ORA 07 Grand Cat 2025: เจาะลึกความคุ้มค่า รถไฟฟ้าดีไซน์พรีเมียม วิ่งไกลแค่ไหนในโลกจริง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ EV ในประเทศไทย และเมื่อพูดถึงปี 2025 ตลาดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสอีกต่อไป หากแต่เป็นยุคที่ผู้บริโภคมีความเข้าใจและต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกมิติ หนึ่งในโมเดลที่ยังคงสร้างความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเด่นชัดคือ ORA 07 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Grand Cat ยานยนต์ไฟฟ้าจาก GWM ที่มาพร้อมดีไซน์สะดุดตาและสมรรถนะที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะรุ่น Long Range ที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นและยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจ
ORA 07: นิยามใหม่ของซีดานไฟฟ้าพรีเมียมในยุค 2025
ORA 07 ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นผลงานการออกแบบที่ผสานความหรูหราแบบคูเป้เข้ากับความกว้างขวางของรถซีดาน D-Segment ได้อย่างลงตัว ในขณะที่ตลาด EV ส่วนใหญ่กำลังมุ่งเน้นไปที่รถ SUV เพื่อตอบสนองความต้องการด้านอเนกประสงค์ ORA 07 กลับยืนหยัดอย่างโดดเด่นในฐานะ “รถซีดานไฟฟ้า” ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ด้วยเส้นสายที่ลื่นไหล ท้ายลาดต่ำ และงานดีไซน์ที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) อยู่ที่เพียง 0.22 ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อ “ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ” และ “การประหยัดพลังงาน” ของตัวรถโดยตรง
ในตลาด “รถยนต์ไฟฟ้า 2025” ที่มีการแข่งขันสูง ORA 07 ได้ปรับกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทำให้รถรุ่นนี้กลับมาเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาอีกครั้งสำหรับผู้ที่มองหา “รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์พรีเมียม” ที่ไม่เหมือนใคร และต้องการความคุ้มค่าสูงสุด
มิติตัวถังที่ลงตัว สู่ความสง่างามบนท้องถนน
ตัวถังของ ORA 07 ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบทั้งความสง่างามและความสมดุลในการขับขี่:
ความยาว: 4,871 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,862 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,500 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ: 2,870 มิลลิเมตร
ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd): 0.22
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่ทำให้รถมีสัดส่วนที่สวยงาม แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง และลดแรงต้านอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ORA 07 เป็นหนึ่งใน “รถ EV ประหยัดพลังงาน” ในกลุ่ม D-Segment
ราคา ORA 07: ความคุ้มค่าที่สัมผัสได้ในปี 2025
แม้ว่าในอดีต “ราคา ORA 07” อาจดูสูงไปสำหรับบางคน แต่ในปัจจุบัน ด้วยการปรับลดราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU จากจีน) ทำให้ ORA 07 กลายเป็น “รถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่า” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ได้รับ:
ORA 07 Long Range | 83.5 kWh: ราคาปรับลดลงเหลือ 1,119,000 บาท
ORA 07 Long Range ULTRA | 83.5 kWh: ราคาปรับลดลงเหลือ 1,219,000 บาท
ORA 07 Performance AWD | 83.5 kWh: ราคาปรับลดลงเหลือ 1,319,000 บาท
การปรับราคาครั้งนี้ทำให้ ORA 07 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ที่มาพร้อมดีไซน์หรูหรา โดยไม่ต้องจ่ายในราคาระดับพรีเมียมแบบคู่แข่ง ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการนำเสนอ “ความคุ้มค่ารถยนต์ไฟฟ้า” ให้กับผู้บริโภคชาวไทยใน “ตลาด EV 2025”
ขุมพลัง ORA 07: สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
ORA 07 มีให้เลือกสองขุมพลังหลัก ซึ่งแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ โดยหัวใจหลักคือแบตเตอรี่ Ternary Lithium-ion (NMC) ขนาด 83.5 kWh ซึ่งเป็น “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า” ที่มีประสิทธิภาพสูงและเชื่อถือได้
Long Range / Long Range Ultra:
มอเตอร์ไฟฟ้า: 1 ตัว (ขับเคลื่อนล้อหน้า)
พละกำลังสูงสุด: 204 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 340 นิวตันเมตร
ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): 640 กิโลเมตร
รุ่นนี้มอบพละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล “มอเตอร์ไฟฟ้า” 1 ตัวให้การออกตัวที่นุ่มนวล แต่ยังคงตอบสนองได้ทันใจเมื่อต้องการเร่งแซง การเลือกใช้กำลังในระดับนี้ส่งผลดีต่อ “การประหยัดพลังงาน” และมอบ “ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ” ที่น่าประทับใจ
Performance AWD:
มอเตอร์ไฟฟ้า: 2 ตัว (ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD)
พละกำลังสูงสุด: 408 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด: 680 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ภายใน 4.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด: 180 กม./ชม.
ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC): 550 กิโลเมตร
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร้าใจ รุ่น Performance AWD คือคำตอบที่ใช่ ด้วยพละกำลังที่มหาศาลและการขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำให้รถรุ่นนี้มี “ประสิทธิภาพรถไฟฟ้า” ที่เหนือชั้น ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และอัตราเร่งที่ดึงดูดใจราวกับรถสปอร์ต
ระบบการชาร์จไฟฟ้า: เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในยุค EV
ORA 07 มาพร้อมหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แพร่หลายใน “สถานีชาร์จเร็ว” ทั่วประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดการชาร์จดังนี้:
กระแสสลับ (AC): รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 45 นาที (จาก 0-100%) เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านพักอาศัยหรือที่ทำงาน
ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charger): รองรับการชาร์จสูงสุด 88 kW ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (จาก 0-80%) ซึ่งถือว่ารวดเร็วและเพียงพอสำหรับการแวะพักชาร์จระหว่างการเดินทางไกล “เทคโนโลยีแบตเตอรี่” และระบบจัดการพลังงานของ ORA 07 ช่วยให้การชาร์จมีประสิทธิภาพ
ประสบการณ์จริง: ORA 07 Long Range วิ่งกรุงเทพฯ – เชียงใหม่
ในฐานะผู้ใช้งานจริงที่คลุกคลีกับ “การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า” มานาน ผมได้นำ ORA 07 Long Range รุ่นเริ่มต้นมาทดสอบวิ่งระยะทางไกลจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ เพื่อพิสูจน์ว่ารถคันนี้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากน้อยแค่ไหน และ “ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ” ที่เคลมไว้จะใกล้เคียงความเป็นจริงเพียงใด
ดีไซน์ภายนอกและการขับขี่ในเมือง:
ต้องยอมรับว่า ORA 07 เป็นรถที่มี “ดีไซน์พรีเมียม” ที่โดดเด่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะขับไปที่ไหนก็มีแต่คนเหลียวมอง ขนาดตัวรถที่ดูใหญ่จากภายนอกกลับให้ความรู้สึกคล่องตัวเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ทัศนวิสัยกว้างขวาง ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องง่ายและสบาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจต้องปรับตัวคือระบบเตือนต่างๆ ที่ค่อนข้างไว เมื่อมีรถจักรยานยนต์เข้ามาใกล้ ก็จะมีการเตือนตลอดเวลา ซึ่งผู้ใช้บางคนอาจรู้สึกว่าต้องเข้าไปปิดระบบนี้เป็นครั้งคราว แต่ในภาพรวม พละกำลัง 204 แรงม้าของรุ่น Long Range นั้นเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองอย่างสบายๆ
เดินทางไกล: พิสูจน์สมรรถนะบนถนนหลวง:
หลายคนอาจกังวลว่ารุ่นเริ่มต้นจะมีพละกำลังเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลหรือไม่ ผมยืนยันได้เลยว่า “มอเตอร์ไฟฟ้า” 1 ตัว กับ 204 แรงม้า และแรงบิด 340 นิวตันเมตรนั้นเหลือเฟือสำหรับการใช้งานจริงบนทางหลวง อัตราเร่งตอบสนองได้ทันใจ สามารถเร่งแซงรถคันอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะแรงบิด 340 นิวตันเมตรนี้ ผมมองว่าเป็นจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับรถคันนี้ ให้ความรู้สึก “พอดี” ไม่ต้องคอยควบคุมคันเร่งมากเหมือนรุ่น Performance ที่มีกำลังสูงกว่ามาก ซึ่งหากไม่ชินอาจทำให้เวียนหัวจากแรงดึงที่รุนแรงได้
การเลือกใช้พละกำลังที่ “พอดี” ในรุ่น Long Range ไม่เพียงแต่ทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น แต่ยังส่งผลดีต่อ “การประหยัดพลังงาน” อย่างเห็นได้ชัด ความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่รถมีการกินไฟประมาณ 14-15 kWh/100 กิโลเมตร ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจมาก จุดแข็งที่ทำให้ ORA 07 ทำได้ดีคือการออกแบบตัวถังที่ลดแรงต้านอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ แรงลมปะทะที่น้อยยังช่วยลดเสียงลมภายในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างเงียบสงบและสบาย
การชาร์จระหว่างทาง: ประสบการณ์จริงกับสถานีชาร์จเร็ว:
เราเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยแบตเตอรี่ 90% จุดแวะชาร์จแรกคือที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นจุดที่มี “สถานีชาร์จเร็ว” DC ให้บริการ การชาร์จกลับให้ได้ 80% ใช้เวลาไม่นานนัก แม้ว่า “DC Fast Charger” จะรองรับสูงสุด 88 kW แต่ในการใช้งานจริงกับตู้ชาร์จหลายแห่ง เราพบว่าอัตราการรับไฟจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 kW ซึ่งก็ถือว่ารวดเร็วพอสมควรสำหรับการเดินทาง อย่างไรก็ตาม เมื่อแบตเตอรี่เกิน 80% อัตราการรับไฟจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเหลือเพียง 20 kW เท่านั้น ซึ่งเป็นลักษณะปกติของ “เทคโนโลยีแบตเตอรี่” เพื่อป้องกันแบตเตอรี่เสียหาย และเป็นการรักษาประสิทธิภาพของ “แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า” ในระยะยาว
สรุปจากการทดสอบจริง การเดินทางไกลด้วย ORA 07 Long Range ที่ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% สามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 450-500 กิโลเมตร บนเส้นทางต่างจังหวัด (ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้) ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่สามารถแวะชาร์จเพียง 1-2 ครั้งได้ ส่วนการใช้งานในเมืองที่มีการขับขี่แบบหยุดนิ่งและออกตัวบ่อยครั้ง รถจะ “ประหยัดพลังงาน” ได้ดีกว่า โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 500-580 กิโลเมตร
ช่วงล่างและระบบช่วยเหลือการขับขี่:
ช่วงล่างของ ORA 07 ให้ความรู้สึกค่อนข้างแข็ง ซึ่งอาจแตกต่างจากความคาดหวังของรถซีดานขนาดใหญ่ที่มักจะเน้นความนุ่มนวล แต่ข้อดีคือแลกมาด้วยการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมยังคงเห็นว่า ORA ควรปรับปรุงคือ “ระบบช่วยเหลือการขับขี่” (ADAS) โดยเฉพาะระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับระยะห่าง (Adaptive Cruise Control) ที่เมื่อตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าแบบใกล้สุดแล้ว ในการใช้งานจริงกลับเว้นระยะห่างที่มากเกินไป ทำให้รถคันอื่นมีช่องว่างเข้ามาแทรกได้ง่าย และเมื่อมีรถแทรก ระบบก็จะเบรกอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตกใจได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่อาจลดทอนความพึงพอใจโดยรวมของ “การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า” ในระยะยาว
สรุป: ORA 07 Long Range ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญปี 2025
ORA 07 Long Range ยังคงเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งใน “ตลาด EV 2025” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการปรับลดราคาที่ทำให้รถคันนี้กลับมาอยู่ในความสนใจของผู้บริโภคอีกครั้ง หากคุณกำลังมองหา “รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์พรีเมียม” ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นบนท้องถนน ORA 07 มีสิ่งนั้นให้อย่างแน่นอน ออปชันต่างๆ ที่ให้มาก็เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความหรูหราที่สัมผัสได้นั้นสมกับ “ราคา ORA 07” ที่จ่ายไป
ในด้านสมรรถนะ รุ่น Long Range มีพละกำลังที่ “เพียงพอ” ต่อการใช้งานจริง ไม่ว่าจะในเมืองหรือเดินทางไกล กดคันเร่งเมื่อไหร่ก็มาทันใจ ขึ้นเขาลงเขา “มอเตอร์ไฟฟ้า” ก็ยังคงรักษาพละกำลังได้ดี และ “อัตราการกินไฟ” โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม จากการทดสอบจริง การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ด้วยการชาร์จเพียง 1 ครั้งระหว่างทางนั้นเป็นไปได้จริง (หาก “สถานีชาร์จเร็ว” สามารถจ่ายไฟได้สม่ำเสมอกว่านี้ตลอดช่วงการชาร์จ จะยิ่งสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น)
โดยรวมแล้ว ORA 07 คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถซีดานไฟฟ้า” ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ผสานดีไซน์ที่หรูหราเข้ากับ “เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ทันสมัยและ “ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน” ที่ยอดเยี่ยม นี่คือยานยนต์ที่สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ “การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า” อย่างแท้จริง
ก้าวสู่ยุคแห่งการขับขี่ที่เหนือกว่า!
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่แตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา หรือสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ORA 07 Grand Cat คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม เยี่ยมชมผู้จำหน่าย GWM ใกล้บ้านคุณวันนี้ เพื่อทดลองขับและค้นพบว่า ORA 07 สามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคุณได้อย่างไร แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม ORA 07 ถึงเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่แท้จริงสำหรับปี 2025!
![[ตอนต่อไป] 463T1110 A เด็กปวส คนนี้ ทำให้พวกเขารู้ว่า สถาบันไม่ใ่ช่การันตีสันดารคน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-255.png)
![[ตอนต่อไป] 257T1110 A อยากเป็นพ่อคน แต่ไม่มีคุณสมบัตินั้น](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-256.png)