Nissan Leaf 2026: พลิกโฉมวงการ EV ด้วยวิสัยทัศน์ที่เหนือกว่า – เจาะลึกนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามพัฒนาการของรถยนต์พลังงานสะอาดมาโดยตลอด และหากจะกล่าวถึงชื่อหนึ่งที่เปรียบเสมือนผู้บุกเบิกและเป็นตำนานในโลกของ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับตลาดมวลชน ชื่อของ Nissan Leaf ย่อมเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั่วโลก นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ที่พลิกโฉมมุมมองที่มีต่อการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า ด้วยยอดขายสะสมเกือบ 700,000 คันทั่วโลก Leaf ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมากกว่าแค่รถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ วันนี้ ในปี 2025 เรากำลังจะได้เห็นการปรากฏตัวของ Nissan Leaf เจเนอเรชันที่สาม หรือรุ่นปี 2026 ที่ไม่ได้มาแค่การปรับปรุง แต่คือการ “ปฏิวัติ” ที่พร้อมจะเขย่าและยกระดับมาตรฐานของ ตลาดรถ EV อีกครั้ง ด้วยวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา
การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนา แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดครั้งใหญ่ จากรถแฮทช์แบ็กไฟฟ้าที่คุ้นเคย สู่การเป็น รถครอสโอเวอร์ไฟฟ้า (Electric Crossover) ที่เพรียวบางและทันสมัยยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของ Nissan ต่อทิศทางของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมามองหารถยนต์อเนกประสงค์มากขึ้น พร้อมกับการนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV Technology) ล่าสุด เพื่อทลายทุกอุปสรรคของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคม ยานยนต์ไฟฟ้า อย่างแท้จริง
การออกแบบที่ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งอากาศพลศาสตร์
สิ่งที่โดดเด่นและจับตาตั้งแต่แรกเห็นใน Nissan Leaf 2026 คือการออกแบบภายนอกที่ได้รับการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ทีมออกแบบของ Nissan ได้ทุ่มเทอย่างหนักในการสร้างสรรค์ตัวถังที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังเปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งานขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน อากาศพลศาสตร์ ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มทั้ง ระยะทางขับขี่ (Driving Range) และสมรรถนะโดยรวม ผลลัพธ์ที่ได้คือค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่น่าทึ่งเพียง 0.25 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวเลขที่ดีที่สุดในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าครอสโอเวอร์
รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่หรูหรา ประตูแบบ Flush Door Handles ที่เรียบเนียนไปกับตัวรถ และหลังคาที่ลาดเอียงแบบ Fastback อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้สึกสปอร์ต แต่ยังช่วยให้กระแสลมไหลผ่านได้อย่างไร้ที่ติ พื้นใต้ท้องรถที่ปิดมิดชิดและพื้นผิวตัวถังที่ประติมากรรมอย่างประณีต ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศสูงสุด ผสมผสานกับการใช้ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ 3 มิติ ที่ไม่เพียงเพิ่มความโดดเด่น แต่ยังเป็นองค์ประกอบทางด้านการออกแบบที่ล้ำสมัยอย่างแท้จริง
มิติของตัวรถก็ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดย Leaf ใหม่มีความยาวลดลง 14 เซนติเมตร แต่กลับกว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 25 มิลลิเมตร ในขณะที่ระยะฐานล้อลดลงเพียง 1 เซนติเมตรเล็กน้อย การปรับเปลี่ยนมิติเหล่านี้ทำให้ Leaf 2026 มีสัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้น คล่องตัวในเมือง แต่ยังคงให้ความรู้สึกมั่นคงบนท้องถนน ผู้ใช้งานสามารถเลือกสีภายนอกได้ถึง 10 ตัวเลือก รวมถึงเฉดสีเทอร์ควอยซ์ใหม่ที่น่าสนใจ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 หรือ 19 นิ้ว ตามรุ่นย่อยที่เลือก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่ Nissan มอบให้แก่ลูกค้าที่มองหา รถ EV ที่มีสไตล์
สุนทรียะแห่งภายใน: ห้องโดยสารที่ผสานความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัย
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Nissan Leaf 2026 ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Nissan ได้เนรมิตพื้นที่ภายในให้เป็น “ห้องโดยสารแห่งความสุข” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของ ครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปโรงเรียน ไปทำงาน หรือแม้กระทั่งการออกทริปพักผ่อน การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจาก Nissan Ariya ซึ่งเป็นรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้ารุ่นพี่ ที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งาน
หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีภายในคือหน้าจอคู่ขนาด 14.3 นิ้วที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว ทำหน้าที่เป็นแผงหน้าปัดดิจิทัลและระบบมัลติมีเดีย ซึ่งระบบหลังได้รับการสนับสนุนจากบริการของ Google ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างคุ้นเคยและราบรื่น คุณภาพของวัสดุและงานประกอบภายในให้ความรู้สึกพรีเมียม สมกับเป็น รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง พื้นที่ด้านหน้ากว้างขวาง มอบความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในขณะที่เบาะนั่งด้านหลัง แม้จะไม่ได้กว้างขวางที่สุด แต่ก็รองรับผู้ใหญ่สองคนได้อย่างสบายๆ สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะกลาง ให้ความรู้สึกโปร่งสบายด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงพื้นที่ศีรษะที่ดีเยี่ยม แม้ว่าพื้นที่วางขาจะค่อนข้างกระชับไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับรถในกลุ่มนี้ และเพื่อเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้น Nissan Leaf 2026 ยังมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามาที่สามารถปรับความทึบแสงได้ มอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ
ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ Nissan Leaf 2026 มาพร้อมความจุ 437 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว และเมื่อพับเบาะหลังลง พื้นที่เก็บสัมภาระจะขยายออกเป็นพื้นราบเรียบสนิท มอบความยืดหยุ่นในการขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่คำนึงถึงเมื่อเลือก รถ EV ราคา ที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริง
หัวใจแห่งนวัตกรรม: ระบบขับเคลื่อนและแพลตฟอร์ม CMF-EV
ภายใต้รูปลักษณ์ที่สง่างาม Nissan Leaf 2026 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMF-EV ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเดียวกับ Nissan Ariya, Renault Megane E-Tech และ Renault Scenic E-Tech แพลตฟอร์มนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ยกระดับสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ โดยช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านข้างของตัวรถได้ถึง 66% ส่งผลให้ Leaf เจเนอเรชันใหม่นี้มีเสถียรภาพและพฤติกรรมบนท้องถนนที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมและลดการโคลงตัวของรถได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของ สมรรถนะ EV ที่แท้จริง
สำหรับระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ EV ของ Leaf 2026 มีให้เลือกสองขนาด คือ 52 kWh และ 75 kWh โดยแต่ละขนาดจะจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังแตกต่างกัน:
รุ่นแบตเตอรี่ 52 kWh มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 130 kW (เทียบเท่า 176 แรงม้า) แรงบิด 345 Nm
รุ่นแบตเตอรี่ 75 kWh มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW (เทียบเท่า 218 แรงม้า) แรงบิด 355 Nm
การเลือกใช้มอเตอร์และแบตเตอรี่ที่เหมาะสม ทำให้ Nissan Leaf 2026 สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางไกลข้ามจังหวัด มอบทางเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ที่ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตน
ปลดปล่อยศักยภาพ: สมรรถนะและระยะทางขับขี่สำหรับการใช้งานจริง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณาเมื่อตัดสินใจ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า คือเรื่องของ ระยะทางขับขี่ และ Nissan Leaf 2026 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง รุ่นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 75 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 622 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับ รถ EV รุ่นใหม่ ในตลาดปัจจุบัน แม้ Nissan จะระบุว่าหากขับด้วยความเร็วคงที่ 130 กม./ชม. ผู้ใช้งานจะยังสามารถเดินทางได้ถึง 330 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ใช้งานได้จริงสำหรับการเดินทางระหว่างเมือง ในขณะที่รุ่นแบตเตอรี่ขนาด 52 kWh มีระยะทางขับขี่สูงสุด 440 กิโลเมตร (WLTP) และสามารถวิ่งได้ 224 กิโลเมตรที่ความเร็ว 130 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Nissan ในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ในด้านการ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Nissan Leaf 2026 รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุด 11 kW และการชาร์จแบบ DC Fast Charge สูงสุด 150 kW (สำหรับแบตเตอรี่ขนาดเล็กจะอยู่ที่ 105 kW) ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเพิ่ม ระยะทางขับขี่ ได้ถึง 417 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 30 นาทีของการชาร์จด้วยกระแสตรงที่ สถานีชาร์จ ที่รองรับความเร็วสูง ซึ่งช่วยลดความกังวลในการเดินทางไกลได้อย่างมาก
แต่สิ่งที่ทำให้ Nissan Leaf 2026 โดดเด่นเหนือคู่แข่งคือการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง V2L (Vehicle-to-Load) ซึ่งช่วยให้รถสามารถจ่ายไฟออกไปเลี้ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุดถึง 3.6 kW เปลี่ยนรถของคุณให้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานนอกสถานที่ ตั้งแคมป์ หรือแม้แต่เป็นแหล่งพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน และในอนาคตอันใกล้ Leaf 2026 จะยังรองรับเทคโนโลยี V2G (Vehicle-to-Grid) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้รถสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้ากลับคืนสู่โครงข่ายไฟฟ้าได้ ไม่เพียงแค่ช่วยลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ระบบพลังงานอัจฉริยะ ที่ยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึง นวัตกรรมยานยนต์ ที่คิดถึงอนาคตอย่างแท้จริง
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่ได้รับการรังสรรค์ใหม่
Nissan ได้มอบโอกาสให้เราได้ทดสอบศักยภาพของ Leaf 2026 บริเวณรอบเมืองโคเปนเฮเกน โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่มีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุด สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านฟิลลิ่งการขับขี่ รถให้ความรู้สึกมั่นคงบนท้องถนนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มอบความมั่นใจและความปลอดภัยที่เหนือกว่า พร้อมด้วยพลวัตการขับขี่ที่สนุกสนาน โดยไม่ทิ้งความสะดวกสบายอันเป็นเอกลักษณ์
จุดแข็งที่สำคัญของ Leaf 2026 เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน คือประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยม มีการใช้พลังงานที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับ รถยนต์ไฟฟ้า ในระดับเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Nissan ในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน อย่างแท้จริง
เจเนอเรชันใหม่นี้มอบความสมดุลที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน มันยังคงให้ความสะดวกสบายในระดับสูง ในขณะเดียวกันก็ปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนได้อย่างน่าทึ่ง ให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้แม่นยำ พวงมาลัยตอบสนองดีเยี่ยมเพียงพอสำหรับการขับขี่ในเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างคล่องตัว ระบบกันสะเทือนที่ปรับให้เฟิร์มขึ้นเล็กน้อย มีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมตัวถังได้ดีเยี่ยมทั้งขณะเข้าโค้ง เบรก และเร่งความเร็ว
หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าประทับใจที่สุดคือการมีแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงของระบบ Regenerative Braking ได้ถึงสี่ระดับ โดยแต่ละระดับได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี (รวมถึงโหมด “Coasting” ที่ปล่อยให้รถไหลไปอย่างอิสระ) และยังคงมีระบบ One-Pedal Drive ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Nissan หากคุณใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้อย่างเชี่ยวชาญ คุณอาจแทบไม่ต้องใช้แป้นเบรกในหลายสถานการณ์ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการขับขี่ได้อย่างมาก
การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง แต่หากคุณเปิดใช้งานโหมด Sport การตอบสนองจะเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การทดสอบขับขี่ช่วงแรกของเราบนเส้นทางในเมืองและถนนรองกว่า 140 กิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่น่าประทับใจ ด้วยอัตราการบริโภค 14.2 kWh/100 กม. ในขณะที่การเดินทางบนทางหลวงในส่วนที่สองของเส้นทางกว่า 80 กิโลเมตร ที่ความเร็วเฉลี่ยสูงขึ้นจาก 42 เป็น 78 กม./ชม. อัตราการบริโภคอยู่ที่ 14.8 kWh/100 กม. ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของ Nissan Leaf 2026 ในฐานะ รถยนต์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ที่ใช้งานได้จริง
การเป็นเจ้าของในยุค 2025: คุณค่า เทคโนโลยี และความพร้อมสำหรับอนาคต
Nissan Leaf 2026 มาพร้อม 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Engage, Engage+, Advance และ Evolve ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน คำสั่งซื้อได้เปิดรับแล้ว และคาดว่าหน่วยแรกจะเริ่มส่งมอบในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ซึ่งหมายความว่าผู้สนใจในประเทศไทยสามารถเตรียมตัวเป็นเจ้าของ รถยนต์ไฟฟ้า 2026 รุ่นใหม่นี้ได้ไม่นานหลังจากนั้น
ในรุ่นมาตรฐาน (Engage) ก็มาพร้อมอุปกรณ์และฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, ไฟหน้าและไฟท้าย LED, แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้ว, แป้น Paddle Shift สำหรับควบคุมการหน่วง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา, ระบบ Keyless Entry และ Push Start, ระบบ Heat Pump (สำหรับรุ่นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่), On-board Charger ขนาด 11 kW, ฟังก์ชัน One-Pedal และที่สำคัญคือระบบช่วยเหลือการขับขี่ ProPilot ซึ่งเป็น ระบบขับขี่อัตโนมัติ ขั้นสูงของ Nissan ที่ช่วยเพิ่ม ความปลอดภัยรถยนต์ไฟฟ้า และความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าที่ Nissan มอบให้แก่ผู้บริโภคที่มองหา ราคา EV ที่สมเหตุสมผลและมาพร้อมเทคโนโลยีครบครัน
Nissan Leaf 2026 จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานของ Nissan ในเมือง Sunderland สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Nissan ในยุโรป
อนาคตคือพลังงานไฟฟ้า: ทำไม Nissan Leaf 2026 จึงสำคัญ
Nissan Leaf 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศถึงบทบาทของ Nissan ในการเป็นผู้นำด้าน นวัตกรรมยานยนต์ และการขับเคลื่อนตลาด รถ EV สู่ยุคต่อไป ด้วยการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน Leaf 2026 พร้อมที่จะท้าทายทุกข้อจำกัดและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกหันมาใช้ รถยนต์ไฟฟ้า มากขึ้น
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่า Nissan Leaf 2026 จะเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถ EV ที่มีสมรรถนะสูง มีความน่าเชื่อถือ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง มันคือการลงทุนในอนาคตของการเดินทาง ที่ไม่เพียงแต่ให้ความสะดวกสบายและประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติครั้งนี้! หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตและต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nissan Leaf 2026 หรือต้องการจองสิทธิ์ทดลองขับ โปรดติดต่อผู้จำหน่าย Nissan ใกล้บ้านคุณวันนี้ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเรา เพื่อเตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกของ ยานยนต์ไฟฟ้า ที่แท้จริงไปพร้อมกับ Nissan Leaf 2026.
![[ตอนต่อไป] 115T1110 A วิวาห์นี้ทำให้ทุกคนมีแต่ความทุกข์ มันเกิดไรขึ้นกันแน่](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-127.png)
![[ตอนต่อไป] 116T1110 A เจ้าสาวที่เราจะแต่งงานด้วย มีรอยจูบบนใบหน้าจากชายคนอื่น](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-128.png)