• Sample Page
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ตอนต่อไป] 348T1110 A บังคับผัวให้เซ็นใบหย่า

admin79 by admin79
November 12, 2025
in Uncategorized
0
[ตอนต่อไป] 348T1110 A บังคับผัวให้เซ็นใบหย่า

Denza D9 Performance AWD 2025: ยกระดับประสบการณ์ MPV ไฟฟ้าหรู สู่ที่สุดแห่งความสบายและสมรรถนะ พร้อมท้าพิสูจน์ระบบช่วงล่าง DiSus-C อัจฉริยะ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ไฟฟ้าที่คลุกคลีมานานกว่าทศวรรษ ผมเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาโดยตลอด และปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้บริโภคคาดหวังความเป็นเลิศในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ไฟฟ้าสุดหรู ที่ต้องผสานทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และวันนี้ ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับหนึ่งในดาวเด่นที่พร้อมจะเข้ามาพลิกโฉมตลาด นั่นคือ Denza D9 Performance AWD รุ่นท็อปสุดจาก RÊVER ประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมกับหัวใจสำคัญอย่าง ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ที่เคลมว่าสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า นี่คือบทสรุปจากการทดสอบขับแบบเจาะลึกที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเดินทาง แต่คือการพิสูจน์วิศวกรรมขั้นสูงบนท้องถนนจริง

ตลาดรถยนต์ MPV ไฟฟ้าในปี 2025 ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องของระยะทางวิ่งหรือความจุแบตเตอรี่อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงความประณีตในการออกแบบ ประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน และที่สำคัญที่สุดคือ “ประสบการณ์” ทั้งในฐานะผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่ง Denza D9 Performance AWD ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้อย่างหมดจด ด้วยการผสานแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 อันล้ำสมัยจาก BYD เข้ากับความหรูหราแบบพรีเมียม และนวัตกรรมช่วงล่าง DiSus-C เอกสิทธิ์เฉพาะที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการขับขี่ในเมืองใหญ่และการเดินทางระยะไกลโดยเฉพาะ ผมจึงให้ความสำคัญกับการทดสอบระบบช่วงล่างนี้เป็นพิเศษ เพื่อดูว่ามันจะสามารถสร้างความแตกต่างและยกระดับมาตรฐานให้กับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ได้จริงหรือไม่

Denza D9 Performance AWD: นิยามใหม่ของ MPV ไฟฟ้าสุดหรูแห่งยุค 2025

Denza D9 ไม่ใช่แค่รถตู้ไฟฟ้าทั่วไป แต่คือรถยนต์ MPV ไฟฟ้า 100% ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่มองหาสุดยอดแห่งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย มิติภายนอกที่ดูสง่างาม มาพร้อมเส้นสายที่ทันสมัย สะท้อนถึงการออกแบบที่เน้นทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงาม การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดย RÊVER Automotive ได้สร้างกระแสความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยราคาและแพ็กเกจที่น่าสนใจในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าหรู

ภายใต้รูปลักษณ์ที่โดดเด่น คือโครงสร้างทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งและชาญฉลาด Denza D9 Performance AWD สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าโดยเฉพาะ BYD e-Platform 3.0 เจเนอเรชันล่าสุด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้รถคันนี้มีประสิทธิภาพเหนือชั้น แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่มอบความยืดหยุ่นในการออกแบบตัวถัง แต่ยังรวมการทำงานของระบบขับเคลื่อน 8 in 1 เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ

หัวใจหลักของ Denza D9 Performance AWD คือ แบตเตอรี่ EV Blade Battery ความจุ 103.36 kWh ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ BYD ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 580 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC (ซึ่งในการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพการขับขี่และปัจจัยอื่นๆ ควรพิจารณามาตรฐาน WLTP ควบคู่กันไปเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงการใช้งานจริงมากที่สุด) ความสามารถในการรองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW (3 เฟส) และกระแสตรง DC สูงสุด 166 kW ทำให้การชาร์จไฟเป็นเรื่องที่รวดเร็วและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะ

ในรุ่น Performance AWD นี้ มาพร้อมกับ มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบตลอดเวลา (AWD) มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 275 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 370 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 470 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เคลมไว้ที่ 6.9 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่เช่นนี้ การทำงานร่วมกันของมอเตอร์ทั้งสองส่งผลให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ

DiSus-C: นวัตกรรมช่วงล่างอัจฉริยะที่ปฏิวัติความสบาย

หากพูดถึง Denza D9 Performance AWD โดยไม่กล่าวถึง ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ก็คงไม่สมบูรณ์ เพราะนี่คือแก่นแท้ที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างและโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด รถ MPV ไฟฟ้า ระบบ DiSus-C ไม่ใช่แค่ช่วงล่างแบบปรับได้ทั่วไป แต่เป็นระบบกันสะเทือนแบบแอคทีฟที่ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ในการปรับความหนืดของโช้คอัพแบบเรียลไทม์

หลักการทำงานของ DiSus-C คือการใช้เซ็นเซอร์หลายจุดรอบคันรถตรวจจับสภาพถนน การเคลื่อนไหวของตัวรถ เช่น การยุบตัว การคืนตัว การเอียงตัวเมื่อเข้าโค้ง หรือการยุบเมื่อเบรก ระบบจะประมวลผลข้อมูลเหล่านี้อย่างรวดเร็ว และสั่งการไปยังโซลินอยด์วาล์วภายในโช้คอัพแต่ละตัว เพื่อปรับความหนืดให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ ทำให้การตอบสนองของช่วงล่างมีความละเอียดอ่อนและแม่นยำกว่าระบบทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่ DiSus-C มอบให้คือ “ช่วงระยะของการอัดและคืนตัว” ที่กว้างกว่าระบบกันสะเทือนแบบพาสซีฟอย่างมาก นั่นหมายความว่า ไม่ว่ารถจะเจอหลุมบ่อขนาดไหน หรือเจอพื้นผิวถนนที่ขรุขระอย่างไร ระบบก็จะสามารถซับแรงกระแทกได้อย่างนุ่มนวล ลดการส่งผ่านแรงสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร และในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งเมื่อต้องการความมั่นคง เช่น ในการเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือการเบรกกะทันหัน ช่วยลดอาการโคลงเคลงหรือหน้าทิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายสูงสุดตลอดการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่ RÊVER ประเทศไทย มอบให้เป็นเอกสิทธิ์ในรุ่นท็อปนี้

ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการทำงานของ DiSus-C ได้ 2 รูปแบบผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 15.6 นิ้ว ได้แก่ Sport และ Comfort ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่และสภาพถนนที่แตกต่างกัน โหมด Comfort เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ที่ต้องการความนุ่มนวลสูงสุด ลดแรงกระแทกจากพื้นผิวที่ไม่เรียบ ในขณะที่โหมด Sport จะเพิ่มความหนืดของโช้คอัพ ให้การควบคุมรถที่เฉียบคมยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะและการตอบสนองที่กระฉับกระเฉง

ประสบการณ์การขับขี่: ท้าทายทุกเส้นทางบนถนนไทยด้วย Denza D9 Performance AWD

ผมเริ่มต้นการทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผมคุ้นเคยดี และมีความหลากหลายของสภาพถนน ตั้งแต่การจราจรหนาแน่นในเมือง หลุมบ่อตามถนนแจ้งวัฒนะ ไปจนถึงถนนหลวงที่เรียบยาว และโค้งเล็กน้อย นี่คือสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันนี้

ความประทับใจแรกคือความเงียบสงบ ที่เป็นธรรมชาติของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Denza D9 ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมปะทะ หรือเสียงรบกวนจากภายนอก ถูกกรองออกไปได้อย่างหมดจด ทำให้ห้องโดยสารกลายเป็นโอเอซิสแห่งความสงบ เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล หรือแม้กระทั่งการประชุมระหว่างเดินทาง

DiSus-C โชว์ศักยภาพเหนือชั้นบนถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีหลุมบ่อและรอยต่อถนนอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ผมเลือกใช้โหมด Comfort ในช่วงแรก และต้องยอมรับว่าระบบช่วงล่างนี้ทำงานได้อย่างน่าทึ่ง มันซับแรงกระแทกจากหลุมบ่อได้อย่างนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก ทำให้การเดินทางผ่านช่วงที่พื้นผิวถนนขรุขระเป็นเรื่องที่สบายอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีอาการกระเด้งกระดอนให้เห็น นี่คือจุดเด่นที่ชัดเจนที่ทำให้ Denza D9 Performance AWD โดดเด่นกว่า MPV ทั่วไป

เมื่อเปลี่ยนมาใช้โหมด Sport การตอบสนองของช่วงล่างจะกระชับขึ้นอย่างชัดเจน ให้ความมั่นคงในการเข้าโค้งและความรู้สึกเชื่อมโยงกับถนนมากขึ้น แม้จะเป็นรถ MPV ขนาดใหญ่ แต่การควบคุมพวงมาลัยกลับให้ความรู้สึกที่แม่นยำและคมกริบ น้ำหนักของพวงมาลัยกำลังดี ไม่เบาหรือหนักจนเกินไป ทำให้การบังคับทิศทางเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ และมอบความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่

สมรรถนะการขับขี่และอัตราเร่ง จากมอเตอร์คู่ AWD นั้นตอบสนองได้ทันใจ การออกตัวทำได้อย่างนุ่มนวลแต่ทรงพลัง การเร่งแซงเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนทางหลวง ที่ต้องการพละกำลังในการเร่งเพื่อเข้าสู่กระแสการจราจร อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระบบเบรกที่ความเร็วสูง หากมีการเบรกกะทันหันหรือเบรกหนัก รถอาจมีอาการส่ายได้เล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในรถยนต์ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก แต่ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพ (ESC) ที่ทันสมัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ Denza D9 น่าจะติดตั้งมาด้วย ก็สามารถช่วยจัดการสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย ผมแนะนำให้ผู้ขับขี่คุ้นเคยกับการตอบสนองของเบรก และปรับการขับขี่ให้เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของรถ

ทัศนวิสัยและการจอด เป็นอีกจุดที่น่าชื่นชม แม้ Denza D9 จะมีความยาวถึง 5.2 เมตร แต่ด้วยตำแหน่งการนั่งที่สูงคล้ายกับ SUV ทำให้ทัศนวิสัยรอบคันดีเยี่ยม เสา A ไม่บดบังทัศนียภาพ และที่สำคัญคือระบบกล้องมุมมอง 360 องศา พร้อมเซ็นเซอร์รอบคัน ช่วยให้การถอยจอดและการเข้าที่แคบเป็นเรื่องง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ในสภาวะการจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพฯ

ความโคลงเคลงเมื่อปะทะลมแรงหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เป็นประเด็นที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ จากการทดสอบพบว่า Denza D9 Performance AWD มีความนิ่งและมั่นคงในระดับที่ดีเยี่ยมสำหรับรถ MPV ขนาดนี้ แม้จะมีลมปะทะด้านข้างหรือขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงในบางจังหวะ อาจมีอาการโคลงเคลงให้เห็นบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง แต่ DiSus-C ในโหมด Sport ช่วยลดอาการเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้โดยสารยังคงรู้สึกสบายและปลอดภัย

ห้องโดยสารสุดหรู: ศูนย์รวมความสะดวกสบายและเทคโนโลยี

Denza D9 Performance AWD ไม่ได้โดดเด่นแค่ภายนอกและสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังรวมถึงห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์ระดับเฟิร์สคลาส วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งล้วนเป็นเกรดพรีเมียม ตั้งแต่เบาะโดยสารหุ้มด้วยหนัง Nappa Premium ที่ให้สัมผัสนุ่มนวล นั่งสบาย ให้การรองรับสรีระที่ดีเยี่ยม ไปจนถึงเพดานห้องโดยสารที่บุด้วยหนังกลับแบบพรีเมียม ยิ่งเพิ่มความรู้สึกหรูหราและประณีต

สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวที่สอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถ MPV คันนี้ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถปรับระดับและรูปแบบการนวดได้หลากหลาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลได้อย่างแท้จริง สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรุ่นเริ่มต้น Premium 2WD ที่ไม่มีฟังก์ชันนี้ ความเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ช่องเก็บของ ระบบปรับอากาศแยกโซน และพอร์ตชาร์จไฟที่เข้าถึงง่าย ล้วนสะท้อนถึงความเข้าใจในการใช้งานจริง

ในส่วนของเทคโนโลยี ผู้ขับขี่จะได้รับประโยชน์จากระบบแสดงผลบนกระจกหน้าขนาด 12 นิ้ว หรือ W-HUD (Wide Head-Up Display) ซึ่งช่วยให้ข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็ว เส้นทางการนำทาง หรือสถานะการทำงานของรถ แสดงผลอยู่บนกระจกหน้าโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ นอกจากนี้ หน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบ Touch Screen ขนาด 15.6 นิ้ว ยังเป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งระบบช่วงล่าง DiSus-C ความหนักเบาของพวงมาลัย ระบบเบรก ไปจนถึงระบบความบันเทิงและข้อมูลการเดินทางต่างๆ UI/UX ของระบบทำได้ดี ใช้งานง่าย ตอบสนองรวดเร็ว และมีการจัดวางเมนูที่เป็นระเบียบ

เปรียบเทียบสมรรถนะ: AWD vs. 2WD – ทางเลือกที่ใช่สำหรับคุณ

นอกจากการทดสอบ Denza D9 Performance AWD แล้ว ผมยังได้มีโอกาสขับทดสอบรุ่นเริ่มต้นอย่าง Denza D9 Premium 2WD ซึ่งทำให้เห็นความแตกต่างของระบบช่วงล่างและสมรรถนะได้อย่างชัดเจน

ระบบช่วงล่าง: รุ่น Premium 2WD ใช้ระบบกันสะเทือนปรับอัตโนมัติตามความเร็วแบบ FSD (Frequency Selective Damping) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ดีและได้รับการพิสูจน์แล้วในรถยนต์ BYD รุ่นอื่น เช่น ATTO 3 และ SEAL ระบบนี้จะปรับความหนืดของโช้คอัพตามความถี่ของการสั่นสะเทือน ทำให้รถมีความนุ่มนวลในความเร็วต่ำ และมั่นคงขึ้นในความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ DiSus-C ของรุ่น Performance AWD แล้ว ความสามารถในการซับแรงกระแทกจากหลุมบ่อขนาดใหญ่ หรือรอยต่อถนนที่ลึก จะยังไม่ละเอียดอ่อนและนุ่มนวลเท่า DiSus-C โดยเฉพาะสำหรับผู้โดยสารแถวหลังที่อาจรู้สึกถึงแรงสะเทือนได้มากกว่าเล็กน้อย หากคุณเป็นคนที่ชอบขับขี่ด้วยความเร็วบ่อยครั้ง และต้องการความนุ่มนวลสูงสุดให้กับผู้โดยสาร ผมยังคงแนะนำให้ขยับมาที่รุ่น Performance AWD ที่มี DiSus-C

อัตราเร่ง:
Premium 2WD (มอเตอร์เดี่ยว): เคลม 0-100 กม./ชม. ที่ 9.5 วินาที จากการทดสอบจริงพร้อมผู้โดยสารและสัมภาระในโหมด Standard ทำได้ 10.25 วินาที ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบครอบครัว ไม่ได้ให้อารมณ์ปู๊ดป๊าด แต่ก็ไม่ช้าจนน่าอึดอัด
Performance AWD (มอเตอร์คู่): เคลม 0-100 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที จากการทดสอบจริงพร้อมผู้โดยสารและสัมภาระในโหมด Standard ทำได้ 8.53 วินาที ตัวเลขนี้สะท้อนถึงพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน มอบความรู้สึกที่กระฉับกระเฉงและมั่นใจในการเร่งแซงมากกว่า

อัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้า (kWh./100 กม.):
Premium 2WD: จากการเดินทางไปกลับ 136 กิโลเมตร ทำได้เฉลี่ย 24.2 kWh./100 กม.
Performance AWD: จากการเดินทางไปกลับ 136 กิโลเมตร ทำได้เฉลี่ย 27.3 kWh./100 กม.
จะเห็นได้ว่ารุ่น Performance AWD ที่มีมอเตอร์คู่และน้ำหนักรวมที่มากกว่า ย่อมมีอัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าที่สูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามหลักการพื้นฐานของยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่

Denza D9 Premium 2WD ด้วยราคาแนะนำที่ 1,999,900 บาท ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัวที่ต้องการ MPV ไฟฟ้า ที่ดีเยี่ยมในด้านความสะดวกสบาย พื้นที่ใช้สอย และสมรรถนะที่เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าหากงบประมาณไม่ใช่ข้อจำกัด และคุณกำลังมองหาสุดยอดประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่เหนือระดับที่สุด ด้วย เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ขั้นสุด โดยเฉพาะระบบช่วงล่าง DiSus-C ที่ให้ความนุ่มนวลและมั่นคงอย่างไม่เคยมีมาก่อน พร้อมพละกำลังที่เหลือเฟือ Denza D9 Performance AWD ที่ราคา 2,699,900 บาท (ราคาแนะนำ) คือคำตอบสุดท้าย

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

หลังจากได้ใช้เวลาอยู่กับ Denza D9 Performance AWD อย่างใกล้ชิด ผมสามารถสรุปได้ว่านี่คือหนึ่งใน รถ MPV ไฟฟ้าหรู ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2025 มันไม่ใช่แค่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่คือผลงานชิ้นเอกที่ผสานรวมเอาความหรูหรา ความสะดวกสบาย สมรรถนะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี ระบบช่วงล่าง DiSus-C อัจฉริยะ เป็นหัวใจสำคัญที่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็น “พื้นที่ส่วนตัวระดับพรีเมียม” ที่มอบความผ่อนคลายและความมั่นใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือการพักผ่อนกับครอบครัว Denza D9 Performance AWD คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นรถที่ทำให้ผู้ขับขี่สนุกกับการควบคุม และทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายที่สุด การลงทุนในรถคันนี้คือการลงทุนในคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การเดินทางที่ดีเยี่ยม

อย่าเพิ่งตัดสินใจจนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวคุณเอง! ขอเชิญทุกท่านที่สนใจ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า Denza D9 หรือกำลังมองหา MPV ไฟฟ้า ระดับพรีเมียม เข้าร่วมทดลองขับ Denza D9 Performance AWD ที่โชว์รูม RÊVER ประเทศไทย เพื่อสัมผัสถึงความแตกต่างและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยระบบ DiSus-C อัจฉริยะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมนี่คืออนาคตของยานยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

Previous Post

[ตอนต่อไป] 329T1110 A โดนแม่บ้านเอาเกงในมาซ่อนไว้ในห้อง

Next Post

[ตอนต่อไป] 330T1110 A เหลี่ยมมาเจอเหลี่ยมกว่า

Next Post
[ตอนต่อไป] 330T1110 A เหลี่ยมมาเจอเหลี่ยมกว่า

[ตอนต่อไป] 330T1110 A เหลี่ยมมาเจอเหลี่ยมกว่า

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ตอนต่อไป] 700T1129 AC293 วิธีจับคนขับรถตู้ขี้ขโมย.mp4
  • [ตอนต่อไป] 699T1129 AC292 ใส่หน้ากากวนรับอาหารโรงทานไม่แบ่งใคร.mp4
  • [ตอนต่อไป] 698T1129 AC291 นัดเจอผู้ชายครั้งแรก แต่โดนแกร้ปเฉี่ยวชุดหลุด.mp4
  • [ตอนต่อไป] 697T1129 AC290 แม่ผัวขโมยเงินลูกสะใภ้ผ่านช่องหน้าต่าง.mp4
  • [ตอนต่อไป] 696T1129 AC289 เปิดท้ายขายส้มตำ.mp4

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.