ORA 07 Long Range ในปี 2025: รีวิวเจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ 10 ปี รถยนต์ไฟฟ้าซีดานสุดหรูที่ยังน่าจับตามองและประหยัดจริงแค่ไหน
ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ผู้บริโภคมีความต้องการและตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางกระแสของรถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่ครองตลาด ORA 07 หรือที่รู้จักในชื่อ Grand Cat ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าซีดานที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งผมในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงรถยนต์ไฟฟ้ามานานกว่าทศวรรษ ได้มีโอกาสสัมผัสและทดลองใช้งาน ORA 07 Long Range มาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบ ประสิทธิภาพการขับขี่ ไปจนถึงความคุ้มค่าในการใช้งานจริงในยุคปัจจุบัน
เอกลักษณ์ที่สะกดทุกสายตา: การออกแบบและมิติอันเหนือชั้น
ORA 07 สร้างความประทับใจแรกเห็นด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปในตลาดอย่างชัดเจน ตัวถังขนาดใหญ่ในพิกัดเดียวกับ D-Segment Sedan 4 ประตู แต่มาพร้อมกับงานออกแบบสไตล์ Sedan Coupe’ ท้ายลาด ที่ผสานความสง่างามเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว เส้นสายโค้งมนต่อเนื่องจากด้านหน้าจรดท้าย ทำให้ตัวรถดูเพรียวและปราดเปรียว แม้จะมีขนาดใหญ่ก็ตาม สำหรับผมที่ผ่านรถมาหลากหลายรุ่น นี่คือรถที่ขับไปที่ไหนก็ต้องมีคนหันมอง เพราะมันโดดเด่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ หรือกระจกไร้ขอบที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าซีดาน
แต่ความสวยงามไม่ใช่แค่เปลือกนอกเท่านั้น การออกแบบที่พิถีพิถันยังส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) เพียง 0.22 ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับรถในกลุ่มนี้ ค่า Cd ที่ต่ำนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ดูดีบนกระดาษ แต่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่และอัตราการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพราะช่วยลดแรงต้านอากาศ ทำให้รถสามารถแล่นผ่านไปได้อย่างนุ่มนวล ลดการใช้พลังงานเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง และยังช่วยลดเสียงรบกวนจากลมปะทะห้องโดยสารได้อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญอย่างมากในการขับขี่ระยะไกล
ในแง่ของมิติตัวถัง ORA 07 มีความยาว 4,871 มิลลิเมตร กว้าง 1,862 มิลลิเมตร สูง 1,500 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร ขนาดที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ D-Segment ยอดนิยมอย่าง BMW 3 Series หรือ Mercedes-Benz C-Class ในเชิงพื้นที่ใช้งาน แต่ด้วยการจัดวางพื้นที่ภายในแบบ EV ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางและนั่งสบายกว่าที่คิด โดยเฉพาะพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเป็นจุดแข็งของรถยนต์ไฟฟ้าซีดานเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายในในพิกัดเดียวกัน
สถานะในตลาด 2025: ORA 07 ยังคงน่าสนใจแค่ไหน?
ต้องยอมรับว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสของรถยนต์ไฟฟ้า SUV ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย เนื่องจากความอเนกประสงค์และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ทำให้หลายคนอาจมองข้ามรถยนต์ไฟฟ้าซีดานไป แต่จากประสบการณ์ของผม รถยนต์ซีดานยังมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่ชื่นชอบในความปราดเปรียว ความมั่นคงในการขับขี่ และดีไซน์ที่หรูหรา ORA 07 เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อย่างลงตัว
ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2025 ที่มีการแข่งขันด้านราคาอย่างดุเดือดและมีรถรุ่นใหม่ๆ เปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง ORA 07 ยังคงรักษาจุดยืนที่แข็งแกร่งได้ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่น่าสนใจ การปรับลดราคาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ ORA 07 กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพดี มีสไตล์ และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ครบครัน การแข่งขันในตลาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ได้หมายความว่า ORA 07 จะถูกกลืนหายไป แต่กลับยิ่งทำให้มันโดดเด่นในฐานะทางเลือกที่แตกต่างและมีราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
ราคาและมูลค่า: การลงทุนที่คุ้มค่าในยุค EV 2025
GWM ORA 07 นำเสนอราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU จากจีน) ซึ่งมีการปรับลดลง ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจยิ่งขึ้นในปี 2025:
ORA 07 Long Range | 83.5 kWh: ราคาเดิม 1,299,000 บาท ลดลงเหลือ 1,119,000 บาท
ORA 07 Long Range ULTRA | 83.5 kWh: ราคาเดิม 1,399,000 บาท ลดลงเหลือ 1,219,000 บาท
ORA 07 Performance AWD | 83.5 kWh: ราคาเดิม 1,499,000 บาท ลดลงเหลือ 1,319,000 บาท
การปรับลดราคาครั้งนี้ ทำให้ ORA 07 มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก โดยเฉพาะรุ่น Long Range ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 1,119,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า D-Segment ที่มาพร้อมออปชั่นจัดเต็ม สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การลงทุนกับ ORA 07 ในปี 2025 ถือว่ามีความคุ้มค่าสูง ทั้งในแง่ของราคาต่อประสิทธิภาพ (Price-to-Performance) และราคาต่อคุณสมบัติ (Price-to-Features) ที่ได้รับ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหนึ่งใน รถยนต์ไฟฟ้าคุ้มค่า ที่สุดในพิกัดเดียวกัน การพิจารณาถึงนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและโปรโมชั่นต่างๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 ยิ่งทำให้ ORA 07 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หัวใจขับเคลื่อน: พลังงานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
ORA 07 มีขุมพลังให้เลือก 2 รูปแบบหลัก ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน
รุ่น Long Range / Long Range Ultra
มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Ternary Lithium-ion (NMC) ขนาด 83.5 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 640 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC
จากประสบการณ์ที่ผมได้ทดลองขับขี่มานาน ผมกล้ายืนยันว่าพละกำลัง 204 แรงม้าและแรงบิด 340 นิวตันเมตรของรุ่น Long Range นั้นเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเร่งแซงบนทางหลวงที่ต้องการความมั่นใจ แรงบิดที่มาแบบทันทีทันใดของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้รถออกตัวได้อย่างฉับไวและเร่งแซงได้อย่างไม่ติดขัด สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ นี่คือ “sweet spot” ของพละกำลังรถยนต์ไฟฟ้า ที่ให้ทั้งความสนุกในการขับขี่และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีเยี่ยม การขับเคลื่อนล้อหน้ายังให้ความรู้สึกคุ้นเคยและควบคุมง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่
รุ่น Performance AWD
สำหรับผู้ที่รักความเร็วและต้องการสมรรถนะสูงสุด รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 408 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 680 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ขนาดเท่ากันที่ 83.5 kWh สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 4.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. โดยมีระยะทางวิ่งสูงสุด 550 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC
รุ่น Performance AWD มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและน่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง พละกำลังที่มหาศาลทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแรงและต้องการสมรรถนะระดับสปอร์ตคาร์ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงขึ้นเล็กน้อย และการควบคุมคันเร่งที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมากขึ้น เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่รู้สึกกระชาก
สำหรับแบตเตอรี่ Ternary Lithium-ion (NMC) ขนาด 83.5 kWh ถือเป็นความจุที่เหมาะสมกับขนาดรถและระยะทางวิ่งที่ต้องการ ให้ความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล และมีประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย
เติมพลังง่ายๆ: ประสบการณ์การชาร์จที่ควรรู้
การชาร์จพลังงานไฟฟ้าสำหรับ ORA 07 รองรับทั้งหัวชาร์จ Type 2 และ CCS Combo ทำให้สามารถเข้าถึงสถานีชาร์จได้อย่างหลากหลายในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2025
การชาร์จกระแสสลับ (AC Charging): รองรับสูงสุด 7 kW ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 45 นาที ในการชาร์จจาก 0-100% เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านพักอาศัยหรือที่ทำงานในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดสำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
การชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charging): รองรับสูงสุด 88 kW ตามสเปกที่ระบุไว้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการชาร์จ (0-80%) แต่จากประสบการณ์จริงที่ผมได้ทดสอบ การรับพลังงานไฟฟ้าจากตู้ชาร์จ DC Fast Charger ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วง 60-70 kW โดยเฉพาะในช่วงแบตเตอรี่ 20-80% ถือว่าเป็นการชาร์จที่รวดเร็วพอสมควรสำหรับการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับแบตเตอรี่สูงเกิน 80% อัตราการรับไฟจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บางครั้งเหลือเพียง 20 kW หรือน้อยกว่า เพื่อถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ดังนั้นในการเดินทางไกล ผมมักจะวางแผนการชาร์จให้ถึงประมาณ 80-85% แล้วออกเดินทางต่อ เพื่อให้ใช้เวลาในการชาร์จน้อยที่สุด
ทดสอบจริง: วิ่งระยะไกล กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กับ ORA 07 Long Range
เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของ ORA 07 Long Range ผมได้นำรถคันนี้ออกเดินทางทดสอบบนเส้นทางสุดหิน กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ภายนอกและภายใน: สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงคือ ORA 07 ดึงดูดสายตาผู้คนบนท้องถนนได้เป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง ขนาดรถที่ดูใหญ่โตจากภายนอก กลับให้ความรู้สึกที่ขับขี่ง่าย ไม่ได้รู้สึกว่าเทอะทะ ด้วยมุมมองจากตำแหน่งผู้ขับขี่ที่กว้างขวาง ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหรา วัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกพรีเมียมเกินราคา ฟังก์ชันต่างๆ ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและใช้งานง่าย
สมรรถนะบนท้องถนน: พละกำลังของรุ่น Long Range 204 แรงม้า แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพร้อมสำหรับการเดินทางไกล การเร่งแซงรถบรรทุกหรือรถยนต์คันอื่นบนทางหลวงทำได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องลุ้น กดคันเร่งเป็นมาอย่างทันใจ ไม่มีอาการกำลังตกให้เห็นแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นข้อดีโดยธรรมชาติของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูงสุดตั้งแต่รอบต่ำ สำหรับความเร็วในการเดินทาง ผมขับขี่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่เหมาะสม ไม่เพียงแค่หลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นช่วงที่ ORA 07 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีที่สุด
อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าจริง: หากวิ่งด้วยความเร็ว 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 14-15 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาด D-Segment จุดเด่นที่ทำให้ ORA 07 ประหยัดพลังงานได้ดีคือการออกแบบตัวถังที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำอย่างที่กล่าวไป ทำให้รถต้านทานแรงลมได้น้อย นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยลดเสียงลมที่เข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางเงียบสงบและสบายตลอดทาง
จากแบตเตอรี่เต็ม 100% ที่กรุงเทพฯ ผมสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 450-500 กิโลเมตร ในการขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วที่กล่าวมา ก่อนจะต้องแวะชาร์จที่กำแพงเพชร เพื่อเติมกลับให้ได้ประมาณ 80% ก่อนออกเดินทางต่อ ซึ่งบ่งชี้ว่าหากวางแผนการเดินทางและจุดชาร์จให้ดี การวิ่งจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียวก็เป็นไปได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพการจราจรเป็นสำคัญ ส่วนการใช้งานในเมืองด้วยความเร็วเฉลี่ยที่ต่ำกว่า อัตราการสิ้นเปลืองจะดีขึ้นไปอีก ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 500-580 กิโลเมตร
ประสบการณ์การชาร์จระหว่างทาง: ตลอดการเดินทาง ผมได้มีโอกาสใช้ตู้ชาร์จ DC Fast Charger ของหลายผู้ให้บริการ การรับไฟส่วนใหญ่อยู่ที่ 60-70 kW ซึ่งถือว่าเร็วพอสมควรสำหรับการแวะพักสั้นๆ แต่สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำคือ เมื่อแบตเตอรี่ถึงประมาณ 80% อัตราการรับไฟจะลดลงอย่างฮวบฮาบเหลือเพียง 20 kW หรือต่ำกว่า ทำให้การชาร์จจาก 80-100% ใช้เวลานานมาก หากไม่ได้รีบ ผมแนะนำให้ชาร์จแค่ 80% แล้วออกเดินทางต่อจะประหยัดเวลาได้มากกว่ามาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบัน และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกคนควรรู้
ช่วงล่างและระบบช่วยเหลือ: จุดที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ช่วงล่าง: สำหรับการเดินทางไกล ORA 07 มีช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็ง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รถยนต์ขนาด D-Segment มักจะถูกปรับจูนมาให้มีความนุ่มนวลกว่านี้ เพื่อความสบายสูงสุดของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม ความแข็งของช่วงล่างก็แลกมาด้วยการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้รถมีความมั่นคงและให้ความมั่นใจในการเข้าโค้ง ซึ่งเป็นจุดที่ผมมองว่า ORA 07 ทำได้ดี ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต แต่หากใครที่ต้องการความนุ่มนวลสูงสุด อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติม
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: นี่คือจุดที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง อยากจะให้คำแนะนำเป็นพิเศษ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ ORA 07 โดยเฉพาะระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับระยะห่าง (Adaptive Cruise Control) ยังคงมีลักษณะเฉพาะที่อาจทำให้ผู้ขับขี่บางท่านรู้สึกไม่คุ้นชินหรือแม้กระทั่งรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่อเราตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าแบบใกล้ที่สุด ระบบก็ยังคงเว้นระยะห่างค่อนข้างมาก ทำให้รถคันอื่นมีช่องว่างที่จะเข้ามาแทรกได้ตลอดเวลา และเมื่อมีรถเข้ามาแทรก ระบบจะเบรกรุนแรงเกินไป ทำให้ผู้โดยสารในรถตกใจและเสียจังหวะการขับขี่ ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ผมมักจะเลือกที่จะปิดระบบ Adaptive Cruise Control ในบางสถานการณ์ที่มีการจราจรหนาแน่น และควบคุมความเร็วด้วยตัวเอง เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น นี่คือจุดที่ GWM ORA สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในอนาคตเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: ORA 07 Long Range ในปี 2025
โดยรวมแล้ว ORA 07 Long Range เป็นรถยนต์ไฟฟ้าซีดานที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในปี 2025 ด้วยการปรับลดราคาลง ทำให้มันกลับมาอยู่ในเรดาร์ของผู้บริโภคที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า 2025 คุณภาพดี มีสไตล์ และสมรรถนะครบครันอย่างแท้จริง
ความโดดเด่น: หากคุณต้องการรถที่สะกดทุกสายตาบนท้องถนน ORA 07 มีให้คุณอย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ที่หรูหราและไม่เหมือนใคร
ออปชั่น: ออปชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ให้มานั้นครบครันเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และให้ความรู้สึกพรีเมียมตามราคา
พละกำลัง: รุ่น Long Range มีพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง การเร่งแซงหรือขับขึ้นเขาทำได้อย่างสบายๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งของ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
อัตราการกินไฟ: อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม จากการทดสอบระยะไกล แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่น่าพอใจ และสามารถวิ่งได้ไกลจริงตามที่ผู้ใช้คาดหวัง
การชาร์จ: ระบบการชาร์จรองรับทั้ง AC และ DC Fast Charge ซึ่งตอบรับกับโครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จรถไฟฟ้า ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย แม้ว่าการชาร์จเกิน 80% อาจจะช้าลง แต่ก็เป็นเรื่องที่จัดการได้ด้วยการวางแผนที่ดี
ORA 07 Long Range คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าซีดานที่มีสไตล์ สมรรถนะที่น่าประทับใจ และความคุ้มค่าในระยะยาว แม้จะมีจุดที่ต้องปรับปรุงเรื่องระบบช่วยเหลือการขับขี่บางส่วน แต่เมื่อพิจารณาจากราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นและคุณสมบัติโดยรวม ORA 07 ยังคงเป็นหนึ่งใน EV ที่น่าจับตามองที่สุดในตลาด ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ปี 2025
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ORA 07 ด้วยตัวคุณเอง!
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าซีดาน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่า ORA 07 Long Range คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด ขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมโชว์รูมและทดลองขับขี่ ORA 07 เพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวคุณเอง และค้นพบว่าทำไมรถคันนี้ถึงยังคงเป็นดาวเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแห่งปี 2025!
![[ตอนต่อไป] 470T1110 A ความรักของหนุ่มไฮโซกับสาวบ้านนอก](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-244.png)
![[ตอนต่อไป] 469T1110 A แม่หม้ายลูกติด มานัดบอดกับไฮโซ แต่ดันได้ผู้ชายคนอื่นแทน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-245.png)