• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนต่อไป] 035T1110 A สองพี่น้องลูกทรพี วางแผนฆ่ๅแม่เพื่อหวังจะเอาสมบัติจากแม่

admin79 by admin79
November 12, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนต่อไป] 035T1110 A สองพี่น้องลูกทรพี วางแผนฆ่ๅแม่เพื่อหวังจะเอาสมบัติจากแม่

HYPTEC HT 620 Premium ปี 2025: SUV ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ครบครันเกินคาด ประหยัดพลังงานเป็นเลิศ

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของตลาดรถ EV ที่ก้าวกระโดดอย่างน่าทึ่ง และในยุคที่เทคโนโลยีวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การจะหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ ความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ “ความคุ้มค่า” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ HYPTEC HT 620 Premium คือหนึ่งในข้อยกเว้นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2025 นี้

HYPTEC แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมภายใต้ร่มเงาของ GAC ยักษ์ใหญ่จากจีน ไม่ได้เพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเงียบเชียบ เพราะก่อนหน้านี้ AION ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในเครือ ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่และกวาดความสำเร็จไปอย่างงดงามในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับเริ่มต้นถึงกลาง การกลับมาอีกครั้งในชื่อ HYPTEC HT จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วย HT 620 Premium ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2024 และพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาด SUV ไฟฟ้าพรีเมียมในไทยอย่างเต็มตัวในปี 2025 นี้

HYPTEC HT 620 Premium: เมื่อความหรูหรามาบรรจบกับนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง

จากประสบการณ์ของผมในฐานะผู้ใช้งานจริง ต้องบอกว่า HYPTEC HT 620 Premium ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่คือผลลัพธ์ของการผสานรวมดีไซน์อันสง่างาม เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่อัจฉริยะ และเทคโนโลยีสุดล้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อชีวิตยุคใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นที่เรานำมาเจาะลึกในวันนี้คือ 620 Premium ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (เริ่มต้น 1,449,000 บาท) แต่ยังคงอัดแน่นด้วยออปชั่นระดับพรีเมียมไม่แพ้รุ่นท็อปอย่าง 620 Luxury (ประตูปีกนก ราคา 1,749,000 บาท) ซึ่งความคุ้มค่าที่ได้มานั้นเหนือความคาดหมายจริงๆ

ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่บ่งบอกตัวตน

เมื่อแรกเห็น HYPTEC HT คุณจะสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตโอ่อ่า มิติตัวถังที่ยาว 4,935 มม., กว้าง 1,920 มม. และสูง 1,700 มม. ทำให้รถคันนี้ดูสูงโปร่ง มีฐานที่มั่นคงบนท้องถนน การออกแบบด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากความล้ำค่าของอัญมณีคริสตัลที่ผ่านการเจียระไน ทำให้ไฟหน้าแบบ Diamond Cut Full LED ดูโดดเด่นและมีมิติ พร้อมลูกเล่นไฟวิ่งที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ การปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ และการตั้งระดับไฟหน้าได้เอง ซึ่งแสงไฟสีขาวอมส้มที่ส่องสว่างชัดเจนโดยไม่แยงตารถคันหน้า คือสิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ HYPTEC ให้ความสำคัญ

ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา และเซนเซอร์หน้า-หลัง ทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด เมื่อขับเข้าใกล้วัตถุ ระบบจะแจ้งเตือนพร้อมสลับภาพเป็นมุมมองรอบคันบนจอกลางทันที ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และจอดรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างมาก ที่สำคัญคือกล้องที่ติดตั้งอยู่บนกระจกหน้า ซึ่งผมมองว่าเป็น “หัวใจ” สำคัญของระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ทั้งหมดของรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Adaptive Cruise Control Stop & Go ที่จับรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ หรือระบบรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน ล้วนพึ่งพากล้องตัวนี้ในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ

ด้านข้างของ HYPTEC HT 620 Premium มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา ประตูทั้งสี่บานเปิด-ปิดได้ตามปกติ ซึ่งสำหรับผมที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ผมกลับชื่นชอบประตูแบบธรรมดามากกว่าประตูปีกนกของรุ่น Luxury เพราะในสถานการณ์ที่เร่งรีบ การเปิดประตูเพื่อลงจากรถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า แม้ว่าประตูปีกนกจะให้ความกว้างในการเข้า-ออกที่ยอดเยี่ยมและไม่ต้องก้มศีรษะ รวมถึงระบบเรดาร์ 12 จุดที่หยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง แต่ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันบางครั้งก็สำคัญกว่าความหวือหวา

ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ถูกเลือกมาอย่างลงตัวกับขนาดของซุ้มล้อและรูปลักษณ์ของรถ รัดด้วยยางขนาด 245/50R20 ให้การยึดเกาะถนนที่ดี ดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้ความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ และหลังแบบอิสระ 5-Link ช่วยซับแรงสะเทือนได้อย่างนุ่มนวล มอบความสบายในการเดินทางทั้งระยะใกล้และไกล

ส่วนท้ายของรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย Horizon Full LED ที่ในยามค่ำคืนจะเปล่งประกายคล้ายคริสตัลสามก้อนสีแดงเชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟยาวตลอดแนว สร้างความประทับใจและจดจำได้ทันที ฝาท้ายไฟฟ้าสามารถตั้งระดับความสูงได้ผ่านหน้าจอกลาง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเปิดฝาท้ายในที่จอดรถที่มีเพดานต่ำ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุ 670 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่หลายใบ และสามารถเพิ่มเป็น 1,802 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังราบลง ทำให้ HYPTEC HT กลายเป็นยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่พร้อมตอบรับทุกการผจญภัย

ดีไซน์ภายใน: มิติใหม่แห่งความกว้างขวางและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ HYPTEC HT คุณจะถูกโอบล้อมด้วยความใหญ่โตมโหฬารที่เหนือความคาดหมาย เหตุผลที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางได้ถึงขนาดนี้เป็นเพราะ HYPTEC HT ถูกออกแบบให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่วางแบตเตอรี่ที่พื้นรถได้อย่างลงตัว โดยไม่รบกวนพื้นที่ใช้สอยภายใน ออปชั่นที่ให้มานั้นครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันเป่าลมและระบบนวดไฟฟ้าที่สามารถเลือกจุดนวดและความแรงได้ ถือเป็นความใส่ใจในรายละเอียดที่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่ารถ EV ทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน

ที่หัวไหล่เบาะคนขับมีลำโพงสองตัวสำหรับสนทนาโทรศัพท์ ทำให้เสียงสนทนาคมชัดและเป็นส่วนตัว Wireless Charging กำลังไฟ 50W ช่วยให้การชาร์จสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ระบบเสียง Dolby Atmos 22 ตำแหน่ง, พอร์ต USB ทั้งหน้าและหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, ระบบสตาร์ทแบบ IBCM (เพียงแค่นั่ง เหยียบเบรก และเข้าเกียร์), Ambient Light ปรับได้หลายสี, กระจกไฟฟ้า One-touch ทั้งสี่บาน, และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD ขนาด 8.88 นิ้ว ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเติมเต็มความหรูหราและความสะดวกสบาย

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาพร้อมแผ่นกรองฝุ่น PM2.5 และระบบตรวจจับมลพิษภายนอกรถ ช่วยให้คุณรู้ทันทีว่าคุณภาพอากาศภายนอกเป็นอย่างไร และมั่นใจได้ว่าอากาศภายในห้องโดยสารจะบริสุทธิ์เสมอ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีระบบน้ำหอมในรถที่เลือกได้ 3 กลิ่น สามารถปรับความเข้มข้นและเปลี่ยนกลิ่นได้ง่ายๆ ที่ผนังช่องวางเท้าเบาะหน้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างน่าประทับใจ

จอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8155 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมทุกระบบของรถ ตั้งแต่การแสดงภาพกล้องรอบคัน 360 องศา ไปจนถึงการตั้งค่าต่างๆ การใช้งานหน้าจอสัมผัสมีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ลื่นไหล ตอบสนองได้ดีเยี่ยม และที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือเมื่อใช้งานแผนที่นำทาง แผนที่จะแสดงผลเต็มหน้าจอ ทำให้ไม่พลาดทุกเส้นทาง และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

ฟังก์ชัน “โหมดงีบหลับ” เป็นสิ่งที่โดดเด่นและสะท้อนถึงการออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เมื่อเปิดใช้งานผ่านจอกลาง เบาะจะปรับเอนลงในตำแหน่งที่เหมาะสม ระบบปรับอากาศจะปรับอุณหภูมิที่สบาย แสงไฟภายในและภายนอกจะดับลง เหลือเพียงแสงไฟจากจอกลาง พร้อมเสียงธรรมชาติที่ช่วยกล่อมให้ผ่อนคลาย และสามารถตั้งเวลาปลุกได้ นอกจากนี้ยังมี “โหมดแคมป์ไฟ” ที่ปรับอุณหภูมิภายในรถให้เหมาะสมกับการพักผ่อนในบรรยากาศกลางแจ้ง ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

หลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปจนถึงเบาะหลัง ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา และยกระดับความหรูหราให้กับห้องโดยสาร สามารถควบคุมการเปิด-ปิดผ่านจอกลางได้อย่างง่ายดาย

และจุดเด่นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่วางเท้าที่เหลือเฟือจนเด็กสามารถนอนพาดที่พื้นได้สบายๆ ซึ่งทุกคนที่ได้ลองนั่งต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “โคตรกว้าง” เบาะหลังยังสามารถปรับเอนได้ถึง 143 องศา พร้อมที่วางเท้าสำหรับเอนนอนที่ฝั่งซ้าย และโต๊ะทำงานส่วนตัวแบบพับเก็บได้ที่ฝั่งขวา ทำให้การเดินทางไกลของผู้โดยสารตอนหลังสะดวกสบายเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว

อีกหนึ่งความสามารถที่ทำให้ HYPTEC HT แตกต่างคือระบบ V2L (Vehicle to Load) ที่ให้กำลังไฟสูงถึง 3.3 kW ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 โดยเฉพาะสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง สามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแอร์เคลื่อนที่ พัดลม เตาย่างไฟฟ้า หม้อสุกี้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเครื่องดนตรีไฟฟ้า ทำให้รถคันนี้เป็นเสมือนแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีลำโพงที่กันชนหน้า สามารถเปิดเพลงให้เสียงออกนอกรถได้อีกด้วย ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง

ระบบช่วยเหลือและระบบความปลอดภัย: มั่นใจทุกการเดินทาง

HYPTEC HT มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้ง Active Safety และ Passive Safety เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์

ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety): ESP, ABS, EBD, EPB, HHC, HDC, VDC, TCS, DMS (เตือนความเหนื่อยล้า), AVAS (เสียงเตือนคนภายนอก), TPMS (ตรวจสอบแรงดันลมยาง) และระบบป้องกันการโจรกรรม
ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ (Passive Safety): ถุงลมเสริมความปลอดภัยรอบคัน (หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม), ระบบเตือนคาดเข็มขัด, ISOFIX, ระบบล็อกไฟฟ้าป้องกันเด็กเปิดประตู และการแจ้งเตือนความปลอดภัย

นอกจากนี้ HYPTEC HT ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ที่ล้ำสมัย:

ระบบช่วยการขับขี่: AEB (เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ), FCW (เตือนก่อนการชนด้านหน้า), LDW (เตือนเมื่อออกนอกเลน), LDP (ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน), IHBC (ไฟสูงอัจฉริยะ), BSD (เตือนมุมอับสายตา), DOW (เตือนการเปิดประตู), RCTA (เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง), RAW (เตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้), กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, ACC-S&G (ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อม Stop & Go), ICA (ควบคุมความเร็วอัจฉริยะ), TJA (ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ)

จากประสบการณ์ใช้งานจริง ระบบช่วยเหลือเหล่านี้ทำงานได้ค่อนข้างเสถียร โดยเฉพาะ ACC-S&G ที่สามารถตั้งระยะห่างกับรถคันหน้าได้ และทำงานได้อย่างนุ่มนวลทั้งการเบรกและเร่งความเร็วตามรถคันหน้า อย่างไรก็ตาม ผมมีความเห็นต่อระบบ LDP (ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน) ว่ามีการตอบสนองที่ค่อนข้างรุนแรงกว่ารถรุ่นอื่นๆ เมื่อขับเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว พวงมาลัยจะขืนมืออย่างแรง ซึ่งแม้จะส่งเสริมวินัยในการขับขี่ แต่ก็อาจสร้างความตกใจได้บ้างในบางสถานการณ์บนถนนแคบๆ ในประเทศไทย โชคดีที่เราสามารถปิดระบบนี้ หรือตั้งค่าให้แจ้งเตือนด้วยเสียงอย่างเดียวได้ตามความต้องการ

ขุมพลังขับเคลื่อนและแบตเตอรี่: ประสิทธิภาพเหนือความคาดหมาย

หัวใจหลักของ HYPTEC HT คือมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 250 kW ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ทำให้รถ SUV ขนาดใหญ่คันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 5.8 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วและน่าประทับใจสำหรับรถในเซกเมนต์นี้

แบตเตอรี่ Magazine Battery 2.0 แบบ lithium ion phosphate ความจุ 83.3 kWh ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถ EV ประสิทธิภาพสูงในปี 2025 ทำให้รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ได้สูงถึง 280 kW โดยมีระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

ระยะเวลาในการชาร์จไฟ DC คือจุดเด่นที่สำคัญ:
DC Fast Charging 10-70% ใช้เวลาเพียง 15 นาที
DC Fast Charging 0-100% ใช้เวลา 53 นาที

นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทางไกลไปอย่างสิ้นเชิง คุณไม่ต้องกังวลกับการรอคอยอีกต่อไป เพียงแค่แวะพัก 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว

ทดสอบการขับขี่ HYPTEC HT 620 Premium: ประสบการณ์จริงที่สัมผัสได้

ในการทดสอบขับขี่ HYPTEC HT 620 Premium ผมได้นำรถคันนี้ไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งสภาพการจราจรติดขัดในเมืองและถนนโล่งนอกเมือง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนการใช้งานจริงมากที่สุด

อัตราเร่ง: ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ รถคันนี้มีพละกำลังเหลือเฟือในแบบฉบับรถครอบครัวตัวถังใหญ่และหนักถึง 2.2 ตัน สามารถไต่ระดับความเร็วไปได้อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง จนถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อกไว้ที่ 183 กม./ชม.

โหมด Eco: เป็นโหมดประหยัดพลังงานที่เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป คันเร่งไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ก็ไม่รู้สึกอืด และในช่วงยกคันเร่ง ระบบจะหน่วงเพื่อรีเจนเนอเรทพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นการได้พลังงานกลับมาแบบฟรีๆ
โหมด Comfort: เสมือนโหมด Normal ที่ให้การตอบสนองคันเร่งที่ไวขึ้น รู้สึกได้ถึงพละกำลังที่มากขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ไปจนถึงการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน มั่นใจได้ไม่มีปัญหา แม้จะมีความรู้สึกตื้อเล็กน้อยเมื่อความเร็วแตะ 140 กม./ชม. แต่ก็ยังสามารถเค้นกำลังไปถึงความเร็วสูงสุดได้
โหมด Sport: โหมดนี้คือความสนุกที่แท้จริง! คันเร่งตอบสนองไวที่สุด เพียงแค่แตะเบาๆ รถก็พุ่งทะยานทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเร็วและการขับขี่ที่เร้าใจ แต่แน่นอนว่าจะแลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โหมด Character: เป็นโหมดที่เปิดโอกาสให้คุณปรับแต่งการตอบสนองของคันเร่ง น้ำหนักเบรก และการกู้คืนพลังงานได้เอง เพื่อให้ได้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่ตรงใจที่สุด

ช่วงล่าง: โดยส่วนตัว ผมมองว่าช่วงล่างได้รับการปรับเซ็ตมาอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกำลังดี สามารถซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวขรุขระได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่าช่วงล่างของรถคันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต หากมีการหักเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันด้วยความเร็วสูง อาจจะรู้สึกถึงอาการโคลงเคลงได้บ้าง แต่สำหรับการขับขี่ที่เน้นความสบาย ช่วงล่างของ HYPTEC HT ทำได้ดีเยี่ยม

การเก็บเสียง: เป็นอีกจุดที่ผมประทับใจ หากขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 130 กม./ชม. รถคันนี้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระจกสองชั้นที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน และการวางแบตเตอรี่ที่พื้นรถยังช่วยดูดซับเสียงจากช่วงล่างได้ดี นอกจากนี้ เคสกันกระแทกแบตเตอรี่ยังมีการพ่นสีแบบย่น ช่วยลดเสียงกระทบจากหินกรวดได้อย่างชาญฉลาด หากขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกิน 130 กม./ชม. อาจจะได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่ และไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่แต่อย่างใด

HYPTEC HT 620 Premium: ระยะทางใช้งานจริงและประสิทธิภาพการชาร์จไฟ

ในส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าคือ “ระยะทางใช้งานจริง” และ “ความเร็วในการชาร์จ”

การทดสอบของผมประกอบด้วยการใช้งานในเมืองแบบรถติดประมาณ 30% และขับต่างจังหวัดบนถนนโล่งประมาณ 70%
เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% และขับจนแบตเตอรี่เหลือ 22% ผมได้ระยะทางรวม 415 กม. บนหน้าจอระบุว่ายังวิ่งได้อีก 136 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 14.4 kWh/100 กม. หรือเท่ากับว่าไฟ 1 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 6.94 กม.
หากคำนวณจากข้อมูลนี้ รถคันนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 530-550 กม. หากใช้งานจนแบตเตอรี่หมด 0%

ถือเป็นตัวเลขที่ประหยัดพลังงานอย่างน่าทึ่งสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่และหนักถึง 2,220 กก. โดยในการขับทดสอบ ผมใช้ความเร็วทั่วไปตามสภาพการจราจร และยืนพื้นที่ 100-120 กม./ชม. บนทางโล่ง ซึ่งเป็นความเร็วที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หากขับเกิน 120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองก็จะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

การทดสอบชาร์จไฟที่ตู้ Shell Recharge ขนาด 360 kW (เนื่องจาก Hyptec HT รองรับ DC 280 kW และเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V) ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม:
จาก 48%-80% ใช้เวลาเพียง 10 นาที
จาก 48%-100% ใช้เวลา 30 นาที

มาดูรายละเอียดกำลังไฟในแต่ละช่วง:
48%-60%: กำลังไฟ 233 kW (ค่อยๆ ลดลงจนถึง 200 kW)
60%-65%: กำลังไฟ 180 kW
65%-70%: กำลังไฟ 141 kW
70%-80%: กำลังไฟ 112 kW
80%-85%: กำลังไฟ 95 kW
85%-90%: กำลังไฟ 65 kW
90%-95%: กำลังไฟ 55 kW
95%-100%: กำลังไฟ 47 kW (ค่อยๆ ลดลงจนถึง 20 kW)

นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “ความประหยัดพลังงานเหนือชั้น” และ “การชาร์จที่รวดเร็วทันใจ” ด้วยเทคโนโลยี 800V ที่รองรับ 280 kW DC คุณสามารถแวะชาร์จแค่ 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นถึง 300-400 กม. แล้ว หมดปัญหาเรื่อง Range Anxiety ได้อย่างสิ้นเชิง และด้วยค่าไฟที่บ้านสำหรับมิเตอร์ TOU ผมคำนวณแล้วว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ 1 กม. อยู่ที่ประมาณ 50 สตางค์เท่านั้น ซึ่งประหยัดค่าเดินทางได้อย่างมหาศาล

สรุปภาพรวม: HYPTEC HT 620 Premium คือ EV ที่น่าลงทุนในปี 2025

โดยสรุปแล้ว HYPTEC HT 620 Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่น่าใช้งานอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ครับ ด้วยพละกำลังมอเตอร์ที่เหลือเฟือ ดีไซน์ภายนอกที่เรียบง่ายแต่หรูหรา ภายในที่กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียมมากมาย ทำให้รถคันนี้เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง

แบตเตอรี่ขนาด 83.3 kWh ที่เคลมระยะทางได้ 620 กม. (NEDC) และใช้งานจริงได้ประมาณ 530-550 กม. (หากขับจนหมด) ถือว่าเพียงพอต่อการเดินทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างสบายๆ และแม้ในการใช้งานจริง เรามักจะเหลือแบตเตอรี่ไว้ประมาณ 20% ก่อนหาที่ชาร์จ ซึ่งระยะทางที่ผมทำได้ประมาณ 415 กม. ก็เพียงพอแล้วสำหรับเกือบทุกเส้นทางในประเทศไทย หากคุณใช้รถวันละ 50 กม. รถคันนี้สามารถวิ่งได้เกือบ 10 วันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

สิ่งที่ทำให้ HYPTEC HT 620 Premium โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด SUV ไฟฟ้าปี 2025 คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ที่รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 280 kW ทำให้การชาร์จไฟเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ เพียงแวะพักเข้าห้องน้ำสัก 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น รถคันนี้ยังประหยัดพลังงานเป็นเลิศ ด้วยค่าไฟต่อกิโลเมตรเพียง 50 สตางค์ (หากชาร์จที่บ้านด้วยมิเตอร์ TOU) ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันได้อย่างมาก

HYPTEC HT 620 Premium ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ แต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า SUV พรีเมียม ที่ให้ทั้งความสบาย ประสิทธิภาพ และความประหยัดอย่างลงตัว สามารถใช้เป็นรถคันหลักทดแทนรถน้ำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สีสันที่สะท้อนสไตล์ของคุณ

HYPTEC HT 620 Premium มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ Spinel Grey, Alpine White, Crystal Silver, Onyx Black และ Rose Star (เฉพาะรุ่น 620 Luxury) พร้อมภายใน 2 โทนสี ได้แก่ Midnight Black และ Olympus Brown (ส่วน Berlin Beige เฉพาะรุ่น 620 Luxury) เพื่อให้คุณเลือกสรรได้ตามความชอบและสไตล์ที่เป็นคุณ

มั่นใจด้วยแพ็คเกจการรับประกันและบริการสุดพิเศษ

รับประกันแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้ารวมตลอดอายุการใช้งาน (สำหรับเจ้าของรถส่วนบุคคลลำดับที่ 1 และไม่ใช้งานเชิงพาณิชย์) หรือ 8 ปี / 240,000 กม. หากไม่เข้าเงื่อนไข
รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
รับประกันชิ้นส่วนประตูปีกนก 8 ปี หรือ 240,000 กม. (สำหรับรุ่น Luxury)
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
ฟรี ฟิล์มกระจก, แผ่นรองเท้า, ค่าจดทะเบียน
ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง (สายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร, รับประกันเครื่องชาร์จ 1 ปี)
ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในรถยนต์นาน 2 ปี ไม่จำกัดปริมาณ
ฟรี อัปเกรดซอฟต์แวร์ OTA ตลอดชีพ
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์ขับขี่แห่งอนาคต!

ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและแพ็คเกจสุดคุ้มค่า HYPTEC HT 620 Premium พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตคุณ หากคุณกำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย สมรรถนะ และความประหยัดพลังงานอย่างเหนือชั้นในปี 2025 นี้ ผมขอแนะนำให้คุณไปสัมผัสและทดลองขับ HYPTEC HT 620 Premium ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่าอนาคตของการเดินทางอยู่ใกล้แค่เอื้อม!

สัมผัสประสบการณ์ HYPTEC HT 620 Premium ด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม HYPTEC ทั่วประเทศ.

Previous Post

[ตอนต่อไป] 034T1110 A ไฟไหม้บ้าน ทำให้ความลับที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้มายาวนาน

Next Post

[ตอนต่อไป] 036T1110 A 2สาวไฮโซนิสัยเสีย ถูกส่งมาดัดนิสัยที่บ้านนอก

Next Post
[ตอนต่อไป] 036T1110 A 2สาวไฮโซนิสัยเสีย ถูกส่งมาดัดนิสัยที่บ้านนอก

[ตอนต่อไป] 036T1110 A 2สาวไฮโซนิสัยเสีย ถูกส่งมาดัดนิสัยที่บ้านนอก

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.