นิสสัน ลีฟ 2026: ปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า สู่บทบาทผู้นำยุคใหม่
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของรถยนต์พลังงานสะอาดมาอย่างต่อเนื่อง และน้อยครั้งนักที่จะมีรถรุ่นใดสามารถสร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดได้เหมือนที่ Nissan Leaf ทำมาตั้งแต่ปี 2010 ด้วยยอดขายเกือบ 700,000 คันทั่วโลก Leaf ได้ปักธงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไปรุ่นแรกอย่างแท้จริง และเมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2025 ที่เทคโนโลยีและตลาด EV กำลังร้อนระอุ การกลับมาของ Nissan Leaf เจเนอเรชันที่สาม ในโฉมของครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่ทันสมัยและเปี่ยมประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การปรับโฉมธรรมดา แต่เป็นการประกาศศักดาครั้งสำคัญ ที่จะสั่นสะเทือนตลาดและยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและทั่วโลก
ความท้าทายของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันคือการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหามากกว่าแค่การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง พวกเขาต้องการดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าประทับใจ และที่สำคัญที่สุดคือระยะทางขับขี่ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน Nissan Leaf 2026 จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคำตอบเหล่านั้น ด้วยการผสานนวัตกรรมล่าสุดของนิสสันเข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
การออกแบบที่ทลายทุกข้อจำกัด: สุนทรียภาพแห่งแอโรไดนามิก
สิ่งแรกที่สะกดทุกสายตาเมื่อได้เห็น Nissan Leaf 2026 คือการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบครั้งใหญ่ จากแฮทช์แบ็กที่เราคุ้นเคย สู่รูปลักษณ์ของครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่สง่างามและทันสมัย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงปรัชญา “Form Follows Function” อย่างชัดเจน ทีมออกแบบของนิสสันได้ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างสรรค์ตัวถังที่สามารถรีดอากาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่น่าทึ่งเพียง 0.25 Cd ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มระยะทางขับขี่และประสิทธิภาพโดยรวมของรถ
ทุกเส้นสายบนตัวถังถูกบรรจงปั้นแต่งอย่างพิถีพิถัน มือจับประตูแบบฝังเรียบไปกับตัวถัง เส้นสายหลังคาแบบ Fastback ที่ไหลลื่นตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้ายรถ การออกแบบใต้ท้องรถให้มีความเรียบเนียน และพื้นผิวที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันเพื่อลดแรงต้านอากาศให้เหลือน้อยที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น แสงไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบ 3 มิติ ยังช่วยเพิ่มความโดดเด่นและบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของ Leaf เจเนอเรชันใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน
มิติของตัวรถก็ได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อมอบความสมดุลที่ลงตัวยิ่งขึ้น แม้จะสั้นลง 14 เซนติเมตร และระยะฐานล้อลดลง 1 เซนติเมตรจากรุ่นก่อน แต่กลับมีความกว้างเพิ่มขึ้น 22 มิลลิเมตร และความสูงเพิ่มขึ้น 25 มิลลิเมตร การเปลี่ยนแปลงมิติเหล่านี้ทำให้ Leaf 2026 มีสัดส่วนที่ดูแข็งแกร่ง มั่นคง และมีท่วงท่าที่พร้อมทะยานไปข้างหน้า พร้อมทั้งมอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้นอย่างคาดไม่ถึง การเลือกสรรสีตัวถังที่มีให้เลือกถึง 10 เฉดสี รวมถึงสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใหม่ที่สะดุดตา และตัวเลือกขนาดล้ออัลลอยด์ 18 หรือ 19 นิ้ว ตามรุ่นย่อย ยิ่งเพิ่มทางเลือกให้ผู้ขับขี่สามารถสะท้อนสไตล์ส่วนตัวได้อย่างเต็มที่
สัมผัสแห่งความล้ำสมัย: ห้องโดยสารที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Nissan Leaf 2026 คุณจะพบกับพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “ห้องโดยสารแห่งชีวิตอัจฉริยะ” (Smart Living Space) ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของครอบครัวสมัยใหม่ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ไปส่งลูกที่โรงเรียน เดินทางไปทำงาน หรือแม้แต่การเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์
การออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจาก Nissan Ariya ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของนิสสัน ด้วยการผสานหน้าจอคู่ขนาด 14.3 นิ้วที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ทำหน้าที่เป็นแผงหน้าปัดดิจิทัลและระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย ระบบมัลติมีเดียนี้มาพร้อมกับบริการของ Google ในตัว มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็น Google Maps, Google Assistant หรือ Google Play Store ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความบันเทิงที่ครบครัน
คุณภาพของวัสดุและการประกอบใน Leaf 2026 ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ให้ความรู้สึกพรีเมียมเทียบเคียงกับรถยนต์ในระดับที่สูงกว่า พื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหน้ากว้างขวางเป็นพิเศษ มอบความรู้สึกโล่งสบายและไม่อึดอัด ในขณะที่พื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แม้จะกะทัดรัดกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรองรับผู้โดยสารสองคนได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความกว้างขวางของช่วงไหล่และพื้นที่เหนือศีรษะที่ดีเยี่ยม แม้ว่าพื้นที่วางขาอาจจะรู้สึกกระชับไปบ้าง และพนักพิงศีรษะอาจจะไม่นุ่มสบายที่สุด แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับการใช้งานทั่วไป
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือหลังคากระจกพาโนรามาที่สามารถปรับความทึบแสงได้ มอบความรู้สึกโปร่งโล่งและเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อย่างลงตัว ช่วยให้การเดินทางไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความสุนทรีย์ และสำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ Leaf 2026 มอบความจุถึง 437 ลิตร ซึ่งมากเกินพอสำหรับสัมภาระในชีวิตประจำวัน และเมื่อพับเบาะหลังลง พื้นที่เก็บสัมภาระจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 1,052 ลิตร โดยมีพื้นราบเรียบสนิท อำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขุมพลังแห่งอนาคต: ประสิทธิภาพและเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม CMF-EV
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Nissan Leaf 2026 สู่ยุคใหม่คือการเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน Nissan Ariya รวมถึง Renault Megane E-Tech และ Renault Scenic E-Tech แพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่แค่โครงสร้างใหม่ แต่เป็นวิศวกรรมที่ล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านข้างของตัวถังได้ถึง 66% ส่งผลให้การขับขี่บนท้องถนนของ Leaf เจเนอเรชันนี้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์มาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวและความนุ่มนวลในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
Leaf 2026 มาพร้อมกับสองทางเลือกของชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย:
รุ่นมาตรฐาน: แบตเตอรี่ความจุ 52 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 130 kW (เทียบเท่า 176 แรงม้า) แรงบิด 345 นิวตันเมตร
รุ่นขยายระยะทาง (Long Range): แบตเตอรี่ความจุ 75 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW (เทียบเท่า 218 แรงม้า) แรงบิด 355 นิวตันเมตร
ทั้งสองรุ่นใช้ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ Single-Speed ที่ให้การตอบสนองที่ราบรื่นและฉับไว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.6 – 8.6 วินาที และความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมืองในประเทศไทย
ระยะทางและระบบชาร์จ: ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุดในรถยนต์ไฟฟ้าคือระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง Nissan Leaf 2026 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยระยะทางขับขี่ที่น่าประทับใจ:
รุ่นแบตเตอรี่ 52 kWh: ระยะทางขับขี่สูงสุด 440 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
รุ่นแบตเตอรี่ 75 kWh (Long Range): ระยะทางขับขี่สูงสุด 622 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
แม้ว่าระยะทางตามมาตรฐาน WLTP จะเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเข้าใจดีว่าผู้ใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงต้องการข้อมูลที่ใช้งานได้จริง Nissan Leaf 2026 สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 330 กิโลเมตร ที่ความเร็วคงที่ 130 กม./ชม. สำหรับรุ่น Long Range และ 224 กิโลเมตรสำหรับรุ่นแบตเตอรี่มาตรฐาน ที่ความเร็วเดียวกัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมและเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะกลางระหว่างเมืองในประเทศไทยได้อย่างสบาย
ด้านการชาร์จไฟ Leaf 2026 รองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ (AC) สูงสุดที่ 11 kW ซึ่งเหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะแบบปกติ และสำหรับการเดินทางไกลที่ต้องการความรวดเร็ว Leaf 2026 รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC Fast Charge) ได้สูงสุดถึง 150 kW (105 kW สำหรับแบตเตอรี่ขนาดเล็ก) ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถชาร์จแบตเตอรี่เพื่อวิ่งได้ไกลถึง 417 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น เทคโนโลยีการชาร์จที่รวดเร็วนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยคลายความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” ให้กับผู้ใช้งานในยุคที่สถานีชาร์จกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
นอกจากนี้ Leaf 2026 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง V2L (Vehicle-to-Load) ที่ช่วยให้รถสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกไปให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW เปลี่ยนรถของคุณให้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ในยามจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ หรือใช้เป็นพลังงานสำรองยามไฟดับ และในอนาคตอันใกล้ Leaf 2026 จะสามารถรองรับเทคโนโลยี V2G (Vehicle-to-Grid) ซึ่งจะช่วยให้รถสามารถส่งพลังงานไฟฟ้ากลับคืนสู่โครงข่ายไฟฟ้าได้ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟภายในบ้าน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในอนาคต สร้างนิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าในฐานะมากกว่าแค่ยานพาหนะ
ประสบการณ์การขับขี่: เหนือกว่าทุกความคาดหมาย
จากการได้ทดลองขับ Nissan Leaf 2026 ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายรอบกรุงโคเปนเฮเกน โดยเฉพาะรุ่น Long Range ที่มีกำลังสูงสุด ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า Leaf เจเนอเรชันนี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปไกลอย่างไม่น่าเชื่อ มันไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานอีกต่อไป แต่เป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นคง ปลอดภัย และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือความรู้สึกมั่นคงบนท้องถนน Leaf 2026 ให้ความรู้สึกเหมือนถูก “ยึดเกาะ” กับพื้นผิวถนนได้อย่างแน่นหนา มอบความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในการขับขี่ ทั้งบนทางตรงและทางโค้ง ด้วยพลวัตการขับขี่ที่เหนือกว่าและยังคงรักษาความนุ่มนวลในการเดินทางไว้ได้อย่างสมดุล ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
จุดแข็งที่ Leaf 2026 ชูขึ้นมาเพื่อท้าชนคู่แข่งอย่าง Citroën ë-C4, Kia EV3, Hyundai Kona หรือ Kia e-Niro คือประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่า การทดสอบขับขี่แสดงให้เห็นถึงอัตราสิ้นเปลืองพลังงานที่น่าประทับใจเพียง 14.2 kWh/100 กม. ในเส้นทางผสมระหว่างในเมืองและถนนรอง และ 14.8 kWh/100 กม. ในเส้นทางหลักบนทางหลวง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของนิสสันในการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง
Leaf เจเนอเรชันใหม่นี้มอบความสมดุลที่ลงตัวยิ่งกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ยังคงให้ความสะดวกสบายในระดับสูง ขณะเดียวกันก็พัฒนาประสิทธิภาพการควบคุมรถบนท้องถนนได้อย่างโดดเด่น มีความมั่นคงสูง และพวงมาลัยที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทำให้การขับขี่ในเส้นทางคดเคี้ยวเป็นไปอย่างสนุกและมั่นใจ ระบบกันสะเทือนที่ค่อนข้างเฟิร์มช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวถังได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งในขณะเข้าโค้ง เบรก หรือเร่งความเร็ว
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าชื่นชมคือแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงด้วยการสร้างพลังงานกลับคืน (Regenerative Braking) ได้ถึง 4 ระดับ แต่ละระดับได้รับการปรับตั้งมาอย่างดีเยี่ยม (หนึ่งในนั้นคือโหมด “Coasting” หรือการขับขี่แบบลอยตัว) และยังมีฟังก์ชัน One-Pedal Drive ที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมความเร็วและหยุดรถได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว ลดการใช้แป้นเบรกในหลายสถานการณ์ เพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการขับขี่ในเมืองได้อย่างมาก
การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง แต่หากต้องการความเร้าใจมากขึ้น เพียงแค่เปิดโหมด Sport รถก็จะพร้อมทะยานไปข้างหน้าด้วยพละกำลังที่ฉับไว การเดินทางในช่วงแรกของการทดสอบระยะทาง 140 กิโลเมตรในเมืองและถนนรอง Leaf แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 14.2 kWh/100 กม. ส่วนการเดินทางช่วงที่สองบนทางหลวงเกือบ 80 กิโลเมตร ที่ความเร็วเฉลี่ย 78 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.8 kWh/100 กม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเยี่ยมสำหรับรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้า
ราคาและการเปิดตัว: ความคุ้มค่าที่พร้อมครอบครอง
Nissan Leaf 2026 มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Engage, Engage+, Advance และ Evolve โดยเริ่มเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว และคาดว่าหน่วยแรกจะเริ่มส่งมอบในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 การผลิตจะยังคงดำเนินอยู่ที่โรงงานของ Nissan ในเมือง Sunderland สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก
สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานที่มอบให้ในรุ่นเริ่มต้นนั้นมีความครบครันอย่างน่าประทับใจ ประกอบด้วยล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว, ไฟหน้าและไฟท้าย LED, แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้วเท่ากัน, แป้น Paddle Shift ควบคุมการหน่วง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, ระบบกุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, ปั๊มความร้อน (ในรุ่นแบตเตอรี่ความจุสูง), ที่ชาร์จ On-board Charger ขนาด 11 kW, ฟังก์ชัน One-Pedal Drive และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทาง
แม้ว่าราคาเริ่มต้นสำหรับตลาดยุโรปจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 ยูโร (รวมเงินอุดหนุนและส่วนลดต่างๆ) แต่สำหรับตลาดประเทศไทย นิสสันจะมีการประกาศราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ เพื่อให้ Leaf 2026 เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น และพร้อมที่จะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศเรา
บทสรุป: อนาคตที่ขับเคลื่อนได้จริง
Nissan Leaf 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการวิวัฒนาการ แต่เป็นการปฏิวัติ รถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าคันนี้ได้นำเอาประสบการณ์กว่าทศวรรษของนิสสันในการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้า มาผสานรวมกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่า เทคโนโลยีห้องโดยสารที่เชื่อมโยงถึงกัน และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยานยนต์ที่ยั่งยืน Leaf 2026 จึงพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของผู้คน และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้เข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าติดตามตลาด EV มาอย่างยาวนาน ผมมั่นใจว่า Nissan Leaf 2026 จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ที่แท้จริง ด้วยแพ็คเกจที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และความคุ้มค่า ผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไม่ควรพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นนี้
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้า! เยี่ยมชมโชว์รูมนิสสันใกล้บ้านท่าน หรือลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ Nissan Leaf 2026 ได้แล้ววันนี้ สัมผัสด้วยตัวคุณเองว่าอนาคตของการขับเคลื่อนอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเริ่มต้นการเดินทางที่ยั่งยืนไปพร้อมกับนิสสัน!
![[ตอนต่อไป] 086T1110 A ล่าสันดาน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-83.png)
![[ตอนต่อไป] 087T1110 A ล่าสันดาน ตอนจบ](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-84.png)