ORA 07 (Grand Cat) 2025: เจาะลึกสมรรถนะ ประสบการณ์จริง และความคุ้มค่าของ “แมวอ้วน” รถไฟฟ้าพรีเมียมตัวจบในยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานับทศวรรษ ผมเฝ้าสังเกตการณ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด EV ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่กำลังทะยานสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว และหากพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่สร้างปรากฏการณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาตั้งแต่เปิดตัวคงหนีไม่พ้น ORA 07 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Grand Cat” รถยนต์ไฟฟ้าซีดานคูเป้ดีไซน์หรูจากค่าย GWM ในปี 2025 นี้ ORA 07 ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะที่ตอบโจทย์ และความคุ้มค่าที่ยากจะปฏิเสธ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงทุกแง่มุมของ ORA 07 Long Range และรุ่น Performance ในมุมมองของผู้ใช้งานจริงที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เพื่อไขข้อข้องใจว่า “แมวอ้วน” คันนี้มีดีแค่ไหน และยังคงน่าลงทุนในปี 2025 หรือไม่
การออกแบบและภาพลักษณ์: ความลงตัวของความหรูหราและความโฉบเฉี่ยว
สิ่งแรกที่สะกดทุกสายตาเมื่อพบกับ ORA 07 คือดีไซน์ที่ “แตกต่าง” และ “กล้าหาญ” อย่างชัดเจน ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าซีดานส่วนใหญ่มีแนวโน้มไปในทิศทางที่เรียบง่ายและเน้นความล้ำสมัย ORA 07 กลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางที่ผสมผสานความคลาสสิกของรถยนต์สปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราแบบโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ตัวถังที่มีขนาดเทียบเท่ากับรถ D-Segment Sedan ทั่วไป แต่กลับมาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว หลังคาที่ลาดเอียงจรดท้ายในสไตล์ Fastback หรือ Coupe Sedan มอบภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะขับขี่ไปที่ใดบนท้องถนน ORA 07 มักจะได้รับความสนใจและเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สะท้อนรสนิยมของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน
นอกจากความงามเชิงสุนทรียะแล้ว งานออกแบบของ ORA 07 ยังถูกคิดมาอย่างพิถีพิถันเพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด โดยเฉพาะในด้านอากาศพลศาสตร์ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่ต่ำเพียง 0.22 ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถในพิกัดนี้ ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีแค่ในเรื่องของการลดเสียงลมปะทะตัวรถที่เข้าสู่ห้องโดยสาร แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และขยายระยะทางขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสิทธิภาพ ORA 07 จึงเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการรวมเอาดีไซน์ที่น่าดึงดูดเข้ากับวิศวกรรมที่ชาญฉลาด
มิติตัวถังของ ORA 07 ที่ยาว 4,871 มิลลิเมตร กว้าง 1,862 มิลลิเมตร สูง 1,500 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร บ่งบอกถึงพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและนั่งสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัด ตัวรถให้ความรู้สึกมั่นคงบนท้องถนน ด้วยฐานล้อที่ยาวและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า แม้ภายนอกจะดูใหญ่โต แต่ด้วยมุมมองจากตำแหน่งผู้ขับขี่ที่ออกแบบมาดี ทำให้การควบคุมรถยนต์ไฟฟ้า ORA 07 ไม่ได้รู้สึกเทอะทะอย่างที่คิด สามารถขับขี่และมุดในสภาพการจราจรที่หนาแน่นได้อย่างคล่องตัวผิดคาดสำหรับรถขนาด D-Segment ทำให้ประสบการณ์โดยรวมในการขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน
ขุมพลังและสมรรถนะในยุค 2025: เลือกที่ใช่ ใช้ที่ชอบ
ORA 07 มีให้เลือกสองรุ่นหลัก คือ Long Range (รวมถึง Long Range Ultra) และ Performance AWD ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ Ternary Lithium-ion (NMC) ขนาด 83.5 kWh ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความหนาแน่นพลังงานและประสิทธิภาพการจ่ายไฟสูง ช่วยให้ ORA 07 สามารถมอบระยะทางขับขี่ที่น่าประทับใจ และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่ทำให้ ORA 07 เป็นรถไฟฟ้าวิ่งไกลที่น่าจับตามองในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2025
สำหรับรุ่น Long Range และ Long Range Ultra มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร ตามสเปก NEDC สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 640 กิโลเมตร เมื่อมองจากตัวเลขแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ จากประสบการณ์ตรงของผมที่ได้ทดลองขับ ORA 07 Long Range มาอย่างยาวนาน ต้องบอกเลยว่าพละกำลังระดับนี้ “เหลือเฟือ” สำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ทั้งในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเดินทางไกลที่ต้องการอัตราเร่งแซงที่ทันใจ แรงบิด 340 นิวตันเมตรที่มาทันทีในรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ ORA 07 Long Range สามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็ว พุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ การเร่งแซงรถคันอื่นบนถนนหลวงทำได้อย่างง่ายดาย โดยไม่รู้สึกว่ารถต้องเค้นกำลังแต่อย่างใด นี่คือ “จุดลงตัว” ที่สุดของรถคันนี้ เพราะนอกจากจะให้สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดีแล้ว ยังช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง
ส่วนรุ่น Performance AWD นั้นยกระดับความเร้าใจไปอีกขั้น ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 408 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 680 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยระยะทางขับขี่สูงสุด 550 กิโลเมตร (NEDC) รุ่น Performance เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและสมรรถนะแบบรถสปอร์ตอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงหลายคัน การควบคุมรถที่มีกำลังมากขนาดนี้ในชีวิตประจำวันอาจต้องใช้ความชำนาญและระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะแรงดึงที่มาอย่างรุนแรงอาจทำให้ผู้โดยสารรู้สึกเวียนหัวได้ง่าย หากไม่รู้จักคุมคันเร่งให้พอดี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมยังคงแนะนำรุ่น Long Range สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย ประหยัดพลังงาน และให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ระยะทางขับขี่จริงและการชาร์จ: ไขความลับ “วิ่งไกล” กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ในยุค 2025
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือ “ระยะทางขับขี่” และ “ความสะดวกในการชาร์จ” แม้ตัวเลขตามมาตรฐาน NEDC ของ ORA 07 Long Range จะอยู่ที่ 640 กิโลเมตร แต่จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้งาน การทดสอบวิ่งระยะไกลจะช่วยสะท้อนสมรรถนะที่แท้จริงได้ดีที่สุด ผมได้นำ ORA 07 Long Range ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ท้าทายทั้งในเรื่องระยะทางและความหลากหลายของสภาพถนน
จากการทดสอบที่ความเร็วเฉลี่ย 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ขับขี่บนถนนหลวงของประเทศไทย อัตราการใช้พลังงานของ ORA 07 Long Range อยู่ที่ประมาณ 14-15 kWh/100 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า D-Segment ขนาดใหญ่เช่นนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ORA 07 มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีเยี่ยม นอกเหนือจากระบบส่งกำลังแล้ว คือการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่มีค่า Cd ต่ำมาก ซึ่งช่วยลดแรงต้านอากาศ ทำให้รถใช้พลังงานน้อยลงในการรักษาระดับความเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดเสียงลมปะทะเข้าสู่ห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างเงียบสงบและผ่อนคลาย
ในการเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่ โดยเริ่มจากแบตเตอรี่ 90% การแวะชาร์จครั้งแรกที่จังหวัดกำแพงเพชรเพื่อเติมแบตเตอรี่กลับไปที่ 80% พบว่าการชาร์จแบบ DC Fast Charger ของ ORA 07 ที่รองรับสูงสุด 88 kW นั้น ในทางปฏิบัติสามารถทำความเร็วการชาร์จได้ในช่วง 60-70 kW ซึ่งถือว่ารวดเร็วและเพียงพอต่อการเดินทางไกล แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกคนควรทราบคือ “กราฟการชาร์จ” แบตเตอรี่จะรับไฟได้สูงสุดในช่วง 0-80% หลังจากนั้นความเร็วในการรับไฟจะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะช่วง 80-100% ที่อาจตกลงเหลือเพียง 20 kW หรือน้อยกว่า ทำให้การชาร์จในช่วงท้ายใช้เวลานานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การวางแผนการเดินทางและจุดชาร์จจึงเป็นสิ่งสำคัญ การชาร์จถึง 80% แล้วเดินทางต่อจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าทุกคัน รวมถึง ORA 07 ด้วย
ด้วยการวางแผนการชาร์จที่เหมาะสม ORA 07 Long Range สามารถวิ่งได้ระยะทางจริงประมาณ 450-500 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 100% สำหรับการขับขี่บนถนนหลวงที่ความเร็วคงที่ ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าพอใจอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2025 ของประเทศไทย และหากเป็นการใช้งานในเมืองที่ความเร็วต่ำกว่าและมีการเบรกเพื่อสร้างพลังงานกลับ (Regenerative Braking) มากขึ้น ระยะทางขับขี่อาจเพิ่มขึ้นเป็น 500-580 กิโลเมตร เลยทีเดียว การชาร์จเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะพาคุณจากกรุงเทพฯ ไปถึงเชียงใหม่ได้ (หากคุณวางแผนการขับขี่และชาร์จอย่างชาญฉลาด) นี่คือความสามารถของ ORA 07 ที่พิสูจน์แล้วว่า “วิ่งไกลจริง” ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขโฆษณา
ประสบการณ์การขับขี่และฟังก์ชัน: ความหรูหราที่มาพร้อมความท้าทาย
ภายในห้องโดยสารของ ORA 07 ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัย การตกแต่งใช้วัสดุคุณภาพดี ผสมผสานหนัง พลาสติกอ่อนนุ่ม และการตกแต่งด้วยโครเมียมได้อย่างลงตัว จอแสดงข้อมูลการขับขี่และจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว มอบประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำยุค ระบบอินโฟเทนเมนต์ตอบสนองได้ดี รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งโอบกระชับ นั่งสบาย แม้กระทั่งการเดินทางระยะไกลก็ไม่รู้สึกเมื่อยล้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบเสียงคุณภาพดี และพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอ ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่เสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ ORA 07 ให้สมบูรณ์แบบ
ในด้านของช่วงล่าง ORA 07 มีการเซ็ตติ้งที่ค่อนข้าง “แข็ง” ซึ่งอาจเป็นข้อถกเถียงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า D-Segment ที่หลายคนคาดหวังความนุ่มนวล แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนาน ผมมองว่าการเซ็ตติ้งที่เฟิร์มนี้เป็นการแลกมาด้วยการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูงบนเส้นทางคดเคี้ยว ตัวรถให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้แม่นยำ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบความนุ่มนวลเป็นพิเศษ อาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย หรืออาจมองหารถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มที่มีช่วงล่างที่เน้นความสบายมากกว่านี้
ประเด็นที่ต้องกล่าวถึงอย่างตรงไปตรงมาคือ “ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง” (ADAS) ของ ORA 07 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ขับขี่หลายคนอาจต้องทำความเข้าใจและปรับตัว ในหลักการแล้ว ระบบ Adaptive Cruise Control, Lane Keeping Assist และระบบเตือนการชนต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดภาระผู้ขับขี่ แต่จากการทดสอบและการใช้งานจริงในสภาพจราจรของประเทศไทย ระบบ Adaptive Cruise Control ที่ตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าแบบใกล้สุด กลับยังคงทิ้งระยะห่างไว้มากเกินไป ทำให้รถคันอื่นมีโอกาสแทรกเข้ามาได้ง่าย และเมื่อมีรถแทรกเข้ามา ระบบจะมีการเบรกกะทันหันค่อนข้างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตกใจได้ แม้ระบบเหล่านี้จะทำงานได้ดีในบางสถานการณ์ แต่ GWM ยังคงมีช่องว่างในการปรับจูนซอฟต์แวร์ของระบบ ADAS ให้เข้ากับลักษณะการขับขี่และสภาพจราจรในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น เพื่อประสบการณ์ที่ราบรื่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2025 คาดหวังจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ที่จะใช้ระบบเหล่านี้อย่างเหมาะสมและเข้าใจข้อจำกัดของมัน จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งาน ORA 07 ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขกับฟังก์ชันที่รถมีให้
ตำแหน่งทางการตลาดและความคุ้มค่าในปี 2025: ยังคงน่าลงทุนหรือไม่?
ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่มีการแข่งขันสูง ORA 07 ยังคงยืนหยัดในฐานะตัวเลือกที่โดดเด่น ด้วยราคา ORA 07 2025 ที่มีการปรับให้แข่งขันได้มากขึ้น (ซึ่งในบทความต้นฉบับคือราคาที่ลดลงจากราคาเปิดตัว) ทำให้ ORA 07 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ ในปัจจุบัน ORA 07 Long Range (83.5 kWh) มีราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ทั้งดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใคร สมรรถนะที่ตอบโจทย์ และเทคโนโลยีที่ครบครัน
ราคาอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 07 (นำเข้า CBU จากจีน) ในช่วงปี 2025 (อ้างอิงจากราคาที่มีการปรับลดและเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาด):
ORA 07 Long Range | 83.5 kWh: ราคาประมาณ 1,119,000 บาท
ORA 07 Long Range ULTRA | 83.5 kWh: ราคาประมาณ 1,219,000 บาท
ORA 07 Performance AWD | 83.5 kWh: ราคาประมาณ 1,319,000 บาท
จากตัวเลขเหล่านี้ ORA 07 Long Range ถือเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่า” อย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า D-Segment เมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท ผู้บริโภคจะได้รับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ระยะทางวิ่งไกล พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งาน และฟังก์ชันต่างๆ ที่ครบครัน ถือเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องจ่ายในราคาที่สูงเกินไป
บทสรุป: แมวอ้วนที่โตเต็มวัย พร้อมลุยทุกเส้นทาง
ORA 07 (Grand Cat) ในปี 2025 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูง แม้ในตลาดที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมาย “แมวอ้วน” คันนี้ก็ยังคงโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่พลิกโฉมความจำเจของรถซีดานไฟฟ้า พร้อมสมรรถนะของรุ่น Long Range ที่เพียงพอต่อการใช้งานจริงในทุกสถานการณ์ ทั้งการขับขี่ในเมืองที่คล่องตัว หรือการเดินทางระยะไกลที่ต้องการอัตราเร่งแซงที่มั่นใจได้ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 83.5 kWh และประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีเยี่ยม ทำให้ ORA 07 เป็นรถไฟฟ้าวิ่งไกลที่สามารถพาคุณไปยังจุดหมายได้อย่างไร้กังวล
แม้จะมีจุดที่ต้องพิจารณาในเรื่องของการปรับจูนระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ให้มีความราบรื่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในสภาพจราจรของประเทศไทย แต่ด้วยราคา ORA 07 2025 ที่แข่งขันได้ ฟังก์ชันที่ครบครัน และการรับประกันที่น่าเชื่อถือจาก GWM ทำให้ ORA 07 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ “ตอบโจทย์” ผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่มีสไตล์โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และคุ้มค่าสำหรับการใช้งานในยุคสมัยใหม่นี้ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงรสนิยมและความกล้าที่จะแตกต่าง ORA 07 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ “แมวอ้วน” ORA 07 ด้วยตัวคุณเอง!
พิสูจน์ความคุ้มค่าและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ORA 07 Long Range และ Performance AWD ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม GWM ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ GWM เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า D-Segment ที่จะสร้างความประทับใจให้คุณในทุกการเดินทาง!
![[ตอนต่อไป] 460T1110 A ถ้าเราให้สิ่งดีกับคนอื่น เราก็จะได้รับสิ่งที่ดีกลับมาเช่นกัน](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-261.png)
![[ตอนต่อไป] 260T1110 A ยอมคบกับคนก่อสร้าง เพื่อเป็นข้ออ้างไม่แต่งกับนักธุรกิจ](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-262.png)