HYPTEC HT 620 Premium ปี 2025: SUV ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ครบครันเกินคาด ประหยัดพลังงานเป็นเลิศ
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของตลาดรถ EV ที่ก้าวกระโดดอย่างน่าทึ่ง และในยุคที่เทคโนโลยีวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การจะหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งความหรูหรา สมรรถนะ ความปลอดภัย และที่สำคัญที่สุดคือ “ความคุ้มค่า” นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ HYPTEC HT 620 Premium คือหนึ่งในข้อยกเว้นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2025 นี้
HYPTEC แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมภายใต้ร่มเงาของ GAC ยักษ์ใหญ่จากจีน ไม่ได้เพิ่งเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเงียบเชียบ เพราะก่อนหน้านี้ AION ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในเครือ ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่และกวาดความสำเร็จไปอย่างงดงามในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับเริ่มต้นถึงกลาง การกลับมาอีกครั้งในชื่อ HYPTEC HT จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วย HT 620 Premium ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2024 และพร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาด SUV ไฟฟ้าพรีเมียมในไทยอย่างเต็มตัวในปี 2025 นี้
HYPTEC HT 620 Premium: เมื่อความหรูหรามาบรรจบกับนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง
จากประสบการณ์ของผมในฐานะผู้ใช้งานจริง ต้องบอกว่า HYPTEC HT 620 Premium ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่คือผลลัพธ์ของการผสานรวมดีไซน์อันสง่างาม เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่อัจฉริยะ และเทคโนโลยีสุดล้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่อชีวิตยุคใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นที่เรานำมาเจาะลึกในวันนี้คือ 620 Premium ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (เริ่มต้น 1,449,000 บาท) แต่ยังคงอัดแน่นด้วยออปชั่นระดับพรีเมียมไม่แพ้รุ่นท็อปอย่าง 620 Luxury (ประตูปีกนก ราคา 1,749,000 บาท) ซึ่งความคุ้มค่าที่ได้มานั้นเหนือความคาดหมายจริงๆ
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่บ่งบอกตัวตน
เมื่อแรกเห็น HYPTEC HT คุณจะสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตโอ่อ่า มิติตัวถังที่ยาว 4,935 มม., กว้าง 1,920 มม. และสูง 1,700 มม. ทำให้รถคันนี้ดูสูงโปร่ง มีฐานที่มั่นคงบนท้องถนน การออกแบบด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากความล้ำค่าของอัญมณีคริสตัลที่ผ่านการเจียระไน ทำให้ไฟหน้าแบบ Diamond Cut Full LED ดูโดดเด่นและมีมิติ พร้อมลูกเล่นไฟวิ่งที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ การปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ และการตั้งระดับไฟหน้าได้เอง ซึ่งแสงไฟสีขาวอมส้มที่ส่องสว่างชัดเจนโดยไม่แยงตารถคันหน้า คือสิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ HYPTEC ให้ความสำคัญ
ระบบกล้องรอบคัน 360 องศา และเซนเซอร์หน้า-หลัง ทำงานร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด เมื่อขับเข้าใกล้วัตถุ ระบบจะแจ้งเตือนพร้อมสลับภาพเป็นมุมมองรอบคันบนจอกลางทันที ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และจอดรถในพื้นที่จำกัดได้อย่างมาก ที่สำคัญคือกล้องที่ติดตั้งอยู่บนกระจกหน้า ซึ่งผมมองว่าเป็น “หัวใจ” สำคัญของระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ทั้งหมดของรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Adaptive Cruise Control Stop & Go ที่จับรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ หรือระบบรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน ล้วนพึ่งพากล้องตัวนี้ในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและน่าเชื่อถือ
ด้านข้างของ HYPTEC HT 620 Premium มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา ประตูทั้งสี่บานเปิด-ปิดได้ตามปกติ ซึ่งสำหรับผมที่เน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ผมกลับชื่นชอบประตูแบบธรรมดามากกว่าประตูปีกนกของรุ่น Luxury เพราะในสถานการณ์ที่เร่งรีบ การเปิดประตูเพื่อลงจากรถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า แม้ว่าประตูปีกนกจะให้ความกว้างในการเข้า-ออกที่ยอดเยี่ยมและไม่ต้องก้มศีรษะ รวมถึงระบบเรดาร์ 12 จุดที่หยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง แต่ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันบางครั้งก็สำคัญกว่าความหวือหวา
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ถูกเลือกมาอย่างลงตัวกับขนาดของซุ้มล้อและรูปลักษณ์ของรถ รัดด้วยยางขนาด 245/50R20 ให้การยึดเกาะถนนที่ดี ดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้ความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ระบบช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ และหลังแบบอิสระ 5-Link ช่วยซับแรงสะเทือนได้อย่างนุ่มนวล มอบความสบายในการเดินทางทั้งระยะใกล้และไกล
ส่วนท้ายของรถโดดเด่นด้วยไฟท้าย Horizon Full LED ที่ในยามค่ำคืนจะเปล่งประกายคล้ายคริสตัลสามก้อนสีแดงเชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟยาวตลอดแนว สร้างความประทับใจและจดจำได้ทันที ฝาท้ายไฟฟ้าสามารถตั้งระดับความสูงได้ผ่านหน้าจอกลาง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเปิดฝาท้ายในที่จอดรถที่มีเพดานต่ำ พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุ 670 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่หลายใบ และสามารถเพิ่มเป็น 1,802 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังราบลง ทำให้ HYPTEC HT กลายเป็นยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่พร้อมตอบรับทุกการผจญภัย
ดีไซน์ภายใน: มิติใหม่แห่งความกว้างขวางและความสะดวกสบายระดับพรีเมียม
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ HYPTEC HT คุณจะถูกโอบล้อมด้วยความใหญ่โตมโหฬารที่เหนือความคาดหมาย เหตุผลที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางได้ถึงขนาดนี้เป็นเพราะ HYPTEC HT ถูกออกแบบให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่วางแบตเตอรี่ที่พื้นรถได้อย่างลงตัว โดยไม่รบกวนพื้นที่ใช้สอยภายใน ออปชั่นที่ให้มานั้นครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันเป่าลมและระบบนวดไฟฟ้าที่สามารถเลือกจุดนวดและความแรงได้ ถือเป็นความใส่ใจในรายละเอียดที่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่ารถ EV ทั่วไปในระดับราคาเดียวกัน
ที่หัวไหล่เบาะคนขับมีลำโพงสองตัวสำหรับสนทนาโทรศัพท์ ทำให้เสียงสนทนาคมชัดและเป็นส่วนตัว Wireless Charging กำลังไฟ 50W ช่วยให้การชาร์จสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ระบบเสียง Dolby Atmos 22 ตำแหน่ง, พอร์ต USB ทั้งหน้าและหลัง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, ระบบสตาร์ทแบบ IBCM (เพียงแค่นั่ง เหยียบเบรก และเข้าเกียร์), Ambient Light ปรับได้หลายสี, กระจกไฟฟ้า One-touch ทั้งสี่บาน, และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD ขนาด 8.88 นิ้ว ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเติมเต็มความหรูหราและความสะดวกสบาย
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติมาพร้อมแผ่นกรองฝุ่น PM2.5 และระบบตรวจจับมลพิษภายนอกรถ ช่วยให้คุณรู้ทันทีว่าคุณภาพอากาศภายนอกเป็นอย่างไร และมั่นใจได้ว่าอากาศภายในห้องโดยสารจะบริสุทธิ์เสมอ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีระบบน้ำหอมในรถที่เลือกได้ 3 กลิ่น สามารถปรับความเข้มข้นและเปลี่ยนกลิ่นได้ง่ายๆ ที่ผนังช่องวางเท้าเบาะหน้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างน่าประทับใจ
จอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8155 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมทุกระบบของรถ ตั้งแต่การแสดงภาพกล้องรอบคัน 360 องศา ไปจนถึงการตั้งค่าต่างๆ การใช้งานหน้าจอสัมผัสมีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ลื่นไหล ตอบสนองได้ดีเยี่ยม และที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือเมื่อใช้งานแผนที่นำทาง แผนที่จะแสดงผลเต็มหน้าจอ ทำให้ไม่พลาดทุกเส้นทาง และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
ฟังก์ชัน “โหมดงีบหลับ” เป็นสิ่งที่โดดเด่นและสะท้อนถึงการออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เมื่อเปิดใช้งานผ่านจอกลาง เบาะจะปรับเอนลงในตำแหน่งที่เหมาะสม ระบบปรับอากาศจะปรับอุณหภูมิที่สบาย แสงไฟภายในและภายนอกจะดับลง เหลือเพียงแสงไฟจากจอกลาง พร้อมเสียงธรรมชาติที่ช่วยกล่อมให้ผ่อนคลาย และสามารถตั้งเวลาปลุกได้ นอกจากนี้ยังมี “โหมดแคมป์ไฟ” ที่ปรับอุณหภูมิภายในรถให้เหมาะสมกับการพักผ่อนในบรรยากาศกลางแจ้ง ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
หลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปจนถึงเบาะหลัง ช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา และยกระดับความหรูหราให้กับห้องโดยสาร สามารถควบคุมการเปิด-ปิดผ่านจอกลางได้อย่างง่ายดาย
และจุดเด่นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือพื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่วางเท้าที่เหลือเฟือจนเด็กสามารถนอนพาดที่พื้นได้สบายๆ ซึ่งทุกคนที่ได้ลองนั่งต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “โคตรกว้าง” เบาะหลังยังสามารถปรับเอนได้ถึง 143 องศา พร้อมที่วางเท้าสำหรับเอนนอนที่ฝั่งซ้าย และโต๊ะทำงานส่วนตัวแบบพับเก็บได้ที่ฝั่งขวา ทำให้การเดินทางไกลของผู้โดยสารตอนหลังสะดวกสบายเหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว
อีกหนึ่งความสามารถที่ทำให้ HYPTEC HT แตกต่างคือระบบ V2L (Vehicle to Load) ที่ให้กำลังไฟสูงถึง 3.3 kW ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 โดยเฉพาะสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง สามารถจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแอร์เคลื่อนที่ พัดลม เตาย่างไฟฟ้า หม้อสุกี้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเครื่องดนตรีไฟฟ้า ทำให้รถคันนี้เป็นเสมือนแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีลำโพงที่กันชนหน้า สามารถเปิดเพลงให้เสียงออกนอกรถได้อีกด้วย ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง
ระบบช่วยเหลือและระบบความปลอดภัย: มั่นใจทุกการเดินทาง
HYPTEC HT มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้ง Active Safety และ Passive Safety เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์
ระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety): ESP, ABS, EBD, EPB, HHC, HDC, VDC, TCS, DMS (เตือนความเหนื่อยล้า), AVAS (เสียงเตือนคนภายนอก), TPMS (ตรวจสอบแรงดันลมยาง) และระบบป้องกันการโจรกรรม
ระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ (Passive Safety): ถุงลมเสริมความปลอดภัยรอบคัน (หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม), ระบบเตือนคาดเข็มขัด, ISOFIX, ระบบล็อกไฟฟ้าป้องกันเด็กเปิดประตู และการแจ้งเตือนความปลอดภัย
นอกจากนี้ HYPTEC HT ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ที่ล้ำสมัย:
ระบบช่วยการขับขี่: AEB (เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ), FCW (เตือนก่อนการชนด้านหน้า), LDW (เตือนเมื่อออกนอกเลน), LDP (ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน), IHBC (ไฟสูงอัจฉริยะ), BSD (เตือนมุมอับสายตา), DOW (เตือนการเปิดประตู), RCTA (เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง), RAW (เตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้), กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, ACC-S&G (ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อม Stop & Go), ICA (ควบคุมความเร็วอัจฉริยะ), TJA (ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ)
จากประสบการณ์ใช้งานจริง ระบบช่วยเหลือเหล่านี้ทำงานได้ค่อนข้างเสถียร โดยเฉพาะ ACC-S&G ที่สามารถตั้งระยะห่างกับรถคันหน้าได้ และทำงานได้อย่างนุ่มนวลทั้งการเบรกและเร่งความเร็วตามรถคันหน้า อย่างไรก็ตาม ผมมีความเห็นต่อระบบ LDP (ช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน) ว่ามีการตอบสนองที่ค่อนข้างรุนแรงกว่ารถรุ่นอื่นๆ เมื่อขับเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว พวงมาลัยจะขืนมืออย่างแรง ซึ่งแม้จะส่งเสริมวินัยในการขับขี่ แต่ก็อาจสร้างความตกใจได้บ้างในบางสถานการณ์บนถนนแคบๆ ในประเทศไทย โชคดีที่เราสามารถปิดระบบนี้ หรือตั้งค่าให้แจ้งเตือนด้วยเสียงอย่างเดียวได้ตามความต้องการ
ขุมพลังขับเคลื่อนและแบตเตอรี่: ประสิทธิภาพเหนือความคาดหมาย
หัวใจหลักของ HYPTEC HT คือมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 250 kW ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ทำให้รถ SUV ขนาดใหญ่คันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 5.8 วินาที ซึ่งถือว่ารวดเร็วและน่าประทับใจสำหรับรถในเซกเมนต์นี้
แบตเตอรี่ Magazine Battery 2.0 แบบ lithium ion phosphate ความจุ 83.3 kWh ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับรถ EV ประสิทธิภาพสูงในปี 2025 ทำให้รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ได้สูงถึง 280 kW โดยมีระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
ระยะเวลาในการชาร์จไฟ DC คือจุดเด่นที่สำคัญ:
DC Fast Charging 10-70% ใช้เวลาเพียง 15 นาที
DC Fast Charging 0-100% ใช้เวลา 53 นาที
นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทางไกลไปอย่างสิ้นเชิง คุณไม่ต้องกังวลกับการรอคอยอีกต่อไป เพียงแค่แวะพัก 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว
ทดสอบการขับขี่ HYPTEC HT 620 Premium: ประสบการณ์จริงที่สัมผัสได้
ในการทดสอบขับขี่ HYPTEC HT 620 Premium ผมได้นำรถคันนี้ไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งสภาพการจราจรติดขัดในเมืองและถนนโล่งนอกเมือง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนการใช้งานจริงมากที่สุด
อัตราเร่ง: ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ รถคันนี้มีพละกำลังเหลือเฟือในแบบฉบับรถครอบครัวตัวถังใหญ่และหนักถึง 2.2 ตัน สามารถไต่ระดับความเร็วไปได้อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง จนถึงความเร็วสูงสุดที่ถูกล็อกไว้ที่ 183 กม./ชม.
โหมด Eco: เป็นโหมดประหยัดพลังงานที่เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไป คันเร่งไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ก็ไม่รู้สึกอืด และในช่วงยกคันเร่ง ระบบจะหน่วงเพื่อรีเจนเนอเรทพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นการได้พลังงานกลับมาแบบฟรีๆ
โหมด Comfort: เสมือนโหมด Normal ที่ให้การตอบสนองคันเร่งที่ไวขึ้น รู้สึกได้ถึงพละกำลังที่มากขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ไปจนถึงการเร่งแซงหรือขึ้นทางชัน มั่นใจได้ไม่มีปัญหา แม้จะมีความรู้สึกตื้อเล็กน้อยเมื่อความเร็วแตะ 140 กม./ชม. แต่ก็ยังสามารถเค้นกำลังไปถึงความเร็วสูงสุดได้
โหมด Sport: โหมดนี้คือความสนุกที่แท้จริง! คันเร่งตอบสนองไวที่สุด เพียงแค่แตะเบาๆ รถก็พุ่งทะยานทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเร็วและการขับขี่ที่เร้าใจ แต่แน่นอนว่าจะแลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โหมด Character: เป็นโหมดที่เปิดโอกาสให้คุณปรับแต่งการตอบสนองของคันเร่ง น้ำหนักเบรก และการกู้คืนพลังงานได้เอง เพื่อให้ได้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่ตรงใจที่สุด
ช่วงล่าง: โดยส่วนตัว ผมมองว่าช่วงล่างได้รับการปรับเซ็ตมาอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกำลังดี สามารถซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวขรุขระได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจว่าช่วงล่างของรถคันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต หากมีการหักเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนกะทันหันด้วยความเร็วสูง อาจจะรู้สึกถึงอาการโคลงเคลงได้บ้าง แต่สำหรับการขับขี่ที่เน้นความสบาย ช่วงล่างของ HYPTEC HT ทำได้ดีเยี่ยม
การเก็บเสียง: เป็นอีกจุดที่ผมประทับใจ หากขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 130 กม./ชม. รถคันนี้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระจกสองชั้นที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน และการวางแบตเตอรี่ที่พื้นรถยังช่วยดูดซับเสียงจากช่วงล่างได้ดี นอกจากนี้ เคสกันกระแทกแบตเตอรี่ยังมีการพ่นสีแบบย่น ช่วยลดเสียงกระทบจากหินกรวดได้อย่างชาญฉลาด หากขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกิน 130 กม./ชม. อาจจะได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่ และไม่ถือเป็นปัญหาใหญ่แต่อย่างใด
HYPTEC HT 620 Premium: ระยะทางใช้งานจริงและประสิทธิภาพการชาร์จไฟ
ในส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าคือ “ระยะทางใช้งานจริง” และ “ความเร็วในการชาร์จ”
การทดสอบของผมประกอบด้วยการใช้งานในเมืองแบบรถติดประมาณ 30% และขับต่างจังหวัดบนถนนโล่งประมาณ 70%
เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% และขับจนแบตเตอรี่เหลือ 22% ผมได้ระยะทางรวม 415 กม. บนหน้าจอระบุว่ายังวิ่งได้อีก 136 กม.
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 14.4 kWh/100 กม. หรือเท่ากับว่าไฟ 1 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 6.94 กม.
หากคำนวณจากข้อมูลนี้ รถคันนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 530-550 กม. หากใช้งานจนแบตเตอรี่หมด 0%
ถือเป็นตัวเลขที่ประหยัดพลังงานอย่างน่าทึ่งสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่และหนักถึง 2,220 กก. โดยในการขับทดสอบ ผมใช้ความเร็วทั่วไปตามสภาพการจราจร และยืนพื้นที่ 100-120 กม./ชม. บนทางโล่ง ซึ่งเป็นความเร็วที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หากขับเกิน 120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองก็จะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ
การทดสอบชาร์จไฟที่ตู้ Shell Recharge ขนาด 360 kW (เนื่องจาก Hyptec HT รองรับ DC 280 kW และเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V) ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม:
จาก 48%-80% ใช้เวลาเพียง 10 นาที
จาก 48%-100% ใช้เวลา 30 นาที
มาดูรายละเอียดกำลังไฟในแต่ละช่วง:
48%-60%: กำลังไฟ 233 kW (ค่อยๆ ลดลงจนถึง 200 kW)
60%-65%: กำลังไฟ 180 kW
65%-70%: กำลังไฟ 141 kW
70%-80%: กำลังไฟ 112 kW
80%-85%: กำลังไฟ 95 kW
85%-90%: กำลังไฟ 65 kW
90%-95%: กำลังไฟ 55 kW
95%-100%: กำลังไฟ 47 kW (ค่อยๆ ลดลงจนถึง 20 kW)
นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “ความประหยัดพลังงานเหนือชั้น” และ “การชาร์จที่รวดเร็วทันใจ” ด้วยเทคโนโลยี 800V ที่รองรับ 280 kW DC คุณสามารถแวะชาร์จแค่ 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางขับขี่เพิ่มขึ้นถึง 300-400 กม. แล้ว หมดปัญหาเรื่อง Range Anxiety ได้อย่างสิ้นเชิง และด้วยค่าไฟที่บ้านสำหรับมิเตอร์ TOU ผมคำนวณแล้วว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ 1 กม. อยู่ที่ประมาณ 50 สตางค์เท่านั้น ซึ่งประหยัดค่าเดินทางได้อย่างมหาศาล
สรุปภาพรวม: HYPTEC HT 620 Premium คือ EV ที่น่าลงทุนในปี 2025
โดยสรุปแล้ว HYPTEC HT 620 Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่น่าใช้งานอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ครับ ด้วยพละกำลังมอเตอร์ที่เหลือเฟือ ดีไซน์ภายนอกที่เรียบง่ายแต่หรูหรา ภายในที่กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียมมากมาย ทำให้รถคันนี้เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง
แบตเตอรี่ขนาด 83.3 kWh ที่เคลมระยะทางได้ 620 กม. (NEDC) และใช้งานจริงได้ประมาณ 530-550 กม. (หากขับจนหมด) ถือว่าเพียงพอต่อการเดินทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างสบายๆ และแม้ในการใช้งานจริง เรามักจะเหลือแบตเตอรี่ไว้ประมาณ 20% ก่อนหาที่ชาร์จ ซึ่งระยะทางที่ผมทำได้ประมาณ 415 กม. ก็เพียงพอแล้วสำหรับเกือบทุกเส้นทางในประเทศไทย หากคุณใช้รถวันละ 50 กม. รถคันนี้สามารถวิ่งได้เกือบ 10 วันต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
สิ่งที่ทำให้ HYPTEC HT 620 Premium โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด SUV ไฟฟ้าปี 2025 คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800V ที่รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 280 kW ทำให้การชาร์จไฟเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ เพียงแวะพักเข้าห้องน้ำสัก 10-15 นาที ก็ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น รถคันนี้ยังประหยัดพลังงานเป็นเลิศ ด้วยค่าไฟต่อกิโลเมตรเพียง 50 สตางค์ (หากชาร์จที่บ้านด้วยมิเตอร์ TOU) ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันได้อย่างมาก
HYPTEC HT 620 Premium ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ แต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า SUV พรีเมียม ที่ให้ทั้งความสบาย ประสิทธิภาพ และความประหยัดอย่างลงตัว สามารถใช้เป็นรถคันหลักทดแทนรถน้ำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สีสันที่สะท้อนสไตล์ของคุณ
HYPTEC HT 620 Premium มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ Spinel Grey, Alpine White, Crystal Silver, Onyx Black และ Rose Star (เฉพาะรุ่น 620 Luxury) พร้อมภายใน 2 โทนสี ได้แก่ Midnight Black และ Olympus Brown (ส่วน Berlin Beige เฉพาะรุ่น 620 Luxury) เพื่อให้คุณเลือกสรรได้ตามความชอบและสไตล์ที่เป็นคุณ
มั่นใจด้วยแพ็คเกจการรับประกันและบริการสุดพิเศษ
รับประกันแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้ารวมตลอดอายุการใช้งาน (สำหรับเจ้าของรถส่วนบุคคลลำดับที่ 1 และไม่ใช้งานเชิงพาณิชย์) หรือ 8 ปี / 240,000 กม. หากไม่เข้าเงื่อนไข
รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
รับประกันชิ้นส่วนประตูปีกนก 8 ปี หรือ 240,000 กม. (สำหรับรุ่น Luxury)
ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
ฟรี ฟิล์มกระจก, แผ่นรองเท้า, ค่าจดทะเบียน
ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง (สายไฟยาวไม่เกิน 20 เมตร, รับประกันเครื่องชาร์จ 1 ปี)
ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในรถยนต์นาน 2 ปี ไม่จำกัดปริมาณ
ฟรี อัปเกรดซอฟต์แวร์ OTA ตลอดชีพ
ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสประสบการณ์ขับขี่แห่งอนาคต!
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นและแพ็คเกจสุดคุ้มค่า HYPTEC HT 620 Premium พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตคุณ หากคุณกำลังมองหารถ SUV ไฟฟ้าพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย สมรรถนะ และความประหยัดพลังงานอย่างเหนือชั้นในปี 2025 นี้ ผมขอแนะนำให้คุณไปสัมผัสและทดลองขับ HYPTEC HT 620 Premium ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะพบว่าอนาคตของการเดินทางอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
สัมผัสประสบการณ์ HYPTEC HT 620 Premium ด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม HYPTEC ทั่วประเทศ.
![[ตอนต่อไป] 035T1110 A สองพี่น้องลูกทรพี วางแผนฆ่ๅแม่เพื่อหวังจะเอาสมบัติจากแม่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-33.png)
![[ตอนต่อไป] 036T1110 A 2สาวไฮโซนิสัยเสีย ถูกส่งมาดัดนิสัยที่บ้านนอก](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-34.png)