แจ็คคู 5 EV: การปฏิวัติ B-SUV ไฟฟ้าในไทยปี 2025 ด้วยราคาและนวัตกรรมที่เหนือความคาดหมาย
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไฟฟ้าที่คลุกคลีมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่าปี 2025 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาแค่รถยนต์ที่ลดมลพิษอีกต่อไป แต่ต้องการนวัตกรรม ความคุ้มค่า เทคโนโลยีที่ทันสมัย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ OMODA & JAECOO แบรนด์ใหม่จาก Chery Global ได้เล็งเห็นและพร้อมเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการเปิดตัว JAECOO 5 EV (แจ็คคู 5 EV) รถ B-SUV ไฟฟ้าที่มาพร้อมจุดเด่นด้านราคา สมรรถนะ และฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจ จนอาจกล่าวได้ว่านี่คือ “มิติใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้า” ที่จะเข้ามาเขย่าวงการอย่างแท้จริง
จากประสบการณ์ที่ผมได้เห็นตลาด EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของจำนวนรุ่นรถที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือด และความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้น การที่ JAECOO 5 EV ก้าวเข้ามาในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ พร้อมกับกลยุทธ์ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท ถือเป็นความกล้าหาญที่น่าจับตา และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามาตรฐานใหม่สำหรับรถ SUV ไฟฟ้าในระดับ B-Segment ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ JAECOO 5 EV เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงเป็นตัวเลือกที่ “ห้ามพลาด” ในปี 2025
เจาะลึกราคาและรุ่นย่อย: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ประเด็นแรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “ราคา” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทย จากประสบการณ์ที่ผมเห็นมา ราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 600,000 บาท สำหรับรถ SUV ไฟฟ้าขนาด B-Segment นั้นแทบไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งในภาวะที่ต้นทุนการผลิตยังสูง การที่ JAECOO 5 EV สามารถทำราคาออกมาได้น่าสนใจขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการบริหารจัดการต้นทุน และความตั้งใจที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง
JAECOO 5 EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่:
JAECOO 5 EV Dynamic: 549,000 บาท
JAECOO 5 EV Max: 599,000 บาท
ราคาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังเป็น “ราคาดีเวอร์” ที่เข้ามาพลิกเกมในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV โดยตรง โดยเฉพาะรุ่น Dynamic ที่มีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเป็นเจ้าของรถ EV คุณภาพสูงได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และผมเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งใน “รถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุด” ที่จะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา “รถ EV ราคาดี” ในปีนี้
การออกแบบภายนอก: ผสมผสานความแกร่งและความทันสมัย
JAECOO 5 EV ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Modern Ruggedness” หรือความแข็งแกร่งที่ทันสมัย รูปทรงแบบกล่อง (Boxy Shape) ไม่ได้หมายถึงความเชย แต่เป็นการนำเสนอความบึกบึนที่ลงตัวกับเส้นสายสะอาดตา สื่อถึงความพร้อมสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองและการผจญภัยในวันหยุด
เมื่อมองจากด้านหน้า สิ่งที่โดดเด่นคือกันชนหน้าดีไซน์เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมแผงกระจังหน้าแบบโปร่งใสซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ JAECOO รุ่นก่อนหน้า แผงกระจังนี้ถูกประทับตราชื่อแบรนด์ “J A E C O O” ไว้อย่างชัดเจน สร้างเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ให้แสงสว่างคมชัด และผสานเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบได้อย่างลงตัว
ด้านข้างตัวรถเน้นความเรียบหรู ด้วยเส้นสายนำสายตาที่ลากยาวตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย สร้างมิติที่ดูปราดเปรียว มือจับประตูเป็นแบบปกติที่ใช้งานง่าย ส่วนล้ออัลลอยด์ดีไซน์ทูโทนขนาด 18 – 19 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) เสริมให้ตัวรถดูสปอร์ตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ส่วนท้ายของ JAECOO 5 EV มาพร้อมไฟท้าย LED แนวนอนยาวเต็มความกว้างของตัวรถ ซึ่งเป็นเทรนด์การออกแบบที่กำลังได้รับความนิยม ช่วยให้รถดูมีมิติและทันสมัย สปอยเลอร์หลังคาขนาดใหญ่และดิฟฟิวเซอร์พลาสติกสีดำด้านล่างเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตได้อย่างลงตัว และไม่ลืมที่จะติดตั้งราวแล็คหลังคาสีบรอนซ์เงินแบบตายตัว ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ผมมองว่าดีไซน์โดยรวมของ JAECOO 5 EV ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความลงตัวในสไตล์ “รถ SUV ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ” ที่ไม่ตามกระแสจนเกินไป แต่ยังคงความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
ภายในห้องโดยสาร: มินิมอล เทคโนโลยี และความสะดวกสบาย
ก้าวเข้ามาภายใน JAECOO 5 EV คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความมินิมอล แต่ยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในยุค 2025 แผงแดชบอร์ดได้รับการจัดวางอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอคู่ที่ทันสมัย
หน้าปัดดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสองก้าน ให้ข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วนและอ่านง่าย ส่วนหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 13.2 นิ้ว ที่มาในแนวตั้งบนคอนโซลกลาง ถือเป็นหัวใจของระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อ การจัดวางในแนวตั้งนี้ช่วยให้การแสดงผลแผนที่นำทางหรือข้อมูลต่างๆ มีความต่อเนื่องและใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น
สำหรับอุปกรณ์ภายในที่น่าสนใจ JAECOO 5 EV จัดมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น:
ปุ่ม Push Start และกุญแจรีโมท Keyless Entry: เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงและสตาร์ทรถ
ชุดไฟ Ambient Light: สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์
ระบบเครื่องเสียงจาก Sony พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง: มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับ “ภายในรถยนต์ไฟฟ้า” ในระดับนี้
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา: ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ
เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold: เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่
เบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ ให้ความรู้สึกหรูหราและนั่งสบาย เบาะคู่หน้าสามารถปรับด้วยไฟฟ้า ช่วยให้หาตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมได้ง่าย ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระ ด้านท้ายรถมีความจุเริ่มต้น 480 ลิตร และสามารถขยายได้มากถึง 1,284 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด ทำให้ JAECOO 5 EV เป็น “รถครอบครัวไฟฟ้า” ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลได้อย่างสบาย
สมรรถนะและการขับขี่: พลังงานไฟฟ้าที่เร้าใจและประหยัด
หัวใจสำคัญของ JAECOO 5 EV คือระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ นุ่มนวล และตอบสนองได้ทันใจ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวให้พละกำลังสูงสุด 211 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 288 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกถึง “สมรรถนะรถ EV” ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซง การจราจรติดขัด หรือการเดินทางข้ามจังหวัด
อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.7 วินาที: ตัวเลขนี้ยืนยันถึงความคล่องตัวและความรวดเร็วในการออกตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า
ความเร็วสูงสุด 175 km/h: เพียงพอต่อการขับขี่บนทางหลวงในประเทศไทย
แบตเตอรี่ขนาดความจุ 58.9 kWh: ถือเป็นขนาดที่เหมาะสมกับรถ B-SUV ไฟฟ้า ให้พลังงานเพียงพอสำหรับการเดินทางในแต่ละวัน
ในส่วนของ “ระยะทางวิ่งรถยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมาก JAECOO 5 EV ทำได้ดีเยี่ยม:
วิ่งระยะทาง 461 km. (มาตรฐาน NEDC)
วิ่งระยะทาง 400 km. (มาตรฐาน WLTP)
มาตรฐาน WLTP (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Procedure) เป็นมาตรฐานการวัดระยะทางที่เป็นจริงและใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่า ซึ่งระยะทาง 400 กิโลเมตรนี้ ถือว่าเพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และรองรับการเดินทางข้ามจังหวัดสั้นๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง “Range Anxiety” มากนัก ด้วยขนาดแบตเตอรี่ที่เหมาะสมนี้ ผมเชื่อว่า JAECOO 5 EV จะเป็นหนึ่งใน “รถยนต์ประหยัดพลังงาน” ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม
ระบบการชาร์จ: ความสะดวกสบายที่ลงตัวกับวิถีชีวิต EV
การเข้าถึงสถานีชาร์จและการชาร์จที่รวดเร็วคือหัวใจของการใช้ชีวิตกับรถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 5 EV ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จในประเทศไทยได้อย่างลงตัว:
รองรับหัวชาร์จ Type2 / CCS Combo: เป็นมาตรฐานการชาร์จหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทำให้คุณสามารถชาร์จรถได้จากสถานีชาร์จสาธารณะเกือบทุกแห่ง
ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 kW: เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานแบบค้างคืน ทำให้แบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้งานในเช้าวันรุ่งขึ้น
ชาร์จกระแสตรง DC รองรับสูงสุด 80 kW: ช่วยให้การชาร์จแบบ Quick Charge เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการแวะพักชาร์จระหว่างการเดินทางไกล ซึ่งจากประสบการณ์ของผม การชาร์จ DC ที่ 80 kW สามารถเติมพลังงานจาก 20% ไปยัง 80% ได้ในเวลาประมาณ 30-40 นาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วและสะดวกสบายมาก
ด้วยระบบการชาร์จที่รองรับมาตรฐานและกำลังไฟที่เหมาะสมนี้ JAECOO 5 EV จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของ “การชาร์จรถ EV” ในทุกสถานการณ์ ทำให้การใช้ชีวิตกับ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS): ผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อความมั่นใจทุกเส้นทาง
ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ JAECOO 5 EV จัดเต็มในส่วนนี้ โดยเฉพาะในรุ่น Max ที่มาพร้อมกับ ADAS ทำงานร่วมกับเรดาร์คลื่นระดับมิลลิเมตรถึง 2 ระบบ และระบบเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรระยะไกลอีก 1 ระบบ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการตรวจจับสภาพแวดล้อมที่แม่นยำและครอบคลุม
จากประสบการณ์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้ำว่า “ระบบความปลอดภัยรถยนต์ไฟฟ้า” เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดความเสี่ยงบนท้องถนน และ JAECOO 5 EV ก็มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น:
ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB): ช่วยลดความรุนแรงหรือหลีกเลี่ยงการชน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control – ACC): ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างปลอดภัย ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW): แจ้งเตือนเมื่อมีความเสี่ยงในการชน
ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) และระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (LCA) / ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA): ช่วยให้รถขับขี่อยู่ในเลนอย่างปลอดภัย
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot): เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู (DOW): ป้องกันการเปิดประตูชนรถหรือจักรยานยนต์ที่แล่นมา
ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) และระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA): เพิ่มความปลอดภัยขณะถอยจอด
กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และฟังก์ชันแสดงภาพใต้พื้นรถ 540 องศา: มอบมุมมองที่ครอบคลุมเป็นพิเศษ ช่วยให้การจอดรถในพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย และยังเป็น “รถยนต์อัจฉริยะ” ที่แท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหน้า, ระบบจำกัดความเร็วแบบแอ็คทีฟ (ASL), ระบบเบรกอัตโนมัติป้องกันการชน (MCB) และอีกมากมายที่ช่วยให้การขับขี่ในเมืองใหญ่ของไทยเป็นไปอย่างมั่นใจและสะดวกสบาย JAECOO 5 EV ไม่ได้เป็นแค่รถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ” ที่คิดเผื่อความปลอดภัยของคุณทุกเส้นทาง
ช่วงล่างและโหมดการขับขี่: ตอบโจทย์ทุกสไตล์การเดินทาง
ในรุ่น Dynamic ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น JAECOO 5 EV มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-Link ซึ่งเป็นการจัดวางช่วงล่างที่พบได้ในรถยนต์ระดับพรีเมียมหลายรุ่น การผสมผสานนี้ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดี และให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ผมเชื่อว่า “ช่วงล่างรถยนต์ไฟฟ้า” แบบ Multi-Link ด้านหลังนี้จะสร้าง “ประสบการณ์ขับขี่ EV” ที่มั่นคงและสะดวกสบายอย่างน่าประทับใจ
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน:
ECO: เน้นการประหยัดพลังงานสูงสุด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง
Normal: โหมดมาตรฐานที่สมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัด
Sport: ปลดปล่อยพละกำลังสูงสุด เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจและตอบสนองได้ทันใจ
สีสันและความเป็นส่วนตัว: สะท้อนสไตล์ของคุณ
JAECOO 5 EV เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสะท้อนความเป็นตัวเองผ่านสีสันของรถ จึงมีสีตัวถังภายนอกให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Carbon Black, สีเทา Cloudy Grey, สีขาว Snowy White และสีน้ำเงิน Bahamas Blue ที่ดูโดดเด่นและทันสมัย ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี คือ สีเทา Light Grey และสีดำ Black เพื่อให้คุณสามารถจับคู่สีที่ลงตัวกับรสนิยมของคุณได้อย่างอิสระ
บทสรุป: JAECOO 5 EV ทางเลือกที่ฉลาดกว่าสำหรับอนาคต EV ในปี 2025
โดยสรุปแล้ว JAECOO 5 EV ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่เข้ามาในตลาดไทย แต่คือการเข้ามาเป็นผู้เล่นสำคัญที่ “นิยามใหม่ของ B-SUV ไฟฟ้า” ด้วยการนำเสนอแพ็คเกจที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ที่โดดเด่น ภายในที่ทันสมัยอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระยะทางวิ่งที่น่าพอใจ ระบบการชาร์จที่ยืดหยุ่น และที่สำคัญที่สุดคือชุดระบบความปลอดภัย ADAS ที่ครบครัน
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของ JAECOO 5 EV ที่จะเข้ามาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจของคนไทยที่กำลังมองหา “รถ EV” ที่คุ้มค่า ทันสมัย และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในปี 2025 มันเป็นรถที่ผสมผสานความล้ำหน้าทาง “เทคโนโลยีรถไฟฟ้า” เข้ากับความต้องการในชีวิตจริงได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการสัมผัสประสบการณ์แห่งอนาคตที่ใกล้แค่เอื้อม
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง!
JAECOO 5 EV พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ หากคุณกำลังมองหา “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่มอบความคุ้มค่า นวัตกรรม และความปลอดภัยในราคาที่เหนือความคาดหมาย นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด!
เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง! เยี่ยมชมโชว์รูม OMODA & JAECOO ทั่วประเทศวันนี้ เพื่อ “ทดลองขับรถ EV” และรับ “โปรโมชั่นรถไฟฟ้า” สุดพิเศษ อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของ JAECOO 5 EV และร่วมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทางอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับเรา
![[ตอนที่ 2] 623T1020 AD169 ผู้จัดการทำแบบนี้กับคนงๅนได้ไง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1924.png)
![[ตอนที่ 2] 624T1020 AD170 พี่ฟู่วิ่งมาหาแม่แต่เช้า ทุกคนคิดว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-1925.png)