รีวิว Honda City e:HEV 2021 ใหม่ ตัวท็อปไฮบริดคุ้มค่าด้วยออปชั่นเต็มคัน
31 ม.ค. 64 (14:10 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
Honda City e:HEV 2021 ใหม่ ถือว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฮบริดที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในขณะนี้ ด้วยราคาจำหน่าย 8 แสนบาทต้น แม้ว่าจะดูค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับชื่อชั้นของ ฮอนด้า ซิตี้ แต่ด้วยสมรรถนะและความประหยัด รวมถึงออปชั่นบางอย่างเทียบชั้นได้กับ Civic และ Accord ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียว
Sanook Auto จะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ Honda City e:HEV คันนี้กันครับ
Honda City e:HEV ถูกเปิดตัวควบคู่ไปกับ Honda City Hatchback ที่มีดีไซน์เอาใจวัยเริ่มต้นทำงาน แต่ปัจจุบันก็มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรเท่านั้น ขณะที่ City e:HEV ก็ถือเป็นครั้งแรกในตลาดมีเครื่องยนต์ Full-hybrid ให้เลือกในรถระดับ B-segment แถมยังเป็นหนึ่งเดียวในตระกูลซิตี้ที่พ่วงระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING มาให้ด้วย
ภายนอก
ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการของ City Hybrid ก็คือ City e:HEV RS จึงไม่แปลกที่รถรุ่นนี้จะมีหน้าตาเหมือนกับ City RS โฉม 4 ประตูแทบทุกประการ จะต่างกันก็เพียงโลโก้ฮอนด้ารูปตัว “H” ที่ถูกออกแบบให้มีพื้นหลังสีน้ำเงินแสดงถึงความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีตัวถังสีน้ำเงิน Obsidian Blue Pearl ซึ่งมีเฉพาะในรุ่นไฮบริดเท่านั้น ส่วนสีแดง Ignite Red Metallic แบบรุ่น RS ปกติก็ยังมีเช่นกัน เผื่อว่าใครชอบโทนสีร้อนแรงแบบนี้
City e:HEV มาพร้อมชุดแต่งภายนอกสไตล์ RS ซึ่งประกอบด้วย กระจังหน้าสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS, กันชนหน้าแบบ RS, ฝาครอบกระจกมองข้างและสปอยเลอร์ท้ายสีดำ Gloss Black เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีทูโทนกลึงเงาขนาด 16 นิ้ว
ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกอื่นๆ ประกอบด้วย ไฟหน้าแบบ Full LED ที่มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันและไฟเลี้ยวแบบ LED, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแสง, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้า, ที่ปัดน้ำฝนแบบปรับหน่วงเวลา (ไม่มีอัตโนมัติ) และไฟท้ายแบบ LED ที่หลายคนชื่นชอบในงานดีไซน์จนกระทั่งเปรียบเปรยว่าดูคล้ายกับรถยุโรปบางรุ่น… ก็ว่ากันไป
นอกจากนี้ Honda e:HEV RS ยังเป็นเพียงรุ่นเดียวที่มีระบบดิสก์เบรกมาให้ทั้ง 4 ล้อ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้น
ภายใน
ภายในห้องโดยสารของ City e:HEV RS ถูกตกแต่งเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำตั้งแต่เบาะนั่งไปจนถึงแผงบุเพดานหลังคาเหนือศีรษะ โดยเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับมือ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำฝั่งผู้ขับได้ หุ้มด้วยวัสดุหนังกลับสลับผ้าและหนังสังเคราะห์ เพิ่มความสวยงามด้วยตะเข็บสีแดง ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังก็ยังคงไม่สามารถปรับพับได้เหมือนกับรุ่น 4 ประตูปกติ
ชุดควบคุมระบบไฟฟ้า IPU (Intelligent Power Control Unit) ของระบบไฮบริดถูกติดตั้งไว้บริเวณห้องเก็บส้มภาระด้านท้าย ส่งผลให้พื้นห้องเก็บสัมภาระสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย และมีพื้นที่ขนาด 410 ลิตรไว้ให้ใช้งาน ซึ่งก็เพียงพอต่อการบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง 4 ใบ
ในรุ่น City e:HEV RS ยังถูกติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้วไว้ข้างมาตรวัดความเร็ว เพื่อใช้แสดงการทำงานของระบบไฮบริดและระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง โดยมีปุ่มควบคุมการทำงานของระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (ACC) มาให้ด้วย
ขณะที่ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ Single-zone ที่มีหน้าตาเหมือนกับรุ่นเทอร์โบ 1.0 ลิตร แต่เสริมด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ ช่วยการันตีความเย็นสบายทั่วทั้งห้องโดยสาร พร้อมทั้งช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์ด้านหลังมาให้ 2 ตำแหน่ง แม้ว่าจะไม่สะดวกเท่ากับช่องจ่ายไฟแบบ USB ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่หากเลือกหัวชาร์จไฟดีๆ มาใช้แล้วล่ะก็ จะสามารถชาร์จอุปกรณ์ขนาดใหญ่อย่างพวกไอแพดได้รวดเร็วกว่าแบบ USB เช่นกัน
คอนโซลมีการออกใหม่สำหรับรุ่น e:HEV โดยเฉพาะ มาพร้อมกับปุ่มเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมด้วยช่องวางแก้วหรือขวดน้ำ และที่เก็บของแบบมีฝาปิดซึ่งสามารถใช้เป็นที่พักแขนได้ ขณะที่ระบบกุญแจเป็นแบบ Honda Smart Key System ทำงานคู่กับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ One Push Ignition Start เสริมด้วยระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศด้วยรีโมท Remote Engine Start มาให้อีกต่างหาก ซึ่งการสั่งงานก็เพียงแต่กดปุ่มล็อกประตู 1 ครั้ง จากนั้นกดปุ่มรูปลูกศรบนรีโมทค้างไว้ประมาณ 2 วินาที จากนั้นรถจะติดขึ้นพร้อมทั้งเปิดระบบปรับอากาศให้เย็นฉ่ำก่อนขึ้นรถ
ระบบอินโฟเทนเมนท์ของ Honda City e:HEV RS ติดตั้งหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว Advanced Touch สามารถรองรับ Apple CarPlay ได้ (รองรับ Android Auto ได้ด้วยเช่นกัน แต่ปัจจุบันกูเกิ้ลยังไม่เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการในไทย) มีปุ่มลัดสำหรับปรับระดับเสียงและเข้าถึงเมนูต่างๆ จึงไม่ต้องเล็งนิ้วให้เสียสมาธิในการขับขี่เหมือนกับพวกหน้าจอสัมผัสล้วน โดยยังมาพร้อมช่อง USB จำนวน 2 ตำแหน่ง สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI ได้ มีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้ในตัว และลำโพง 8 ตำแหน่งรอบคัน
ระบบความปลอดภัย
ไฮไลท์เด่นของ Honda City e:HEV RS อยู่ที่การติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING แบบเดียวกับที่พบใน Civic และ Accord โดยมีฟังก์ชั่นการทำงาน 5 ฟังก์ชั่น ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS), ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน (RDM with LDW), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
ส่วนระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch, กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นต้น
เครื่องยนต์
ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด Sport Hybrid i-MMD ทำงานคู่กับระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ซึ่งแรงบิดทั้งหมดมาตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ e-CVT มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน Eco Sticker
โดย City e:HEV ไม่มีปุ่มเลือกโหมดการทำงานของระบบไฮบริดมาให้ แต่สมองกลของรถจะเป็นตัวสั่งการสลับโหมดไปมาระหว่าง EV, Hybrid, Engine และ Regenerating ตามสภาพการขับขี่ด้วยตัวเอง เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองลงให้มากที่สุด ดังนั้นหากแบตเตอรี่มีปริมาณเพียงพอ การขับรถแบบคลานช้าๆ เข้าไปในหมู่บ้านก็จะเป็นการขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน โดยจะมีเสียงเบาๆ เพื่อเตือนคนภายนอกว่ากำลังมีรถเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา
การขับขี่
ก่อนหน้านี้เราเคยทดสอบขับ Honda City เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรมาแล้ว จึงเห็นได้ชัดว่าสไตล์การขับขี่ของ Honda e:HEV มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เนื่องจากรุ่นไฮบริดจะให้ความนุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวจากจุดหยุดนิ่งที่มีบุคลิกใกล้เคียงกับรถรุ่นใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า และพละกำลังของระบบไฮบริดที่ไหลมาเทมาแบบผู้ดีๆ ต่างจากรุ่นเทอร์โบที่ให้แรงดึงแบบดิบๆ มากกว่า
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงล่างของ e:HEV ที่เซ็ตมาค่อนข้างนุ่มนวล จนทำให้รู้สึกว่ารถคันนี้มีขนาดใหญ่กว่าตัวรถจริงๆ ประกอบกับการพัฒนาปรับปรุงในด้าน NVH (Noise Vibration Harshness) ที่ลดแรงสะเทือนภายในห้องโดยสารลง ควบคู่กับการเก็บเสียงที่ทำได้ค่อนข้างดี ดังนั้นบุคลิกของ e:HEV จึงมาในสไตล์ที่ผู้ใหญ่วัยกลางคนน่าจะชื่นชอบ สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันและใช้เป็นรถประจำบ้านสำหรับครอบครัวเพียงคันเดียวได้อย่างสบายๆ
พละกำลังของเครื่องยนต์ Sport Hybrid i-MMD มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร จึงสามารถเร่งความเร็วในจังหวะเข้าทางร่วมทางด่วน หรือเวลาที่ต้องการเร่งแซงได้อย่างทันใจ จนกล่าวได้ว่ามันเป็นรถที่เหมาะสมทั้งการขับขี่ในเมือง และขับขี่ทางไกลไปต่างจังหวัดได้อย่างสบาย
จุดเด่นอีกอย่างที่เรารู้สึกประทับใจกับรถคันนี้ คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ที่สามารถทำงานได้อย่างนุ่มนวลเกินหน้ารถยุโรปหลายๆ รุ่นเสียอีก ขอยกตัวอย่างกรณีที่กำลังขับไปตามคันหน้าอย่างสบายใจเฉิบในโหมด ACC จู่ๆ ก็มีรถตัดแทรกเข้ามาด้านหน้าอย่างกะทันหัน หากเป็นรถรุ่นอื่นมักจะปรากฏอาการ “เบรกหัวทิ่ม” ให้ผู้โดยสารที่กำลังหลับอยู่ตกใจตื่นเล่น แต่สำหรับ City e:HEV กลับสามารถลดความเร็วได้อย่างนุ่มนวลโดยยังคงระยะห่างที่ปลอดภัย ก่อนจะปรับความเร็วตามคันหน้าให้เหมาะสมต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เมื่อเทียบกับรถในระดับราคา 8 แสนบาทเช่นนี้
ถึงกระนั้น ระบบ ACC ของ City e:HEV ยังไม่มีระบบ Low-speed Follow แบบในรุ่นพี่อย่าง Civic และ Accord จึงจำเป็นต้องใช้ความเร็วมากกว่า 30 กม./ชม. เพื่อที่จะล็อกความเร็วตามรถคันนี้เท่านั้น
สรุป
Honda City e:HEV RS 2021 ใหม่ เป็นรถระดับ B-segment ที่มีความครบเครื่องที่สุดเท่าที่จะหาได้ในขณะนี้ ด้วยพละกำลังที่มีให้ใช้เหลือเฟือ ควบคู่ไปกับความประหยัดในแบบไฮบริด ขณะที่ห้องสารก็กว้างขวางเพียงพอสำหรับครอบครัวขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง มีจุดเด่นอยู่ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานแบบครบๆ ชนิดที่ว่า C-segment แท้ๆ บางรุ่นยังต้องอาย แลกกับค่าตัวที่ราว 8 แสนบาทต้นจึงถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียว
ราคาจำหน่าย Honda City e:HEV RS 2021 อยู่ที่ 839,000 บาท
อัลบั้มภาพ 32 ภาพ
อัลบั้มภาพ 32 ภาพ ของ รีวิว Honda City e:HEV 2021 ใหม่ ตัวท็อปไฮบริดคุ้มค่าด้วยออปชั่นเต็มคัน



แชร์เรื่องนี้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบ Chery V23 Play / Plus / Peak! เลือกตัวไหนคุ้ม!!!Toyota Yaris Ativ HEV Premium VS Yaris Ativ Premium (เบนซิน) ตัวไหนดีสุดสำหรับคุณรวมพล ‘กระบะตัวตึง’ แห่งถนนเมืองไทย! รุ่นไหนใช่สำหรับคุณ?
city รีวิวhonda city รีวิวcity hybrid รีวิวcity ehev รีวิวcity ehev ดีไหมcity hybrid ดีไหมcity ehev ราคาฮอนด้าซิตี้city 2021city ehev 2021รีวิวรถhondacity
![[หนังเต็มเรื่อง] 167H1006 B แฟนใหม่แม่ค้า เป็นมหาเศรษฐี](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-594.png)
![[หนังเต็มเรื่อง] 494H1006 B ลาออกจากประธาน มาเป็นคนงานก่อสร้าง](https://reviewfilmthai.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/10/image-595.png)