่ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของระบบ e:HEV ให้การตอบสนองที่ฉับไว คันเร่งติดเท้า เหมาะสำหรับการเร่งแซง หรือเมื่อต้องการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ แม้จะต้องแลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับ

ด้วยขนาดตัวรถที่กะทัดรัด ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องง่าย คล่องตัวสูง ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในพื้นที่จำกัด การซอกแซกผ่านการจราจรที่ติดขัด หรือการมุดเปลี่ยนเลน กล้อง LaneWatch ด้านซ้ายช่วยให้การเปลี่ยนเลนทำได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ผมมั่นใจในการขับขี่ในเมืองหลวงได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของการขับขี่บนเส้นทางที่ใช้ความเร็วสูง การเข้าโค้งที่ความเร็ว 100-110 กม./ชม. ผมรู้สึกมั่นใจอย่างมาก ตัวรถให้ความเสถียร ไม่มีการร่อนหรืออาการท้ายออก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจัดวางตำแหน่งของแบตเตอรี่ไฮบริดไว้ที่ด้านท้าย ซึ่งมีน้ำหนักช่วยกดตัวรถ ทำให้ช่วงล่างทำงานได้ดีขึ้น สัมผัสได้ชัดเจนเมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือจัมพ์คอสะพาน ท้ายรถจะไม่มีอาการโยนมากนัก ช่วงล่างมีลักษณะออกไปทางเฟิร์ม ให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่ แต่ก็ยังคงซับแรงสะเทือนได้ดีพอสมควร ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปนัก

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมยังคงมองว่าจุดที่ Honda HR-V e:HEV RS ยังสามารถพัฒนาได้คือเรื่องของการเก็บเสียง เมื่อใช้ความเร็วสูงตั้งแต่ 90 กม./ชม. ขึ้นไป ยังคงได้ยินเสียงลมจากด้านข้างและเสียงยางบดถนนเข้ามาในห้องโดยสารบ้างเล็กน้อย ซึ่งหากผู้ใช้งานคนใดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ผมแนะนำว่าการลงทุนกับการแดมป์เก็บเสียงเพิ่มเติม อาจจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก

ระบบความปลอดภัย Honda SENSING 6 ระบบ: มั่นใจทุกการเดินทาง

ในยุค 2025 นี้ ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน หรือ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ Honda SENSING ใน HR-V e:HEV RS จัดว่าเป็นชุดระบบความปลอดภัยที่ครบครันและทำงานได้ดีเยี่ยม ผมได้ทดลองใช้งานในสถานการณ์จริง และพบว่ามันช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ได้อย่างมาก
ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS): ระบบนี้ทำงานได้อย่างฉับไว เมื่อรถตรวจจับได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกับรถคันหน้า ไม่ว่าจะจากการเบรกกะทันหัน หรือการขับจี้ท้ายมากเกินไป ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทั้งภาพและเสียง และหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงหรือป้องกันการชน นับเป็นระบบที่ช่วยชีวิตได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF): นี่คือระบบที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกลบนทางด่วน เพียงแค่ตั้งความเร็วที่ต้องการ ระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ หากรถคันหน้าชะลอความเร็ว รถของเราก็จะชะลอตามจนถึงหยุดนิ่ง และจะกลับมาเร่งความเร็วตามเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ทำให้การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ สามารถตั้งระยะห่างได้ถึง 4 ระดับ
ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM): ระบบนี้ช่วยป้องกันการเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ หากรถเริ่มเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและหน่วงพวงมาลัยดึงรถกลับเข้าเลน ซึ่งผมมองว่าเป็นระบบที่ดีเยี่ยมที่ช่วยสร้างวินัยในการขับขี่ ทำให้ผมต้องเปิดไฟเลี้ยวทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนจนติดเป็นนิสัย
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS): เมื่อเปิดใช้งาน ระบบนี้จะใช้กล้องตรวจจับเส้นเลนและช่วยประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งอยู่กึ่งกลางเลนตลอดเวลา แม้ในทางโค้ง พวงมาลัยก็จะหมุนเลี้ยวตาม ผมใช้ระบบนี้บ่อยครั้งในการเดินทางไกลบนทางหลวง ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการบังคับพวงมาลัยได้อย่างมาก เพียงแต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าต้องจับพวงมาลัยไว้ตลอดเวลา มิฉะนั้นระบบจะเตือนให้จับพวงมาลัย
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (AHB with ADB): สำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืนบนถนนที่มืด ระบบนี้จะทำงานได้อย่างชาญฉลาด โดยจะเปิดไฟสูงอัตโนมัติเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้า และจะปรับเป็นไฟต่ำทันทีเมื่อมีรถสวนทางมาหรือมีรถคันหน้า เพิ่มความปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดี และในรุ่น RS ยังได้ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ADB) ที่ปรับแยกการทำงานซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ ทำให้การส่องสว่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LSFN): เป็นระบบอำนวยความสะดวกเล็กๆ น้อยๆ แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในสภาพการจราจรที่ติดขัด เมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่หลังจากหยุดนิ่ง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ ทำให้เราไม่พลาดจังหวะการเคลื่อนตัวและลดอาการเสียสมาธิลงได้

สรุปภาพรวมหลังจากใช้งานจริง: ทำไม Honda HR-V e:HEV RS 2025 ถึงน่าจับตามอง?

สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ:

ประหยัดน้ำมันแบบไม่ต้องพยายาม: นี่คือจุดแข็งที่แท้จริงของ HR-V e:HEV RS ตัวเลข 25.6 กม./ลิตร ที่ Honda เคลมไว้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ จากการใช้งานจริงของผม ทั้งการขับขี่ในเมืองที่การจราจรติดขัดบนถนนสุขุมวิท สาทร สีลม และการวิ่งบนทางด่วน ผมยังสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 21.4 กม./ลิตร ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับรถครอสโอเวอร์ไซส์นี้ หากขับขี่อย่างระมัดระวังและใช้โหมด ECON อย่างสม่ำเสมอ ผมเชื่อว่าตัวเลข 25.6 กม./ลิตร ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ ด้วยค่าน้ำมัน E20 ที่ลิตรละประมาณ 30.74 บาท อัตราเฉลี่ยค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 1.43 บาท/กม. ซึ่งคุ้มค่าอย่างยิ่งในระยะยาว
ดีไซน์สวยงาม ขนาดกะทัดรัดที่ลงตัว: แม้เรื่องความสวยงามจะเป็นรสนิยมส่วนบุคคล แต่ผมกล้าพูดว่า HR-V โฉมนี้ออกแบบมาได้อย่างลงตัวและเหนือกาลเวลา ด้วยชุดแต่ง RS ที่เพิ่มความสปอร์ตแต่ไม่ดูมากเกินไป ทำให้รถดูภูมิฐานและทันสมัย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ขนาดตัวรถกำลังดี ไม่เล็กจนอึดอัด และไม่ใหญ่จนเทอะทะ ทำให้การขับขี่ในเมืองคล่องตัว และยังคงให้ความมั่นคงเมื่อวิ่งต่างจังหวัด
แบรนด์ Honda ที่เชื่อถือได้และเครือข่ายบริการครอบคลุม: ในโลกที่เต็มไปด้วยทางเลือกมากมาย การเลือกซื้อรถจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และมีประวัติการดูแลลูกค้าที่ดี เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง Honda ตอบโจทย์ข้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากประสบการณ์ส่วนตัวในการใช้รถ Honda มาหลายรุ่น ผมยืนยันได้ถึงความเอาใจใส่ในการบริการและการจัดหาอะไหล่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคัน

สิ่งที่ยังสามารถพัฒนาได้ในอนาคต:

คุณภาพของกล้องและหน้าจอ: ในยุค 2025 ที่เทคโนโลยีกล้องและจอแสดงผลพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด คู่แข่งจากค่ายจีนหลายรายนำเสนอคุณภาพของกล้องรอบคันและความคมชัดของหน้าจอที่ดีกว่าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้กล้องของ HR-V e:HEV RS อาจจะยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบ ผมมองว่านี่คือจุดที่ Honda สามารถยกระดับเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่คาดหวังความคมชัดระดับสูงจากเทคโนโลยีที่ได้รับ
การเก็บเสียงในห้องโดยสาร: แม้ช่วงล่างจะให้ความมั่นคง แต่การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอก โดยเฉพาะเสียงลมและเสียงยางที่ความเร็วสูง ยังคงเป็นจุดที่สามารถปรับปรุงได้อีกเล็กน้อย หาก Honda สามารถพัฒนาในส่วนนี้ได้ จะยกระดับความรู้สึกพรีเมียมและความสบายในการเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ

ราคาและสีตัวถัง Honda HR-V e:HEV RS 2025
Honda HR-V e:HEV RS ราคา 1,179,000 บาท มีให้เลือก 6 สี ได้แก่:
สีใหม่ สีกากีแซนด์ (มุก) หลังคาสีดำ (เพิ่มเงิน 14,000 บาท)
สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) หลังคาสีดำ (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
สีขาวแพลทินัม (มุก) (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
สีขาวพรีเมี่ยมซันไลต์ (มุก) (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
สีดำคริสตัล (มุก) (เพิ่มเงิน 8,000 บาท)
สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)

บทสรุป:

Honda HR-V e:HEV RS 2025 ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โดดเด่นและน่าสนใจที่สุดในตลาดครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ด้วยการผสานระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัว ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ และระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่ครบครัน แม้จะมีข้อสังเกตบางประการ แต่ด้วยชื่อชั้นของ Honda ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายบริการที่แข็งแกร่ง ทำให้ HR-V คันนี้ยังคงเป็น “ของดีที่ต้องลอง” อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหารถครอสโอเวอร์ไฮบริดที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและพร้อมลุยทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประหยัดน้ำมัน และอุ่นใจด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda HR-V e:HEV RS 2025 คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ผมขอแนะนำให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่และดูรายละเอียดด้วยตาตัวเองที่โชว์รูม Honda ใกล้บ้านคุณ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงยังคงเป็นผู้นำในใจคนไทยเสมอมา อย่ารอช้า ลองไปทดลองขับแล้วตัดสินใจด้วยตัวคุณเองวันนี้!

Previous Post

[ตอนที่ 2] 362T1020 AC031 พยาบาลเปลี่ยนชุดกับรปภ เพราะหมอขอให้เธอทำบางอย่างที่ไม่เต็มใจ

Next Post

[ตอนที่ 2] 364T1020 AC033 ไม่เอาผู้หญิงมาคุมงาน พวกเราต้องการหัวหน้าผู้ชายเท่านั้น

Next Post
[ตอนที่ 2] 364T1020 AC033 ไม่เอาผู้หญิงมาคุมงาน พวกเราต้องการหัวหน้าผู้ชายเท่านั้น

[ตอนที่ 2] 364T1020 AC033 ไม่เอาผู้หญิงมาคุมงาน พวกเราต้องการหัวหน้าผู้ชายเท่านั้น

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.