• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนที่ 2] 589T1020 AD135 แม่เหมยแก่จะเข้าโรงขนาดนี้ยังคิดจะมีแฟนอีกเหรอ

admin79 by admin79
October 24, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนที่ 2] 589T1020 AD135 แม่เหมยแก่จะเข้าโรงขนาดนี้ยังคิดจะมีแฟนอีกเหรอ

Ferrari 12Cilindri: สัมผัสประสบการณ์ขับขี่แห่งอนาคต ผสานจิตวิญญาณแห่งมรดก V12 ที่คว้ารางวัล Car Design Award 2025

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานนับทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของเฟอร์รารี่มาหลายยุคสมัย และทุกครั้งที่ม้าลำพองจากมาราเนลโลเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ความคาดหวังก็พุ่งสูงขึ้นเสมอ แต่กับ Ferrari 12Cilindri รุ่นเรือธงปี 2025 คันนี้ มันได้ก้าวข้ามทุกความคาดหมายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่เพียงสมรรถนะอันดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรือนร่างอันสง่างาม แต่ยังเป็นการประกาศศักดาด้วยรางวัล Car Design Award 2025 อันทรงเกียรติ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านวิศวกรรมและศิลปะการออกแบบ

Ferrrari 12Cilindri: ผู้พิชิตรางวัล Car Design Award 2025 – มรดกที่ถูกรังสรรค์ใหม่เพื่ออนาคต

รางวัล Car Design Award ถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดระดับโลก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1984 เพื่อเชิดชูโครงการออกแบบที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสื่อยานยนต์นานาชาติ และในปี 2025 นี้ Ferrari 12Cilindri ได้รับเกียรติสูงสุดในหมวด Production Cars ตอกย้ำถึงปรัชญาการออกแบบของเฟอร์รารี่ที่ยังคงยืนหยัดและก้าวล้ำนำสมัย

คณะกรรมการได้ยกย่อง 12Cilindri ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่แม่นยำที่สุดสำหรับรถคันนี้ นี่ไม่ใช่แค่รถสปอร์ต แต่คือประติมากรรมเคลื่อนที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 80 ปีของเฟอร์รารี่ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงทิศทางอันชัดเจนสำหรับอนาคตอันสดใส นี่เป็นเฟอร์รารี่คันที่ 5 ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในหมวด Production Cars ต่อจากตำนานอย่าง Ferrari Testarossa (1985), Ferrari Roma (2020), Ferrari 296 GTB (2022), และ Ferrari Purosangue (2023) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความเหนือชั้นของทีมออกแบบภายใต้การนำของ Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบรถยนต์ของเฟอร์รารี่ไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชัน แต่เป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ผสมผสานความงาม ความสง่างาม และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

เจาะลึกปรัชญาการออกแบบ: ความลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา

เมื่อมองพินิจที่ Ferrari 12Cilindri ผมสัมผัสได้ทันทีถึงกลิ่นอายของรถยนต์ Gran Turismo ในยุค 1950s และ 60s ซึ่งเป็นยุคทองของเครื่องยนต์ V12 วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่เป็นหัวใจสำคัญของเฟอร์รารี่ แต่ทั้งหมดนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัย ไร้กาลเวลา และเปี่ยมด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย การออกแบบภายนอกไม่ได้เน้นความดุดันฉูดฉาดแบบซูเปอร์คาร์ยุคใหม่ทั่วไป แต่กลับเลือกที่จะแสดงออกถึงความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมผ่านเส้นสายตัวถังที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความทรงพลังและมัดกล้ามเนื้ออันชัดเจน

นวัตกรรมด้านอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟ (Active Aerodynamics) ถูกผสานเข้ากับตัวรถอย่างแนบเนียน จนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จนกว่าจะถึงเวลาที่มันทำงาน สร้างแรงกดอากาศเพื่อเสถียรภาพสูงสุดในการขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยไม่ทำลายความบริสุทธิ์ของเส้นสายตัวถัง ฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง เผยให้เห็นขุมพลัง V12 อันงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนเหล็ก คือการคารวะต่อรถยนต์คลาสสิกในอดีต ผสานกับท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Ferrari เครื่องยนต์ V12 ที่ส่งเสียงคำรามเร้าใจดุจดนตรีแห่งความเร็ว ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการยกระดับมรดกของเฟอร์รารี่ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ, สมรรถนะที่เหนือชั้น และความสะดวกสบายในการขับขี่

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด ด้านหน้าของ 12Cilindri อาจทำให้บางคนนึกถึง Ferrari F80 ด้วยรูปทรงที่ดูโค้งมนและกระชับ แต่ความจริงแล้ว มันคือการตีความใหม่ของ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ในอดีตอย่างชัดเจน ด้วยไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ด้านใต้มีไฟ DRLs (Daytime Running Lights) สอดรับกับแถบสีดำคาดกลางด้านหน้าพร้อมโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กที่วางไว้อย่างลงตัว สร้างความรู้สึกเรโทรคลาสสิกที่ผสานความทันสมัยได้อย่างน่าทึ่ง กระจังหน้าแบบตะแกรงสีดำพร้อมเซนเซอร์ตรงกลาง ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านความงาม แต่ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใต้ฝากระโปรงหน้าอันยาวเหยียด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V12 แบบ Naturally Aspirated ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นสุดท้ายของม้าลำพอง

ด้านข้างตัวรถเผยให้เห็นถึงความโค้งมนอันเป็นมัดกล้ามเนื้อที่ชัดเจน ซึ่งบริเวณโป่งล้อหน้านั้นถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของฝากระโปรงหน้าที่คลุมลงมา มอบสไตล์อันทรงพลังแบบเฟอร์รารี่ยุค 50s-60s และที่สำคัญ บริเวณใต้โป่งล้อหลังล้อหน้ายังมีช่องระบายลมที่ทำหน้าที่จัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศในซุ้มล้อให้ไหลออกทางด้านข้างตัวรถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แตกต่างจาก Ferrari 812 Superfast ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตในอีกรูปแบบหนึ่ง

ชุดล้ออัลลอยขนาดใหญ่พร้อมยางหน้า 275/35 R21 และหลัง 315/35 R21 แม้จะดูเป็นยางแก้มเตี้ยที่หลายคนอาจกังวลเรื่องความกระด้าง แต่เมื่อได้สัมผัสการขับขี่จริง มันกลับให้ความรู้สึกที่เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง ระบบเบรกขนาดใหญ่ที่ยกชุดมาจากรถตัวท็อปอย่าง SF90 และ 296 ทั้งด้านหน้า 398 x 223 x 38 มม. และหลัง 360 x 233 x 32 มม. เป็นแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo ช่วยให้การเบรกแม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็วแม้ในการเบรกต่อเนื่อง นอกจากนี้ ระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ยังเข้ามาช่วยควบคุมมุมล้อหน้าหลังเพื่อการเลี้ยวที่เฉียบคม ผสานกับระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ที่ประมวลผลร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D เพื่อวิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time ทำให้ 12Cilindri เป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

ดีไซน์ด้านท้ายของ 12Cilindri ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ผสมผสานความสมัยใหม่เข้ากับกลิ่นอายเรโทรได้อย่างลงตัว มันมีความแบนราบคล้าย SF90 แต่ไฟท้ายกลับมีดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึง Roma ดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างขนาดใหญ่ทำหน้าที่รีดอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างแรงกดอากาศเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และที่น่าสนใจคือบริเวณฝากระโปรงท้ายนั้นเป็นแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้า และสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นดักเทล (Ducktail) เล็กๆ ที่ด้านท้ายนั้น แท้จริงแล้วคือส่วนที่ซ่อนสปอยเลอร์แบบ Active ทั้งปีกซ้ายและขวา ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติเมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านในก็มากพอที่จะเก็บกระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้ 1 ใบ และกระเป๋าเป้ขนาดเล็กอีก 1 ใบ ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับรถประเภท Gran Turismo

ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่และศิลปะแห่งความหรูหรา

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri คุณจะสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมตามสไตล์รถสปอร์ต GT รุ่นเรือธง ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้ หนังกลับ Alcantara หรือคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ถูกจัดวางอย่างประณีต ดีไซน์แบบ Dual Cockpit โดดเด่นด้วยการแบ่งพื้นที่ห้องโดยสารออกเป็นสองฝั่ง มอบความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว และหรูหราให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ราวกับอยู่ในเซฟโซนส่วนตัว

แผงคอนโซลหน้าได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและใช้งานง่าย ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 3 ชุด หน้าจอมาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่ที่คมชัด หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto สามารถแสดงผลได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระบบนำทางไปจนถึงข้อมูลสมรรถนะของรถ และที่พิเศษคือหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว ที่สามารถแสดงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้ ทำให้ผู้โดยสารมีส่วนร่วมในประสบการณ์การขับขี่เสมือนเป็น Co-Driver คู่ใจ นอกจากนี้ ยังมีป้าย 12Cilindri ประดับไว้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ 15 ลำโพงจาก Burmester Audio System ที่มอบประสบการณ์ด้านเสียงที่คมชัดและทรงพลังตลอดการเดินทาง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อม Paddle Shift ของเฟอร์รารี่นั้นเป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์ควบคุมทิศทาง มันคือศูนย์รวมการควบคุมที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ปุ่มไฟเลี้ยว และฟังก์ชันอื่นๆ อีกมากมาย ถูกจัดวางไว้อย่างชาญฉลาดบนพวงมาลัย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งทุกอย่างได้โดยไม่ต้องละมือออกจากพวงมาลัยเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง Formula 1 และพบได้ในรถรุ่นเรือธงอย่าง SF90

บริเวณเกียร์ได้รับการออกแบบให้มีสไตล์เรโทร คล้ายกับเกียร์แมนนวลในเฟอร์รารี่รุ่นเก่า โดยการดันก้านเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งเป็นการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ถัดลงมาเป็นที่วางกุญแจ และปุ่มเปิด-ปิดกระจก (หรือปุ่มเปิด-ปิดหลังคาในรุ่น Spider) ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

เบาะนั่งทรงสปอร์ตสไตล์ GT ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ มอบการรองรับที่ดีเยี่ยมขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ผู้ขับขี่สามารถเลือกวัสดุหุ้มเบาะได้ทั้งหนังแท้ หรือหนัง Alcantara ตามความชอบส่วนตัว ตรงกลางมีที่วางแขนขนาดกะทัดรัดพร้อมช่องเก็บของด้านใน และฝั่งผู้โดยสารยังมีแป้นยันเท้า เพื่อความสะดวกสบายและความมั่นคงในการเดินทาง

หัวใจ V12 ที่เต้นด้วยเทคโนโลยี F1: ขุมพลังที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด

เครื่องยนต์คือจิตวิญญาณของเฟอร์รารี่ และสำหรับ 12Cilindri หัวใจดวงนี้คือเครื่องยนต์ V12 ตัวเดิมจาก 812 Superfast ที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด เฟอร์รารี่ได้นำเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 มาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ โดยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนข้อเหวี่ยงให้เป็นไทเทเนียม ส่งผลให้น้ำหนักลดลงและประสิทธิภาพการทำงานภายในเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับวัสดุเหล็กหล่อ นอกจากนี้ยังใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง พร้อมทั้งใช้กรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating ในการปรับผิวชิ้นส่วนสำคัญ เพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลให้กับเครื่องยนต์อย่างมหาศาล

Ferrari 12Cilindri ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) วางหน้าค่อนกลาง แบบ Naturally Aspirated (NA) ระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection แรงอัด 350 บาร์ สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 9,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับเครื่องยนต์ NA

ขุมพลังนี้ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ลูกใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้การตอบสนองเป็นไปอย่างราบรื่นและทันใจ ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง (RWD) พร้อมด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำ

ในด้านสมรรถนะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที สำหรับรุ่น Coupe และ 2.95 วินาที สำหรับรุ่น Spider ส่วนอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. อยู่ที่ 7.9 วินาที สำหรับ Coupe และ 8.2 วินาที สำหรับ Spider โดยมีความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 340 กม./ชม. น้ำหนักตัวถังในรุ่น Coupe อยู่ที่ 1,560 กก. และ Spider ที่ 1,620 กก. พร้อมอัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลังที่สมดุลอย่างลงตัวที่ 48.4:51.6 ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การควบคุมรถที่ยอดเยี่ยม

แชสซีส์และมิติตัวถัง: รากฐานของความแข็งแกร่งและความคล่องตัว

แชสซีส์ของ 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ซับเสียงได้ดีขึ้นและแข็งแรงกว่า 812 Superfast ถึง 15% โดยที่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่เฟอร์รารี่นำอัลลอยด์รีไซเคิล 100% มาใช้เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์ในรถยนต์ Production Car แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนไปพร้อมๆ กับนวัตกรรม

มิติตัวถังของ Ferrari 12Cilindri อยู่ที่ ยาว 4,733 มม., กว้าง 2,176 มม., สูง 1,292 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. เมื่อเทียบกับ 812 Superfast ที่มีฐานล้อยาวกว่าเล็กน้อย (2,720 มม.) และความกว้างที่น้อยกว่า (1,971 มม.) การปรับลดระยะฐานล้อให้สั้นลง พร้อมทั้งเพิ่มความกว้างและความสูงเล็กน้อยนี้ มีผลอย่างมากต่อการขับขี่ ด้วยตัวถังที่เบาและแข็งแรงขึ้น ทำให้เฟอร์รารี่สามารถปรับแต่งช่วงล่างของ 12Cilindri ให้มีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นมากขึ้น มอบความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ขณะที่การปรับฐานล้อให้สั้นลงก็ช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงและคล่องตัวในการเข้าโค้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ตัวรถจะมีความยาวอยู่บ้าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในการกะระยะ แต่ด้วยตำแหน่งการขับขี่ที่ดีเยี่ยมก็ช่วยชดเชยจุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประสบการณ์ทดลองขับ Ferrari 12Cilindri Spider: สุนทรียะแห่งความเร็วที่มาพร้อมความสบาย

สำหรับการทดลองขับ ผมได้รับโอกาสพิเศษในการสัมผัส Ferrari 12Cilindri Spider บนสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะเป็น Street Circuit กึ่งสนามแข่ง การทดสอบครั้งนี้ทำให้ผมได้เข้าใจถึงศักยภาพที่แท้จริงของรถคันนี้อย่างลึกซึ้ง

รุ่น Spider มาพร้อมหลังคาแข็งแบบเปิดประทุน ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และใช้งานได้ที่ความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังเป็นแบบลาดลงแต่มีส่วนเว้ากลาง พร้อมกระจกกั้นที่เปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อใช้งานหลังคา แม้จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 60 กก. จากรุ่น Coupe แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะมากนัก ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.95 วินาที ซึ่งต่างจากรุ่น Coupe เพียง 0.05 วินาทีเท่านั้น

ผมเริ่มการทดสอบด้วยการนั่งเป็นผู้โดยสารในรอบแรกกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการขับขี่ที่ดุดันถึงขีดสุด ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ Fast and Furious และแม้จะอยู่ในตำแหน่งผู้โดยสาร ผมสัมผัสได้ทันทีว่ารถคันนี้เอาอยู่ทุกโค้ง การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์นั้นรวดเร็วและเฉียบคมอย่างเหลือเชื่อ เสียงคำรามของ V12 NA นั้นเร้าใจจนขนลุก

เมื่อถึงตาผมได้กุมพวงมาลัย สิ่งแรกที่ผมสังเกตเห็นคือตำแหน่งการนั่งที่สบายเกินคาด แม้จะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็ออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่ระยะทางไกล ทัศนวิสัยดีเยี่ยม ทำให้การกะระยะของฝากระโปรงหน้าที่ยาวเหยียดไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

บนทางตรง ผมเหยียบคันเร่งเต็มที่ 12Cilindri พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงลากรอบของเครื่องยนต์ V12 NA อันเป็นเอกลักษณ์ เป็นความเร้าใจที่หรูหรา ด้วยการทำงานของเกียร์ลูกใหม่ที่ไหลลื่นและเนียนตาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือระบบเบรก เมื่อผมเหยียบเบรกอย่างรุนแรง รถชะลอความเร็วลงได้อย่างมั่นคง แม่นยำ และนุ่มนวล ระบบเบรกที่ยกมาจาก SF90 ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ช่วยให้การเบรกไม่กระชากจนเกินไป และ Engine Brake ก็เข้ามาช่วยเสริมได้อย่างลงตัว การชิฟต์ดาวน์เกียร์อย่างรวดเร็วขณะเบรก ทำให้เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นเร้าใจในทุกสเต็ปการเปลี่ยนเกียร์

แต่ความเซอร์ไพรส์ที่แท้จริงคือช่วงล่างและการเข้าโค้ง หลายคนอาจคิดว่ารถที่ดูดุดันและสมรรถนะสูงเช่นนี้จะต้องกระด้างและนั่งไม่สบาย แต่ 12Cilindri กลับให้ความรู้สึกที่เฟิร์มติดนุ่มหนึบอย่างน่าเหลือเชื่อ มันเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง จิกถนนได้อย่างแม่นยำราวกับล้อถูกดูดติดพื้นตลอดเวลา และเมื่อท้ายรถมีอาการสะบัดออก ระบบควบคุมการทรงตัวก็สามารถดึงรถกลับมาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกและมั่นใจในทุกการควบคุม

ด้วยฐานล้อที่สั้นกว่า 812 Superfast และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้ 12Cilindri มีความคล่องตัวและกระฉับกระเฉงขึ้นอย่างมาก ผนวกกับตัวถังที่แข็งแรงขึ้นและใต้ท้องรถที่สูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้เฟอร์รารี่สามารถเซ็ตรถคันนี้ออกมาได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน ผมกล้าพูดได้เลยว่า 12Cilindri คือ Supercar สไตล์ GT ที่เซ็ตช่วงล่างได้ดีที่สุดคันหนึ่งในตลาดปัจจุบัน และสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง (หากคุณพร้อมที่จะดูแลค่าเชื้อเพลิง)

บทสรุปและคำเชิญ

Ferrari 12Cilindri คือผลงานชิ้นเอกที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของเฟอร์รารี่เข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างลงตัว มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือประสบการณ์ที่ครบครัน ทั้งดีไซน์อันไร้กาลเวลา สมรรถนะอันเหนือชั้น และความสะดวกสบายที่เหนือความคาดหมาย สมกับเป็นผู้คว้ารางวัล Car Design Award 2025 และเป็นตัวแทนของอนาคต V12 จากมาราเนลโล

สำหรับผู้ที่ปรารถนาประสบการณ์ขับขี่อันเหนือระดับ พร้อมความสง่างามที่ไร้กาลเวลา Ferrari 12Cilindri คือบทสรุปแห่งงานวิศวกรรมและศิลปะยานยนต์ที่แท้จริงที่พร้อมจะพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เชิญสัมผัสปรากฏการณ์ยานยนต์สุดพิเศษนี้ด้วยตัวคุณเองได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการ หรือเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นพบอีกหนึ่งตำนานที่กำลังจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์.

Previous Post

[ตอนที่ 2] 588T1020 AD134 เหมยไม่ชอบบ้านนอกคนเป็นแฟนอย่างเชนต้องทำยังไง

Next Post

[ตอนที่ 2] 590T1020 AD136 พี่ฟู่หากิ๊กไปซื้อทอง ทิ้งเมียไว้บ้านนอกคนเดียว

Next Post
[ตอนที่ 2] 590T1020 AD136 พี่ฟู่หากิ๊กไปซื้อทอง ทิ้งเมียไว้บ้านนอกคนเดียว

[ตอนที่ 2] 590T1020 AD136 พี่ฟู่หากิ๊กไปซื้อทอง ทิ้งเมียไว้บ้านนอกคนเดียว

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.