Mercedes-AMG CLS: พลิกโฉมวงการซีดาน 4 ประตู สู่ตำนานเหนือกาลเวลาในปี 2025
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน ตลาดรถยนต์ปี 2025 ที่เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EVs) และรถยนต์อเนกประสงค์ (SUVs) เข้ามามีบทบาทสำคัญ หลายคนอาจมองข้ามรถยนต์ซีดานสี่ประตูไป แต่สำหรับผู้ที่เคยสัมผัสและชื่นชอบความหรูหราที่มาพร้อมสมรรถนะอันเร้าใจ ชื่อของ Mercedes-AMG CLS ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำอย่างไม่เสื่อมคลาย ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ได้เห็นรถยนต์หลากหลายรุ่นผ่านตามานับไม่ถ้วน แต่ Mercedes-AMG CLS คือหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์กลุ่มนี้ และแม้ว่าในปัจจุบันรถรุ่นนี้จะยุติการผลิตไปแล้ว แต่คุณค่าและความปรารถนาในการเป็นเจ้าของยังคงมีอยู่สูงลิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักสะสมและผู้ที่มองหารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
CLS: กำเนิดไอคอนแห่งดีไซน์และสมรรถนะที่ไม่มีวันตาย
Mercedes-Benz CLS ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการหลอมรวมความสง่างามของรถยนต์ซีดาน เข้ากับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ “ซีดานสี่ประตูคูเป้” (Four-door Coupe) ซึ่งเป็นนิยามที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลจากด้านหน้าจรดท้าย หลังคาลาดเอียงแบบรถคูเป้ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายของรถยนต์ซีดานสี่ประตู นี่คือการปฏิวัติที่ทำให้ CLS กลายเป็นรถที่น่าจดจำตั้งแต่แรกเห็น และด้วยความโดดเด่นนี้เอง CLS จึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สำหรับผู้บริหารที่ต้องการความโดดเด่นในวันทำงาน หรือจะเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางไกล ยามใดที่คุณอยากจะสัมผัสอารมณ์สปอร์ต CLS ก็พร้อมปลดปล่อยพลังงานได้อย่างเต็มที่ ถือเป็น รถสปอร์ตซีดาน ที่มีครบทุกมิติ
จากรุ่นแรกที่เปิดตัว CLS ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ผสมผสานความหรูหราแบบคลาสสิกของ Mercedes-Benz เข้ากับความล้ำสมัยที่ไม่เคยล้าสมัยแม้ใน ปี 2025 นี้ก็ตาม รูปทรงที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งแต่กลับอ่อนช้อยลงตัว ทำให้ CLS เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่เน้นความประหยัด หรือรุ่น AMG ที่เน้นสมรรถนะอันดุดัน ก็ล้วนแต่เป็นที่ยอมรับและสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูล CLS ได้เป็นอย่างดี
ทำไม CLS ยังคงเป็นตำนานในตลาดปี 2025?
การตัดสินใจยุติการผลิต CLS ของ Mercedes-Benz เป็นผลพวงจากการปรับกลยุทธ์ของแบรนด์ที่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์กลุ่ม SUV และ EV มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ CLS กลายเป็นรุ่น “Discontinued” กลับกลายเป็นปัจจัยที่เพิ่มคุณค่าให้กับมันในสายตาของนักสะสมและผู้ที่มองหาความแตกต่าง จำนวนรถที่ผลิตมีจำกัดลง และโดยเฉพาะรุ่นพิเศษอย่าง AMG CLS 53 4MATIC+ Final Edition ที่มีจำนวนเพียง 114 คัน ยิ่งทำให้มันกลายเป็น รถยนต์สะสม ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกยานยนต์อย่างรวดเร็ว CLS นำเสนอความคลาสสิกของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการปรับแต่งอย่างประณีต ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยังคงให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับถนนอย่างแท้จริง การขับขี่ที่เร้าใจ เสียงเครื่องยนต์ที่ไพเราะ และการควบคุมที่แม่นยำ เป็นประสบการณ์ที่รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่สามารถให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ CLS เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลในศิลปะแห่งวิศวกรรมยานยนต์ดั้งเดิม และกำลังมองหา รถยนต์พรีเมียมมือสอง ที่มอบทั้งความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือกว่าราคาค่าตัวที่อาจจะเข้าถึงง่ายขึ้นใน ตลาดรถยนต์มือสอง ของปี 2025
เจาะลึก: Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ – สุดยอดแห่งซีดานสปอร์ต
หากจะกล่าวถึงที่สุดของ CLS ก็คงหนีไม่พ้น Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งวิศวกรรมและสมรรถนะ ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในแวดวงนี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่า CLS 53 คือผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานความแรง ความหรูหรา และเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว
หัวใจหลักของรุ่นนี้คือเครื่องยนต์เบนซินรหัส M256.930 แบบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged Intercooler ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 520 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,800 – 5,800 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังพ่วงระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V EQ Boost ที่เพิ่มพละกำลังอีก 22 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร ซึ่งช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์มีความราบรื่นและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะในการออกตัวและเร่งแซง การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและระบบ EQ Boost ทำให้การขับขี่ใน CLS 53 เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ทั้งความประหยัดที่เพิ่มขึ้น และสมรรถนะที่เหนือชั้น
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G ที่ถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ ตอบสนองได้อย่างฉับไว เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำและนุ่มนวล พร้อม Paddle Shift ให้คุณควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ AMG Performance 4MATIC+ ที่ชาญฉลาด สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาพถนน มอบการยึดเกาะถนนและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม ทำให้ รถยนต์สมรรถนะสูง คันนี้สามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. (จำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ยังคงน่าประทับใจอย่างยิ่งใน ปี 2025
สำหรับรุ่นพิเศษ AMG CLS 53 4MATIC+ Final Edition นั้นได้รับการยกระดับความพิเศษไปอีกขั้น ด้วยการตกแต่งภายนอกแบบ AMG Night Package II ที่เน้นความดุดันด้วยชิ้นส่วนสีดำสนิท ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์ Turbo 4MATIC+ ด้านข้าง, โลโก้ Mercedes-Benz และสัญลักษณ์ AMG CLS 53 ด้านหลังแบบโครเมียมรมดำ รวมถึงล้ออัลลอยลาย 5 Twin-spoke Light-alloy Wheels สีดำขนาด 20 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดงบ่งบอกถึงสมรรถนะ AMG โดยเฉพาะ ระบบท่อไอเสีย AMG Performance Exhaust System ที่มาพร้อมวาล์วปรับระดับเสียง ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนโทนเสียงของเครื่องยนต์ได้ตามอารมณ์การขับขี่ และโปรแกรมการขับขี่ AMG DYNAMIC PLUS ที่เพิ่มโหมด RACE Drive พร้อม Drift Mode เข้ามา เพื่อปลดปล่อยความสนุกสนานในการขับขี่บนสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่ทำให้รุ่น Final Edition กลายเป็น รถยนต์ AMG ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ภายในห้องโดยสารของ CLS 53 ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภายนอก คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราและความสปอร์ตที่ผสานกันอย่างลงตัว ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบ AMG Nappa leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre ที่โอบกระชับสรีระ ให้ความสบายและมั่นคงในทุกโค้ง หน้าจอแสดงผลแบบ Widescreen Cockpit ขนาดใหญ่ที่ทันสมัย ผสานรวมหน้าจอมาตรวัดและหน้าจอระบบมัลติมีเดีย MBUX เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto อย่างเต็มรูปแบบ พร้อม ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester ที่มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับสตูดิโอ นอกจากนี้ ยังมีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง Nappa และ DINAMICA microfibre พร้อมปุ่มควบคุม AMG Steering Wheel Buttons ที่ช่วยให้การเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย ระบบ Head-up Display แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกบังลมหน้า ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี ที่ช่วยสร้างบรรยากาศตามที่คุณต้องการ นี่คือรถยนต์ที่มอบทั้งความสะดวกสบาย ความบันเทิง และความรู้สึกพิเศษในทุกการเดินทาง
CLS 220d AMG Premium: ความหรูหราที่มาพร้อมความประหยัด
สำหรับผู้ที่หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ CLS แต่ต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยความประหยัดน้ำมันและความนุ่มนวล CLS 220d AMG Premium คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ รุ่นนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM 654 แบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร Turbocharged Intercooler ที่ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน ทำให้ รถยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมัน คันนี้เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราแต่ยังใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
แม้จะเป็นรุ่นดีเซล CLS 220d ก็ยังคงได้รับการตกแต่งภายนอกแบบ AMG Bodystyling และ AMG Night package ทำให้มีรูปลักษณ์ที่สปอร์ตและโดดเด่นไม่แพ้รุ่น AMG 53 พร้อมไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่ให้ความสว่างและปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ตอนกลางคืน ภายในห้องโดยสารก็ยังคงความหรูหราด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน และหน้าจอ Widescreen Cockpit พร้อม ระบบมัลติมีเดีย MBUX เช่นเดียวกับรุ่นท็อป ถือเป็นทางเลือกที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการ รถครอบครัวหรู ที่มีความคุ้มค่าและสมดุลในการใช้งาน
ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่: มาตรฐาน Mercedes-Benz
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดของ CLS ก็ตาม Mercedes-Benz ไม่เคยประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย ทั้ง CLS 220d และ CLS 53 มาพร้อมชุดระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันตามมาตรฐานของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยรอบคัน, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบเบรก ABS และ ADAPTIVE BRAKE, ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง Active Lane Keeping Assist, ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist with PARKTRONIC และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง นี่คือสิ่งที่ทำให้ Mercedes-Benz แตกต่างและเป็นที่ไว้วางใจมาโดยตลอด
การเป็นเจ้าของ CLS ในปี 2025: สิ่งที่คุณควรรู้
การเป็นเจ้าของ Mercedes-AMG CLS ในปี 2025 เป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่มีคุณค่าพิเศษ ในฐานะ รถยนต์หรูมือสอง CLS อาจมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อตอนเป็นรถใหม่ แต่ก็ยังคงรักษามูลค่าของมันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่น AMG 53 Final Edition ที่มีจำนวนจำกัด
สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อ CLS มือสอง คือการตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาอย่างละเอียด แนะนำให้เลือกรถที่มีประวัติการเข้า ศูนย์บริการ Mercedes-Benz อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในสภาพของรถยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ คุณอาจต้องพิจารณาเรื่องค่าบำรุงรักษาและ ประกันรถยนต์ ที่อาจจะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพที่ได้รับกลับมา ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ อะไหล่และบริการหลังการขายสำหรับ Mercedes-Benz ยังคงมีรองรับอย่างเต็มที่ ทำให้การเป็นเจ้าของ CLS ยังคงเป็นเรื่องที่สบายใจ
สรุป: ตำนานที่ยังโลดแล่น
Mercedes-AMG CLS ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ซีดานสี่ประตูทั่วไป แต่มันคือตำนานบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ยังคงคุณค่าและมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ด้วยดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา สมรรถนะอันทรงพลัง และความหรูหราที่สัมผัสได้ในทุกรายละเอียด ทำให้ CLS ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นใน ตลาดรถยนต์ปี 2025 ไม่ว่าคุณจะมองหา รถสปอร์ตซีดาน ที่พร้อมจะพาคุณโลดแล่นด้วยความเร้าใจในทุกเส้นทาง หรือ รถยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมัน ที่ยังคงความสง่างามและสะดวกสบาย CLS มีคำตอบให้คุณเสมอ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะเหนือชั้น และดีไซน์เหนือกาลเวลา Mercedes-AMG CLS คือคำตอบสุดท้ายที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง และจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ก่อนที่ตำนานบทนี้จะกลายเป็นเพียงความทรงจำที่เล่าขาน คุณยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของมันได้ เยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์มือสองชั้นนำ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์พรีเมียม เพื่อค้นหา CLS ในฝันของคุณวันนี้!
![[ตอนที่ 2] 448T1020 AC117 แม่ใช้ลูกน้อยในพุง เปลี่ยนแผ่นสแกนจ่าย เอารายได้เข้าตัวไม่สนหัวชาวบ้าน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1749.png)
![[ตอนที่ 2] 449T1020 AC118 คนไข้ให้พยาบาลล้างทุกที่ แหมกระทั่งลิ้นปี่ ชีก็ไม่ยอมล้างเอง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1750.png)